แกะกล่อง ปากกา S PEN Samsung Galaxy Tab S3

S PEN Samsung Galaxy Tab S3 ราคา 1,290 บาท

ปากกา S PEN รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเครื่อง Samsung Galaxy Tab S3 เป็นปากกา S PEN แบบแยก เห็นตอนเปิดตัวก็ลุ้นว่าจะมาเข้ามาขายแยกรึเปล่า คิดว่าน่าจะเอามาวาดกับ Samsung Tab A 10 ที่มีอยู่ คงจะจับวาดถนัดมือดีไม่น้อย

ปากกา S PEN รุ่นนี้หาซื้อยากจริงๆ ตาม Shop Samsung ในห้างไปถามทีไรก็ไม่มีขายสักที คอยจ้องดูในเว็บ S-eStore เรื่อยๆ มาแป๊บๆ ก็หมด แต่ในที่สุดก็ได้มา

แพ็กเกจเป็นกล่องฝาพลาสติกใส แบบอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ๆ ในกล่องจะมีแหนบ และ หัวปากกา สำหรับเปลี่ยนมาให้ในชุดเลย

ตัวปากกาขนาดเท่าๆ กับปากกาปกติ ความกว้างกำลังดี จับถนัดมือ ปุ่มกดได้ดี ตัวปากกาทำจากพลาสติก เคลือบพื้นผิวหนีด ลื่นหน่อยๆ แบบผิวซิลิโคน ตัวคลิบหนีบเป็นโลหะพิมพ์โลโก้ Samsung หัวปากกาเป็นแบบหัวแหลมขนาดเล็ก ตามกล่องบอกว่ารองรับแรงกดได้ที่ 4096 ระดับ

จากที่ได้ลองใช้คู่กับ Samsung Galaxy Tab A และคู่กับตัวปากกา S PEN เดิม แล้วก็พอจะรู้สึกถึงความแตกต่างนะ รู้สึกถึงแรงกดที่ใช้แรงกดน้อยๆ ก็วาดเส้นบางๆ ได้ง่ายขึ้น คงเป็นเพราะหัวปากกาที่เล็กลง แรงเสียดทานเลยน้อยลงไปด้วย ทำให้ลงน้ำหนักได้เบาขึ้นได้  และสิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนคือ ความถนัดมือในการวาด หรือเขียน เพราะขนาดปากกาเหมือนกับปากกาขนาดปกตินั่นเอง

สรุปแล้วก็พอใจกับตัวปากกา S PEN รุ่นนี้นะ วาดรูปได้สนุกขึ้นเยอะ แต่ก็ยังติดอยู่ที่มันเป็นปากกาแบบแยกชิ้น เวลาพกไปใช้นอกสถานที่จะไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะเวลาใช้ร่วมกับ Tab A 10 นี้ จะต้องดึงปากกาที่อยู่กับตัวเครื่องออกก่อนถึงจะใช้ปากกา S PEN Tab S3 นี้ได้ ใช้ไปก็กลัวจะลืมปากกาเดิมทิ้งเอาไว้ที่ไหนอีก  Update: ได้ลองปิดฟังก์ชั่นประหยัดแบตในส่วนของการปิดการตรวจจับปากกา S PEN เมื่อมีปากกาเสียบอยู่ในเครื่องดู พบว่าสามารถใช้ปากกา S PEN Tab S3 ได้โดยไม่ต้องดึงปากกาของเครื่องออกมาแล้ว แต่เวลาใช้นอกบ้านก็คงจะใช้ปากกาที่เสียบมากับเครื่องจะสะดวกรวดเร็วมากกว่า

แกะกล่อง เคส UAG PLASMA Samsung Galaxy S8+

UAG PLASMA Samsung Galaxy S8+ ราคา 1,590 บาท (True Shop)

ร้าน True Shop เปิดใหม่ที่เดอะมอลล์โคราช ร้านใหญ่ กว้างขวาง มีบูธขายเคสของ UAG ด้วยหลังจากรอมานาน ตอนนี้มีให้เลือกหลายรุ่นส่วนใหญ่จะเป็นของ iPhone ของ Samsung มีแค่ 2 รุ่นเห็นจะได้ ของ S7 กับ S8, S8+ แต่ก็มีแค่สีใสให้เลือกซื้อ มีสีดำอยู่อันเดียว

แพ็คเกจกล่องเป็นแบบใหม่มีบอกชื่อรุ่น PLASMA แล้ว นี่ก็เพิ่งจะสังเกตว่ามันชื่อรุ่นนี้ตัวเคสยังใช้วัสดุแบบเดิม คือเป็นพลาสติก เป็นพลาสติกที่ให้ผิวสัมผัสว่ามันมีคุณภาพ ส่วนรอยต่อระหว่างพลาสติกสีดำกับแบบใสต่อกันได้เรียบเนียน จับตัวเคสแล้วรู้สึกถึงความแข็ง ไม่เสียรูปทรง

ใส่เครื่อง S8+ ลงไปรู้สึกว่าจะแน่นกว่าเคสของตัว S7 Edge ตัวก่อนนะ แน่นกระชับแนบไปกับตัวเเครื่องดี ปุ่มกดทั้งสองด้านกดง่ายนิ่ม กดแล้วเคสไม่ย้วยเสียรูป ตัวเคสมีความหนานิดหน่อยแต่ทำให้จับเครื่องได้กระชับขึ้นมาก ถือตัวเครื่องเปล่าๆ แล้วจับลำบาก พิมพ์ข้อความก็ลำบางเพราะตัวเครื่องยาวแถมยังบางอีก ใส่เคสแล้วช่วยได้เยอะ

โดยรวมแล้วชอบมากเลย แต่ยังคงมีปัญหาตอนเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ที่พอดีตัว หัวเคสมันหนาเวลายัดลงกระเป๋ามันติดเนื้อผ้าไม่ลื่นเหมือนพลาสติกธรรมดา แต่ก็ยอมรับได้

แกะกล่อง ฟิล์มกันรอย กับ เคสใส Samsung Galaxy S8+

เคยเห็นมาบ้างกับฟิล์มกันรอยของ Samsung แต่ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในไทยเห็นแล้วอยากลองซื้อมาติดดู รุ่นที่มีขายเหมือนจะเป็นรุ่น S7, S7 Edge อยากหากซื้อมาลองกับ S7 Edge มาก แต่ก็หยุดหาไปเพราะเจอฟิล์มที่ใช้ดีมาติดแล้ว คราวนี้ไม่พลาดในเมื่อ Samsung ได้นำฟิล์มของ Galaxy S8 มาจำหน่าย น่าจะติดดีเพราะ Samsung ออกแบบและผลิตมาจำหน่ายเอง จะได้ลดภาระเรื่องการหาฟิล์มดีๆ ติด โดยเฉพาะพวกจอโค้งแบบนี้  กับอีกอย่างคือ เคสใส หรือ Clear Cover ของ Samsung ที่ได้ใช้กับ S7 Edge มา เรียกได้ว่าเป็นเคสที่ดีเคสนึงเลยก็ว่าได้ ตัวเคสบาง ใส ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องเป็นรอย และยังดูสวยอยู่ เลยไม่พลาดที่จะหยิบมาใช้อีกเหมือนกัน

Samsung Screen Protection from External shock SCREEN PROTECTOR ราคา 290 บาท

ในแพ็คจะมีฟิล์มให้ 2 แผ่น กับชุดอุปกรณ์ติดฟิล์ม ติดค่อนข้างง่ายเพราะบนฟิล์มจะมีเส้นบอกตำแหน่งให้ติด ตัวฟิล์มใส ติดแล้วแสดงภาพได้สวยไม่มีจุดๆ ของเนื้อฟิล์ม ติดลงขอบโค้งได้ ฟิล์มไม่เด้ง เรียกว่าโอเคเลยละ แต่มีข้อสังเกตดังนี้

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถเอาเทปใสดึงฝุ่นออกจากฟิล์มด้านในได้ เมื่อดึงออกมาแล้วตัวฟิล์มจะเป็นรอยทันทีปิดฟิล์มบนจอแล้วแสดงผลมีรอยเทปกาว เลยคิดว่าตัวฟิล์มน่าจะเป็นแบบ TPU แต่เนื้อไม่นิ่มเหมือน TPU ยี่ห้ออื่น
  • ตัวฟิล์มสะท้อนแสงมาก พอติดแล้วทำให้หน้าจอสะท้อนแสดงเป็นฝ้าขาวมากขึ้นมองจอลำบางเวลาแสดงจ้า
  • ตัวฟิล์มจะมีขอบขาวล้อมลอบฟิล์ม ทำให้เห็นขอบฟิล์มชัดเจนมากหลังจากติดเสร็จแล้ว ขอบขาวนี้จริงๆ ไม่มีสีเป็นฟิล์มใสๆ นี่หละ แต่เมื่อใช้งานไปฝุ่นจะเข้าไปติดในขอบนี้ทำให้ขอบเป็นสีขาว และเห็นเศษฝุ่นติดอยู่เต็มไปหมด เพราะขอบนี้ไม่ได้ติดลงบนจอมันบานอยู่แบบนั้นเอานิ้วลูบก็สัมผัสได้ถึงขอบที่เปิดออกมาน่ารำคาญมาก ด้วยปัญหานี้แหละถึงดึงฟิล์มออกใช้แบบไม่ติดฟิล์มสบายตา สบายใจกว่าเยอะ

Samsung Ultra-thin and translucent CLEAR COVER ราคา 690 บาท

เคสใสอันนี้ซื้อมาเพราะประสบการณ์การใช้งานที่ดีกับเคสใสรุ่นก่อนหน้าที่ใช้กับ S7 Edge เลย เคสใสสำหรับ S8+ รุ่นนี้ตัวเคสเป็นพลาสติกใสสีเทาสำหรัรบใช้กับเครื่องสีดำ ตัวเคสทำจากพลาสติกแข็งใส บาง ด้านหลังเคสมีจุดเล็กๆ ด้านในเพื่อไม่ให้เคสแนบกับเครื่องแล้วเกิดลายน้ำ ผิวด้านนอกเรียบมันเงาเหมือนพลากสติกทั่วไป เมื่อใส่กับตัวเครื่องแล้วค่อนข้างพอดีแต่รู้สึกได้ถึงตัวเครื่องมีการขยับอยู่ด้านในเคสตลอด ใส่แล้วจับกระชับมือไม่ทำให้เครื่องใหญ่เกินไป และยังคงความสวยของเครื่องเอาไว้ได้ แต่มีข้อสังเกตดังนี้

ข้อสังเกต

  • ตัวเคสขนาดไม่พอดี ใส่แล้วไม่แนบไปกับตัวเครื่องเหมือนกับเคสใสรุ่นก่อนที่ใช้กับ S7 Edge ที่เคสแน่นพอดีกับตัวเครื่อง 100% ใส่แล้วรู้สึกได้ว่าแน่นกระชับปลอดภัยไม่ทำให้ตัวเครื่องเป็นรอย แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เคสใสสำหรับ S8+ รุ่นนี้ มันหลวมๆ ตรงช่วงบน กับมุมด้านล่าง เครื่องสามารถขยับขึ้นลงภายในเคสได้ ขอบด้านข้างกว้างกว่าตัวเครื่อง ทำให้ฝุ่นเข้าไปและถูกับขอบเครื่อง ซึ่ง S8+ ของผมตอนนี้เป็นรอยเรียบร้อยแล้วเพราะเคสตัวนี้เซ็งมาก เป็นรอยตรงบริเวณขอบด้านข้าง กับส่วนบนที่มันขยับไปมาได้ ทั้งตัวเครื่อง และเคสก็เกิดรอยบริเวณเดียวกันเพราะการเสียดสีกัน
  • พลาสติกตัวเคสคุณภาพไม่เหมือนกับเคสใสรุ่นก่อน รุ่นนี้เป็นพลาสติกใสแข็ง ไม่ค่อยยืดหยุ่น ขอบเคสคม เหมือนเคสพลาสติกถูกๆ ที่ขายทั่วไป เคสใสรุ่นเก่าเป็นพลาสติกที่ไม่บางมากมีความยืดหยุ่นดี ทำสีสวยไม่ลอกเวลาใสกับเครื่องแล้วกระชับพอดีตัวเครื่อง
  • จากข้อสังเกตสองข้อข้างบนก็ทำให้ผมถอดเคสเก็บกลับเข้ากล่องไปเรียบร้อย ใช้แบบไม่ใส่เคสแบบนี้สบายใจกว่า

จะว่ายังไงดีกับการซื้ออุปกรณ์เสริมแท้จาก Samsung ในครั้งนี้ กับการที่คาดหวังเอาไว้มากกับอุปกรณ์เสริมของแท้ว่าจะต้องดีกับตัวเครื่อง S8+ ที่ซื้อมาแน่นอน เพราะคิดว่าน่าจะออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง แต่ก็ผิดหวังจนได้ ทำไงได้ละก็ที่ผ่านมาทาง Samsung ทำอุปกรณ์เสริมออกมาใช้งานได้ดีมากเลยคาดหวังไว้ว่าน่าจะดีเหมือนเดิม

Blog: ไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย นครราชสีมา

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย ฟาร์มโคนม คาวบอย ของจังหวัดนครราชสีมา ถึงจะเคยผ่านบ่อยแต่ก็ไม่เคยแวะไปเที่ยวสักครั้ง การไปเที่ยวครั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับฟาร์มโชคชัยนี่เรียกว่า ไม่มีความรู้เลย ก็ว่าได้ รู้แต่ว่าเป็นฟาร์มแบบคาวบอย กับขาย นมอัดเม็ด เท่านั้นเอง

เมื่อไปถึงจะเห็นว่าฟาร์มโชคชัยเป็นเหมือนชุมชนขนาดย่อมเลยก็ว่าได้ เพราะดูจากด้านหน้านั้นมีพื้นที่ยาวไกลมาก ด้านหน้าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของฝากจากฟาร์ม มีที่จอดรถบัสสะดวกสะบาย มีลานกลางแจ้งสำหรับทานอาหาร มีร้านค้าย่อยหลากหลายร้าน ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางผลิตภัณฑ์จากนมที่ได้จากฟาร์ม

ลงรถก็ต้องเดินผ่านหน้าร้านอาหารต่างๆ ไปยังจุดซื้อตัวด้านหน้าถนนใหญ่เลย การเข้าไปชมฟาร์มโชคชัยนี้ จะเป็นเหมือนการนำทัวร์ ประมาณดูโชว์ที่มีรอบการเข้าชมจำนวน 2 รอบ ต่อวัน รอบแรกคือเวลา 10.20 น. และรอบที่สอง 13.00 น.

เมื่อซื้อตัวแล้วก็นั่งรอเวลาเข้าชม จะมีการแบ่งกลุ่มการเข้าชมในรอบแรกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อแบ่งกันไปทำกิจกรรมภายในฟาร์ม เป็นการจัดการที่ดีเลยละ คนไม่เยอะไม่ต้องเบียดกัน จะเล่าถึงกิจกรรมที่เริ่มทำคร่าวๆ ด้านล่างเลยนะครับ

  • รับชมวีดีโอประวัติความเป็นมาของฟาร์มโชคชัย
  • เดินไปยังอาคารแสดงการเก็บน้ำเชื้อจากพ่อพันธ์ของวัว โดยการดูจากวีดีโอ และมีวัวพ่อพันธ์มาโชว์ตัวด้วย
  • เดินไปอาคารตรงกันข้าม ไปดูวิธีการเก็บน้ำนมจากแม่วัว มีการให้ตัวแทนไปทดลองรีดนมวัวด้วย
  • เดินไปอาคารผลิต ผลิตภัณฑ์จากนมวัวของฟาร์ม เพื่อชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ มีไอศรีมรสใหม่ให้ชิม
  • ขึ้นรถนำทัวร์เพื่อเดินทางไปชมการแสดงคาวบอย โดยระหว่างเดินทาง จะเป็นการนำชมพื้นที่ภายในฟาร์ม โดยรถจะขับผ่านไปยังแต่ละส่วนของฟาร์ม ที่มีการเพาะปลูกหญ้าเลี้ยงวัว เพาะปลูกข้าวโพด เพาะปลูกดอกไม้ ผลไม้ พื้นที่เลี้ยงสัตว์แต่ละชนิด โดยมีไกด์นำชมและอธิบายรายละเอียดตลอดเส้นทาง
  • ระหวางทางจอดรถให้ถ่ายรูปกับป้ายชื่อ ฟาร์มโชคชัยท่ามกลางทุ่งหญ้า มีพื้นหลังเป็นภูเขา สวยมาก
  • เดินทางถึงสส่วนการจัดแสดงคาวบอย รับชมการแสดงขี่ม้า การแสดงควงปืน การใช้แส้ ให้ผู้เข้าชมร่วมทำกิจกรรมด้วย ในส่วนการจัดแสดงนี้จะมีบูธเล่นเกมยิงปืน เกมอื่นๆ ให้เล่นด้วย มีการขี่ม้า ขายของที่ระลึก โดยจะให้เวลาทำกิจกรรมประมาณ 20 นาที ภายในบริเวณยังมีฟาร์มดอกไม้ ฟาร์มแก้วมังกร อีกด้วย
  • ขึ้นรถนำทัวร์เพื่อเดินทางกลับไปยังทางออก โดยเดินผ่านทางที่เป็นร้านขายของที่ระลึกแวะเลือกซื้อของที่ระลึก และเดินออกไปยังทางถนนใหญ่ด้านหน้าฟาร์ม

รายการเข้าชมฟาร์มโชคชัยในครั้งนี้ก็ประมาณนี้ เมื่อเข้าไปในฟาร์มจะเห็นได้ว่าฟาร์มมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีความสะอาดมาก ภายในฟาร์มจะมีการผลิตอาหารสัตว์เอง (ปลูกหญ้า ข้าวโพด) เอง โรงเก็บหญ้า มีอาคารซ่อมบำรุง รวมไปถึงการหมักแก๊สชีวภาพใช้เองอีกด้วย เรียกว่าสามารถบริหารจัดการกันเองได้เลย

อาหารที่ฟาร์มไม่ได้ลองชิม เพราะมีเวลาจำกัด แต่ก็ไปได้ลองชิมกาแฟทวิสจากร้าน Umm!… Milk มาชิมแก้วนึง รสอร่อยเลย เป็นกาแฟที่มีรสนมเข้มข้นขัดเจน หอมมันมาก แก้วนี้ราคา 85 บาท

ในเมื่อได้ไปเยี่ยมชมฟาร์มกันมาแล้วก็มาถึงในส่วนของฝากที่ได้มาจากการเยี่ยมชมในครั้งนี้

แน่นอนของฝากที่ได้มาจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากนมที่เป็นจุดเด่นของฟาร์มโชคชัย ใครมาถึงแล้วต้องซื้อกลับไปลองชิมกันบ้าง แต่บอกก่อนว่าราคาของแต่ละอย่างเนี่ยก็เป็นราคาของสถานที่ท่องเที่ยวนะราคาสูงหน่อย ได้กลับมา 3 – 4 อย่าง มาดูกัน

  • นมสดรสธรรมชาติ กับ รสสตรอเบอร์รี่ ขวดละ 55 บาท
  • นมอัดเม็ดรสวนิลา กับ รสช็อกโกแลต ขวดละ 55 บาท
  • เข็มกลัดนายอำเภอรูปดาว ชิ้นละ 150 บาท
  • แก้วพลาสติกใส่กาแฟทวิส แก้วละ 85 บาท (ดื่มหมดแล้วเก็บแก้วไว้เพราะพลาสติกเนื้อแข็งดี)

ฟาร์มโชคชัยนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตัวอย่างที่มีการบริหารจัดการภายในอย่างดีเลย มีการจัดระบบเข้าชมได้ดี เป็นระบบไม่มีการเบียดเสียดยัดเยี่ยดเข้าชม แถมบรรยากาศภายในก็ดี วิวก็สวย ได้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในฟาร์มของจริงอีกด้วย คุ้มจริง

Blog: วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 Samsung Galaxy S8Plus

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา 1 พฤษภาคม 2560 ไปเดอะมอลล์จะแวะไปลองเล่น Samsung S8 ที่เพิ่งออกมาใหม่ที่ Shop ดูสักหน่อย แต่ไปถึงก็มีแต่เครื่องของปลอมให้ลองจับเฉยๆ ยังไม่มีเครื่องจริงให้ลองเล่น เลยได้แค่จับจับดูเที่ยบขนาด ทั้ง 2 รุ่น ลองเทียบกับ S7 Edge ดูกับตัว S8+ ขนาดยาวกว่า S7 Edge นิดหน่อย ความกว้างเท่าๆ กัน แต่กับตัว S8 ปกติความสูงเท่ากัน แต่หน้าแคบกว่าทำให้เหมือนว่า S8 เครื่องเล็กมากไปเลย

S8 จะวางขายวันที่ 5 พ.ค. นี้ วันนี้เลยมาดูเครื่องให้หายอยากก่อนจะได้ไม่ต้องซื้อ คิดว่าถ้ามาเล่นตอนวันที่วางขายจะต้องได้กลับไปแน่นอน แต่ด้วยความอยากรู้เลยถามพนักงานไปว่า เครื่องมาขายวันไหน พนักงานบอกว่าเครื่องเข้าแล้วสามารถซื้อได้เลยทุกรุ่นทุกสี เล่นมีขายก่อนวันวางขายจริงเลย เหมือนว่าคนเราจะเสียเงินยังไงก็ต้องเสีย วันนั้นเลยได้ S8+ สีดำ กลับบ้านมา พร้อมกับฟิล์มกันรอยของ Samsung กับ เคสพลาสติกใสของ Samsung มาครบชุด

ได้เครื่องมาก็เช็คเครื่องก่อนเลยว่ามีปัญหาจอชมพูเหมือนคนอื่นๆ ที่เจออยู่รึเปล่า แต่ไม่เจอปัญหานี้เทียบจอกับ S7 Edge เดิมแล้วจอขาวปกติดี ลองเล่นดูคืนนั้นบอกได้ว่าไม่เสียดายที่ซื้อมาเลย

ลองใช้ L’Oréal ELSEVE Extraordinary Oil Eclat Imperial สีชมพู

L’Oréal ELSEVE Extraordinary Oil Eclat Imperial สีชมพู ขนาด 100 มล. ราคา 279 บาท (จาก Watsons)

สีนี้มาในกล่องขนาดใหญ่ และหนักกว่าปกติ ทั้งที่ปริมาณเท่ากัน คือ 100 มล.  ดูที่ฉลากจะเห็นว่าเป็นรุ่นนำเข้า แกะกล่องออกมาก็จะพบว่าขวดนั้นเป็นแก้ว ไม่ใช้ขวดพลาสติกเหมือนสีปกติที่ขายอยู่ และขนาดขวดก็ใหญ่กว่าขวดพลาสติกด้วย ทำให้ดูพรีเมี่ยมขึ้นไปอีก สมกับที่หาซื้อยากกว่าสีปกติ  จริงๆ ที่หาซื้อไม่ได้นี่เพราะโปรลดราคานะ ตอนราคาปกติ 300 กว่าบาทนี่เหลือเต็มขั้น พอมีโปรปุ๊ปหายไปจากชั้นปั๊ปเลย กล่องนี้ได้มาจากร้าน Watsons เหลือ 2 กล่อง

สีชมพูนี้ตามโฆษณาบอกว่ามีกลิ่นกุหลาบ เลยอยากลองซื้อมาทดสอบกลิ่นว่าเป็นกลิ่นกุหลาบจริงหรือเปล่า ถ้าไม่หอมหรือไม่มีกลิ่นก็ใช้อยู่ดี ขวดเก่าใกล้หมดแล้ว เพราะมันใช้ดีจริง ใช้ใส่ผมตอนผมหมาดๆ พอแห้งแล้วผมนุ่มกับลื่นดีชอบมาก

น้ำมันยังคงไม่มีสีเหมือนรุ่นอื่นๆ แต่มีกลิ่นหอมกุหลาบจริงๆ ในน้ำมัน เป็นกลิ่นแบบน้ำหอมกุหลาบ หอมดี กลิ่นไม่แรงเท่าไหร่ ใส่ตอนผมหมาดๆ แล้วกลิ่นไม่ค่อยติดผมตอนผมแห้งแล้ว ลองใส่ตอนผมแห้งคราวนี้กลิ่นอยู่ทนนานกว่า ส่วนอย่างอื่นยังคงดีเหมือนเดิม เพียงแต่สีนี้ผมดูเงามากกว่าหน่อย ลูบผมแล้วสัมผัสได้ถึงน้ำมันอยู่เหมือนกัน ผมดูไม่ฟูมาก แต่ไม่ได้ลื่นมือเวลาเอามือสางผมเหมือนขวดเดิม ทำให้ผมดูเหนียวๆ สางผมแล้วติดมือพันกันไม่ลื่นมือเหมือนเก่า สรุปแล้วจากที่ได้ลองใช้เองสีนี้สีชมพูพิเศษที่กลิ่นกุหลาบหอม แต่ไม่ได้ทำให้ผมลื่นสุดๆ เหมือนสีเดิม *สีเดิมใช้ฝาสีทองครับ

**เพิ่มเติมเห็นว่ามีแบบขวดแก้วสีขาวมาวางขายแล้วในโลตัส ไม่รู้กลิ่นอะไรเหมือนกัน

Blog: วันที่ 24 เมษายน 2560 ระยะเวลาจัดส่งไปรษณีย์แบบลงทะเบียน

มันถึงคราวที่ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนภายในประเทศใช้เวลาเดินทางเต็มกำหนดเวลา 7 วัน แล้วหรือเนี่ย สังเกตจากไปรษณีย์ของตัวเองที่ให้ร้านค้าจัดส่งมาแบบลงทะเบียนธรรมดาเริ่มใช้เวลาจากต้นทางส่วนใหญ่ที่กรุงเทพฯ มาปลายทาง ที่นครราชสีมา ใช้เวลาการเดินทางของพัสดุ 5 – 7 วันแล้ว เมื่อก่อนนับวันและเวลาได้เลยว่าวันแรกรับเข้าระบบ วันที่สอง-สามเดินทาง วันที่สี่เตรียมนำส่ง รวมได้ไม่เกิน 3-4 วันทำการ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เลยมีข้อสงสัยอยู่ในหัวแต่ไม่รู้จะถามใคร

อย่างแรกการส่งพัสดุที่ใช้ระยะเวลานานขนาดนี้เมื่อรับพัสดุเข้าระบบแล้วพัสดุของเรามันไปกองอยู่ตรงไหนระหว่างรอการเดินทางมาปลายทาง หรือว่ามันเดินทางไปหยุดพักตามจุดต่างๆ เรื่อยๆ ทั่วประเทศจนวนมาถึงปลายทางกันแน่ ถึงต้องใช้การเดินทางเหมือนถ่วงเวลายาวนานเหลือเกิน

ไปรษณีย์ลงทะเบียนเนี่ยกำหนดระยะเวลาจัดส่งไว้ 3 – 7 วันทำการ แล้วถ้าจะส่งถึงปลายทางเร็วกว่ากำหนดเนี่ยทำไม่ได้แล้วเหรอ

ส่งพัสดุแบบลงทะเบียนจุดประสงค์เพื่ออะไรกัน ตอนแรกคิดว่าส่งแบบลงทะเบียนเพื่อให้สามารถเช็คการเดินทางของพัสดุได้ว่ามันไปอยู่ตรงไหนแล้ว และกลับเป็นว่าระบบตรวจดูพัสดุของไปรษณีย์ลงทะเบียนนั้นจะขึ้นสถานะแค่ วันที่รับเข้าระบบ กับ สถานะที่เตรียมนำส่ง เท่านั้น ระยะเวลาตลอดการเดินทางไม่ขึ้นสถานะอะไรให้ตรวจสอบได้เลย มันไม่มีประโยชน์สักเท่าไร เช่นส่งวันจันทร์ที่ 1 ขึ้นในระบบว่ารับเข้าระบบเรียร้อย แล้วก็รอขึ้นสถานะ เตรียมนำส่ง ซึ่งถ้ามันใช้เวลาแบบเดิมแค่ 3 วัน ก็ดีไม่ไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้ามันใช้เวลาเป็น 7 วันละ นั่งกดเช็คสถานะอยู่ทุกวันไม่มีอะไรขึ้นให้เช็ค ก็รอไปเรื่อยๆ อย่างงั้นเหรอไม่แฟร์เลย ใช้เวลาส่งนานขนาดนั้นน่าจะขึ้นสถานะเรื่อยๆ ให้ตรวจสอบไม่ดีกว่าเหรอ เหมือนจะบีบให้ไปเลือกส่งแบบ EMS อย่างงั้นแหละ ประมาณว่าจ่ายเยอะว่า ดีกว่าอะไรแบบนั้น

จากรูปข้างบนให้ร้านค้าส่งแบบลงทะเบียนวันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2560 วันนี้ วันที่ 24 เมษายน 2560 ยังเดินทางมาไม่ถึงปลายทางเลย

เพิ่มเติมเรื่อง

เรื่องนี้ขอเล่าต่อเรื่องส่งพัสดุมาจากต่างประเทศ เคยสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ต่างประเทศบ่อยๆ ไม่คิดว่าจะเจอปัญหากับตัวจนได้ครั้งนี้สั่งจากอังกฤษ พัสดุส่งถึงไทยเรียบร้อยดีเข้าระบบเช็คสถานะปกติ แต่พอเดินทางต่อมาถึง ศป.นครราชสีมาปุ๊ป ทุกอย่างก็หยุดนิ่งไป คิดว่าจะเป็นยังไงต่อไปละ…

เราก็รอต่อคิดว่าวันรุ่งขึ้นก็คงขึ้นสถานะนำจ่ายได้ แต่ไม่ ไม่มีอะไรขึ้นมา ยังทำใจเย็นรอไปอีกจนวันศุกร์ที่ 21 เม.ย. มันนิ่งเกินไปแล้ว คิดว่าคงจะโทรสอบถามไปยังไปรษณีย์อัฏฎางค์ก่อน คงจะช่วยได้ เพราะเห็นพัสดุจากต่างประเทศเวลามารับก็จะมารับที่สาขานี้ แต่ติดต่อไม่ได้เลย สายไม่ว่างตลอด พอติดต่อได้ก็ไม่มีคนรับ หาเบอร์โทรใหม่ในเน็ต โทรไปก็ไม่ติดอยู่ดี สักพักเอาเบอร์เก่าติดต่อกลับไปก็มีเจ้าหน้าที่ผู้หญฺิงรับ เราก็สอบถามไป เจ้าหน้าที่เอาหมายเลขพัสดุคีย์เข้าไป ก็แจ้งกลับมาเหมือนที่เราเช็คดูนั่นแหละ มันอยู่ที่ ศป.นครราชสีมา เค้ายังไม่ส่งมาให้นำจ่าย (ก็แน่ละสิ เช็คเองก็เห็นแบบนั้น) เหมือนจะหมดเรื่อง เราแย้งกลับไปว่ามันมาอยู่ที่ ศป.นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. แล้วนะ เค้าจึงเริ่มสังเกตว่ามันนานแล้ว ถามมาว่าบ้านอยู่แถวไหน ถนนอะไร เขตไหน แล้วก็ให้เบอร์หน่วยนำจ่ายเขตของเรามาให้โทรไปถามเอง…หึ หึ หึ

แน่นอนว่าเบอร์ที่ให้มาก็เหมือนกับเบอร์อื่นๆ ที่โทรไม่ติด พอโทรติดก็ไม่มีใครเคยรับเลย โทรกลับไปที่เจ้าหน้าที่สาขาอัฏฎางค์อีกครั้งตอนบ่าย แจ้งปัญหาเหมือนเดิม เค้าก็เอารหัสไปเช็ค ถามเขตที่อยู่ของเรา แล้วก็ให้เบอร์เดิมๆ ติดต่อกลับไปเอง เราก็บอกว่าโทรไปแล้วไม่มีใครรับไง ติดต่อไม่ได้ เค้าจึงให้เบอร์หัวหน้าฝ่ายนำจ่ายมา โทรไปก็ไม่รับอีก เหนื่อยหมดกำลังใจมาก วันนั้นเลยเลยตามต่อแล้ว รอสถานะต่อไป

บ่ายวันนั้นก็โทรเข้าศูนย์ 1545 แจ้งเรื่องพนักงานไม่ถามอะไรมาก ก็ส่งแบบฟอร์ม “สอบสวนไปรษณีย์ระหว่างประเทศ” ให้เรากรอกเพื่อตรวจสอบเลย เหมือนว่าพัสดุเราหายไปอย่างนั้นแหละ การกรอกแบบฟอร์มนี้คาดว่าเรื่องคงจะยังยืดยาวต่อไปแน่ๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

มาวันนี้คิดไปคิดมาว่าของเราน่าจะอยู่ที่โคราชแล้วละแล้วทำไมไม่มีการเคลื่อนไหวซะที เลยเช็คที่อยู่จัดส่งที่ร้านค้าทางต่างประเทศส่งมาในอีเมล์ แล้วก็พบว่ามันขาดเลขบ้านไปนี่ แต่แค่เลขบ้าน ชื่อถนนก็มี น่าจะส่งมาพัสดุมาไปรษณีย์ในเขตที่รับผิดชอบสิ เจ้าของจะได้มาติดต่อรับเองได้ แต่ทำไมยังไม่ส่งต่อมา เรื่องไม่มีเลขบ้านไม่น่าจะใช่ ลองโทรติดต่อเบอร์หัวหน้าหน่วยนำจ่ายที่ได้เบอร์มา โทรติดมีคนรับ แจ้งปัญหาไปเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่ารับเรื่องไว้อีกสักครึ่งชั่วโมงให้ติดต่อไปใหม่ เราก็ติดต่อไปใหม่ผ่านไปเกือบชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่พบพัสดุนั้นน่าจะยังอยู่ที่ศูนย์กระจายพัสดุ (ศป.นครราชสีมา) เดี๋ยวจะให้เบอร์โทรให้เราติดต่อไปเอง(อีกแล้ว) เดี๋ยวโทรกลับเพราะเจ้าหน้าที่อยู่ข้างนอก แล้วก็วางสายไป จนตอนนี้บ่ายสามกว่าแล้ว ก็ยังไม่มีใครติดต่อกลับมา

เลยมาเขียนเล่าในบล็อกเพิ่มเห็นว่าเข้ากับบล็อกที่เล่าไปก่อนหน้าพอดี เพราะคิดว่าคงจะต้องทำใจแล้วว่าพัสดุมันน่าจะตกหล่น หรือหายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นมันคงจะมาอยู่ที่ไปรษณีย์สาขาในตัวเมืองเพื่อรอเจ้าของพัสดุมาติดต่อรับเองแล้วละ ตอนนี้ก็กำลังจะสั่งของในเว็บอยู่แต่ก็หยุดเอาไว้เพราะรู้สึกว่าไม่อยากสั่งแล้ว กลัวพัสดุหายไปอีก กลัวระยะเวลาจัดส่งที่นานมาก เหมือนจะกลัวๆ กับไปรษณีย์ไทยไปเลย

**Update**

วันพฤหัสบดีที่ 4 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา ได้รับพัสดุจากต่างประเทศที่สถานะหยุดไป กับพัสดุที่ส่งเมื่อวันที่ 7 เม.ย. แล้ว เรียบร้อย โดยไม่ได้มีข้อชี้แจงอะไรจากไปรษณีย์ที่มาส่ง เดี๋ยวรอรายงานตรวจสอบตอบกลับมาแล้วจะเอามาเล่าต่อในบล็อกนะครับ

Blog: วันที่ 6 เมษายน 2560

ช่วงนี้ของปีจะเป็นช่วงเวลาที่จะจัดงานประจำปีของโคราช “งานย่าโม” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2560 ปีนี้ก็มีโอกาสได้ไปเดินมาบ้างคนก็ยังคงเยอะมากเหมือนเดิม ในงานก็เป็นงานเปิดร้านขายเสื้อผ้า ขายของ ขายอาหาร ขายต้นไม้ ที่ใช้พื้นที่กว้างมากจนกลายเป็นงานใหญ่งานหนึ่งของโคราชเลย

รอบแรกที่ไปนั้นเป็นความบังเอิญที่ผ่านไปพอดี วันที่ 22 มีนาคม 60 เป็นวันก่อนวันงานซึ่งร้านค้าก็มาตั้งร้านเปิดขายกันพร้อมแล้ว(บริเวณศาลากลางจังหวัด) และคืนนั้นก็เป็นวันที่เป็นพิธีบวงสรวงพอดี บรรยากาศงานคึกคักมาก ไปตอนสี่ทุ่มกว่าแล้ว เดินวนในงานออกมาก็ห้าทุ่มกว่า คนยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ คงเพราะมาร่วมพิธีบวงสรวงที่จัดบริเวณอนุสาวรีย์

รอบต่อมาไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 60 แวะไปเดินเล่นหลังจากกินหมูกระทะ เดินเข้างานตั้งแต่ตลาดแม่กิมเฮง ตรงสวนรัก เกาะกลางถนนนั่นแหละ ร้านค้าเยอะมากทั้งบนถนน ทั้งในสวนรัก มีการแบ่งโซนร้านขายของทั่วไป ขายต้นไม้ และส่วนที่สำคัญคือ โซนขายของกิน มีของกินหลากหลายมากๆ แต่ไม่ได้กินหรอกเพิ่งกินอิ่มมา เดินดูของตามร้านโซนขายบนถนนเหมือนเดินดูของที่เซฟวัน แต่ที่เจ๋งกว่าคือคนเยอะกว่ามาก ของขายส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า แล้วก็ของเล่น ของใช้แปลกๆ เต็มไปหมด เดินไปได้แป๊บเดียวฝนก็เริ่มตก คิดในใจอดเดินต่อแล้วเพราะร้านหลายๆ ร้านเริ่มเก็บของกันใหญ่ ฝนก็ตกมากขึ้นแต่ไหนๆ ก็มาแล้วเข้าไปเดินในโซนศาลากลางให้คุ้มค่าหน่อย ที่หลายๆ คนก็ยังคงเดินดูของกันอยู่แบบไม่กลัวฝนเลย โซนงานกาชาดคนน้อยแล้ว แต่ในเต้นคนยังคงเยอะอยู่เดินดูของไปรอบนึงไม่ได้อะไรกลับมา

ออกมาจากโซนศาลากลางแล้ว ด้านนอกฝนยังคงตกอยู่ร้านค้าบนถนนก็เก็บกลับกันหมดแล้ว เดินตากฝนกลับให้ความรู้สึกที่สดชื่นพร้อมกับอารมณ์เหงาเหมือนกันนะ

ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาอัพเดทบล็อกเลย งานเยอะมากมายเหนือยจริงๆ แต่ก็จะหาเวลามาอัพเดทบ่อยขึ้นนะ

Blog: วันที่ 28 มีนาคม 2560 แลกรับกล่องดิจิตอลทีวี [DIGITAL TV Set Top Box : DVB-T2]

กล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี Digital TV Set Top Box – ยี่ห้อ SONORE รุ่น DTV1

วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องของโครงการ “แลกรับกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในรระบบดิจิตอล” ของ กสทช. ครั้งนี้คิดว่าน่าจะเป็นรอบที่ 2 มั้ง รอบแรกจะส่งใบแจ้งสิทธิ์ให้ตามทะเบียนบ้าน หรือบ้านที่มีเจ้าบ้านอะไรนี่แหละ แล้วทางบล็อกยังไม่ได้รรับใบแจ้งสิทธิ์รอบนั้น จนมารอบใหม่นี้ได้มีใบแจ้งสิทธิ์มา โดยรอบการรับแลกกล่องนี้สามารถแลกรับได้ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม – 2 กันยายน 2560 นี้ โดยสามารถไปแลกได้ตามจุดรับแลก ร้านค้าที่ร่วมโครงการ หรือจะลงทะเบียนขอรับได้ที่ ที่ทำการไปรษณีย์ และเซเว่นอีเลฟเว่น ได้อีกด้วย

ซึ่งทางบล็อกเลือกที่จะไปลงทะเบียนขอรับกล่องที่ไปรษณีย์เพราะไม่รู้ว่ามีจุดรับแลกหรือร้านค้าไหนที่ร่วมบ้างไม่อยากเสียเวลาตระเวณหา ขั้นตอนก็ไม่ยาก อย่างแรกไปติดต่อที่ไปรษณีย์แจ้งว่าจะขอลงทะเบียนรับแลกกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี พร้อมกับยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่เลย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการลงทะเบียนให้เราใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 5 นาที ก็เสร็จ

หลังจากลงทะเบียนขอรับไปก็รอกล่องรับสัญญาณส่งมาที่บ้านใช้เวลาประมาณอาทิตย์นึงได้ กล่องที่ได้มาจะไม่สามารถเลือกยี่ห้อได้แล้วแต่ว่าเค้าจะส่งมาให้เลย ที่ได้มานี้เป็นกล่องยี่ห้อ SONORE ไม่เคยได้ยินยี่ห้อนี้เลย เท่าที่นึกเหมือนเคยผ่านตาว่าเป็นยี่ห้อเครื่องเสียง หรือทีวีละมั้ง แต่ก็ไม่เป็นไรยี่ห้ออะไรก็ได้แค่มีสติกเกอร์รับรองของ กสทช. ก็พอ มั่นใจได้ว่าจะดูดิจิตอลทีวีได้ เล่ามานานแล้วคราวนี้มาดูในกล่องกันบ้างว่าเป็นแบบไหน มีอะไรข้างในบ้าง

ในกล่องจะมี ตัวเครื่อง, รีโมท, สายสัญญาณ 2 แบบ, แบตเตอรี่ขนาด AAA 2ก้อน, ปลั๊กไฟ, คู่มือ และใบรับประกัน ตัวเครื่องเป็นพลาสติกสีดำผิวด้านดูมีคุณภาพดีเลยหละ ตัวเครื่องมีรูระบายอากาศรอบตัวเครื่องยกเว้นด้านบน ท่าจะระบายอากาศได้ดี

หลังจากได้ต่อเข้ากับทีวีและใช้กับเสาอากาศแบบหนวดกุ้ง ภายในบ้าน ลองใช้งานค้นหาช่องก็มีน่าจะครบทุกช่อง ใช้งานได้ดีเลยละ แต่จะมีข้อสังเกต นิดน่อยด้านล่าง

  • ถ้าเราใช้สาย HDMI ต่อ และใช้เสาอากาศภายในบ้าน จะทำให้กล่องรับสัญญาณได้อ่อน-ไม่มีสัญญาณบ่อย ภาพกระตุกบ่อย เหมือนจะไม่เกี่ยวกันแต่ก็เรื่องจริง เพราะลองเปลี่ยนเป็นสาย AV ธรรมดาแล้วภาพใหลลื่นดี สัญญาณแสดงเกือบเต็ม 100% ตลอด
  • เวลาเปลี่ยนช่องรายการแล้วภาพจะค้างหยุดไปนานหน่อย อันนี้เทียบกับกล่อง SAMART Pro ที่ใช้อยู่

นอกนั้นก็ยังไม่เจออะไรผิดปกติ เอาไว้ใช้ไปสักพักถ้ามีอะไรจะมาเพิ่มต่อด้านล่างนี้

แกะกล่อง ขนมทำเอง ทำพุดดิ้งกุเดทามะ [Gudetama Pudding Kit]

ชุดทำพุดดิ้งกุเดทามะ [Gudetama Pudding Kit] ราคา 120 บาท

ขนมห่อนี้ซื้อเอาไว้นานแล้วไม่มีเวลาเอามาลองทำสักที เก็บจนลืมเปิดดูอีกทีหมดอายุแล้ว 555 แต่ก็ยังอยากเอามาลองทำอยู่ โดยห่อนี้จะทำพุดดิ้งไข่ขี้เกียจ หรือ กุเดทามะ [Gudetama] เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีรูปร่างเป็นไข่ที่ตอกแล้วมีไข่แดงเป็นตัวขี้เกียจ นอนอยู่ตลอดเวลา คงจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว

ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ต้องมีขั้นตอนที่เอาเข้าไมโครเวฟด้วยเท่านั้นเอง ภายในห่อจะมีแม่พิมพ์พร้อมช่องตวงนมสำหรับผสมส่วนผสม กับซองส่วนผสมสีฟ้า กับสีส้ม

เอาจริงๆ ไม่เข้าใจวิธีทำเท่าไร ดูแค่รูปก็พอเข้าใจแต่ตอนตวงนม และเวลาเอาเข้าไมโครเวฟนี่ไม่รู้เลย เพราะวิธีทำเป็นภาษาญี่ปุ่น อาศัยเอา Google แปลก็พอจะคลำทางไปได้ ออกมาเป็นพุดดิ้งรูปไข่สวยงามเด้งได้ด้วย ส่วนไข่ขาวที่ทำขั้นตอนสุดท้ายนั้นเป็นสีชมพูไป เพราะเอานมสตรอเบอรี่มาทำ แล้วก็เละๆ เหมือนอ้วกนิดหน่อย แต่อร่อยนะ พุดดิ้งเนื้อเด้งไม่เละรสหวานมันอร่อยมาก ไข่ขาวก็รสมันๆ หวานๆ ถ้าไม่คิดอะไรมากก็อร่อยอยู่ เป็นขนมทำเองที่อร่อยมากห่อนึงเลยละ

Blog: วันที่ 24 มีนาคม 2560

วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องของที่บังเอิญมาเป็นของสะสมใหม่ไปซะได้ หลายเดือนมาแล้วได้ไปเดินที่ตลาดเซฟวัน ผ่านโซนเปิดท้ายขายถ้วย จาน นำเข้าจากญี่ปุ่น ไปเจอแก้วมัคลายนกสีเหลือง [Kiiroitori] มันเป็นนกที่อยู่กับหมีริรัคคุมะ [Rilakkuma] เห็นว่าเป็นสีเหลืองน่ารักดีเลยซื้อมาคู่กับจานกลมหน้าหมีริรัคคุมะ ผ่านไปสักเดือนนึงไปเจอแก้วมัคลายหมีสีครีม [Korilakkuma] ขายรวมกับพวกของเล่นเลยได้มาเก็บอีกใบนึง

ด้วยความสงสัยเลยไปหาข้อมูลต่อว่ามันเป็นแก้วจากร้าน Lawson ในญี่ปุ่น ที่จะมีโปรโมชั่นสะสมแต้ม ซื้อของตามกำหนดแล้วจะได้แก้วมัค กับ จาน อะไรประมาณนี้ (อ่านมาจากบล็อกภาษาญี่ปุ่นแปลเองเลยงงๆ) ซึ่งมันมีแก้วมัคสีน้ำตาลลายหมีริรัคคุมะออกมาก่อนหน้านี้แล้วประมาณปี 2009 เก่าไปได้อีก เอาไงดีละไม่น่าหาข้อมูลเลย ก็มันยังได้ไม่ครบ 3 ตัวละครนี้ ก็หาเก็บต่อไง หาในเน็ตนี่มันหายากนะ ส่วนมากจะอยู่ต่างประเทศ ในไทยต้องหาตามร้านพวกของนำเข้าจากญี่ปุ่น ของมือสอง แต่ร้านในไทยที่มีก็ขายหมดแล้ว

จนเมื่ออาทิตย์ก่อนเจอโพสขายในกลุ่มจานชามมือสองมีลงขายพร้อมกล่องด้วยตื่นเต้นมาก และในที่สุดก็ได้มาจนได้ ครบ 3 ตัวละครหลักแล้ว สบายใจสุดๆ นี่ยังไม่ติดเรื่องแต่ละชุดจะมีจานกลมลายคู่กับแก้วมัคอีกนะ 555

ผลจากการตามหาแก้วริรัคคุมะเลยได้แก้วมัครูปรองเท้าบูท สีแดง ลายวันคริสต์มาส ของ IL BISONTE ที่แจกลูกค้าเมื่อปีที่แล้วมาด้วยอีก 1 ใบ เห็นว่าสวยดีเอาไว้ใช้ถ่ายรูปช่วงวันคริสมาตร์ คงจะสวยดีเข้ากับเทศกาล และก็ไปหาข้อมูลของแก้วใบนี้มาอีกแล้วประมาณว่าอยากรู้ที่มาที่ไปของแก้วที่ได้มา แก้วใบนี้ได้จากงาน IL BISONTE X’MAS FAIR Buon Natale! ช่วงวันที่ 1 ธ.ค. – 25 ธ.ค. 2016 เมื่อซื้อสินค้ามากกว่า 16,200 Yen รวมภาษี เป็นแก้วที่มีจำนวนจำกัดด้วย ต้องซื้อของตั้ง 5,000 บาทขึ้นไปแนะถึงจะได้แก้ว พอรู้ประวัติแล้วรู้สึกมีเรื่องราวน่าเก็บสะสมขึ้นอีกเยอะเลย

เว็บบล็อกอ้างอิง: IL BISONTE HAMAMATSU “IL BISONTE” Rubber (love) Hamamatsu store STAFF by Yuru BLOG

แกะกล่อง ขนมทำเอง โรสเซล่า ทำช็อกโกแลตเห็ด ชุด DIY My Garden

โรสเซล่า DIY My Garden ราคา 20 บาท

ชุดนี้จะมาทำเห็ดช็อกโกแลตหลากสี จริงๆ ก็แค่ 3 สีนะ ในกล่องจะมีแม่พิมพ์ทำหัวเห็ด มี 7 แบบ ขนมปังแท่งเล็กสำหรับทำต้นเห็ด ช็อกโกแลต 4 หลอด

ชุดนี้สำคัญตรงที่ช็อกโกแลตควรจะแช่น้ำอุ่นให้เนื้อเหลวลงก่อนไม่งั้นจะบีบลงแม่พิมพ์แล้วจะยากหน่อยไม่เป็นรูปร่าง เวลาเคาะแม่พิมพ์ช็อกโกแลตจะไม่เรียบเสมอกัน นอกนั้นก็ทำตามวิธีทำด้านหลังกล่องได้เลย ไม่ยาก แถมได้ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจ เหมือนในรูปเลย ชุดนี้ไม่ต้องมีฝีมือก็สามารถทำออกมาให้เป็นเห็ดสวยๆ ได้ง่ายๆ

แกะกล่อง ขนมทำเอง โรสเซล่า ทำคัพเค้ก ชุด DIY My Cupcake

โรสเซล่า ทำคัพเค้ก ชุด DIY My Cupcake ราคา 20 บาท

ขนม DIY ชุดนี้เป็นชุดทำคัพเค้กด้วยตัวเอง ในกล่องจะมีเวเฟอร์ถ้วยคัพเค้ก ซีเรียลรูปดาว ช็อกโกแลต 3 รส เยลลี่เชอร์รี่ เม็ดป๊อปสำหรับโรยหน้ามาให้พร้อม มีวิธีทำด้านหลังกล่อง

พอได้ลองทำดูแล้วก็ไม่ยุ่งยากเท่าไร ทำได้ง่ายๆ อาจจะวุ่นวายตอนบีบช็อกโกแลตแต่ทำเสร็จแล้วก็สนุกดี ขนมชุดนี้อร่อยด้วยนะช็อกโกแลตไม่หวานมากเหมือนชุดก่อน สำหรับชุดนี้ถ้าเราทำได้เด็กก็ทำได้แน่นอน

ลองชิม 7Select บะหมี่ รสผัดขี้เมาทะเล

7Select บะหมี่ รสผัดขี้เมาทะเล [ 7Select Fried Instant Bowl Noodles Kee Mao Seafood Flavour] ราคา 20 บาท

ในถ้วยจะมี ซองผงเครื่องปรุง ซองน้ำมันผัดขี้เมา ซองเนื้อและผักอบแห้ง ส้อมพลาสติก 1 อัน

กลิ่นเครื่องแกงผัดขึ้เมาแรงมาก กลิ่นพริกไทยอ่อนที่เหม็นเขียวหน่อยๆ ตามมาด้วยกลิ่นพริกป่นในห่อเครื่องปรุง ที่เรียกว่าใส่มาเป็นรสพริกป่นเลย เนื้อสัตว์ที่มีให้จะมีกุ้งแห้งตัวเล็กๆ กับชิ้นปลาหมึกสไลด์บางๆ นิดหน่อย เรียกว่าน้อยมากดีกว่า

ใส่น้ำรอ 3 นาที รินน้ำออกใส่เครื่องปรุงคนให้เข้ากัน ก็ได้ได้บะหมี่ผัดขี้เมาแห้งพร้อมทาน รสชาติคำแรกที่ได้นั้นเป็นรสหวานนุ่ม หวานมันๆ กลมกล่อม และตามมาด้วยความเผ็ดแซบแบบผัดขี้เมา รสพริกที่ใส่มาในผงเครื่องปรุงนี่มันโดดเด่นจริงเป็นพริกป่นแห้ง แต่เป็นรสที่อร่อยใช้ได้เลย ชอบรสนี้ตรงที่รสหวานนุ่มกลมกล่อมตอนกินคำแรกนี่หละเหมือนหลอกว่าไม่มีอะไรต้องระวังไม่เผ็ดหรอก 555

แกะกล่อง ตลับลูกอม Miniaturely Tablet Sailor Moon 5

Miniaturely Tablet Sailor Moon 5

ตลับลูกอมชุดนี้มาแบบกล่องยาว เพราะเปลี่ยนรูปแบบของตลับเป็นพวกคฑา-ปากกา แทน 1 กล่องจะมี 6 กล่อง มีแบบละ 2 กล่อง ตอนที่เห็นเปิดจองครั้งแรกก็ไม่อยากจะจองหรอกเพราะส่วนตัวคิดว่ามันไม่สวยเลย พวกคฑาอะไรเนี่ยเห็นทำออกมาขายหลายรูปแบบมากทั้งอันเล็ก อันใหญ่ อันเท่าของจริง อันเล็กมากๆ ก็มี คือเห็นจนเบื่อแล้ว พอมาเป็นตลับลูกอมก็คิดอยู่ว่าจะเอาลูกอมใส่ตรงไหน และมันก็ไม่สวยไงรูปร่างหัวโตๆ ด้ามป้อมๆ เหมือนของเล่น มันไม่ใช่ตลับที่เหมือนจริงแต่ขนาดเล็กเหมือนกับ 4 ชุดแรก แต่ก็นะ สั่งจองไปขำๆ อยากจะดูของจริงว่าเป็นไง

แบบที่ 1

แบบที่ 2

แบบที่ 3

แล้วที่ส่งสัยว่าจะเอาลูกอมใส่ลงไปตรงไหน คำตอบก็อยู่ด้านหลัง หมุนด้ามแล้วจะเจอช่องเล็กๆ ด้านหลัง ลูกลมจะลงไปอยู่ในด้ามเรียงกันเป็นชั้นๆ ปัญหาคือเอาลูกอมใส่ยากเพราะช่องมันขนาดพอดีกับลูกอมที่แถมมา จะเอาลูกอมอื่นๆ ใส่คงจะไม่ได้ถ้าขนาดใหญ่ไปหน่อยเดียว

สรุปภาพรวมแล้วตลับลูกอมชุดนี้ยังคงมีรายละเอียดของตัวตลับที่ดีเหมือนกับชุดที่ผ่านมา แต่ไม่ถูกใจเรื่องรูปร่างอัตราส่วนของมันสักเท่าไร แต่สำหรับคนที่ชอบและเก็บชุด Miniaturely Tablet มาตั้งแต่แรกก็คงจะต้องซื้อเก็บให้ครบชุดแน่นอน

Blog: วันที่ 17 มีนาคม 2560 เปรียบเทียบการส่งพัสดุไปรษณีย์ และ ระยะเวลาการส่งจากญี่ปุ่น

สั่งของจากเว็บ AmiAmi จากญี่ปุ่นมาคราวนี้ ลองเลือกการจัดส่งเป็นแบบ Air Small Packet ดู เพราะปกติจะเลือกแบบ EMS ซึ่งใชเวลาตั้งแต่ส่งจากญี่ปุ่นถึงบ้านประมาณ 7 วัน พอดี เลยอยากรู้ว่าส่งทางเครื่องบิน รูปแบบอื่นๆ จะถึงเร็วเหมือนกันรึเปล่า

มาสรุปผลระยะเวลาการจัดส่ง ด้านล่าง

  1. วันที่ 10 มีนาคม 2560 ทำการจ่ายเงิน
  2. วันที่ 11 มีนาคม 2560 ทางญี่ปุ่นดำเนินการส่งพัสดุ หมายเลขขึ้นระบบแล้ว
  3. วันที่ 12 มีนาคม 2560 พัสดุเดินทางออกจากศูนย์ที่ญี่ปุ่นแล้ว
  4. วันที่ 14 มีนาคม 2560 พัสดุเข้าระบบที่ศูนย์ไปรษณีย์รังสิตเรียบร้อย
  5. วันที่ 16 มีนาคม 2560 พัสดุมาถึงที่ศูนย์ไปรษณีย์โคราช
  6. วันที่ 17 มีนาคม 2560 พัสดุนำจ่ายถึงที่บ้าน

สรุปแล้วว่าใช้เวลาครบ 7 วันพอดิบพอดีเลย ไม่ต่างจากการส่งแบบ EMS ใช้เวลาเรียกว่าเท่ากันเลยก็ได้ แต่ราคาก็ถูกกว่าแบบ EMS ประมาณ 100 กว่าบาท ส่วนอื่นๆ คงจะต่างกันตรงการแทร็กกิ้งดูสถานะ กับเรื่องการประกันศูนย์หายละมั้ง ก็โอเคสำหรับส่งแบบ Air Small Packet เร็วและส่งถึงบ้านชอบตรงนี้ EMS ต้องเอาใบรับพัสดุไปรับที่ไปรษณีย์ตลอด(คงจะรู้ว่าทำไมถึงต้องไปรับเองนะครับ)

ราคาที่ต่างกันรอบนี้ : EMS 1,540 JPY, Air Small Packet 1,080 JPY

ทาโกะเอ็น ร้านทาโกะยากิใหม่ หน้า ม.ราชภัฏโคราช

ตอนนี้มีร้านขายทาโกะยากิมาขายหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาด้วย เพิ่งเคยเห็นคงจะมาเปิดขายได้ไม่นาน เดินผ่านไปตอนเที่ยงเห็นกำลังทำอยู่พอดีเลยแวะซื้อมา ครั้งแรกซื้อแบบชุดเล็ก 20 บาท ได้มา 4 ชิ้น แต่ราดซอสโรสหน้าด้วยสาหร่ายนี่ดูน่ากินขึ้นมาก ลืมบอกทาโกะยากิร้านนี้มีหลายไส้ด้วยนะ มีไส้ชีส ปูอัด ปลาหมึก แล้วก็อะไรสักอย่างนี่แหละจำไม่ได้

พูดถึงเรื่องรสชาตินั้นคงจะไม่ต้องเอาไปเที่ยบกับร้านในห้างหรอกมั้ง แต่อยากบอกว่ารสชาตินั้นอร่อยมาก แป้งข้างนอกกรอบด้านในนุ่มฉ่ำ กับซอสและมายองเนสกินพร้อมกันแล้วอร่อยมากๆ แป้งกับไส้อาจจะไม่แน่นเท่าของในห้างแต่แค่นี้ก็อร่อยใช้ได้เลย เผลอจะชอบร้านนี้มากกว่าในห้างอีกลองแวะไปชิมกันดู

อันนี้เป็นแบบชุดใหญ่ 50 บาท ได้มาเยอะเหมือนกัน ราดซอสเต็มที่ คราวนี้มีปลาแห้งโรยมาพร้อมกับสาหร่ายด้วย

ลองชิม 7Fresh พุดดิ้งไข่ชานม [7Fresh Egg Pudding with Milk Tea]

7Fresh พุดดิ้งไข่ชานม [7Fresh Egg Pudding with Milk Tea] น้ำหนัก 120 กรัม ราคา 20 บาท

ในถ้วยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนด้านล่างเป็นพุดดิ้งไข่ ฝาด้านบนจะมีซองชานมสำหรับราดบนพุดดิ้ง วิธีทานมีบอกไว้บนฉลากแล้วคือ เปิดฝาสีเงินออกประกบด้วยพุดดิ้งทั้ง 2 ส่วนแล้วกลับด้าน พุดดิ้งจะอยู่ในฝาด้านบนเป็นรูปร่างที่คุ้นเคย แล้วราดด้วยชานมที่ให้มาก็พร้อมทาน

ส่วนของพุดดิ้งมีกลิ่นหอมมันปกติ เนื้อเด้งดี ดูภายนอกเหมือนจะนิ่มเละ ชานมรสหวานอร่อยได้รสชาเข้มข้น พอเทเข้ากับพุดดิ้งน้ำชากับน้ำพุดดิ้งรวมกันแล้วอร่อยไม่หวานไปแต่ยังคงมีรสชาเข้มอยู่ เนื้อพุดดิ้งกลับแน่นเด้งไม่เละเหมือนที่คิด กินพร้อมกับชาเย็นในถ้วยแล้วมันอร่อยมาก ส่วนตัวชอบทุกอย่างที่เป็นวุ้นเด้งๆ อยู่แล้ว มาเจอพุดดิ้งเด้งได้เนื้อแน่นเข้าไปแล้วชอบมากเลย พุดดิ้งถ้วยนี้ให้ผ่านคะแนนเต็ม

แกะกล่อง RODE VideoMicro ไมโครโฟนขนาดเล็ก คุณภาพดี ราคาประหยัด

RODE VideoMicro ราคา 2,390 บาท, RODE SC6 ราคา 600 บาท, RODE SC7 ราคา 490 บาท

เลือกมานานแล้วสำหรับไมค์ที่จะซื้อมาใช้กับงานวีดีโอในบล็อก เลือกยี่ห้อนี้เพราะรู้จักแค่ยี่ห้อนี้ยี่ห้อเดียว 555 ไม่มีความรู้มากนักแต่ก็เลือกเยอะเพราะยี่ห้อนี้ทำไมโครโฟนออกมาหลายรุ่น ราคาใกล้เคียงกันด้วย ดูรีวิวจากหลายๆ ที่แล้วก็ตัดสินใจเลือกรุ่น VideoMicro นี่หละราคาถูก และคุณภาพเสียงดีใกล้กับตัวอื่นๆ (เป็นความชอบส่วนตัวนะ) แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อยืดยาวมาหลายเดือน จนตอนนี้กำลังมีงานที่จะต้องใช้การอัดเสียง เลยมีโอกาสที่จะซื้อมาใช้สักที

ภายในกล่องจะประกอบด้วย

  • ตัวไมค์ 1 ตัว
  • ขาเมาท์จับไมค์ [Rycote Lyre suspension mount] 1 อัน
  • วินชิลด์ ไอ้ตัวปุกปุยครอบไมค์เอาไว้กันลม [Furry Windshield] 1 อัน
  • สายเชื่อมต่อไมค์กับอุปกรณ์ 1 เส้น

ตัวไมค์มีขนาดเล็ก วัสดุดูดีมีคุณภาพไม่ก๊อกแก๊กมีน้ำหนักพอสมควรเหมือนจะเป็นโลหะเพราะสัมผัสเย็น ขาเมาท์จับไมค์เป็นพลาสติกรวมไปถึงตัวฐานที่ใช้ติดกับกล้องด้วย สายเชื่อมต่อเส้นหนาดูแข็งแรงทนทาน

หน้าตาหลังจากประกอบร่างแล้วก็ยังดูขนาดเล็กไม่ใหญ่เกินไป ใส่วินชิลด์แล้วใหญ่ขึ้นนึดหน่อยไม่เป็ญหา

งานแรกที่เอามาใช้เป็นงานอัดเสียงประกอบวีดีโอ โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องอัดเสียง เลยจัดอุปกรณ์เสริมมาเพิ่ม 2 ตัว สายต่อไมค์เข้ากับช่องต่อในมือถือ SC7 และอีกอันซื้อมาแบบงงๆ ตัวเชื่อมต่อ SC6 เอาไว้ต่อไมค์เข้ากับช่องต่อในมือถือได้ 2 ตัว พร้อมกับช่องเสียบหูฟังสำหรับฟังเสียงโดยไม่ต้องเสียบ ต้องถอดสายไมค์บ่อยๆ ได้ลองใช้งานดูแล้วรับเสียงได้ดีเลย เสียงออกมาชัดมีเสียงรบกวนน้อย พูดเหมือนเคยใช้ไมค์รุ่นอื่นมาก่อนอย่างงั้นแหละ ส่วนตัวยังไม่เคยใช้อุปกรณ์พวกนี้มาก่อนเลยค่อนข้างพอใจกับเสียงอัดที่ได้มาจากไมค์อันนี้มาก

แกะกล่อง Samsung Galaxy Tab A [2016] 10.1″ with S Pen

Samsung Galaxy Tab A [2016] 10.1″ with S Pen  + Book Cover  ราคา 12,900 บาท [Samsung Shop by Jay Mart]

สเป็คคร่าวๆ

  • หน้าจอ ความละเอียด 1920 x 1200 [10.1″] TFT LCD
  • ซีพียู 1.6 GHz Octa Core Processor
  • แรม 3GB
  • กล้อง 8.0 MP AF + 2.0 MP
  • แบตเตอรี่ 7,300 mAh
  • ปากกา S Pen

Samsung Galaxy Tab A [6] ตัวนี้คิดอยู่นานมากกว่าจะซื้อมา เพราะมี Note5 ใช้อยู่แล้ว สป็คของ Note5 ก็ดีกว่าด้วย แต่ด้วยความไม่สะดวกของหน้าจอ Note5 ที่มันเล็ก และความละเอียดสูง เวลาใช้งานวาดรูปมันจะต้อคอยขยายหน้าจอขึ้นมาบ่อยๆ วาดเส้นก็วาดได้นิดเดียวก็สุดหน้าจอแล้วไม่ค่อยสะดวก เลยอยากหาอะไรที่หน้าจอใหญ่ๆ มาใช้วาดรูปแทน มองไปมองมาก็มีแค่ตัวนี้จอขนาด 10.1 นิ้ว กำลังดี รุ่นใหม่ด้วย ไปลองเล่นที่ร้านแล้วค่อนข้างถูกใจ เลยจัดมาลองใช้งานดูสักพัก ถ้าไม่โอเคค่อยขายทิ้งก็แล้วกัน

Samsung Galaxy Tab A [6] ได้มาจากร้าน Samsung Shop by Jay Mart ที่เดอะมอลล์ ในราคา 12,900 บาท แถมเคสแบบ Book Cover สีขาว สีเดียวกับตัวเครื่อง ซึ่งถามพนักงานแล้วว่ามีแค่สีขาวสีเดียว ไม่ค่อยชอบสีขาวเท่าไหร่เพราะเปื้อนง่าย แต่ก็ไม่มีสีอื่นให้เลือก

วันที่เขียนแกะกล่องนี้ก็ใช้งานตัว Tab A [6] มาได้ 2 อาทิตย์พอดี ถือว่าใช้งานตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้ดีเลยทีเดียว ดังนั้นเลือกใช้ Tab A [6] ต่อ และก็ปล่อย Note5 ออกไปเรียบร้อย หลายคนอาจจะสงสัยว่าปล่อย Note5 ไปทำไมเสป็คดีกว่าเห็นๆ ก็อยากบอกว่ามันเป็นความชอบและความต้องการส่วนตัวครับ เหตุผลก็ตามด้านบนเลย และส่วนตัวก็ยังใช้ S7 Edge อยู่ เลยไม่ได้คิดว่าจะเสียอะไรที่ดีไปสักเท่าไรครับ

เล่าเรื่องส่วนตัวมาสักพักแล้วก็จะมาแกะกล่องดูด้านในกล่องกันว่ามีอะไรบ้าง บทความนี้จะไม่มีการรีวิวระบบการทำงาน เมนูต่างๆ ของเครื่องนะครับ มีแค่แกะกล่องเฉยๆ คิดว่าคงหาอ่านจากที่อื่นกันได้มากมาย

ตัวเครื่องทั้งหมดทำมาจากพลาสติกแบบด้าน สีขาวมุก การประกอบเครื่องแน่นหนาไม่มีเสียงกรอบแกรม กระจกหน้าจอเป็นแบบเรียบไม่มีตัดขอบติดฟิล์มใสธรรมดาได้ไม่มีขอบลอย (ผมติดฟิล์ม Focus แบบใสธรรมดา สั่งจาก Lazada 240 บาท) จอภาพสวย มีความละเอียดดี ไม่เนียนเท่า Note5 เพราะด้วยความละเอียดหน้าจอและขนาดของหน้าจอ สีจอสวยแต่ติดไปทางอมฟ้า ไม่เป็นปัญหาดีกว่าจอมเหลือง มุมมองกว้างพอสมควรเอียงจอดูได้สบาย เสียงลำโพงไม่ดังมากเวลาใช้งานนอกสถานที่ แต่ใช้งานในห้องได้เสียงดังปกติดี ปากกา S Pen แท่งหนามีลอนบนแท่ง จับถนัดมือดีกว่าปากกาของ Note5 หัวปากกาสัมผัสแรงกดได้ใกล้เคียงกับปากกาของ Note5 ของ Note5 เขียนลายเส้นได้ลื่นเนียนกว่านิดหน่อย เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ใช้งานเพราะผมไม่สามารถสัมผัสแรงกดได้ตามระดับของปากกา ปากกาใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ตัวเครื่องไม่มีไฟแสดงสถานะ LED ไม่มี NFC ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า

ตัวเคส Book Cover ที่แถมมา มีราคากว่า 1,600 กว่าบาทนั้นเรียกว่าคุ้มเลยเพราะให้ซื้อเองคงไม่ซื้อ ไปซื้อของไม่มียี่ห้อใช้แทนเพราะราคาถูกกว่ามาก แต่ตอนนี้แถมมาพร้อมกับเครื่องเลย ตัวเคสสีขาว ด้านนอกสัมผัสลื่น แต่หนืดจับนัดมือ ด้านในเคสเป็นพื้นผิวนุ่มๆ ดูกระชับดี เคสเป็นเคสแม่เหล็ก สามารถพับเคสเป็นแท่นวางเครื่องได้ ปรับความเอียงได้ 2 ระดับ ใส่กับเครื่องแล้วดูดีมีสกุลมาก ทำให้รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่ได้มามากเลย