แกะกล่อง Samsung GALAXY Note Fan Edition

เครื่อง GALAXY Note Fan Edition ที่ได้มานี้เป็นเครื่องจากเครือข่าย KT จากประเทศเกาหลีใต้ เป็นเครื่องแบบ 1 ซิม แพ็คเกตของ Samsung GALAXY Note Fan Edition ยังคงเป็นกล่องสีดำตัวหนังสีสีน้ำเงินเหมือนกับรุ่น  GALAXY S7 Edge โดยมีกล่องสวมชั้นนอกที่ด้านหน้ากล่องมีรูปหัวใจสีน้ำเงิน พร้อมกับชื่อรุ่น Fan Edition ชัดเจน ด้านในเป็นกล่องที่เปิดออกด้วยระบบแม่เหล็ก เปิดออกมาก็จะพบกับตัวเครื่อง และอุปกรณ์ภายในกล่อง

Samsung Galaxy Note Fan Edition วางขายในเกาหลีเมื่อวันที่ 7/7/2017 อ้างอิง Samsung KR

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง
  • เคส Clear View Cover สีเดียวกับตัวเครื่อง
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบขากลม
  • สายเคเบิลแบบ USB C
  • ตัว USB OTG สำหรับเสียบอุปกรณ์ USB
  • หัวแปลง Micro USB to USB C
  • หัวปากกา S Pen 5 หัว พร้อม แหนบ
  • หูฟังรุ่่นเดิมในกล่องพลาสติกสีดำใส

 

สีของตัวเครื่องที่เลือกมาคือ สีฟ้า (Blue Coral) มีขอบอลูมิเนียมตัวเครื่องเป็น สีทองชมพู (Rose Gold) ด้านหน้าไม่มีโลโก้ Samsung แล้ว มองดูด้านล้างหน้าจอก็จะเห็นปุ่ม Home พร้อมกับระบบสแกนนิ้วมือ แบบดั้งเดิม สะดวกใช้งานมาก

ด้านหลังจะมีเลนส์กล้อง เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ โลโก้ Samsung พร้อมกับชื่อรุ่นอยู่ด้านล่าง

ด้านข้างซ็ายจะมีแค่ปุ่มปรับระดับเสียง ด้านขวามีแค่ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ด้านบนเป็นช่องใส่ซิมการ์ด และ การ์ดหน่วยความจำแบบ Micro SD Card  ด้านล่างจะช่องเชื่อมต่อแบบ USB C ช่องลำโพง และ ปากกา S Pen

 

ปากกา S Pen ของ Note FE นี้จะมีสีเดียวกับตัวเครื่อง หัวปากกาจะเป็นแบบหัวแหลมเล็กกว่า Note 5  ตรงที่กดปลายปลากกาจะเป็นอลูมิเนียมสีเดียวกับขอบตัวเครื่องกลมกลืนกันดี

ดูจากภายนอกแล้วมันก็คือ Note 7 นั่นแหละ เพียงแค่ปรับปรุงเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ที่มีความจุน้อยกว่าเดิม จาก 3,500mAh เป็น 3,200mAh นั่นเอง

สิ่งที่ชอบ

  • ชอบสีฟ้าของตัวเครื่องมากๆ ด้านหน้าของเครื่องเป็นสีเหมือนด้านหลัง ไม่ชอบ S8+ ตรงที่กระจกด้านหน้าเป็นสีดำเหตุผลที่เค้าบอกมาก็เพราะจะซ่อนช่องเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่มีเยอะมาก พอเลือกตัวเครื่องด้านหลังเป็นสีดำกลับทำให้ทุกอย่างดำไปหมดเลยดูไม่สวย ส่วน Note FE ก็มีเซ็นเซอร์เยอะเหมือนกับ S8+ นะ ที่เห็นมีแค่ 3 ช่องด้านบนนั้น เซ็นเซอร์ตัวอื่นๆ อยู่ใต้ฟิล์มสีฟ้านั่นเอง ถามว่ามีปัญหากับพวกเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีฟ้าไหม? ไม่มีปัญหาใช้งานได้ปกติ เรียกว่าออกแบบได้ฉลาดมากซ่อนเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีทำให้ด้านหน้าเครื่องดูไม่รกแต่ไม่รู้ทำไมไม่ทำกับ S8+ แบบนี้บ้าง
  • ชอบปุ่ม Home และ สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหน้าที่เดิมคุ้นเคย
  • มีปากกา S Pen
  • ชอบสแกนม่านตาเร็วมากไม่ตั้งใจมองก็สแกนได้ ข้อนี้อยากบอกว่าสแกนม่านตามันเร็วกว่าของ S8+ ที่ใช้อีกนะ กดปุ๊ปมองจอก็ปลดล็อกปั๊ป ของ S8+ มันสแกนได้บ้างไม่ได้บ้างต้องเอามือไปจิ้มสแกนนิ้วข้างหลังแทนน่าหงุดหงิด ข้อนี้เป็นความรู้สึกตัวตัวนะครับ

ข้อสังเกต

  • กล้องถ่ายรูป ปิดเสียงชัตเตอร์ไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนเป็นโหมดไม่ใช้เสียงแล้ว ซึ่งเสียงชัตเตอร์นี่ดังมากกก ปรับระดับเสียงให้เบาลงไม่ได้ด้วย / แก้ปัญหาโดยใช้ App ถ่ายรูปตัวอื่นโหลดใน Play Store
  • ใช้ Samsung Pay ในไทยไม่ได้ ต้องใส่ซิมเกาหลีเท่านั้นถึงจะใช้งานได้
  • หาฟิล์มกันรอยดีๆ ในไทยไม่ได้ / ตอนนี้ยังหาฟิล์มที่คลุมขอบโค้งแบบที่ไม่ใช่ TPU และขายในไทยไม่ได้ ต้องสั่งจากต่างประเทศ

หลังจากรอคอยมานานเรียกว่าถูกใจมาก รูปร่าง สีสันตัวเครื่อง ที่สำคัญคือ S Pen นี่แหละสิ่งที่ต้องการ ตอนนี้ได้เอามาใช้แทน S8+ เครื่องเดิมแล้ว การใช้งานหลังจากนี้มีปัญหาอะไรจะเขียนเล่าไว้ในบล็อกต่อๆ ไปครับ

 

แกะกล่อง รองเท้า บาจา Bata รุ่น Star Wars

รองเท้า บาจา รุ่น Star Wars [Bata Star Wars exclusive collection] ราคา 499 บาท

รองเท้ารุ่นนี้วางขายในเว็บ Lazada เท่านั้น (เค้าว่ามา) โดยมีจำหน่ายเรื่อยๆ เพราะเห็นว่าเดี๋ยวก็หมด เดี๋ยวก็มาขายใหม่ ไม่เหมือนว่าจะเป็นรุ่นลิมิเต็ตอะไรนะ  แต่เป็นรุ่นที่เรียกว่า “Bata Star Wars exclusive collection” ตัวเองก็ไม่ได้เป็นแฟนหนัง Star Wars แต่อย่างใด อยากได้รองเท้าใส่สบายสักคู่นึงเฉยๆ ราคาป้ายอยู่ที่ 999 บาท แต่สามารถซื้อได้ 499 บาท ตามช่วงโปรโมชั่นที่มีมาบ่อยมาก เข้าไปดูในเว็บเห็นว่ามีขนาดเท้าของเราเลยกดซื้อไป เลื่อนลงมาเห็นส่วนของรีวิวก็เห็นว่ามีรีวิวย้อนกลับไปเกือบๆ ห้าเดือนแล้ว ส่วนใหญ่ก็บอกว่าสวยสมราคาดี ขนาดใหญ่ไปบ้าง อะไรบ้างเดี๋ยวต้องมาดูกัน

แกะกล่องออกมารองเท้าแพ็คอยู่ในกล่องอย่างดี  มีกระดาษยัดข้างในและแกนพลาสติกใส่ไว้ทำให้รองเท้าไม่เสียรูปทรงเวลาอยู่ในกล่อง ตัวรองเท้าทำจากผ้าสีดำ เนื้อผ้าดูทนทาน ด้านในรองเท้ามีลายกราฟฟิก แต่ไม่รู้ว่าเป็นลายอะไรเหมืือนกัน พื้นรองเท้ามีตราโลโก้ Star Wars ตัวหนาเห็นได้ชัดเจน พื้นรองเท้าน่าจะทำจากยางหนา และแน่นดีมาก ต้องดูตอนใส่จริงว่าจะใส่สบายหรือไม่  ตัวรองเท้าจะมีหัวของ Darth Vader ตัวร้ายในหนัง สีเงินติดอยู่ข้างๆ ด้วย พื้นรองเท้าเป็นยางสีขาวมีลายกราฟฟิกสวยดี

ลองใส่แล้วตอนไปดูหนังเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รองเท้าใส่แล้วรู้สึกว่าจะใหญ่กว่าปกติ 1 เบอร์ ปกติจะใส่เบอร์ 43 สั่งมาเบอร์ 43 แต่มันหลวมหน่อยๆ ไม่กระชับ เหมือนที่มีคนมารีวิวเอาไว้ในเว็บจริงๆ ด้วย แต่ก็โอเคใส่แล้วสบายไม่คับดี ช่วงหัวรองเท้าตื้นกว่ารองเท้าแบบ slip on ทั่วไปตอนแรกกลัวว่าจะใส่เดินแล้วรองเท้าจะหลุดง่ายแต่พอใช้จริงแล้วโอเคเลย มาถึงเรื่องของพื้นรองเท้าด้านในที่เป็นยางแน่นๆ นั้น เรียกว่าแน่นจริงๆ แต่ก็ไม่แข็งถึงกับใส่ไม่สบายนะ แต่ก็ไม่ได้เป็นพื้นที่ใส่แล้วนุ่มสบายสักเท่าไหร่ พื้นรองเท้าด้านนอกเป็นยางใส่เดินบนพื้นกระเบื้องแล้วไม่ลื่น สรุปแล้วเป็นรองเท้าที่คุณภาพดีสมราคา เอาไว้ใส่ในวันสบายๆ ได้ดีคู่หนึ่งเลย แต่ถ้าจะใส่เอาไว้เดินมากๆ ก็อาจจะเมื่อยเท้านิดหน่อยนะ

ลองชิม เนสกาแฟ โกลด์ ไอซ์ คอฟฟี่ คอนเซนเทรท เอสเพรสโซ และ ม็อคค่า

Nescafe Gold Iced Coffee Concentrate Espresso, Mocha ขนาด 96 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 75 บาท

กาแฟบีบ อาจจะเป็นชื่อที่เรียกแล้วเข้าใจกันง่ายที่สุดสำหรับการลองชิมกาแฟใหม่ในครั้งนี้ ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ที่นำเข้ามาจำหน่าย จริงๆ แล้วก็เห็นว่ามาขายตั้งแต่เมษายนแล้วละ เพียงแต่ว่าที่โคราชยังหาซื้อไม่ได้ ครั้งนี้ได้มาลองชิมซึ่งเป็นของฝากที่ส่งมาให้จากต่างจังหวัดเลย เพราะยังหาซื้อที่โคราชไม่ได้ (เห็นว่าที่ TOP มีขาย แต่อยู่ไกลเลยไม่ได้ไปดู)

ได้มา 2 รส รสเอสเพรทโซ กับ ม็อคค่า รูปร่างภายนอกจะเป็นแบบขวดมีฝาปิด ขวดเป็นแบบบีบได้ หัวบีบเป็นหัวบีบที่ดูแล้วทนทานไม่รั่ว ไม่ตัน

วิธีชงก็บีบกาแฟ ประมาณ 2 ช้อนชาครึ่ง ผสมกับนมสดประมาณ 100 มล. คนให้เข้ากันแล้เติมน้ำแข็ง

  • รสม็อคค่า ได้กลิ่นหอมกาแฟกับช็อกโกแลต มีรสหวานแบบหวานช็อกโกแลต หวานกำลังดี กาแฟไม่เข้มมาก มีความหอมช็อกโกแลตระหว่างดื่ม
  • รสเอสเพรสโซ ได้กลิ่นหอมกาแฟแบบกาแฟเย็นที่คุ้นเคยเลยละ รสกาแฟเข้มและเด่นกว่าม็อคค่า ตามด้วยรสหวานมัน เป็นรสกาแฟแบบกาแฟกระป๋องที่หวานหอม อร่อยมาก

ลองชงแล้วก็ง่ายและสะดวกดีสำหรับการชงกาแฟเย็นแบบรวดเร็ว เพียงแต่สงสัยว่าชงตามปริมาณที่ระบุมาแล้วควรใส่แก้วแล้วใส่น้ำแข็งมากน้อยแค่ไหนถึงจะได้รสที่เป็นมาตรฐาน คิดว่าคงให้ใส่ตามใจชอบละมั้ง เพราะที่ลองชิมไปชงตามที่ระบุและใส่แก้วขนาดเล็ก ดื่มใกล้หมดแก้วจะรู้สึกว่ามันหวานคอจนขนลุกเลย ครั้งต่อไปคงจะต้องใส่นมและน้ำแข็งเพิ่มสักหน่อย

สรุปแล้วเป็นการทำกาแฟเย็นเองที่ง่ายมากไม่ต้องกะปริมาณให้ปวดหัว ชงไปแล้วรสไม่ถูกใจก็บีบกาแฟเพิ่ม ถ้าเข็มข้นไปก็ใส่นม หรือน้ำแข็งเพิ่มเท่านั้น ก็จะได้รสชาติกาแฟเย็นที่ถูกใจสุดๆ แล้ว

Blog: วันที่ 12 สิงหาคม 2560 วันแม่แห่งชาติ และ ไปดูหนัง Annabelle: Creation

สวัสดีวันแม่! วันนี้วันเสาร์เป็นวันแม่แห่งชาติ วางแผนไว้ว่าวันนี้จะไปดูหนังเรื่อง Annabelle: Creation จะไปดูรอบ 11.30 น. เป็นรอบเสียงอังกฤษ เพื่อหลีกเหลี่ยงคนเยอะในวันแม่แห่งชาติเลยตั้งใจว่าจะดูรอบเช้าๆ มาถึงโรงหนังประมาณ 11.10 น. เป็นเวลาก่อนฉายไม่มากไม่ต้องรอนาน รีบซื้อตัวแล้วก็นั่งรอ มองดูนาฬิกาเวลา 11.26 น. ใกล้เวลาแล้ว แต่ไม่เห็นมีประกาศแจ้งให้เข้าโรงภาพยนตร์อะไร แปลกใจเลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่หน้าโรงภาพยนตร์ว่าเข้าได้รึยัง ส่งตั๋วให้เจ้าหน้าที่แล้วก็เข้าไปในโรงภาพยนตร์ หนังตัวอย่างฉายไปแล้ว ไม่มีคนเลย เข้ามาเป็นคนแรก หนังตัวอย่างคงฉายมาหลายเรื่องแล้วเพราะพอนั่งลงก็เป็นโฆษณาก่อนยืนถวายความเคารพพอดี

เมื่อหนังเริ่มฉายมันน่าแปลกใจตรงที่หน้าจอกว้างมากเคยเข้ามาดูเรื่องอื่นๆ ก็ฉายกว้างปกติ แต่มาเรื่องนี้หน้าจอกลับปรับเข้ามาฉายตรงกลางจอเล็ก มีแถบดำด้านบนและล่าง เหมือนดูหนัง DVD ในทีวีที่บ้านยังไงยังงั้น  ดูอัตราส่วนของเนื้อภาพยนตร์ก็น่าจะเต็มจอกว้างๆ ได้ แต่กลับทำมาเป็นแถบบน-ล่าง คิดว่าน่าจะเป็นเฉพาะแบบที่ฉายเสียงอังกฤษสำหรับเรื่องนี้ เสียอรรถรสไปมากเลย

มาเล่าเรื่องหนังดีกว่า Annabelle: Creation ภาคนี้เป็นภาคที่ 2 เป็นภาคที่เล่าเรื่องต้นกำหนดของตุ๊กตา และครอบครัวที่สร้างตุ๊กตา ก่อนจะมาถึงเรื่องในภาคแรก เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากเข้าใจได้ง่าย แต่คนที่ไปดูเรื่องนี้แน่นอนต้องไปดูเพราะต้องการความน่ากลัวของตัวหนัง และก็ไม่ผิดหวังแน่ๆ หนังมีครบทุกรส มีอะไรให้ลุ้น ให้ตกใจตลอดทั้งเรื่อง มีมุกตลกให้พอขำลดความกลัวได้บ้าง เรียกว่าเป็นหนังผีที่สนุกได้เลย และตอนจบสามารถเชื่อมต่อเนื้อหาไปภาคแรกได้อย่างฉากต่อฉากลงตัวพอดี ไม่มีอะไรค้างคา สรุปแล้วชอบนะภาคนี้ เดี๋ยวต้องติดตามเรื่องอื่นๆ ที่แตกออกจาก The Conjuring ที่จะมีมาหลายเรื่อง คิดแล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

แกะกล่อง วิทยุ TECSUN รุ่น R-9012

ครั้งนี้จะมาแกะกล่องวิทยุ TECSUN รุ่น R-9012 ที่สั่งมาจาก Lazada เป็นวิทยุที่รับคลื่น FM, MW, SW เรียกว่ารับคลื่นได้หลากหลายในตัวเดียวเลย ที่ซื้อมาก็เพราะจะลองเล่นช่วงคลื่นสั่น (Shortwave Radio) วันนี้ก็เลยจะมาแกะกล่องดูข้างในว่าตัววิทยุเป็นอย่างไร มีอะไรในกล่องบ้าง และการใช้งานคร่าวๆ

วิทยุมาในกล่องกระดาษลูกฟูกปกติตามสไตล์ วิทยุจะอยู่ในซองพลาสติกกันกระแทก มาพร้อมกับคู่มือภาษาจีน ทั้งกล่องมีเท่านี้เลย

  • ด้านหน้าจะเป็นลำโพงขนาดค่อนข้างใหญ่ มีแผงหน้าปัดแสดงรายการหมายเลขคลื่นในย่านความถี่ต่างๆ ด้านล่างมีสวิตช์เลื่อนเปลี่ยนย่านความถี่
  • ด้านหลังมีช่องใส่ถ่านขนาด AA จำนวน 2 ก้อน มีแผงพลาสติกเปิดออกมาใช้เป็นขาตั้งได้
  • ด้านขวามีปุ่มหมุนจูนคลื่นวิทยุ ด้านล้างจะเป็นสวิทตช์ปิด-เปิดเครื่อง
  • ด้านซ้าย เรียงจากด้านบนจะมีเชื่อกคล้องข้อมูล ตัวปรับความดังเสียง ช่องเสียบหูฟังแบบโลหะ ช่องเสียบไฟ
  • ด้านบนจะมีเสาอากาศ ด้านล่างไม่มีอะไร

วัสดุตัวเครื่องนั้นทำจากพลาสติกที่ดูมีคุณภาพดีเลยทีเดียว การประกอบเครื่องแน่นบีบแล้วไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าด สวิทเลื่อนมีจังหวะดีไม่หลวม ปุ่มหมุนจูนคลื่นนั้นหมุนหนืดดีมาก และปุ่มปรับเสียงหมุนได้ลื่นดี

การใช้งานก็รับคลื่นวิทยุ FM ได้ชัดเจนถ้าอยู่ในที่โล่ง คลื่นที่สัญญาณอ่อนก็ฟังได้ เพียงแต่มีเสียงรบกวนแบบวิทยุปกติ แต่ครบช่วงคลื่นที่มีรึเปล่าไม่รู้ไม่ขอออกความคิดเห็น

คลื่น MW หรือ AM นั้นไม่รู้ว่าที่บ้านเป็นพื้นที่อับสัญญาณหรืออย่างไรรับสัญญาณชัดๆ ได้ไม่กี่คลื่น แม้จะดึงเสาสัญญาณออกมาแล้ว

คลื่น SW ลองหมุนจูนฟังดูทุกคลื่นความถี่อย่างคร่าวๆ แล้วช่วงเวลากลางวัน สามารถรับคลื่นจากประเทศได้อยู่ ไม่ชัดมากแต่ก็ฟังได้ น่าตื่นเต้นมากๆ เดี๋ยวจะลองเล่นลองเปลี่ยนสถานที่ดูเรื่อยๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟังในบล็อกต่อไปนะครับ

สรุปแล้ววิทยุ TECSUN รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์การเป็นวิทยุได้ด้วยตัวของมันเอง ด้วยการใช้งานที่ง่าย และมีช่วงคลื่นความถี่ที่หลากหลาย เท่านี้ก็พอแล้วสำหรับวิทยุสักเครื่อง เป็นความคิดส่วนตัวนะครับ ( ͡° ͜ʖ ͡°)

Blog: วันที่ 10 สิงหาคม 2560 บะหมี่นิชชินมีขายแบบยกแพ็คแล้วที่โลตัส

วันนี้ไปซื้อของกินของใช้ประจำเดือน ที่ห้างโลตัส แวะเข้าแผนกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เดิินไปหยิบ ยำยำ รสหมูสับ แสนอร่อย ระหว่างเดิินกลับไปที่รถเข็นนั้นเหลือบไปเห็นที่ชั้นบนสุดของชั้นวางมีบะหมี่่นิชชิน รสใหม่ ทั้ง 3 รส ขายที่โลตัสแล้ว แถมเป็นแบบจัดชุด 5 ซอง ราคาแพ็คละ 45 บาท ถูกกว่าซื้อที่เซเว่นถึงซองละ 1 บาท เลยเชียวนะ เลยหยิบรสทงคตสึมาเพิ่มอีก 1 แพ็ค

ซื้อของเสร็จก็สบายใจแล้วว่าวันหยุดยาวนี้จะมีบะหมี่อร่อยๆ กินระหว่างวันหยุด คิดเหมือนจะไม่ไปไหนเลย จริงๆ ก็ตั้งใจไว้ว่าวันเสาร์จะไปดูหนัง Annabelle Creation ด้วย ภาคต่อภาคนี้เป็นเรื่องเริ่มต้นของตุ๊กตาตัวนี้เลยน่าดูมากๆ ไปดูคนเดียวคงจะหลอนน่าดู

แกะกล่อง ตลับลูกอม Miniaturely Tablet Sailor Moon Part 6

Miniaturely Tablet Sailor Moon Part.6 ราคา 4,040 Yen / ราคารวมส่งจากญี่ปุ่นแล้วประมาณ 1,500 บาท

ตลับยา Sailor Moon รุ่นนี้คงจะเรียกว่าตลับยาไม่ได้แล้ว คงเป็นแค่ตลับใส่ลูกอมซะมากกว่า ใส่ลูกอมที่แถมมา ส่วนยาใส่ได้แค่ยาแก้แพ้มั้งเม็ดเล็กๆ ในกล่องใหญ่จะมีตลับยาอยู่ 6 กล่อง มีแบบซ้ำ 2 กล่อง

แพ็คเกตยังคงเป็นกล่องพลาสติกใส มีโครงพลาสติกตั้งตัวตลับยาด้านในดูดีเหมือนเดิม มีห่อลูกอมอยู่ใต้ฐานกระดาษด้านล่าง ลูกอมรสพีชหอม หวานเย็นๆ อร่อยดี

ตัวตลับยังคงทำรายละเอียดได้ดี ใช้พลาสติกสี – พลาสติกใส เป็นส่วนๆ จริง ไม่ใช่แค่เอาสีทา ทำให้มีรายละเอียดที่ดีสวยงามสมจริง เพียงแต่ช่องใส่ยา หรือลูกอมจะเล็กไปหน่อยเพราะใส่ได้ตามความยาวของคฑา ช่องร้อยโซ่พวงกุญแจของบางตลับจะเป็นพลาสติกขนาดเล็กดูแล้วบอบบาง

สรุปแล้วก็เป็นอีกหนึ่งชุดที่ทำออกมาแบบสวยเหมือนจริง ขนาดเล็กน่ารักดี

Blog: วันที่ 8 สิงหาคม 2560 ขายโทรศัพท์มือถือในเว็บ ขายดี Kaidee.com

เมื่อวานนี้ตอนเย็น มีนัดดูของที่ลงขายไว้ในเว็บ ขายดี (Kaidee.com) นัดดูที่เดอะมอลล์ ได้เวลาเลิกงานก็รีบเดินทางไปทันทีท่ามกลางสภาพอากาศที่มีเมฆครึ้ม ขึ้นรถเมล์ไปได้สักพักฝนก็เริ่มตก และตกแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไปถึงเดอะมอลล์ได้ปลอดภัยดี แค่ตัวเปียกไปหมด

มาเล่าเรื่องขายของในเว็บ “ขายดี” ดีกว่า ไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีหรืออย่างไร เวลาลงขายในเว็บ “ขายดี” ทีไรก็ขายออกได้เร็ว แถมเร็วมากอีกด้วย เคยเปิดเข้าดูของที่คนอื่นลงขายเรื่อยๆ ผ่านไปหลายอาทิตย์เข้าไปดูยังเห็นขายอยู่เลยก็มี ไม่รู้ว่าขายได้แล้วลืมลบรายการออก หรือไม่มีคนสนใจกันแน่ แต่ขอคิดว่าเราโชคดีมากกว่าที่ขายได้เร็ว แล้วก็เจอคนซื้อที่ไม่เรื่องมากเข้าใจคนขายตลอดๆ

ของส่วนใหญ่ที่ลงขายก็เป็นพวกโทรศัพท์มือถือนี่แหละ จะเป็นช่วงที่เราเปลี่ยนเครื่องใหม่ แล้วโอเคกับเครื่องใหม่แล้วก็จะทำการเอาเครื่องเก่าไปประกาศลงขายในเว็บ “ขายดี” ครั้งก่อนๆ ปล่อยเครื่องเก่าขายไปประมาณเครื่องละหมื่นต้นๆ ตั้งราคาไว้เป็นราคามือสองที่สมเหตุสมผลโดยเทียบราคากับมือถือรุ่นเดียวกันกับของคนอื่นที่ลงไว้หลายๆ ประกาศ แล้วเราก็มาตั้งราคาที่ต่ำกว่าของคนอื่นแต่ก็ต้องเป็นราคาที่เราพอใจและรับได้ด้วย นี่ละมั้งเลยทำให้เครื่องของเราขายได้เร็วกว่าประกาศของคนอื่น

มาครั้งล่าสุดก็เมื่อวานนี้ลงขายเครื่อง S8+ หลังจากได้ Note FE มาใช้ ก็ลงขายช่วงเที่ยงๆ ของวันอาทิตย์ ตั้งราคาไว้ สองหมื่นต้นๆ โดยเทียบราคากับประกาศอื่นๆ ในจังหวัดที่ลงขายไว้ ส่วนใหญ่ประมาณ 22,000 – 23,000 บาท เลยตั้งไว้ถูกกว่าคนอื่นๆ ประมาณ 1-2 พันบาท ตั้งถูกหน่อยกลัวว่าจะขายยาก เพราะคิดว่ามือถือมือสองเครื่องสองหมื่นกว่าๆ นี่จะมีกี่คนที่จะซื้อกันเชียว พอลงปุ๊ปก็มีข้อความเข้ามาสอบถามต่อราคาปั๊ปเลย ต่อไปหมื่นเจ็ดพัน โอ๊ยทำไมต่อเยอะจัง หลังจากลงประกาศก็มีคนเข้ามาถามเรื่อยๆ ส่วนมากจะกดข้อความด่วนถามมาว่า “ลดได้ไหม?” พอบอกราคาที่ลดให้ก็แค่อ่านแล้วก็เงียบไป… เกลียดไอ้ข้อความด่วนของเว็บจัง ได้แค่คิดในใจว่าราคานี้สำหรับรุ่น S8+ นี่ นี่ก็ถูกกว่าปกติ ถูกกว่าเจ้าอื่นมากแล้วนะยังขอต่อราคาอีก ถึงจะรู้ว่าเป็นปกติของคนที่จะขอลดราคาแม้ว่าของมันจะราคาถูกอยู่แล้วก็เถอะ (¬_¬) มันก็อดสงสัยไม่ได้ไง จนมาเจอคนซื้อที่เข้าใจและพร้อมจะซื้อจริงๆ เราจะรู้ทันที และก็จบลงที่นัดดูเครื่องกันในช่วงเย็นเมื่อวาน และก็ขายได้ในที่สุด ดูระยะเวลาก็เร็วมาก ลงไว้วันเดียวเอง

Blog: วันที่ 6 สิงหาคม 2560 ซื้อโทรศัพท์จากร้านดังในห้าง มาบุญครอง (MBK Center)

ช่วงปลายเดือนที่แล้ว Samsung ได้วางจำหน่าย Galaxy Note Fan Edition ซึ่งก็คือรุ่น Note 7 ที่ปรุงเรื่องแบตเตอรี่แล้ว วางจำหน่ายในเกาหลีใต้ตอนนี้ เห็นว่ามีวางขาย 400,000 เครื่อง และอาจจะไม่ได้วางขายในหลายๆ ประเทศด้วย เห็นแล้วนึกถึงตอนที่ Pre Order เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังนึกอยากได้อยู่  อาทิตย์ก่อนเห็นว่ามีร้านขายโทรศัพท์ในห้างมาบุญครอง ร้านนึงหิ้วเข้ามาขายจากเกาหลีแล้ว ราคาก็แพงใช้ได้อยู่ คิดว่าจะซื้อมาใช้ยาวเลยเพราะถูกใจตั้งแต่ Note 7 แล้ว แต่ก็คิดว่าถ้าสั่งซื้อไปจะได้ของไหม ของจะครบไหม จะเกิดปัญหาอะไรไหม ที่คิดแบบนี้หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินข่าวคราวที่ไม่ค่อยดีในส่วนของร้านตู้กระจกขายมือถือในห้างมาบุญครองมาบ้างไม่มากก็น้อย ตามกระทู้ในเว็บ Pantip ก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆ  แต่เป็นเพราะชื่อเสียงในทางบวกของร้านนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหิ้วจากต่างประเทศ อ่านเว็บ อ่านกระทู้ ผ่านตามาก็เห็นว่าได้มาจากร้านนี้เป็นส่วนมาก ( สงสัยใช่ไหมว่าร้านอะไร บอกตรงๆ ไม่ได้หรอก แต่คิดว่าคงจะรู้จักกันดีเลยละ ขอเรียกชื่อร้านนี้ว่า ร้าน “กบ โมบาย” แล้วกันเป็นคำใกล้เคียงสุดแล้ว ) ทำให้ตัดสินใจสั่งเครื่องไป เครื่องรอบใหม่จะเข้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และทางร้านจะจัดส่งผ่าน Kerry Express มา จนได้รับเครื่องมาเมื่อวานก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เลยจะเอามาเขียนเล่าไว้ในบล็อก

เครื่องที่ได้มาอยู่ในกล่องปกติ เพียงแต่กล่องได้ถูกเปิดมาแล้ว โดยมีฟิล์มกันรอยที่สั่งซื้อไปพร้อมเสียบมาในกล่อง พลาสติกกันรอยที่ติดมากับโทรศัพท์ข้างหน้าและหลังเครื่องถูกแกะออกไป เลยเช็คเครื่องดูรอบๆ เครื่องไม่มีรอย สติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดติดอยู่ข้างหลังเรียบร้อยดียังพอสบายใจได้ว่าเป็นเครื่องใหม่ เปิดเครื่องดูก็เห็นว่าหน้าต้อนรับตอนเปิดเครื่องใหม่ภาษาถูกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว คิดว่าทางร้านคงจะเปิดเช็คเครื่องดูก่อน เพราะตอนดู Unbox ของเมืองนอกเครื่องที่มาจากเครือข่ายนี้ของเกาหลี ภาษาจะเป็นภาษาเกาหลีเป็นภาษาเริ่มต้น

มาที่อุปกรณ์ในกล่องจะมีกล่องสีดำข้างในเป็นเคสสีฟ้า มีหูฟัง สายชาร์จ อแดปเตอร์ชาร์จ หัวปากกา S Pen ตัวต่อ OTG และ หัวแปลง Micro USB to USB C ตัวสุดท้ายนี่แหละที่เห็นว่าผิดปกติ ขนาดของหัวต่อมันเล็กกว่าพลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่อง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะเป็นแบบนี้ เลยเอามาเทียบกับตัวที่มากับ S8+ ที่ใช้อยู่ ขนาดต่างกันสิ้นเชิง พลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่องเทียบแล้วขนาดพอดีกับขนาดของหัวต่อที่มากับ S8+ เลย  ตัวพลาสติก และ ส่วนอลูมิเนียม วัสดุก็แตกต่างกันชัดเจน  หึ หึ หึ โดนเข้าจนได้ แค่นี้ก็โดนนะ เท่านั้นแหละรีบเช็คอุปกรณ์อื่นๆ ทันที เปิดเทียบดูกับวีดีโอ Unbox ใน Youtube เลย เท่าที่ทำได้และความรู้เท่าที่มี ก็เห็นว่ามีแค่อย่างเดียวที่ไม่ใช้ของแท้นะ ต่อไปก็ถามทางร้านละ

ส่งข้อความไปถามร้านทาง Line ที่สั่งซื้อ ส่งรูปและถามไปว่าทำไมมันไม่เหมือนกับของ Samsung เลย! เจ้าหน้าที่ตอบมาว่ามันมากับเครื่องคะ / มาแบบนี้ทุกเครื่อง และยังบอกอีกว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ ต่อเหมือนกันแค่แบบต่างกันค่ะ” เรื่องเปิดกล่องก็ตอบว่า “ก็ต้องเปิดเช็คเครื่องค่ะ” 

แค่เจอคำตอบว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ” ทำให้ความเชื่อมั่นว่า ร้านนี้ดี มีชื่อเสียง ขายมานาน ประสบการณ์เยอะ เจ้าของร้านมาพบปะลูกค้าตลอด เป็นกันเอง ซื้อกับร้านนี้ต้องมั่นใจได้แน่ๆ  เนี่ยหายไปทันที เรื่องเปิดเช็คเครื่องนี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกแต่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ อย่างน้อยก็ถามลูกค้าก่อนว่าจะให้เปิดเครื่องเช็คก่อนไหม ถ้าลูกค้าไปเปิดเองแล้วเครื่องพัง ของไม่ครบ ทางร้านไม่รับผิดชอบก็จะไม่ว่าอะไรเลย

สรุปแล้วเรื่องนี้ผมก็ต้องทำใจนะครับ เพราะผมเลือกร้านนี้เอง และเลือกซื้อแบบนี้เอง แนะนำสำหรับคนที่จะซื้อของแบบนี้ถ้าสะดวกก็เข้าไปซื้อที่ร้านให้เค้าแกะกล่องต่อหน้าเราเลยดีที่สุด ส่วนคนต่างจังหวัดแบบผมก็มีวิธีซื้อแล้วส่ง Kerry นี่แหละสะดวก แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแบบนี้เอง ทำไงได้ละก็อยากได้นี่ สุดท้ายแล้วเรื่องของร้านมือถือตู้กระจกห้างมาบุญครอง ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมๆ อยู่ดี ╭∩╮(︶︿︶)╭∩╮

เรื่องนี้คิดอยู่นานว่าจะเขียนลงบล็อกดีไหม แต่คิดว่าเขียนทิ้งเอาไว้เผื่อใครผ่านมาเจอจะได้ระวังตัวและรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะครับ

Blog: วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 วันหยุดพิเศษ และร้านขนมปัง

วันนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่หยุดกันเราเองก็หยุดด้วย ตื่นมาตอนเช้าก็นั่งคิดว่ามีอะไรกิน ได้เตรียมอาหารสำหรับวันหยุดไว้รึเปล่า ซึ่งก็ไม่ได้เตรียมซื้อของไว้ ทั้งบ้านมีแค่ขนมปังกรอบนิดหน่อยไม่พออิ่มแน่ บ่ายๆ เลยออกไปเดอะมอลล์ไปไปรษณีย์ส่งพัสดุพอดีและไปหาของกินด้วย จำได้ว่าวันนี้ร้าน Auntie Anne’s แจกเพรทเซลฟรี 1 ชิ้น สำหรับคนใช้มือ Samsung ผ่าน App Galaxy Gift คิดว่ายังไงก็ได้ของกินฟรีแล้วละ ไม่ต้องเสียเงินด้วย ที่เดอะมอลล์วันนี้คนไม่เยอะอย่างที่คิดมาถึงก็ตรงไปส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ เสร็จเรียบร้อยก็ไปเดินที่ซุปเปอร์ต่อหาซื้อของไว้กินพรุ่งนี้ เดินรอบซุปเปอร์ได้ช็อกโกแลตทาขนมปัง Nutella มาขวดนึง ไม่ได้ของกินจริงๆ มาเลย เพราะว่าของกินอะไรก็ราคาแพงช่วงนี้ แต่ออกมาจากซุปเปอร์ก็เจอร้านขนมปังร้านใหญ่ มีขนมปังหลากหลายดูน่ากินทุกอย่าง ทำไมไม่เคยเห็นร้านนี้มาก่อน ก็ไม่แปลกหลังจากห้างปรับปรุงใหม่แล้วส่วนพื้นที่ตรงนี้ก็เคยมาแค่ครั้งสองครั้งเอง ร้านนี้คือร้าน BreadTalk เป็นร้านขนมปังคล้ายกับร้าน Yamazaki ขนมปังในร้านส่วนใหญ่ราคา 30 บาทขึ้นไป มีบ้างบางชนิดชิ้นเล็กๆ ที่ราคา 19 บาท เรียกว่าเป็นรร้านขนมปังที่ราคาแพงใช้ได้เลย แต่เพราะความหิวเลยเดินเข้าไปเลือกมาหลายชิ้นจนได้แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปแลกแพรทเซลฟรีมา 1 ชิ้นด้วยนะ

ในเรื่องของรสชาติขนมปังนั้นลองกินหลายๆ ชิ้นที่เลือกมาแล้วก็คิดว่าอร่อยแบบปกติ ไม่ได้อร่อยพิเศษอะไรครั้งต่อไปจะซื้ออีกครั้งรึเปล่าก็ขอคิดก่อนตอนนั้นแล้วกัน

Blog: วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 สั่งสินค้า ส่งจากต่างประเทศ ผ่านเว็บ Lazada

ครั้งนี้จะมาเล่าถึงเรื่องสั่งซื้อของในเว็บ Lazada แล้วขึ้นการจัดส่งว่า “จัดส่งจากต่างประเทศ” ลองสั่งดูว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหนและได้ของจริงหรือไม่ ของที่สั่งก็คือ วิทยุ จากประเทศจีน แล้วทำไมมานึกซื้อวิทยุเอาตอนนี้หลายคนอาจสงสัย เรื่องมันก็มีอยู่ว่าส่วนตัวแล้วเป็นพวกชอบอุปกรณ์ฉุกเฉิน หรือพวกเตรียมพร้อมเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรแบบนี้ แล้วอาทิตย์ก่อนก็หาดูวิทยุไดนาโม แบบที่สามารถปั่นไฟใช้ได้เอง ว่าจะซื้อไว้สักตัวเผื่อฉุกเฉินบนโลกนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ ( ͡ᵔ ͜ʖ ͡ᵔ ) เปิดไปเปิดมาก็ไปเจอเว็บไซต์เกี่ยวกับวิทยุคลื่นสั้น อ่านไปก็สนใจที่ว่าวิทยุคลื่นสั้น (Shortwave Radio) นี้มันส่งสัญญาณได้ไกลมากๆ แบบส่งข้ามประเทศได้เป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมากสำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน แล้วก็ใช้คลื่นพวกนี้ส่งสัญญาณแบบพวกคลื่นวิทยุฉุกเฉินด้วย อ่านกระทู้อื่นๆ ก็จะมีคนไทยที่ลองเล่นวิทยุคลื่นสั้นฟังสถานีวิทยุที่ส่งสัญญาณมาจากญี่ปุ่นได้อีกต่างหาก น่าสนใจมาก เลยคิดว่าต้องหามาเล่นสักเครื่อง ลองค้นข้อมูลวิทยุรุ่นต่างๆ ที่ในเว็บนั้นแนะนำ ดูราคาที่ขายกันแล้วมันก็แพงมาก มีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายพันบาท เลยกลับไปดูกระทู้ที่คนไทยฟังคลื่นจากญี่ปุ่นดู เค้าใช้วิทยุ ยี่ห้อ TECSUN รุ่น R-9012 เค้าบอกว่าเป็นรุ่นที่ราคาไม่แพงและเหมาะกับคนที่เริ่มเล่นวิทยุคลื่นสั้น (แบบที่ไม่รู้จะจริงจังกับมันหรือไม่! เหมือนผมไง) ก็เอายี่ห้อ ชื่อรุ่น ไปค้นหาดู มีขายในไทยอยู่หลายเว็บแต่ก็ไม่มีสินค้าแล้ว มีแต่รุ่นแพงๆ จนไปเจอใน Lazada แต่เป็นร้านจากประเทศจีน ราคาไม่แพง จัดส่งฟรี ไหนๆ ก็เจอแล้วลองสั่งดูสักครั้ง ตัดสินใจกดสั่งซื้อแล้วก็รอ

สั่งซื้อไปวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ในระบบแจ้งว่าจะได้รับช่วงวันที่ 27 กรกฏาคม – 3 สิงหาคม 2560 ก็ดูไม่นาน ระหว่างรอก็คอยกดเช็คสถานะดูบ้างเรื่อยๆ จนวันที่ 21 กรกฎาคม สถานะในระบบก็ขึ้นว่ากำลังจัดส่งแล้ว และวันที่ 27 กรกฎาคม ก็จัดส่งถึงมือเรียบร้อย เรียกว่ารอสินค้าประมาณ 9 วัน ก็ไม่นานตรงตามระยะเวลาที่แจ้งแถมจัดส่งฟรีอีกด้วย

ระหว่างที่รอก็นึกขึ้นได้ว่าในระบบ Lazada เราลงข้อมูลที่อยู่จัดส่งเป็นภาษาไทย ไม่ได้เปลี่ยนเป็นที่อยู่ภาษาอังกฤษตอนเลือกที่อยู่เมื่อกดสั่งซื้อ ก็ลุ้นๆ อยู่ว่าจะส่งถึงมือไหม แต่สรุปว่าถึงมือเรียบร้อยดี โดยทางร้านค้าต้นทางที่ต่างประเทศเค้าจะส่งของมายังศูนย์ Lazada ในไทยก่อน แล้วทาง Lazada ในไทยจะดำเนินการจัดส่งต่อโดยตรวจสอบแล้วแปะชื่อที่อยู่ออเดอร์ของเราแล้วส่งให้เราเหมือนเราสั่งในประเทศปกติเลยสะดวกดี

Blog: วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 มื้อเย็น วันเงินเดือนออก

วันนี้นึกอะไรไม่รู้อยากกินชาบูชิขึ้นมา คงเพราะโฆษณาในทีวีนั่นแหละ คิดดูก็เป็นปีแล้วที่ไม่ได้ไปกินร้านชาบูชิเลย เพราะมันเป็นอาหารที่ราคาแพง และจับเวลาการนั่งทานด้วย เลยทำให้ไม่ได้เป็นตัวเลือกเวลาเลือกร้านอาหารทาน แต่ไหนๆ ก็นึงถึงแล้วและวันนี้ก็เป็นวันที่เงินเดือนออกก็แวะไปทานสักหน่อย เปลี่ยนบรรยากาศ หรือให้รางวัลกับตัวเองอะไรก็ว่ากันไป

ชาบูชิตอนนี้มีซุปออกใหม่เป็น ซุปมิโซะ มันปู แน่นอนที่ต้องเลือกน้ำซุปรสใหม่นี้มาลองและอยากจะบอกว่าทำใจก่อนไปกินน้ำซุปรสนี้นะ เพราะว่ากลิ่นของมันนี่เรียกว่าถ้าชอบก็คงจะชอบ ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบกลิ่นอะไรคาวๆ นี่คงจะบอกไม่ถูกกันเลย เพราะน้ำซุปมิโซะ มันปูเนี่ย กลิ่นมันออกจะคาว คาวมากเหมือนตลาดปลา อีกความคิดนึงก็เหมือนซุปสาหร่ายคาวๆ หน่ะ ตอนแรกคิดว่าทำไมร้านชาบูชิมันเหม็นอาหารสดแบบนี้ 555 ดมไปดมมาถึงได้รู้ว่ามันมาจากหม้อซุปของเราเองเนี่ยแหละ จนถึงเวลาซุปเดือดและต้องกินแล้วก็ตัดสินใจกินมันนี่แหละเหม็นก็เหม็น ใส่ผัก ใส่เนื้อลงไป แล้วชิม อืมมมันอร่อยนะ รสน้ำซุปกลมกล่อมออกไปทางเค็มกำลังดี รสเหมือนซุปสาหร่ายที่รสเข็มข้นหน่อย โอเคเลย เรื่องกลิ่นนี่รู้สึกว่าพอน้ำซุปเดือดจัดๆ แล้วจะไม่มีกลิ่นแรงเหมือนตอนแรกๆ แปลกดีคงเป็นส่วนประกอบซุปที่ใช้ มิโซะ และก็มันปู กลิ่นมันเลยผสมกันออกมาเป็นแบบนี้

ช่วงนี้อาการเปลี่ยนบ่อยมากในแต่ละวัน แข็งแรงขนาดไหนก็พลาดแพ้อากาศจนได้ไอแรง มีน้ำมูกตลอดเวลา อาการแบบนี้มันน่ารำคาญจริงๆ อยากจะกลับเป็นปกติเหมือนเดิม…

ดูแลสุขภาพกันด้วยละครับ ʕ•ᴥ•ʔ

Blog + แกะกล่อง เคสมือถือ Rhinoshield Bumper case for Samsung Galaxy S8 Plus

วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องเคสโทรศัพท์มือถือ แต่ไหนแต่ไรแล้วไม่เคยจะซื้อเคสใส่มือถือเลย มั่นใจว่าตัวเองจะไม่ทำตกแน่นอน ซึ่งก็ไม่เคยทำมือถือตกเลยนะ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองซื้อเคสมาหลายอันแล้ว แล้วทำไมเราถึงเริ่มซื้อเคสมือถือใช้ละ คงจะเริ่มช่วงใช้ S7 Edge นั่นแหละตอนแรกๆ ที่ได้เครื่องมาแล้วมันสวยบางมาก จนกลัวทำตกเลยไปหาซื้อเคสมาใส่ ได้เคสแรกมาเป็นของ UAG แต่ก็ไม่ถูกใจมันเท่ดูทนทานดีก็เถอะ แต่มันทำให้เครื่องหนาขึ้นมาก หลังจากนั้นมาก็เริ่มต้นในการซื้อเคสมือถือไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

พอมาได้เครื่อง S8+ มาก็ยังซื้อเคสมือถือมาอยู่เรื่อยๆ ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ จะว่าไปการที่ใส่เคสมันทำให้เรารู้สึกปลอดภัย พอไม่ใส่ก็รู้สึกว่าเครื่องจะตกตลอดเวลาเลยทำให้หาเคสใส่อีกครั้งจนได้ จนครั้งนี้ที่จะมาแกะกล่องให้ดูก็เป็นอันที่ได้มาล่าสุด และคงจะเป็นอันสุดท้าย (คิดว่านะ) ก่อนที่จะเริ่มรอการมาของ Samsung Galaxy Note 8 ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้แล้ว ถ้าใครอ่านบล็อกผมมาจะเห็นว่าใช้ Note Series มาตลอด จนเกิดมหากาพย์การ Pre-Order Samsung Galaxy Note 7 เมื่อปีก่อน เลยทำให้ต้องใช้ S Series รอ

ก่อนหน้านั้นก็ซื้อมาตลอดนะส่วนใหญ่จะซื้อแบบราคาถูกใช้ เพราะคิดว่าซื้อแบบแพงๆ แล้วจะเสียดายเงินถ้าเราใช้แล้วไม่ชอบ เคสที่ซื้อมาลองใช้กับ S8+ หลังจากบล็อกแกะกล่องอันก่อนก็มี 2 อันนี่แหละ

Nillkin Frosted Shield ราคา 230 บาท อันนี้ซื้อมาจาก Lazada ซื้อมาหลังจากผิดหวังกับเคสใสของ Samsung กะว่าจะซื้อมาเล่นๆ เพราะไม่แพง แต่ใช้แล้วเป็นเคสที่ใช้นานที่สุด เพราะมันเป็นเคสแข็งที่บาง กระชับตัวเครื่องแน่นดีมาก ด้านหลังก็มีลายให้จับง่ายแม้จะเคลือบซิลิโคนลื่นๆ ใช้มาจนถึงตอนนี้เลย แต่ที่ยังไม่พอใจก็เป็นด้านหลังนี่แหละมันไม่สวย ใส่แล้วดูไม่สมราคามือถือเลย

Baseus Wiing Case for Galaxy S8 Plus ราคา 130 บาท อันนี้ลองเสี่ยงซื้อมาจริงๆ จากในกลุ่มขายของในเฟสบุ๊ค เคยเห็นมีสมาชิกคนอื่นๆ ใช้กันแล้วเค้าว่ามันบาง มันสวย พอได้มาแล้วก็จริง บางมาก ดูเฉยๆ สวยดี แต่วัสดุมันแบบว่าเป็นพลาสติกบางขึ้นรูปธรรมดาเลย พลาสติกคล้ายๆ พวกปกหนังสือพลาสติกหน่ะ ลองใส่ 5 นาที แล้วก็ถอดออกเลย ตัวเคสลื่นมือมากจับแทบไม่ติดนิ้ว

Rhinoshield Bumper case for Samsung Galaxy S8 Plus ราคาประมาณ 800+ ได้มือสองมา 400 บาท

จนมาเจอเคสนี้ละเป็นเคส Bumper ที่ดูแล้วน่าใช้งานมาก แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงสำหรับเคสที่มีแค่ขอบเครื่องก็เลยได้แค่มองๆ จนมาเจอประกาศขายมือสองนี่แหละ ราคาสมเหตุสมผล สภาพยังดีอยู่เลยซื้อมาลองใช้ดูว่าจะโอเคไหม

ภายนอกแพ็คเกจดูดีมากสมราคาเค้าละ ภายในจะมีภาพคู่มือแนะนำการใช้งานและบอกถึงคุณสมบัติป้องกันการกระแทกในระดับความสูงเท่าไหร่ด้วย ตัวเคสเป็นพลาสติกเนื้อดีเลย ผิวด้าน ด้านในขอบเคสจะเป็นลายหกเหลี่ยมแบบรังผึ้ง มีการตัดช่องต่างๆ ได้กว้างและลงตัวดี ตัวเคสจะหนาช่วงหัว และท้ายเครื่อง

ลองใช้แล้วใส่ง่าย เคสพอดีเครื่องใส่แล้วจับกระชับมือดี ชอบเคสแบบ Bumper ตรงที่ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องใหญ่เกินไป และเปิดด้านหลังโชว์กระจกด้านหลังด้วย ตัวเคสพอวางกับโต๊ะแล้วจะยกสูงจากพื้นไม่ทำให้ด้านหลังเป็นรอยทั้งด้านหน้าและหลัง โดยรวมแล้วถูกใจมาก ได้โชว์เครื่อง พร้อมกับป้องกันเมื่อตกกระแทกได้ด้วย

มีข้อสังเกตตรงขอบเคสด้านข้างที่ไม่ได้กระชับไปกับเครื่อง สามารถดึงยืดออกมาได้พอสมควร ทำให้ขอบด้านข้างจะขยับไปมาเวลาถือ-จับเครื่อง น่ากลัวว่าจะขูดเครื่องเป็นรอยเพราะฝุ่นที่จะเข้าไปอยู่ข้างในเพราะขอบเคสมันขยับไปมาตลอด และปุ่มเปิดเครื่องด้านข้างนั้นแข็งมากๆ กดยากต้องตั้งใจกดมากถึงจะกดได้เป็นแค่ปุ่มเดียวเลย

ใครรับได้กับข้อสังเกตที่ว่ามาก็ดีเลยเพราะมันเป็นเคสที่ให้ครบกับความต้องการของเราที่ต้องการโชว์เครื่อง และ ป้องกันเครื่องเราได้ (กันตกแตก) พร้อมๆ กัน

เคส Rhinoshield นี้ถูกใจมากเลยนะ เป็นเคสที่ต้องการเลยแต่ติดที่เคสด้านข้างมันหลวมๆ และดิ้นในมือได้ตอนใช้งานนี่แหละ ทำให้ต้องคิดว่าจะใช้ต่อดีไหม ถ้าไม่ไหวคงจะเลิกใส่เคสแล้วกลับไปเหมือนเมื่อก่อนคงจะประหยัดเงินในส่วนตรงนี้ได้มาก

ลองชิม บะหมี่ Lucky Me! อูด้ง รสผัดไทย [Lucky Me! Udon Stir-Fry Pad Thai Flavor ]

Lucky Me! Udon Stir-Fry Pad Thai Flavor น้ำหนัก 125 กรัม ราคา 39 บาท

ภายในห่อจะมีเส้นอูด้งสีขาวอยู่ในแพ็คสูญญากาศอย่างดี มีซองซอสผัดไทย และ ซองผักอบแห้งที่มีกุ้งแห้งอยู่ด้วย วิธีปรุงหลังซองก็บอกว่าให้เทเครื่องปรุงลงในจานแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ 1 นาที แล้วคนให้เข้ากัน ก็พร้อมทาน

พอออกจากไมโครเวฟตัวซอสก็ยังคงเกาะเป็นก้อนอยู่ ตัวเส้นก็สุกอยู่ก่อนแล้วเอาเข้าไมโครเวฟก็คงแค่อุ่นร้อนเท่านั้น  ตัวเส้นเป็นเส้นอูด้งเส้นใหญ่นุ่มหนึบ ตัวซอสหอมกลิ่นผัดไทย ในซอสมีเครื่องผัดไทยที่ให้ความหอมแบบผัดไทยจริงๆ ซอสผัดไทยน้ำไม่เยอะ อุ่นแล้วก็แห้งลง คลุกให้เข้ากับเส้นก็คลุกได้อยู่ แต่คลุกยากหน่อยเพราะซอสไม่เหลว และเหนียวติดส้อม รสชาติเป็นรสผัดไทยเลย เป็นรสที่หวาน และ มันๆ ให้อารมณ์เส้นผัดน้ำมัน มีรสเปรี้ยวแทรกด้วย และติดรสเผ็ดหน่อยๆ กินแล้วให้อารมณ์กินผัดไทยเส้นใหญ่ย ถามว่าอร่อยไหม ก็อร่อยนะ แต่ปริมาณกับราคามันสวนทางกัน แค่นี้ไม่อิ่ม เป็นเหมือนทำมาเป็นอาหารว่างมากกว่า

ลองชิม มาม่า Oriental Kitchen เส้นหมี่ราดหน้า

มาม่า ออเรียนทัลคิตเชน Oriental Kitchen เส้นหมี่ราดหน้า น้ำหนัก 65 กรัม

เปิดห่อออกมาจะฟุ้งไปด้วยกลิ่นพริกไทยจากเส้น หรือจากผงเครื่องปรุงไม่รู้ หอมมาก ภายในห่อจะมีเส้นหมี่ เส้นเล็กๆ ซองเครื่องปรุง 2 ซอง ผงเครื่องปรุงเป็นผงสีขาวแปลกตากับ ซอสสีเข้มเหมือนจะเป็นเต้าเจี้ยวนะ

เมื่อเติมน้ำแล้วจะได้เส้นหมี่ขาวที่นุ่มนิ่ม ไม่เหนียว คนเครื่องปรุงให้ละลายเข้ากันน้ำซุปจะเริ่มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นน้ำข้นเคลือบเส้นหมี่คล้ายราดหน้าจริง ในน้ำซุปมีเต้าเจี้ยวด้วย รสชาติก็ออกไปทางรสหวานและเค็ม อร่อยกำลังดี หลังจากได้ลองชิมแล้วเรียกว่าเหมือนราดหน้าของจริงเลยก็ว่าได้ กลิ่นหอมพริกไทย น้ำซุปข้นเคลือบเส้น รสชาติ มันใช่เลย!

ลองชิม มงกุฎทะเล ปลาแมกเคอเรลในน้ำปลาร้าปรุงรส

มงกุฎทะเล ปลาแมกเคอเรลในน้ำปลาร้าปรุงรส น้ำหนัก 87 กรัม ราคา 1x บาท

เปิดกระป๋องมาก็ได้กลิ่นปลาร้า เป็นกลิ่นที่ไม่หอม ผสมกับกลิ่นปลาแม็คคอเรลแล้วมันคาวๆ เค็มๆ ไม่ค่อยโอเคเลย เทออกมาจะมีปลาตัวเล็กๆ อยู่ประมาณ 5 ตัว

รสชาตินั้นเนื้อปลาไม่ได้เค็มมาก ถึงจะมีพริกใส่มาแล้วแต่ไม่เผ็ด เป็นรสกลางๆ ตอนกินจะได้กลิ่นแบบปลากระป๋องซะมากกว่า มีกลิ่นปลาร้านิดหน่อยเท่านั้น

ส่วนตัวไม่ชอบกินปลาร้าเท่าไหร่ เพราะไม่ชอบกลิ่น แต่กินได้นะ สำหรับปลากระป๋องรสนี้คิดว่าน่าจะเอาไปทำยำปลากระป๋องแบบใส่ตะไคร้ ต้นหอม พริกสด ยำใหม่อีกครั้งน่าจะอร่อยเลยทีเดียว

Blog: แกะกล่อง ยักษ์ดำในตำนาน Casio G-SHOCK GX-56BB-1DR

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แวะไปร้านนาฬิกาที่เดอะมอลล์ เห็นในเพจของร้านประกาศโปรโมชั่นลดราคา 50% เลยไปดูสักหน่อย นาฬิกาที่ใช้อยู่ก็ยังไม่พังนะแค่อยากได้ใหม่เฉยๆ อยากใส่ G-SHOCK เหมือนเดิม เคยมี G-SHOCK อยู่ตัวนึงซื้อตอนที่กำลังจะเรียนจบ ป.ตรี เก็บเงินซื้อเองจำไม่ได้ว่าราคาเท่าไรแล้ว แล้วมันเหมือนจะถ่านหมด พอเอาไปให้ที่ร้านซ่อมของ Casio ที่เดอะมอลล์ดูเขาบอกว่ามันเสียแล้ว เลยไปร้านนาฬิกาซื้อถ่านมาเปลี่ยนเอง เปลี่ยนถ่านใหม่มันก็ติดนะ ใช้ได้ วัน – สองวัน มันก็ดับไปเลย แล้วก็ไม่ติดอีก ก็เลยใช้ตัวนาฬิกาเครื่องคิดเลขของ Casio นี่แหละใช้อยู่เพราะมันถูกดี จนเห็นประกาศโปรลดราคาของทางร้านเลยทำให้คิดถึง G-SHOCK ขึ้นมา

เล่าย้อนอดีตไปแล้วก็มาดูที่ร้านลดราคากัน ร้านที่ว่านี้ก็คือ “ร้าน มี จง มี”  ร้านแว่นและนาฬิกาที่อยู่ชั้น 2 ในห้างเดอะมอลล์นครราชสีมา พอถามพนักงานก็ถึงรู้ว่าที่ลดราคา 50% นั้น ลดแค่เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น โดยรุ่นที่ลดราคาจะรวมอยู่ในตู้กระจกที่จัดไว้ ดูรวมๆ แล้วก็หลายสิบรุ่นอยู่นะ เลยขอดูตัวนึงเป็นรุ่นอะไรไม่รู้ เห็นเป็นแบบเข็มสีดำใหญ่ดี ห้าพันกว่าๆ ลด 50% ก็ไม่แพงมาก แต่ตาดันไปมองเห็นตัวดิจิตอลสีดำ หน้าเหลี่ยมๆ อยู่อีกตู้นึงที่ไม่ลดราคา มันคือยักษ์ดำในตำนานนั่นเอง ขอดูตัวนี้ด้วยเอามาเทียบกัน ไปไปมามา ก็ได้ตัวยักษ์ดำมาจนได้

ลืมบอกตัวที่ไม่ได้อยู่ในตู้กระจกลด 50% จะลดราคาที่ 25% อยู่ด้วย โดยปกติจะลด 20% และแอดร้านใน Line จะลดเพิ่มอีก 5% เป็น 25% แต่มีเงื่อนไข เรื่องการจ่ายเงินสด กับ รูดบัตรเครดิต ด้วยนะ โดยตัวยักษ์ดำที่ได้มานี้ ราคาป้ายอยู่ที่ 6,500 (ราคาเต็มไม่ค่อยแน่ใจมองไม่ถนัดแค่คิดว่าน่าจะเท่านี้) ลด 25% จ่ายเงินสดจะอยู่ที่ 4,875 บาท ถ้ารูดบัตรจะอยู่ที่ 5,006 บาท ทางร้านคิดแบบไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ก็เป็นปกติของร้านค้าบางร้านที่จะชาร์จค่ารูดบัตร …คิดว่านะ โดยโปรลด 50% ถ้ารูดบัตรจะลดแค่ 45% นะเท่าที่จับใจความได้

CASIO G-SHOCK GX-56BB-1DR หรือที่เรียกกันว่า “ยักษ์ดำ”

นาฬิกามาในกล่องกระดาษสีดำ ที่มีคู่มือภาษาอังกฤษเล่มเล็ก พร้อมกับใบรับประกันของทางร้าน ในกล่องกระดาษจะมีกล่องเหล็กหกเลี่ยมใส่นาฬิกาอยู่อีก 1 กล่อง มีฟองน้ำกันกระแทกแน่นหนา

นาฬิกาสีดำ ขนาดใหญ่ ก็เรียกว่าใหญ่นะสำหรับนาฬิกาดิจิตอล สายเรซินหนาดูแข็งแรง หน้าจอแสดงผลแบบสีดำ ตัวเลขสีขาว แสดงผลชัดเจน ในหน้าจอแสดงผลนี้รอบๆ จอจะเป็นแผงรับแสงอาทิตย์เพื่อใช้เป็นพลังงานโดยมีแบตเตอร์รี่เก็บพลังงานอยู่ภายใน สเป็กโดยละเอียดมีอะไรบ้างก็หาอ่านได้ในเว็บของ CASIO เลยนะ

ลองใส่ดูก็พอจะเห็นแล้วละว่ามันใหญ่ ใส่ที่ข้อมือแล้วก็ใหญ่จริงๆ แต่ด้วยความชอบก็ไม่สนใจหรอก เพราะมองดูมันแล้วมันสวยจริงๆ คิดถูกแล้วที่เลือกยักษ์ดำมา

ลองชิม บะหมี่นิชชิน รสใหม่ 3 รสชาติ

ประมาณไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบะหมี่นิชชินได้มีการนำบะหมี่รสชาติใหม่ แพ็คเกจใหม่ ลงขายที่เซเว่นแล้ว โดยหนึ่งในสามรสนั้นเป็นรสของบะหมี่ญี่ปุ่นที่เคยลองชิมไปครั้งก่อนด้วย ทั้ง 3 รส ราคาซองละ 10 บาท เท่านั้นเอง

นิชชิน ฮอทแอนด์สไปซี รส ซุปเกาหลี 

รสนี้เส้นบะหมี่เป็นแบบกลมเส้นใหญ่ การปรุงบอกว่าต้องนำไปต้ม ผงเครื่องปรุงมีสีแดงหอมพริก รสของน้ำซุปเป็นรสเผ็ดแบบซ่าคล้ายพริกไทยมีรสเค็มหวานนิดๆ กลมกล่อมดี คล้ายกับของมาม่าออเรียลทอล แต่รสนั้นจะเผ็ดสดชื่นกว่า รสนี้จะเผ็ดแบบเค็มๆ อร่อยเหมืมอนกัน เส้นแปลกมาก เป็นเป็นใหญ่แบบแน่นๆ ต้มแล้วก็ยังแน่น เคี้ยวหนึบเด้งดีจัง

นิชชิน รส ทงคตสึราเมน รสซุปต้มกระดูกหมูญี่ปุ่น  NISSIN Tonkotsu Ramen

เส้นบะหมี่เป็นแบบเล็ก ต้มในน้ำร้อนปกติ เครื่องปรุงห่อเล็กเป็นน้ำมันกระเทียมเจียมที่มีกลิ่นหอมมาก มาก แบบหอมสุดๆ เป็นกลิ่นเอกลักษณ์ของรสนี้เลย รสนี้เคยลองชิมแบบเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาแล้วพิเศษตรงที่ใส่ผงเครื่องปรุงทั้งหมดลงไป เติมน้ำร้อนปุ๊บ กลายเป็นซุปข้นหอมทันที

น้ำซุปข้น หอมมัน รสน้ำซุปหวานเหมือนซุปกระดูหมูจริงๆ ไม่เหมือนบะหมี่ห่อเลยสักนิด รสหวานเข้มข้น มีรสเค็มในคอหน่อยๆ อร่อยจริงๆ ห่อละ 10 บาทเอง รสชาติคุ้มราคามาก รสพอๆ กับเวอร์ชั่นของญี่ปุ่น เส้นนุ่ม ไม่เหนียว แต่ยังมีอะไรให้เคี้ยวอยู่ กินเส้นกับน้ำซุปแล้วมันบอกไม่ถูกมีความสุข เส้นก็นุ่มได้กลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูกับรสหวานมัน อ่าาาาา สุดยอด

นิชชิน ยากิโซบะ รสซอสญีปุ่น NISSIN Yakisoba Japanese Sauce Flavour น้ำหนัก 60 กรัม ราคา 10 บาท

รสนี้เส้นบะหมี่เป็นเส้นเล็กเหมือนรสทงคตสึ แต่รสนี้เป็นแบบแห้ง ต้มในน้ำร้อนปกติ หลังจากเส้นสุกรินน้ำออก ใส่ผักแห้ง ใส่ผงเครื่องปรุงลงไปสังเกตดูเมื่อผงเครื่องปรุงถูกความชื้นแล้วเริ่มเปลี่ยนเป็นซอสสีดำดูเพลินสุดๆ คลุกให้ทั่วเส้น ได้กลิ่นหอมของซอสญี่ปุ่น หอมแบบหวานๆ เปรี้ยวๆ รสที่ได้นั้นเป็นรสหวานนำ มีรสเค็ม และรสเปรี้ยวแบบซอสนิดหน่อย โดยรวมเป็นรสยากิโซบะปกติ ไม่ได้พิเศษอะไรอร่อยดี

สรุปความอร่อยของแต่ละรส คงไม่ต้องบอกอะไรมากถ้าอ่านมาคงรู้แล้วว่ารสไหนอร่อยถูกใจบล็อกมากที่สุด นั่นก็คือ รสทงคตสึ หรือรสซุปกรดูกหมูญี่ปุ่น นั่นเอง ในเวอร์ชั่นขายในเซเว่นก็ยังคงรสชาติความหอมอร่อยอยู่ แนะนำให้ลองชิมกัน

เคส Samsung Galaxy S8+ จากงาน Samsung x LINE FRIENDS Pop Up Event

ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงาน Samsung x LINE FRIENDS Pop Up Event ที่ สยามสแควร์วัน โดยเป็นงานที่ Samsung ร่วมกับ LINE FRIENDS จัดขึ้นสำหรับโทรศัพท์ S8, S8+ เป็นหลัก ภายในงานจะมีเคสมือถือ S8, S8+ ตัวคาแรคเตอร์ไลน์ให้ซื้อกันด้วย รู้สึกว่าจะมี 4 ลาย 4 แบบ เคสชิ้นละ 650 บาท เป็นแบบเคสพลาสติกใส 2 แบบ และแบบพลาสติกสีทึบ 2 แบบ

เพราความอยากได้เคสใสๆ อยู่แล้วแต่ไม่มีโอกาสไปกรุงเทพฯ เท่าไหร่ ก็เห็นประกาศขายเคสรุ่นนี้ ลายหมีบราว มือสองอยู่ ก็ไม่รออะไรกดซื้อไปทันที เดี๋ยวมาดูกันว่าเป็นยังไง

ตัวเคสเป็นพลาสติกใส เรียบ พิมพ์ลายด้านล่าง เคสเป็นแบบเกาะมุม 4 มุม เปิดหัวท้าย ด้านข้าง ทั้งหมด ลองใส่ดูก็สวยดีนะ แต่ดูเหมือนจะใส่เพื่อความสวยงามเฉยๆ ไม่ได้มีการปกป้องเครื่องเท่าไหร่ มุมส่วนที่เกาะเครื่องไว้แค่ดันนิดหน่อยก็หลุดออกได้ง่าย ดังนั้นถ้าตกพื้นก็คงแยกส่วนเครื่องกับเคสแน่นอน

มาดูส่วนที่เป็นข้อสังเกตกันบ้าง

  • ตัวเคสแบบพลาสติกใสธรรมดาปกติ เนื้อพลาสติกไม่ได้ดูมีคุณภาพแต่อย่างใด เป็นพลาสติกอ่อน ไม่แข็งบิดตัวได้ง่าย ซึ่งตอนได้มาด้านหลังส่วนที่เป็นพลาสติกใสก็เป็นรอยขนแมวอยู่แล้ว หลังจากใส่ใช้งานไปเพียง 1 ครั้ง ขนแมวขึ้นพรึบ ลายพร้อยเลย
  • ตัวเคสด้านหลังนั้นเหมือนจะยกสูงจากด้านหลังของตัวเครื่องนิดนึง และฝุ่นสามารถเข้าไปอยู่ข้างในได้ ดังนั้นเวลาเกิดการกดทับเคสกับเครื่องอาจจะถูฝุ่นที่อยู่ด้านในทำให้ด้านหลังเครื่องเป็นรอยได้

จากที่ได้ใช้ดูแล้ววัสดุคุณภาพไม่สมราคา 650 บาท เลย ถึงจะซื้อมือสองมาไม่ใช่ราคาเต็มก็ยังเสียดายเงิน แต่ก็ถือว่าเป็นเคสที่ดูแล้วสวยน่าใช้นะ เก็บเป็นของสะสมได้อยู่

แกะกล่อง ปากกา S PEN Samsung Galaxy Tab S3

S PEN Samsung Galaxy Tab S3 ราคา 1,290 บาท

ปากกา S PEN รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเครื่อง Samsung Galaxy Tab S3 เป็นปากกา S PEN แบบแยก เห็นตอนเปิดตัวก็ลุ้นว่าจะมาเข้ามาขายแยกรึเปล่า คิดว่าน่าจะเอามาวาดกับ Samsung Tab A 10 ที่มีอยู่ คงจะจับวาดถนัดมือดีไม่น้อย

ปากกา S PEN รุ่นนี้หาซื้อยากจริงๆ ตาม Shop Samsung ในห้างไปถามทีไรก็ไม่มีขายสักที คอยจ้องดูในเว็บ S-eStore เรื่อยๆ มาแป๊บๆ ก็หมด แต่ในที่สุดก็ได้มา

แพ็กเกจเป็นกล่องฝาพลาสติกใส แบบอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ๆ ในกล่องจะมีแหนบ และ หัวปากกา สำหรับเปลี่ยนมาให้ในชุดเลย

ตัวปากกาขนาดเท่าๆ กับปากกาปกติ ความกว้างกำลังดี จับถนัดมือ ปุ่มกดได้ดี ตัวปากกาทำจากพลาสติก เคลือบพื้นผิวหนีด ลื่นหน่อยๆ แบบผิวซิลิโคน ตัวคลิบหนีบเป็นโลหะพิมพ์โลโก้ Samsung หัวปากกาเป็นแบบหัวแหลมขนาดเล็ก ตามกล่องบอกว่ารองรับแรงกดได้ที่ 4096 ระดับ

จากที่ได้ลองใช้คู่กับ Samsung Galaxy Tab A และคู่กับตัวปากกา S PEN เดิม แล้วก็พอจะรู้สึกถึงความแตกต่างนะ รู้สึกถึงแรงกดที่ใช้แรงกดน้อยๆ ก็วาดเส้นบางๆ ได้ง่ายขึ้น คงเป็นเพราะหัวปากกาที่เล็กลง แรงเสียดทานเลยน้อยลงไปด้วย ทำให้ลงน้ำหนักได้เบาขึ้นได้  และสิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนคือ ความถนัดมือในการวาด หรือเขียน เพราะขนาดปากกาเหมือนกับปากกาขนาดปกตินั่นเอง

สรุปแล้วก็พอใจกับตัวปากกา S PEN รุ่นนี้นะ วาดรูปได้สนุกขึ้นเยอะ แต่ก็ยังติดอยู่ที่มันเป็นปากกาแบบแยกชิ้น เวลาพกไปใช้นอกสถานที่จะไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะเวลาใช้ร่วมกับ Tab A 10 นี้ จะต้องดึงปากกาที่อยู่กับตัวเครื่องออกก่อนถึงจะใช้ปากกา S PEN Tab S3 นี้ได้ ใช้ไปก็กลัวจะลืมปากกาเดิมทิ้งเอาไว้ที่ไหนอีก  Update: ได้ลองปิดฟังก์ชั่นประหยัดแบตในส่วนของการปิดการตรวจจับปากกา S PEN เมื่อมีปากกาเสียบอยู่ในเครื่องดู พบว่าสามารถใช้ปากกา S PEN Tab S3 ได้โดยไม่ต้องดึงปากกาของเครื่องออกมาแล้ว แต่เวลาใช้นอกบ้านก็คงจะใช้ปากกาที่เสียบมากับเครื่องจะสะดวกรวดเร็วมากกว่า