ลองชิม ลิปตัน ชาเขียวกลิ่นมะม่วงใบเตย (Lipton Ice Green Tea)

ลิปตัน ชาเขียวกลิ่นมะม่วงใบเตย (Lipton Ice Green Tea) น้ำหนัก 445 มล. ราคา 18 บาท

ชาลิปตันได้ทำน้ำชารสใหม่มา ชื่อรสว่า ชาเขียวกลิ่นมะม่วงใบเตย สงสัยมากว่ามะม่วงกับใบเตยมันมาอยู่ด้วยกันได้ไง มันเข้ากันเหรอ? รึว่าไง วันนี้ซื้อมาลองชิม มีโปร 2 ขวด 20 บาทด้วยตอนนี้

เปิดขวดได้กลิ่นมะม่วงเป็นอย่างแรก เป็นกลิ่นแบบมะม่วงสังเคราห์นะ แบบที่ใส่ในไส้ขนมรสมะม่วงนั่นแหละ ความรู้สึกแรกที่ได้ชิม เริ่มแรกจะเป็นรสหวานกลิ่นมะม่วงแล้วจะเปลี่ยนเป็นรสที่มีกลิ่นหอมมันๆ คิดว่าเป็นกลิ่นใบเตยอย่างที่ว่า พอรวมกันแล้วมันเป็นน้ำชาที่เป็นรสชาติที่แปลกดีจะไปทางมะม่วงก็ไม่ จะไปใบเตยก็ยังไม่ใช่ มันเป็นรสชาติที่สัมผัสได้ 2 สองรสแล้วมันตีกัน แต่พอดื่มไปสักพักแล้วกลับรู้สึกถึงกลิ่นมะม่วงน้อยลงนะกลายเป็นน้ำใบเตยหวานๆ แทน อืม… ไม่รู้สึกถึงรสชาเขียวเลย

รวมๆ แล้วก็พอได้ อร่อยอยู่ แต่ไม่ชอบรสและกลิ่นแบบนี้เท่าไหร่

Advertisements

Blog: วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ตัดแว่นใหม่ที่ร้านหอแว่น

สวัสดีบล็อก! เมื่อวานนี้ไปรับแว่นใหม่ที่ตัดไว้ เลยอยากมาเล่าประสบการณ์ให้อ่านกัน จริงๆ แล้วแค่ไปตัดเลนส์ใหม่เพราะเอากรอบแว่นไปเอง พอดีไปเจอแว่นกันแดดของ Vans แบรนด์สตรีทที่กำลังนิยมกัน เป็นแว่นกันแดดเลนส์ปรอดพลาสติกธรรมดานี่แหละแต่ถูกใจรูปกรอบแว่นเลยว่าจะเอามาตัดเลนส์สายตาใส ร้านที่ตัดก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะตัดร้าน “หอแว่น” เพราะว่าครั้งล่าสุดได้ไปตัดร้านนี้มาเป็นครั้งแรกและก็ค่อนข้างประทับใจกับการตรวจวัดสายตา การบริการและการให้คำแนะนำของพนักงาน คราวนี้เลือกตัดเลนส์แบบย้อมสีที่ความเข้ม 20% ตอนพนักงานแนะนำก็ถามดูตัวอย่างนะ พนักงานก็ชี้ให้ดูว่าจะเข้มแบบนี้นะตอนปกติ (พนักงานชี้ให้ดูที่ป้ายโฆษณาเลนส์ Transitions® ข้างกำแพงร้าน รูปเลนส์ที่กำลังเปลี่ยนสี บอกว่าสีจะเข้มแบบรูปตรงกลางหน่ะคะ) แต่พอได้มาจริงมันไม่เห็นจะมีสีเทาที่ดูว่าจะย้อมสีอะไรเลย มันก็เป็นสีใสๆ ติดสีเทาอ่อนเหมือนแว่นที่ตัดครั้งก่อนแหละ ถามพนักงานไปว่ามันย้อมสีแล้วเหรอ พนักงานก็ตอบว่าย้อมแล้ว แล้วก็หยิบเอาแว่นไปใส่ตรงหลอดแบล็คไลท์เพื่อทำเลนส์ให้ดำว่ามันเป็นเลนส์ปรับแสงนะ อ้าวก็รู้อยู่ ไม่รูู้จะว่ายังไงถามกลับแล้วก็บอกว่าย้อมสีเป็นพื้นแล้ว 20% พอถูกแดดก็จะเข้มขึ้นไปอีกค่ะ  โอเคจะให้ทำไงถ้าพนักงานยืนยันจริงๆ มันอาจจะย้อมสีแล้วก็ได้แต่เราคิดไปเองว่าจะได้แบบสีเข้มๆ 555 คิดปลอบใจตัวเองแล้วกัน เราไม่มีความรู้นี่นา

ประสบการณ์ตัดเลนส์ครั้งนี้ค่อนข้างงุนงงในตัวเอง เลยเอามาเล่าให้อ่านกันเผื่อมีโอกาสไปตัวแว่นจะได้ถามพนักงานให้รู้เรื่องให้เข้าใจเห็นจริงก่อนตัดสินใจตัดแว่นจริงๆ เพราะราคามันไม่ได้ถูกๆ เลย

ลองชิม นิชชินบิ๊กคัพ รสยำกุ้งสมุนไพร กับ รสทงคตสึราเมน

นิชชินบิ๊กคัพนูดเดิล รสยำกุ้งสมุนไพร [Nissin BIG Cup Noodles Spicy Shrimp With Herb Flavour] น้ำหนัก 104 กรัม ราคา 25 บาท

ขนาดถ้วยที่ดูแล้วใหญ่กว่าขนาดปกติมากเหมือนกัน  ในถ้วยก็มีกุ้งแห้งตัวเล็กแต่ก็ใหญ่อยู่นะ ผักอบแห้ง ซองน้ำมันปรุงรส และส้อมพลาสติก

เติมน้ำแล้วปิดฝา 3 นาที จะได้กลิ่นหอมตะไคร้และมะนาว เป็นกลิ่นที่มาจากซองน้ำมันสีส้มกลิ่นหอมมาก เส้นบะหมี่เป็นแบบเส้นแบนเล็ก น้ำซุปใสสีออกส้ม น้ำซุปได้กลิิ่นตะไคร้หอมแรง น้ำซุปรสหวานเค็ม รสเผ็ดกำลังดี มีรสเปรี้ยวนิหน่อย เส้นนุ่มกลิิ่นหอมกุ้งกับเครื่องสมุนไพรที่กลิ่นนำด้วยตะไคร้หอมตลอดดเวลากิน รวมๆ แล้วเป็นรสแบบรสสไปซซี่แบบยำทั่วๆ ไป  สำหรับถ้วยใหญ่นี้ก็ชอบที่มีกุ้งแห้ง ผักแห้ง พริกแห้ง เพิ่มขึ้นมา ขอบอกว่ากุ้งแห้งตัวเล็กๆ อร่อยมาก

นิชชินบิ๊กคัพนูดเดิล รสทงคตสึราเมน [Nissin BIG Cup Noodles Japanese Tonkotsu Flavour] น้ำหนัก 104 กรัม ราคา 25 บาท

รสนี้ให้ความหวังว่าน่จะเหมือนแบบซองเล็กๆ ที่เพิ่งมีขาย เพราะแบบซองนั้นรสชาติเข้มข้นแถมน้ำซุปก็หอมมากเลยทำให้หวังว่าถ้วยนี้จะเวอร์ชั่นถ้วยของบะหมี่ทงคตสึแบบซองนั้น จะได้กินให้เต็มอิ่มไปเลย ในถ้วยจะมีผักอบแห้งที่เยอะพอสมควร มีซองน้ำมันปรุงรส และส้อมพลาสติกมาให้

เส้นบะหมี่ยังคงเป็นแบบเส้นแบนเล็กเหมือนกับอีกรสชาติ น้ำซุปเป็นซุปข้นสีขาวขุ่นมีกลิ่นหอมทงคตสึอ่อนๆ รสชาติน้ำซุปไม่จัดเท่าไหร่ รสออกหวานๆ มันๆ ถึงกับจืดไปด้วยซ้ำ เส้นบะหมี่รู้สึกว่าจะมีเยอะกว่าปกติ เส้นแน่นถ้วยเลยหรือว่าเส้นอืดไม่รู้ เส้นนิ่มกินแล้วก็อร่อยใช้ได้ แต่สังเกตว่าน้ำมันปรุงรสให้กลิ่นไม่ได้หอมมากเหมือนกับแบบซอง รสชาติก็ไม่ได้เข้มข้นเหมือนกัน ไม่รู้ว่าลดปริมาณน้ำที่เติมแล้วจะทำให้รสชาติเข้มขึ้นได้รึเปล่าแต่ระวังเรื่องเส้นที่อืดดูดน้ำเยอะด้วยเพราะถ้วยนี้รู้สึกว่าเส้นอืดง่ายมาก

Blog: วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ไปชิมบิงซูร้านสเวนเซ่น

บิงซูที่มีขายตามร้านขนมหวานเป็นน้ำแข็งใสขนาดสูงใหญ่ในจาน ถ้วย หรือผลไม้ก็แล้วแต่ เป็นการทำน้ำแข็งใสที่ดูสวยดีแต่ไม่น่ากินเท่าไหร่ ตอนกินคงจะเลอะเทอะน่าดู แต่เมื่อไปกินไอศกรีมที่ร้านสเวนเซ่น เคยเห็นจากเมนูว่าที่สเวนเซ่นมีบิงซูขายแล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ไม่ค่อยชอบพวกน้ำแข็งใสแบบนั้นอยู่แล้ว แต่เมื่อมีโอกาสได้ลองชิมก็ไม่ปฏิเสธที่จะเลือกมาชิมสักเมนู

บิงซูในสเวนเซ่นจะไม่เชิงเป็นน้ำแข็งใสอย่างเดียวแต่จะใช้ชื่อเมนูว่า Swensen’s Ice Cream Bingsu สเวนเซ่นส์ ไอศกรีม บิงซู เป็นน้ำแข็งใสกับไอศกรีมนะ คิดว่างั้น

ได้ลองสั่งเมนู “บิงซู ชาเขียวถั่วแดง” สั่งแบบอันเล็กที่ทานได้ 2 คน มาลอง ตัวบิงซูที่เอามาเสริฟนั้นหน้าตาเหมือนรูปในเมนูเลย หน้าตาดี มีซอสรึน้ำราดมาให้ 2 แก้ว รสชาเขียว กับ นมข้น(มั้ง) ลองตักดูข้างในมันรู้สึกดีมากตรงที่น้ำแข็งสีขาวใต้ผงชาเขียวนั้นเป็นเกล็ดฟูนุ่มเหมือนหิมะ ลองชิมดูก็รู้สึกมันนุ่มฟูเย็นๆ รู้สึกดีเชียวละ แล้วก็ได้ราดซอสทั้ง 2 รสลงไป รสชาติซอสชาเขียวนั้นเป็นรสชาเขียวเฝื่อนๆ หวานๆ นมก็รสนมนั่นแหละ บนบิงซูมีถั่วแดงกวน มีก้อนเค้กรึขนมปังอะไรสักอย่างโรยบนน้ำแข็งให้เคี้ยวได้ด้วย

ด้านในบิงซูจะเป็นชั้นๆ มีไอศกรีมชาเขียว ไส้ดั่วแดงกวน แล้วก็น้ำแข็งใสฟูนุ่มอยู่ข้างล่าง ได้กินไอศกรีมและน้ำแข็งหิมะด้่วยกันแล้วรู้สึกดีมากๆ ถั่วแดงก็หวานอร่อย และเป็นไปอย่างที่คิดกับน้ำแข็งใสถ้วยสูงใหญ่ มันหกเลอะเทอะไปทั่วจริงๆ

สุดท้ายก็กินหมดโดยใช้เวลาไม่นาน สิ่งที่ชอบอย่างแรกก็เกล็ดน้ำแข็งนี่หละที่ให้สัมผัสที่นุ่มเบา และตัวบิงซูมีชิ้นเค้กใส่มาให้ทำให้มีอะไรเคี้ยวได้เรื่อยๆ ไม่ใช่แค่น้ำแข็งกับไอศกรีมเย็นๆ อย่างเดียว บิงซูชุดเล็กราคาอยู่ที่ 179 บาท สำหรับ 2 คน ก็โอเคนะไม่แพงไป แถมตัวบิงซูเองก็อร่อยด้วยสิ

Blog: วันที่ 16 มกราคม 2561 ไปลองชิม สุุกี้ MK ชีสซี๊ดแซ่บ และ ถังข้าวโพดหมีบราวน์

สวัสดีบล็อก! ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอีกอาทิตย์ที่อากาศเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หลังจากมีอากาศหนาวช่วงต้นปีแล้วก็ค่อยๆ ร้อนขึ้นจนปกติ และก็กลับมาหนาวอีกครั้ง เป็นสภาพอากาศที่แปรปรวนใช้ได้เลย เรื่องงานก็เรื่อยๆ มีงานที่จะต้องทำให้เสร็จก็เยอะหลายงานก็ต้องรอกระบวนการจากหลายส่วน กว่าจะเคลียร์ได็ก็ต้องรอไปก่อน แต่ก็ยังหวังว่าปีใหม่นี้จะทำงานได้คล่องขึ้นกว่าปีที่แล้วอยู่นะ

รอมานานที่จะไปกินสุกี้ MK ตั้งแต่ปีที่แล้ววันนี้ก็ได้ไปลองชิมเมน ชีสซี๊ดแซ่บ เป็นมนูเพิ่มชีสในซุปรสต้มยำ เลือกชุดซีฟูดมาชิม เครื่องดื่มก็สั่งชานมเย็นใส่ชีสอันนี้รสชาติก็คล้ายๆ กับชานมชีสของเซเว่นเหมือนกัน พอชุดซีฟูดมาถึงมีอะไรบ้างก็ดูได้ตามในรูปเลย ใส่ผัก และเนื้อสัตว์ลงไปทั้งหมดแล้วราดด้วยชีสขูด แล้วก็ลองคีบกุ้งมาดูสิมันจะเหมือนในโฆษณาไหม… มันไม่เหมือน มันไม่ยืดชีสมันโดนน้ำเดือดพลุ่งพล่านแล้วละลายไปกองที่ขอบหม้อหมดเลย 555 ตลกดี แต่ไม่เป็นไรได้รสชาติน้ำซุปต้มยำที่รสเปรี้ยวแซ๊บอร่อยมากมาแทน ส่วนตัวแล้วชอบน้ำซุปมากรสถึงเครื่องดี เปรี้ยวถูกใจ แต่ชุดซีฟูดที่่สั่งมาได้เยอะเหมือนรูปภาพก็จริงแต่ไม่อิ่ม น่าจะสั่งชุดเนื้อหมูน่าจะอิ่มมากกว่า

และวันนี้ก็ได้ไปดูหนังเรื่อง Insidious: the last key มาไม่เล่าเนื้อหาแล้วกัน แค่อยากบอกว่าเทียบกับภาคแรกไม่ได้เลย เนื้อหาวนไปวนมา ฉากก็ไม่น่าตื่นเต้นเหมือนภาคก่อนๆ รายละเอียดก็น้อยลง ผีก็มีกี่ตัวก็ตามตัวอย่างหนังเลยมีเท่านั้นจริงๆ แต่ที่จะเล่าอยู่ตรงที่ขายข้าวโพดคั่ว คิดมาตั้งแต่ก่อนไปดูแล้วว่าจะไปดูหนังเฉยๆ ไม่ซื้อข้าวโพดแน่นอนเพราะราคาแพง แต่ไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ก็มองเห็นหัวหมีบราวน์ที่วางอยู่ แล้วก็ตรงเข้าไปดูว่ามันคืออะไร หัวใหญ่มาก มันก็คือกระติกใส่ข้าวโพดคั่ว มีสายสะพายสีส้ม มีฝาเปิดปิดด้านหลัง “อยากได้จัง” คิดในใจ คิดต่อไปอีก “ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ก็อาจจะหาซื้อไม่ได้แล้วก็ได้” ไอ้ความคิดนี้แหละที่ทำให้ตรงไปซื้อมา 1 ชุด มีกระติกหมีพร้อมข้าวโพดอัดแน่นจนปิดฝาไม่ได้ 1 ถัง และน้ำอัดลมแก้วใหญ่ 1 แล้ว ราคา 340 บาท จ่ายเงินแล้วก็สบายใจไป หิ้วเข้าไปในโรงหนังดูหนังจนจบแล้วข้าวโพดก็ยังไม่หมด รู้แต่ว่าข้าวโพดรสเบคอนอร่อยดี

มาดูกระติก หรือ ถังข้าวโพดหัวหมีบราวน์กัน ชื่อเต็มๆ ว่า “บั๊คเก็ต ไลน์ บราวน์ [Line Brown Bucket Set]” ตัวถังเป็นพลาสติกที่โอเคเลยดูมีคุณภาพดี ส่วนของตา จมูก หู และปาก เป็นชิ้นพลาสติกประกอบเข้าไป ไม่ใช่พ่นสีเฉยๆ เพียงแต่ตรงสีขาวๆ รอบปากเป็นการพ่นสีทับพลาสติกสีน้ำตาล ตัวที่ได้มาเจอสีลอกด้วย เสียใจมากแต่ก็เอาสีอครีลิคทาทับไปเนียนใช้ได้อยู่ ฝาปิดด้านหลังเปิดเปิดได้ค่อนข้างดี สายสะพายปรับความยาวสายได้ ถอดออกได้ ดูแข็งแรงดี

ลองชิมบะหมี่ นิชชิน AnPanMan [Nissin Noodle AnPanMan]

นิชชิน AnPanMan [Nissin Noodle AnPanMan] บรรจุ 4 ห่อเล็ก น้ำหนัก 22 กรัม/ห่อ

บะหมี่อันปังแมนห่อนี้เพิ่งค้นเจอในลังเก็บขนม ซื้อมานานจนลืมไปแล้วพลิกห่อดูวันหมดอายุก็พบว่าน่าจะหมดอายุไปแล้วด้วย แต่ยังไงก็ซื้อมาแล้ววันนี้เลยจะมาแกะห่อลองชิมดู

รอบๆ ห่อมีข้อมูลภาษาญี่ปุ่นเต็มไปหมดอ่านไม่ออกเลยไม่เข้าใจว่าเขียนอะไรบ้าง แต่มีรูปการ์ตูนน่ารักดี แกะดูภายในห่อจะเจอห่อเล็กๆ อีก 4 ห่ออยู่ในถาดกระดาษ เป็นห่อของเส้นบะหมี่ มีห่อเครื่องปรุงอีก 4 ห่อ ถาดกระดาษที่ใส่มานั้นมีรูปอันปังแมนให้ระบายสีและตัดออกมาเล่นเป็นหน้ากากได้

เส้นบะหมี่เป็นแบบเส้นแบนก้อนเล็กๆ ผงเครื่องปรุงสีน้ำตาลมีกลิ่นหอม ภายในยังมีลูกชิ้นปลารูปหน้าตัวการ์ตูน 2 แบบ ใส่เส้นลงในถ้วย ใส่ผงเครื่องปรุง เติมน้ำร้อนคนสักพักเส้นก็จะนิ่มพร้อมทานไม่ต้องรอนาน

น้ำซุปหอมเหมือนกลิ่นเห็ดหอม รสชาติก็ออกเค็มๆ หวานๆ เหมือนบะหมี่เห็ดหอมนั่นแหละ เส้นบะหมี่นิ่มมาก ทิ้งไว้นานเหมือนจะเละหน่อย กินกับน้ำซุปแล้วก็เข้ากันดี แต่คงต้องใส่น้ำเยอะกว่านี้นิดนึงเพราะรสน้ำซุปเค็มไปหน่อย ลูกชิ้นหน้าตัวการ์ตูนนั้นกินดูก็เหมือนจะเป็นลูกชิ้นปลาแห้งๆ นะชิ้นเล็กไปกินแล้วไม่พอที่จะรู้รสชาติเท่าไหร่

สรุปแล้วเป็นบะหมี่สำหรับเด็กที่มีขนาดพอดีๆ พร้อมกับลูกชิ้นปลาตัวการ์ตูนน่าจะทำให้เด็กทานได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ใหญ่ก็ทานได้แต่คงไม่ได้เพื่ออิ่ม แต่ทานเพื่อเอาบรรยากาศบะหมี่ญี่ปุ่นก็พอได้อยู่

ลองใช้ NIVEA MEN CREME

นีเวีย เม็น ครีม แบบตลับ [NIVEA MEN CREME] ปริมาณ 30 มล. ราคา 39 บาท

ครีมนีเวียตลับนี้ที่ซื้อมาก็เพราะแพ็คเกจเนี่ยแหละ ชอบพวกกระป๋องเหล็กแบบนี้เห็นแล้วอดซื้อไม่ได้ ประกอบกับอินไปกับโฆษณาที่ปล่อยมารัวๆ เลยไปดูแล้วก็ได้ตลับเล็กมาจากเซเว่น ตลับละบาท ตลับใหญ่ที่โลตัสบาท แต่หาซื้อยากเพราะหมดแล้วทั้งชั้นวาง ตัวตลับเป็นแบบโลหะ ฝาเป็นแบบฝาปิดเฉยๆ ไม่มีหมุนเกลียว ด้านในมีแผ่นฟลอย์ซีลทับอยู่อีกชั้น เปิดฟลอย์จะเห็นเนื้อครีมสีขาว เนื้อครีมดูคงตัวไม่เหลว หรือไหลเยิ้ม จิ้มดูก็รู้สึกว่านิ่มๆ นุ่มๆ ให้สัมผัสดี ดูแล้วคงตัวไม่น่าจะละลายไหลออกมาได้ เพราะฝาปิดได้ไม่แน่นนะปิดได้แต่หลวมหน่อยๆ น่าจะทำมาให้เปิดใช้งานได้ง่าย ลองคิดถึงตอนเปิดตลับที่ปิดแน่นพร้อมกับมือลื่นๆ ดูคงตลกพิลึก

กลิ่นครีมเป็นกลิ่นน้ำหอม กลิ่นแบบผลิตภัณฑ์ของผู้ชาย จะว่าหอมก็หอม จะกว่าฉุนก็ฉุน สรุปเป็นกลิ่นที่ให้อารมณ์หอมแบบสะอาด เนื้อครีมสีขาวสัมผัสนุ่มเนียน ไม่เหนียวเหอะ หรือมันเยิ้ม ทาบนหน้าแล้วเกลี่ยง่ายมาก แต้มนิดเดียวเกลี่ยครีมได้ครึ่งหน้าเลย ทาแล้วรู้สึกไม่เหนียว สบายๆ แต่ได้กลิ่นครีมมาตลอดๆ จะมึนหัวหน่อย ได้ลองใช้ทาตอนกลางคืนเพราะไม่มั่นใจเรื่องการกันแดดกับคุมมันของครีมที่โฆษณา ครีมตลับนี้บอกแค่คำว่า “ผสมสารกันแดด” แต่ไม่มีบอกพวกค่า SPF อะไรให้มั่นใจได้บ้างเลยทำใจใช้ตอนกลางวันไม่ได้จริงๆ เรื่องคุมมันนี่ทาเสร็จก็ไม่ได้ทำให้หน้ามันขึ้นนะ หน้าดูชุ่มชื่นดีไม่ดูแห้งเหมือนตอนล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ ตื่นมาตอนช้าพบว่าหน้าก็ยังมันอยู่นะแต่ไม่เยอะเท่าไร แต่ผลการลองทาแค่ 1 ครั้งอาจจะไม่ได้รู้ผลการใช้ตอนกลางวันจริงๆ นะว่าจะได้ผลตามที่โฆษณาไว้ไหม

สรุปแล้วเป็นครีมที่ใช้ง่ายเหมาะสำหรับผู้ชายตามที่โฆษณานั่นแหละ เปิดฝาเอามือป้ายครีมแล้วป้ายหน้าลูบๆ ปิดฝาตลับแล้วก็เสร็จเรียบร้อย ส่วนผลการใช้งานมันก็แตกต่างกันไปแต่ละคนต้องลองใช้เองถึงจะรู้ว่าใช่สำหรับตัวเองหรือไม่ สำหรับบล็อกรู้สึกว่ายังไม่ถูกใจเพราะคิดว่าเหมือนเป็นแค่ครีมทาเพื่อความชุ่มชื่นผิวเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าทาแล้วผิวรู้สึกดีกว่าปกติแต่อย่างใด เรื่องกันแดดก็ไม่ชัดเจน ขอยึดอยู่กับครีมกันแดดและบำรุงตัวเดิมไปก่อน

Blog: วันที่ 4 มกราคม 2560 สวัสดีปีใหม่, เล่าเรื่องหมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา

สวัสดีปีใหม่บล็อก ขอสวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนที่ได้ผ่านมาอ่านบล็อกนี้ เดือนที่ผ่านไม่มีบล็อกลงให้อ่านเท่าไหร่ เป็นเดือนที่มีงานยุ่งเอาการ มีเรื่องให้คิดทบทวนวนไปวนมา จนไม่ได้ลงเรื่องในบล็อกเลย หวังว่าปีนี้คงจะดีกว่าปีที่ผ่านมานะ… (ᵔᴥᵔ) …

ปลายเดือนก่อนได้มีโอกาสไปจังหวัดสุรินทร์ และได้แวะไปเยี่ยมชม “หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา” ตอนแรกก็คิดว่าเป็นหมู่บ้านคนที่เลี้ยงช้างเยอะๆ แต่ไปถึงก็เป็นเหมือนศูนย์เลี้ยงช้างนั่นเอง หลักๆ แล้วจะเรียกว่าเป็นสถานที่แสดงโชว์ความสามารถของช้างเลี้ยงก็ว่าได้ ภายในแยกเป็นส่วนๆ มีส่วนให้อาหารช้าง ขึ้นนั่งหลังช้างที่เดินวนรอบศูนย์ ส่วนลานแสดงโชว์ ส่วนขายของที่ละลึก และส่วนอาคารแสดงความรู้เกี่ยวกับช้าง เท่าที่ดูก็มีประมาณนี้

ได้ดูโชว์แค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เห็นแค่มีช้างมาเดินวนรอบลานแสดงแล้วก็มาให้ผู้ชมป้อนอาหารที่ต้องซื้อป้อน แล้วก็ช้างวาดรูป แล้วเอารูปที่ช้างวาดมาให้ผู้ชมซื้อ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ดูเพราะไม่ค่อยชอบการที่เอาช้างมาแสดงเพราะส่วนตัวคิดว่ามันเหมือนเป็นการบังคับสัตว์ให้ทำอะไรที่ผิดปกติ ดูแล้วสงสารมากกว่าเลยไม่ได้ดูต่อ ก็เลยออกไปดูส่วนของขายของที่ระลึกที่มีพอสมควร ส่วนใหญ่จะขายเป็นเสื้อผ้า พวกผ้าไทยที่มีลายช้าง กระเป๋าย่าม เครื่องประดับ ส่วนตัวไปได้ผ้าพันคอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านช้างเลยมา 2 ผื่น กระเป๋าย่ามลายช้างใบเล็ก 1 ใบ และก็สร้อยคอรูปช้างสีขาวมา 1 เส้น ราคาของที่ระลึกก็เป็นราคาปกติไม่แพงเท่าไหร่

ก่อนกลับเดินผ่านคนขายล็อตเตอรี่ คิดว่าไหนๆ ก็มาต่างที่แล้วก็ลองเสี่ยงดวงสักหน่อย ปกติไม่ซื้อล็อตเตอรี่อยู่แล้วถ้าไม่ใช่โอกาสพิเศษ ครั้งนี้เลยซื้อมา 2 ใบ เพราะคนขายทำเอาไว้แบบ 2 ใบทั้งหมด ปลายปีที่ผ่านมาก็ตรวจรางวัลแล้วก็ไม่ได้ถูกรางวัลอะไรแต่ก็ได้ลุ้นตื่นเต้นดี

ส่วนหยุดยาวเทศกาลปลายปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหน พักอยู่บ้านยาวเลย เห็นข่าวการจราจรติดขัดช่วงปีใหม่แล้วก็แอบดีใจที่คิดถูกไม่ไปเที่ยวไหนช่วงนี้ไม่ชอบรถติดเลย

ลองชิม กาแฟดริป Café Amazon [Amazon Signature Drip Fresh Coffee]

กาแฟดริป คาเฟ่ อเมซอน กาแฟแท้คั่บดระดับกลางถึงเข้ม [Café Amazon Drip Coffee (Medium to Dark)] บรรจุ 5 ซอง ซองละ 9 กรัม (45 กรัม) ราคา 120 บาท

วันนี้เอากาแฟมาลองชิมเป็นกาแฟดริปของร้าน คาเฟ่ อเมซอน หรือร้านอเมซอน ที่มีตามปั้ม ปตท. นั่นแหละ เป็นกาแฟสดที่ทำดื่มเองได้ทีบ้านหรือที่ที่อยากจะดื่ม เห็นในโฆษณาแล้วดูน่าลองทำดื่มจริงๆ คงจะดีน่าดดูถ้าได้ทำกาแฟสดดื่มเองง่ายๆ ที่บ้าน วันนี้ก็เลยจะเอามาลองชิมดูสักหน่อยตอนนี้ที่ร้านซื้อกาแฟ 1 กล่อง (5 ซอง) แถมแก้วอเมซอน 1 ใบด้วย มาเป็นชุดพร้อมทำดื่มได้ทันที

บอกไว้ก่อนเลยว่าบล็อกไม่มีความสามารถชิมแล้วรีีวิว หรือบรรยายรสชาติอันบรรเจิดของกาแฟได้นะ แค่ชอบดื่มกาแฟเท่านั้น

ในกล่องจะมีซองกาแฟย่อย 5 ซอง มีแผ่นพับบอกวิธีการดริป และเมนูกาแฟที่จะทำ ซองย่อยเล็กๆ พกง่าย แถมด้านหลังซองมีวิธีทำเหมือนข้างหลังกล่องสะดวกดีพกไปทำดื่มที่ไหนก็ได้ แกะห่อแล้วสิ่งแรกที่รู้สึกคือได้กลิ่นคั่่วกาแฟหอม หอมนุ่มละมุน ไม่เหม็นเปรี้ยวๆ เหมือนกาแฟคั่วบางยี่ห้อ กาแฟอยู่ในซองสีขาวที่มีหููเกี่ยวแบบกระดาษสำหรับเกี่ยวบนปากแก้ว

ฉีกซองแล้วเติมน้ำร้อนตามคู่มือ ค่อยๆ เทน้ำจนได้ปริมาณที่ระบุ จะได้กาแฟสดพร้อมดื่ม กลิ่นหอมกาแฟคละคลุ้งไปทั้งห้องเหมือนอยู่ร้านกาแฟเลย กาแฟที่ได้มีรส “กาแฟ” นั่นแหละ เป็นรสกาแฟแบบมีรสเข้มแล้วก็กลิ่นหอมๆ มันดีมากเลย เติมน้ำตาลไปซองนึงแล้วมันทำให้เป็นกาแฟที่อร่อยถูกใจได้ทันที แต่รสหวานไม่ได้ทำให้กาแฟเป็นรสกลมๆ อืมม…บอกไม่ถูก เหมือนกาแฟดริปอื่นๆ ที่เคยทำ แต่ยังคงได้รสกาแฟประมาณว่ารสขมแหลมๆ เป็นรสหลังจากดื่มแล้วอยู่ คงจะเป็นเพราะเป็นกาแฟแบบคั่วเข้มหน่อยแต่ชอบนะ ชอบกาแฟไหม้ๆ

สรุปแล้วเป็นการดื่มกาแฟสดง่ายๆ สามารถทำดื่มเองได้ที่บ้านสะดวกดี ถึงจะไม่ได้เอาไว้ทำดื่มทุกวันแต่มีไว้ติดบ้านทำดื่มช่วงเวลาพิเศษก็ดีไม่น้อย กาแฟที่ได้เป็นรสเข้มหน่อยส่วนตัวชอบเลย แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบก็คงเติมน้ำมากขึ้นหรือใส่นม ครีมเทียมอะไรก็แล้วแต่ มันก็จะเป็นกาแฟอร่อยๆ ที่ต้องการได้แล้ว

ลองชิม โคลอน รสชาไทย [Collon Thai Tea Taste]

โคลอน รสชาไทย [Collon Thai Tea Taste] น้ำหนัก 46 กรัม ราคา 16 บาท

โคลอนรสออกใหม่ที่ีขายในเซเว่นนานแล้วแต่เพิ่งได้มีโอกาสหยิบมาลองชิม คิดว่าน่าจะอร่อยเพราะเป็นโคลอน แกะห่อมาได้กลิ่นชานมหอมๆ ขนมในห่อจะเป็นโคลอนรูปร่างปกติ แต่จะเจอครีมสีส้มดูแปลกตา ลองชิมดูแล้วมันจะบอกว่าอร่อยก็ไม่เชิงมันเป็นรสชานมมันๆ หวานหน่อยๆ พอกินกับตัวแป้งโคลอนที่รสชาติหวานแล้วมันก็อร่อยดี แต่อร่อยสู้รสวนิลาไม่ได้… คงไม่ได้ซื้อมากินอีก ถือว่าเป็นขนมรสชาติแปลกใหม่อีกรสที่น่าจะลองชิมดู

Blog: วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เล่าเรื่องแป้งโยคี

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าเรื่องที่น่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็เป็นเรื่องได้ อาทิตย์ก่อนแป้งที่ใช้หมดเลยแวะไปดูกระปุกเล็กที่เซเว่น รู้สึกว่าเคยเห็นผ่านตาว่ามีขายอยู่ หยิบมาดูขวดแรกที่เห็นคิดว่าอันนี้แหละ แต่เหลือบไปเห็นอีกขวดนึงอยู่ข้างๆ กันไม่มีสติ๊กเกอร์สวยๆ ติด คิดว่าเป็นรุ่นเก่าแต่ก็สงสัยเลยหยิบมาดูปรากฎว่ายี่ห้อมันคล้ายกัน แต่มันไม่เหมือนกัน เอ๊ะแล้วยังไงละทีนี้ แป้งที่ว่านี้คือ แป้งโยคี ที่ว่ามันคล้ายกันเพราะรูปร่างขวดเหมือนกัน ขนาดเท่าๆ กัน ยี่ห้อใหญ่ๆ เขียนว่า “แป้งโยคี” เหมือนกัน ต่างกันที่บริษัทที่ผลิต ด้วยความสงสัยเลยหยิบมาทั้ง 2 แบบ กลับมาอ่านดูมันไม่เหมือนกับขวดที่ใช้ประจำนี่ อันนั้นจำได้ว่าซื้อที่โลตัสเป็นขวดใหญ่ มันคาใจเย็นวันนั้นเลยแวะไปดูที่โลตัส มันคนละยี่ห้อจริงๆ ด้วย ส่วนผสมก็ต่างกัน สรุปแล้วแป้งโยคีนี่มันมี 3 แบบเลยละ

อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงได้มีปัญหากับแค่ซื้อแป้งโยคีนี่ เพราะว่ามันใช้แล้วได้ผลดี เลยอยากจะซื้อแบบเดิม กลัวเปลี่ยนรุ่นใช้แล้วจะเกิดสิ่งผิดพลาดได้ ผลที่ว่านี้ก็คือ “ใช้ระงับกลิ่น” ตัวบล็อกเองใช้โรยรองเท้ามันช่วยให้รองเท้า และเท้าเวลาใส่รองเท้านานๆ ไม่มีกลิ่น และได้ผลดีเลยด้วย ยังใช้ทาเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อีก เลยพยายามหาแป้งรุ่นเดิมเพราะแป้งที่ชื่อใหม่ (บริษัทที่ผลิตคนละบริษัท) มันมีส่วนประกอบต่างกับรุ่นที่ใช้อยู่บ้าง เลยเกิดอาการสับสน วันนี้เลยจะเอาทั้ง 3 แบบที่เจอมาให้ดู เผื่อใครที่สงสัยเหมือนกัน

รูปด้านบนเป็นรูปของแป้งโยคีทั้ง 3 แบบ

  • แบบแรก ขวดใหญ่ เป็นแป้งโยคีที่บล็อกใช้ประจำตัวนี้แหละที่หาซื้อ
  • แบบที่สอง เป็นแบบที่มีสวนผสมใกล้เคียงกับที่ใช้อยู่ แต่ยังไม่ได้ลองใช้
  • แบบที่สาม เป็นแป้งยาเอาไว้ทำอะไรก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

จะเห็นว่าทั้งสามแบบจะใช้ชื่อว่า “แป้งโยคี” รูปแบบของฉลากก็คล้ายกันอีก โทนสีส้ม รูปแบบขวด สีของขวด ทำไมมันคล้ายกันแบบนี้ มันเกี่ยวข้องกันใช่ไหมทั้ง 3 แบบ งงไปหมด แต่ก็รู้แล้วว่าแป้งโยคีที่ขายในเซเว่นไม่ใช่แบบที่ตามหา หมดข้อสงสัยแล้ว!

แป้งโยคี  บริษัท โยคี (1997) จำกัด น้ำหนัก 100 กรัม ราคา 55 บาท ผลิตโดย บ.ศิริบัญชา จำกัด

แป้งโยคี ในรัศมีวงกลม น้ำหนัก 60 กรัม ราคา 25 บาท ผลิตโดย บ.เฮอร์นิเทคอินเตอร์ คอสเมติกส์

ยาผงโยคี บริษัท โยคี (1997) จำกัด น้ำหนัก 60 กรัม ราคา 25 บาท ผลิตโดย บ.ศิริบัญชา จำกัด

แกะกล่อง เคส Nillkin Samsung Galaxy Note 7 + Fan Edition

ตอนนี้ Samsung Galaxy Note 7 ได้กลับมาจำหน่ายใหม่ในชื่อ Samsung Galaxy Note Fan Edition และมีจำหน่ายในไทยแล้วเช่นกัน คิดว่าหลังจากขายในไทยแล้วจะหาอุปกรณ์เสริมได้ง่ายขึ้น แต่ก็เปล่าเลยยังคงหาอุปกรณ์พวกเคสได้ยากอยู่ดี เคสของ Samsung แท้ที่ใช้พวก NFC ก็นำมาใช้กับ Note FE ไม่ได้ เคสธรรมดาก็หายากซะเหลือเกิน แต่ก็ยังไม่หมดช่องทางเสียทีเดียวใน Lazada ยังมีร้าน Nillkin Shop ที่ยังเอาเคสของ Note 7 มาขายอยู่เลือกมา 2 แบบ แบบแรกเป็นแบบ TPU ใส อีกแบบเป็นแบบคือแบบพลาสติกแข็ง

Nillkin Nature TPU Case Samsung Galaxy Note 7 ราคา 199 บาท

ส่วนตัวไม่ชอบเคสแบบ TPU นี้สักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นแบบบางเฉียบอีกคิดว่ามันคงจะย้วยไป ย้วยมา เหมือนที่เคยซื้อของยี่ห้ออื่น แต่ก็อยากลองของ Nillkin ดูว่าจะแตกต่างจากเคส TPU อื่นๆ ไหม ตัวเคสอย่างที่บอกเป็น TPU ที่มีความยืดหยุ่น เลือกสีโปรงใสธรรมดามาลอง ตัวเคสมีจุกปิดช่องเสียบสายชาร์จ และช่องเสียบหูฟังมาให้ ด้านหลังจะมีลายจุดเล็กๆ อยู่เพื่อไม่ให้เคสดูดติดกับกระจกด้านหลังเครื่อง จับดูแล้วรู้สึกว่าจะเหมือนกับเคส TPU ของยี่ห้ออื่นที่ขายทั่วๆ ไป

ลองใส่เข้ากับเครื่องแล้วดูสวยดี ไม่ทำให้เครื่องหนาขึ้น เหมือนไม่ได้ใส่ แต่ก็พบว่ามันย้วยจริงๆ ทั้งด้านข้าง และด้านหลัง ด้านหลังนี่เคสไม่ได้แนบสนิทกับตัวเครื่องมันโป่งเป็นช่องอยู่ ด้านข้างก็โป่งออกมานิดๆ ไม่อยากจะคิดว่าเอาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วพวกฝุ่น หรือทรายหลุดเข้าไปได้นี่จะขูดกับตัวเครื่องแค่ไหน เคส TPU รุ่นนี้คงไม่ใช้ไม่อยากกังวลเรื่องฝุ่น

Nillkin Frosted Shield Samsung Galaxy Note 7 ราคา 279 บาท

เคสรุ่นนี้เคยใช้มากับเครื่อง Galaxy S8+ เครื่องก่อน เป็นเคสพลาสติกสีด้าน ผิวสัมผัสนุ่มมือแต่กระชับมือ เคสออกแบบมาให้กระชับพอดีกับตัวเครื่องมากๆ ใส่แล้วมั่นใจว่าจะไม่มีอาการขยับของตัวเครื่องทำให้เกิดรอยแน่นอน ตัวเคสคลุมทั้งตัวเครื่อง เว้นช่องไว้สำหรับปุ่มปรับประดับเสียง ปุ่มเปิดเครื่อง ลำโพง และช่องเชื่อมต่อต่างๆ เมื่อกดเคสเข้ากับเครื่องแล้วเคสจะคลุมพอดีเป๊ะกับตัวเครื่องเลย

หลังจากใส่แล้วก็จะได้เครื่องที่มีการป้องกันอย่างดี แต่คงไม่กันการตกกระแทกหรอก กันรอยได้อยู่ ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องดูหนามากขึ้น แต่ทำให้จับกระชับมือมากขึ้น เป็นเคสที่เอามาใช้บ่อยๆ แนะนำให้ลองใช้ดูราคาไม่แพงด้วย แต่อยากให้รุ่นนี้ทำเป็นแบบพลาสติกใสมาบ้างเพราะอยากเห็นสีของตัวเครื่องมากกว่า ใส่เคสแล้วมันคลุมมิดดูเป็นโทรศัพท์พลาสติกไปเลย

Blog: วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เล่าเรื่องเดือนพฤศจิกายน

สวัสดีบล็อก! เดือนนี้ไม่ได้เขียนเล่าเรื่องอะไรลงบล็อกสักเท่าไหร่ อยากเขียนเล่าเรื่องหลายๆ เรื่่อง แต่พอเลิกงานแล้วกลับถึงบ้านก็หมดแรงจนไม่ได้ทำอะไรแล้ว  คิดว่าก่อนสิ้นเดือนพฤศจิิกายนนี้จะเขียนบล็อกให้ได้ วันนี้เลยแล้วกัน ช่วงนี้ที่โคราชอากาศหนาวกลับมาแล้วหลังจากหนาวไปสองสามวันแล้วก็กลับไปร้อนอีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าหนาวครั้งนี้จะนานเท่าไหร่

หลายๆ คนคงจะทราบแล้วว่าห้างเซนทรัลได้เปิิดไปเมื่อวันที่ 3 พฤศจิิกายน 2560 ที่ผ่านมา เปิดตัวอย่างยิิ่งใหญ่เป็นห้างเซ็นทรัลสาขาแรกในภาคอีสาน แต่บล็อกเองก็ยังไม่เคยไปนะ เลยไม่รู้ว่าใหญ่แบบไหน แต่จากการเปิดห้างใหม่ครั้งนี้ก็ทำให้ห้างเก่าๆ กลับมาเหงาได้อีกครั้งนึง เหมือนตอนที่ ห้างเทอมินอล 21 เปิดไปเมื่อปลายปีก่อน

กลางเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสแวะไปที่เดอะมอลล์ตอนเย็นๆ ก็ได้เห็นห้างที่ว่าง โล่ง ไม่ค่อยมีคน บล็อกชอบมาก เดินสะดวกดี เดินดูตามร้านอาหารต่างๆ ก็ไม่มีลูกค้านั่งทานเลย เห็นแล้วแปลกตา แต่ถือว่าโชคดีนะที่ได้เห็นเดอะมอลล์เป็นห้างโล่งแบบนี้เพราะวันอืนๆ คนก็เดินเยอะปกติ จากที่ถามมา

ในเมื่อไปเดิินเดอะมอลล์แล้วก็ไม่พลาดที่จะแวะไปหาลองชิมอาหารเมนูใหม่ๆ สักหน่อย ร้านแรกที่แวะไปก็เป็นร้านประจำ ร้านโออิชิราเมน ที่ไปประจำเพราะเป็นร้านอาหารที่ราคาไม่แพงและนั่งได้นาน (ไม่นับรวมฮาจิบังราเมนนะ ร้านนี้ขอผ่าน) ที่ร้านมีเมนูใหม่คือ ฟุกุโอกะ ราเมน ที่มีสโลแกนบอกว่า หมูชาบูหอมนุ่ม ซุปทงคตสึรสละมุน แถมน้ำซุปนำเข้ามาจากญี่ปุ่นขนาดนั้นเลย ลองสั่งมาดูในบะหมี่มีหมูชาบููกลมสไลด์บางๆ 2 ชิ้น ไข่ต้มผ่าครึ่ง 1 ชิ้น น้ำซุปเป็นแบบซุปข้นขาวขุ่น น้ำซุปมีกลิิ่นหอมมัน ดมแล้วน้ำลายไหล ลองชิมน้ำซุุปดูแล้วก็รู้สึกว่ามันคล้ายกับน้ำซุปของบะหมี่นิชชิน รสญี่ปุ่นแบบซองที่ขายในเซเว่นอย่างนั้นเลย รสหวานมันกลมกล่อม หอม อร่อย ที่ซดแล้วอยากซดต่อไปเรื่อยๆ เนื้อหมูชาบูก็โอเค นุุ่มดี เนื้อสัมผัสเหมือนเบค่อน กินรวมๆ พร้อมเส้นแล้วก็เป็นเมนููที่อร่อย น่าจะมีเป็นเมนูหลักของร้านเลย เพราะมันอร่อยหลายๆ คนน่าจะชอบ

ร้านต่อมาแวะมากินไอศกรีมที่ สเวนเซ่นส์ ลองเมนูใหม่เมนูโดมอะไรสักอย่าง เมนู คริสต์มาส ช็อคโกแลต โดม ที่เสริฟมาในแก้วสแตนเลส และช็อกโกแลตโดมจากยุโรป เป็นเมนูที่จะมีคาราเมลร้อนราดลงบนโดมแล้วก็เฝ้าดูช็อกโกแลตโดมละลายลงในแก้วเผยให้เห็นไอศกรีมข้างใน แต่พอได้ลองราดคาราเมลดูแล้วมันไม่เป็นอย่างที่วาดฝันไว้ ช็อกโกแลตมันละลายอีกด้านนึงเลยไม่เห็นวินาทีที่เผยให้เห็นไอศรีมภายในเลย 555 แถมรอนานไปไอศกรีมละลายไปครึ่งลูก ภายในเป็นไอศกรีมรสวนิลา กับสตรอเบอร์รี่รึไงนี่หละ มีกล้วย ถั่ว ข้างล่างสุดเป็นวิิปครีมหนาๆ อยู่ก้นแก้ว กินแล้วรู้สึกแปลกดีกับแก้วสแตนเลส ตักชิิมคำแรกได้รสเค็มของซอสคาราเมล คำต่อไปได้รสหวานจนหวานเจี๊ยบของไอศกรีม สรุปรวมรสชาติของเมนูนี้ก็อร่อยตามเรื่องตามราว ส่วนช็อกโกแลตจากยุโรปนั้นก็แยกไม่ออกไม่รู้สึกว่าอร่อยกว่าช็อกโกแลตปกตินะ กินเอาอารมณ์เทศกาลแค่นี้ก็พอแล้ว

แค่เดือนพฤศจิิกายนหลายๆ ที่ก็เริิ่มแต่งสถานที่เตรียมเทศกาลคริสต์มาสกันแล้ว หลายๆ ร้านก็เริ่มนำเอาสินค้าประจำเทศกาลมาขายกัน อย่างร้าน 60 บาท ไดโซะ นี่ก็เอาซานตาคลอสมาขายเรียบร้อย ภายในห้างก็นำต้นคริสต์มาส ของประดับเทศกาลมาวางขายแล้วเช่นกัน ภายในซุปเปอร์มาเก็ตก็มีสินค้าเตรียมเทศกาลขายแล้วเหมือนกัน พยายามไม่เดิินไปดู แต่ก็อดมองไม่ได้ พวกคุกกี้กล่องเหล็ก กาแฟกล่องเหล็ก ช็อกโกแลตในกล่องเหล็กสีทองสวยงาม คนบ้ากล่องเหล็กอย่างบล็อกนี้เห็นแล้วอยากซื้อมาซะทุกแบบ ช่วงนี้ตามห้างเดินไปทางไหนก็เป็นเทศกาลคริสต์มาส เทศกาลสิ้นปีกันทั้้งนั้นรู้สึกคึกคักดีจริงๆ

ก่อนจะจบบล็อกขอเล่าเรื่องนี้หน่อย อาทิตย์ที่ผ่านมาอาหารพวกน้ำชาเขียวทั้งหลายเริ่มปรับราคาขึ้นกันแล้วนะ เข้าเซเว่นมองดูน้ำชาเขียว เห็นปิดป้ายราคาทับกันแล้ว เพิ่มขึ้นหลายบาทอยู่ ขึ้นราคาเพราะอะไรไม่แน่ใจไม่ได้ติดตามข่าว ขึ้นเพราะภาษีน้ำตาลละมั้ง… โชคดีที่ไม่ได้ดื่มชาเขียวแล้ว รอดูต่อว่าจะมีน้ำหวาน หรืออะไรที่ขึ้นราคาอีกกันบ้าง หวังว่าพวกน้ำอัดลมใส่น้ำตาลเทียมจะไม่ขึ้นราคานะ ไม่งั้นละแย่เลย

แกะกล่อง ของเล่นผู้ใหญ่ TENGA POCKET

TENGA POCKET ราคาชิ้นละ 259 บาท (แล้วแต่ร้านค้า)

พูดถึงของเล่นผู้ใหญ่ที่เป็นที่รู้จักเปิดเผยมาจากญี่ปุ่นก็น่าจะรู้จัก TENGA กัน บล็อกเองรู้จักกับ TENGA มานานแล้วเคยซื้อมาใช้มาลองหลายรุ่นแล้วก็ผ่านไป จนมาเห็นรุ่นนึงที่ยังไม่เคยซื้อมาเป็นรุ่น Pocket ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับรุ่น EGG เดิมเพียงแต่เปลี่ยนรูปร่างเป็นแบบแบนๆ ในซองพลาสติก วันนี้จะมาแกะดูข้างในห่อกัน

แพ็คเกจเป็นแบบห่อพกพาง่าย มี 3 สี แต่ละสีก็จะมีลายข้างในแตกต่างกัน ความหมายของสีก็น่าจะเหมือนกับรุ่นอื่นๆ ของ TENGA

  • สีขาว ลายคลื่นยาวๆ แบบสัมผัสนุ่มนวล
  • สีแดง ลายจุดวงกลม แบบสัมผัสกลางๆ
  • สีดำ ลายบล็อกสีเหลี่ยม แบบสัมผัสเข้มๆ ชัดเจน

แกะห่อสีดำออกมาแล้วจะเจอตัว POCKET ซิลิโคนรูปร่างแบนๆ อยู่ในพลาสติกใสอีกชั้น และซองเจนหล่อลื่น ตัวซิลิโคนขนาดไม่ใหญ่มีลักษณะแบนเปิดข้างในจะเห็นลายบล็อกสี่เหลี่ยมชัดเจนมาก เห็นแล้วก็น่าลองจริงๆ เนื้อซิลิโคนเหมือนรุ่น EGG แต่เหมือนจะหนากว่านิดหน่อย สีขาวเนื้อเหนียวยืดหยุ่นดี ลายด้านในก็ชัดเจน ลายบนซิลิโคนดูทนทาน

วิธีใช้ตามที่แนะนำบนซองก็คือใส่เจลลงในซิลิโคน แล้วก็ใช้งาน หลังจากใช้งานแล้วก็เอาซิลิโคนใส่ลงในซองใหญ่พับซองแล้วก็ทิ้งได้เลย ลองใช้งานสีดำไปแล้วรู้สึกว่าคิดถูกที่เลือกสีนี้มาลองก่อน ควบคุมความแน่น หลวมด้วยตัวเอง ลายบล็อกสี่เหลี่ยมนี่สุดๆ คิดว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆ คนที่ชอบอะไรเร่งเร้า อย่างว่าใครชอบนุ่มๆ เพลินๆ ก็ลองสีแดงหรือขาวดู สรุปรวมแล้วใช้งานง่าย สะดวก ให้สัมผัสดี ไม่หกเลอะเทอะ

ถ้าถามว่าหลังจากใช้แล้วสภาพมันยังดีอยู่จะล้างแล้วเก็บเอาไว้ใช้งานใหม่ได้อีกไหม จริงๆ แล้วก็ทำได้เพราะมันเป็นซิลิโคนถ้าดูแลเรื่องความสะอาด ทำให้แห้งดี และใช้งานเองอยู่แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จากประสบการณ์ที่เคยใช้งานรุ่น EGG แล้วก็เอากลับมาใช้งานได้อีกหลายครั้งมากจนมันขาดถึงได้ทิ้งไป ถ้าเราไม่รุนแรงกับมันมากนักก็คงใช้ได้นานอยู่นะ อันนี้แล้วแต่เลยจะใช้อย่างไรก็พิจารณาเอา แต่ตามคำแนะนำมาตรฐานทั่วไปแนะนำให้ใช้แค่ครั้งเดียวแล้วไปซื้อมาใหม่ซะอุดหนุนเค้าบ่อยๆ จะได้มีหลายๆ รุ่นให้เล่นกัน

Blog: วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ยาบรรเทาอาการริดสีดวง

ใครที่เคยเป็นริดสีดวงคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันเป็นโรคที่รักษาไม่หาย บางทีหาย และกลับมาเป็นอีก พออาการมันกำเริบแล้วชีวิตมันก็ไม่มีความสุขเพราะกว่าจะดีขึ้นนั้นนานมากๆ  วันนี้จะมาเล่าถึงยาที่บรรเทาอาการให้ดีขึ้น ยานั้นก็คือยา Dafomin 500 mg. คนที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วก็น่าจะรู้จักยานี้ดี แต่บล็อกก็อยากจะเขียนเล่าเอาไว้ให้คนที่กำลังหาข้อมูลรักษา หรือหาข้อมูลช่วยบรรเทาอาการ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์บ้าง

ตามที่บอกไปแล้วว่ายานั้นมีชื่อว่า Dafomin 500 mg. 1 กล่องมียา 3 แผง รวม 30 เม็ด ราคา 195 บาท มีสรรพคุณ “รักษาโรคริดสีดวงทวารหนักทั้งในระยะรุนแรงและเรื้อรัง” ตามที่เขียนไว้ข้างกล่อง บล็อกเองได้ใช้ยานี้มาหลายครั้งแล้วได้ผลค่อนข้างดี อาการดีขึ้นเร็วประมาณ 1 อาทิตย์ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

จากที่สังเกตครั้งล่าสุดเริ่มมีอาการประมาณวันอาทิตย์ (29 ต.ค.) วันถัดมาก็ซื้อยามาทาน ทานตามที่แจ้งไว้ข้างกล่องกรณีรุนแรง คือ วันละ 6 เม็ด นาน 4 วัน, ต่อด้วย วันละ 4 เม็ด อีก 3 วัน ก็ทานมาเรื่อยๆ ประมาณวันศุกร์ปลายอาทิตย์อาการก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดไม่มีการเจ็บ หรือปวดแล้ว แต่ยังคงมีอาการบวมอยู่ จากประสบการณ์ครั้งก่อนๆ ก็อีกไม่นานก็จะหายบวมและกลับสู่สภาวะปกติ ปกติแบบว่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนั้นเลยรวมแล้วระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 2 อาทิตย์ได้ ดูเหมือนจะนานแต่เมื่อการปวดหายไปแล้วก็เรียกว่าไม่มีปัญหาแล้วละก็ประมาณอาทิตย์นึง หลังจากหายดีแล้วก็ต้องดูแลเรื่องอาหารที่ทาน การขับถ่ายให้ดีเท่าที่จะทำได้ไม่อย่างนั้นอาการก็จะกำเริบขึ้นมาอีก ตัวบล็อกเองหลังจากหายดีครั้งก่อนหน้าก็หลายเดือนอยู่จนมาช่วงนี้ที่ทานอาหารไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เครียดเรื่องงานประจำค่อนข้างมากรวมๆ กันก็เลยทำให้อาการกำเริบขึ้นมา

ที่เล่ามาข้างต้นนี้เป็นประสบการณ์จากการใช้ยาตัวนี้จริง และเป็นประสบการณ์ส่วนตัว  ผลที่ได้อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนั้นปรึกษาแพทย์ดีที่สุดครับ และหวังว่าเรื่องที่เล่าไว้จะเป็นประโยชน์นะครับ ดูแลตัวเองกันดีๆ ละ

ลองชิม ฟาร์มเฮ้าส์ แซนด์วิช โฮลวีต ไส้ไก่พริกไทยดำ

ฟาร์มเฮ้าส์ แซนด์วิช โฮลวีต ไส้ไก่พริกไทยดำ [Chicken & Black Pepper Whole Wheat Sandwich] น้ำหนัก 65 กรัม ราคา 13 บาท

ตัวแซนวิชเป็นขนมปังแผ่นคู่ หั่นเฉียง ไส้ไก่พริกไทยดำ เปิดดูไส้ด้านในมีไส้ไก่มีลักษณะเป็นชิ้นเนื้อและเต็มไปด้วยพริกไทยดำ เนื้อไก่นั้นเป็นไก่จริงๆ ไม่เหมือนไก่อบแห้ง ไส้ทาอยู่บางๆ บางเฉียบ ลองชิมดูจะได้กลิ่นพริกไทยดำหอม รสชาติจะเป็นรสเผ็ดพริิกไท เผ็ดนิดหน่อย มีรสหวานของซอสหรือไก่ไม่รู้ กินแล้วอร่อยอยู่ แต่เนื้อขนมปังแห้งแข็งไปหน่อย เนื้อไก่ก็แห้งเหมือนกัน

Blog: วันที่ 21 ตุลาคม 2560 สะสมแสตมป์แลกของรางวัลช้อปติดตาวของ Tesco Lotus

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าเรื่องสะสมแสมป์ของห้างโลตัสใหญ่ที่เพิ่งมีมาให้สะสมกัน เพียงแต่ต้องซื้อของถึง 200 บาท ถึงจะได้แสตมป์ 1 ดวง สะสมครบตามจำนวนก็เอาไปแลกของรางวัลได้ทันที่ที่ห้างเลย ของรางวัลเป็นของใช้พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า กล่องพลาสติก เรรียกว่าเป็นของชิ้นใหญ่ที่มีราคาอยู่ถึงต้องใช้แสตมป์แค่ 20 ดวงก็ต้องซื้อของเยอะหลายบาท แต่ก็มีโปรสำหรับสินค้าบางตัวที่ซื้อแล้วจะได้แสดมป์เพิ่ม 1 – 100 ดวงเลย จริงๆ ดูจากราคาของรางวัลแล้วถ้ามีเงินซื้อของจนได้แสดมป์ 20 ดวง หรือเท่าไหร่ก็ตามแล้วก็คงซื้อของที่จะแลกโดยไม่ต้องเก็บสะสมแสตมป์ได้เลยจะง่ายกว่า

จากที่เล่ามาข้างบนเอาเงินไปซื้อของที่อยากแลกนั้นง่ายกว่าก็จริง คิดอย่างนั้นเลยไม่คิดที่จะสะสมแสตมป์ของโลตัส แต่บังเอิญนั่งนับแสมป์จากการซื้อของที่โลตัสที่ผ่านมาดูแล้วได้เกือบ 80 ดวงแล้ว เลยมาหาดูโปรว่ามันแลกอะไรได้บ้างดูที่จำนวน 80 ดวงแลกได้หลายอย่างมีชั้นพลาสตติก หม้อ ผ้านวม กระเป๋าเด็ก พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีอยู่ไม่กี่อย่างหลายอย่างก็มีแล้ว แต่เห็นหม้อสุกี้ไฟฟ้า นึกอยากได้ขึ้นมา คิดว่าคงเอามาทำสุกี้ช่วงหน้าหนาวคงดีไม่น้อย เลยตัดสินใจที่จะแลกหม้อสุกี้แล้วกัน

ตกเย็นก็แวะห้างโลตัส ในสมุดสะสมแสตมป์ขาดแสตมป์อีก 13 ดวง วางแผนไว้ว่าจะซื้อสบู่กลิ่นแคนตาลูป ราคา 165 บาท ที่จะได้แสตมป์ 15 ดวง เป็นสินค้าราคาที่ถูกที่สุดและได้แสตมป์พอสำหรับ 80 ดวง เดินไปคิดเงินเรียบร้อยเราจะได้แสตมป์ 16 ดวงจากการซื้อครั้งนี้ พนักงานนับแสตมป์บนเคาน์เตอร์มี 4 ดวง และนับแสตมป์แผ่นใหม่ที่หยิบมาจากใต้เคาน์เตอร์อีก 12 ดวง แล้วหยิบแสตมป์พร้อมใบเสร็จให้เรา รับมาแล้วรีบตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อติดแสตมป์และแลกของรางวัลเลย ระหว่างติดแสตมป์อยู่นั้นติดไปจากสแตมป์ 12 ดวง เอ๊ะ!!! ทำไมขาด 1 ดวง ดูใบเสร็จเราต้องได้แสตมป์ 16 ดวงนี่ ทำไมมีแค่ 12 ดวง !!! พนักงานไม่ได้หยิบอีก 4 ดวง บนเคาน์เตอร์ให้ หรือเราทำหล่นหายกันแน่นะ ถ้าไปทวงกับพนักงานตอนนี้คงไม่ได้เรื่องเค้าคงคิดว่าเราทำหายแล้วไปขอใหม่แน่ เลยตัดสินใจฝากของกับพนักงานแล้วเดินเข้าไปซื้อของอีกครั้ง “ต้องซื้ออีก 200 เลยเหรอถึงจะได้ 1 ดวง” ดูไม่คุ้มค่่าที่จะทำเลย แต่นึกได้ว่ามีโปรโมชั่นสินค้าที่รับแสตมป์อยู่บนเว็บไซต์เปิดดูแล้วก็ได้เครื่องดื่มเกลือแร่ ราคา 16 บาท รับแสตมป์ 1 ดวงมา ค่อยโอเคหน่อย คิดเงินเอาแสตมป์ไปติดในสมุดแล้วก็แลกหม้อสุกี้มาเรียบร้อย

ผ่านไปกับการแลกแสตมป์โลตัสครั้งนี้ มีปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อยแต่ก็โอเค เพียงแต่มีข้อสังเกตจากโปรโมชั่นครั้งนี้คือตามชั้นวางสินค้าไม่มีป้ายบอกเลยว่าสินค้าตัวนี้ซื้อแล้วจะได้รับแสตมป์เพิ่มนะ หรือมีป้ายบอกก็ไม่บอกให้ละเอียดบอกแค่ว่า “สินค้านี้ได้รับแสมป์เพิ่ม” แล้วก็ติดป้ายไปทั้งชั้น ไม่ระบุว่าซื้อสินค้านี้ขนาดกี่กรัม กี่มล. จะได้รับแสตมป์ เพราะสินค้ามีหลายปริมาณหลายขนาดต้องคอยหาแผ่นโปรโมชั่นถือมาดูเทียบเองตลอด เหมือนจะไม่ค่อยอยากให้สะสมแสมป์เลย

มาดูหม้อสุกี้ที่แลกมากันบ้าง เป็นหม้อสุกี้ยี่ห้อ IMARFLEX “หม้อสุกี้เอนกประสงค์ รุ่น EP-740 มูลค่า 669 บาท” เป็นหม้อขนาดเล็กน่ารักดี แกะกล่องออกมาตกใจนิดหน่อย ไม่ได้ตกใจที่ขนาดมันเล็กนะ แต่ตกใจที่มันมีอุปกรณ์มาให้เยอะ คิดว่าจะมีแค่ตัวหม้อกับฝาเท่านั้น แต่ในชุดจะมีหม้อสุกี้ ฝาแก้ว กระทะสำหรับทอด กระทะสำหรับย่าง พลาสติกต้มไข่ ครบครันเลย เรียกว่าไม่่มีเงินซื้อแก๊สก็มีหม้อไฟฟ้าเอาไว้ทำอาหารได้ไม่อดแล้วคราวนี้ วัสดุของหม้อส่วนสีแดงเป็นพลาสติก ตัวหม้อกับกระทะเป็นโลหะคุณภาพปกติไม่ได้ดี หรือแย่กว่าที่เคยใช้ รวมๆ ดูน่าใช้งาน เอาไว้ใช้งานแล้วจะมาเล่าว่าใช้งานได้ดีหรือไม่อีกครั้งนึง

แกะกล่อง Staedtler® Noris® Digital ปากกา S Pen แบบดินสอไม้

Staedtler® Noris® Digital Stylus Pencil ราคา 1,290 บาท

แกะกล่องปากกา S Pen วันนี้จะมาแกะกล่อง S Pen ดินสอไม้ หรือ Staedtler® Noris® Digital เป็นอุปกรณ์เสริมพวก Samsung Note ทั้งหลาย S Pen รุ่นนี้หาซื้อมาตั้งแต่ตอนเปิดตัวพร้อมกับ Samsung Tab S3 แล้ว ไม่มาขายในไทยสักทีเลยได้ S Pen ของ Tab S3 มาใช้แทน แต่ในที่สุดก็เข้าไทย เข้ามาครั้งนี้มาเป็นของแถมสำหรับคนที่สั่งจองเครื่อง Samsung Note8 และได้โอกาศซื้อมาเก็บสะสมสักที ได้มาจากห้องซื้อขายใน Facebook ราคาที่ได้มา 850 บาท เรียกว่าถูกกว่าราคาจริงพอสมควรเลย

ปากกามาในกล่องกระดาษของ Staedtler ดูสวยงาม ด้านหลังกล่องมีบอกรุ่นของอุปกรณ์ที่รองรับไว้เบื้องต้น ภายในกล่องที่ได้มามีแค่ตัวปากกา ไม่มีหัวปากกาให้เปลี่ยนกับคีมเปลี่ยนแถมมาเหมือนกับชุดปากา S Pen จาก Samsung เอง

ตัวปากการูปดินสอไม้รูปร่างและสีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Staedtler มีปลอกปากกาแบบใส่มาให้ด้วย วัสดุเป็นวัสดุที่ออกไปทางพื้นผิวยาง-ซิลิโคน-พลาสติก อะไรประมาณนั้น ไม่รู้เรียกว่าอะไรนะวัสดุประเภทนี้ แต่ภายนอกเหมือนมีฟิล์มพลาสติกเคลือบอยู่ ตรงบริเวณหัวปากกาที่เป็นพื้นผิวเหมือนไม้ให้อารมณ์เหมือนกระดาษแข็ง ส่วนหัวสีดำเป็นพลาสติก และหัวปากกาก็เป็นแบบพลาสติก โดยรวมแล้วดูสวยงามเหมือนดินสอไม้จริงๆ สัมผัสที่จับปากกานั้นก็เหมือนจับดินสอไม้น้ำหนักกำลังดีแต่ไม่แน่ใจว่าใกล้เคียงกับดินสอไม้จริงหรือเปล่า

เทียบขนาดกับ S Pen รุ่นต่างๆ (เรียงจากด้านบน: Staedtler® Noris® Digital / S Pen (Tab S3) / S Pen (TabA 10.1 with S Pen) / S Pen (Note FE)) จะเห็นว่าความยาวของ Staedtler นั้นยาวกว่า S Pen ขอรุ่นอื่นๆ ได้ลองใช้งานเบื้องต้นคู่กับตัว S Pen Tab S3 แล้วรู้สึกว่าไม่ได้แตกต่างเท่าไหร่ สามารถวาดเส้นเล็กด้วยน้ำหนักเบาๆ และลงน้ำหนักเพื่อวาดเส้นใหญ่ได้ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ S Pen Tab S3 จะสามรถคุมน้ำหนักที่ลงได้ดีกว่าเพราะตัวปากกาใหญ่กว่าจับถนัดมือแต่สวยน้อยกว่านะ สรุปง่ายๆ ว่าเป็น S Pen ที่ใช้งานได้ผลเหมือนกับ S Pen จาก Samsung นั่นหละ แต่ก็เพราะด้วยรูปร่างดินสอไม้นี้ ทำให้มันเพิ่มความน่าใช้ และน่าสะสมขึ้นไปอีก ซึ่งเหตุผลหลักๆ ก็เพราะรูปร่างของมันถึงซื้อมายังไงละ

Blog: วันที่ 18 ตุลาคม 2560 อากาศเริ่มเย็นใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วเหรอ

สวัสดีบล็อก! เป็นยังไงกันบ้าง? ที่โคราชเมื่อวานนี้สภาพอากาศมืดครึ้มไปด้วยเมฆ มองไปทางไหนก็มืดมัว ทุกอย่างมองเป็นสีเทาพร้อมกับอุณหภูมิที่เย็นลงแบบไม่ทันตั้งตัว เป็นสภาพอากาศที่เหมือนจะเข้าฤดูหนาวแล้วอย่างนั้น และเป็นอย่างนั้นทั้งวันซะด้วย อากาศเย็น มีลมพัดแรงหน่อยๆ รู้สึกดีมาก ถึงจะรู้ว่ามันเป็นเมฆฝนก็เถอะ จากพยากรณ์อากาศก็ได้แจ้งว่าอาจจะมีฝนตกหนักช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. นี้

วันนี้ก็ยังคงมีเมฆมากเหมือนเมื่อวานพร้อมกับลมที่พัดเอาความเย็นมาด้วย เป็นช่วงวันที่มีสภาพอากาศที่ดีเลย แต่ก็ต้องคอยลุ้นเอาช่วงเย็นว่าจะมีฝนตกหรือไม่ แล้วหลังฝนหมดแล้วจะยังคงมีอากาศหนาวอยู่ หรือจะกลับมาที่สภาพอากาศร้อนมากเหมือนวันก่อนๆ

แต่ไม่รู้ทำไมถึงชอบอากาศแบบนี้จัง ชอบฤดูหนาว (ノ◕ヮ◕)ノ*:・゚✧

ลองชิม เลอแปง มาร์เบิ้ลเค้กรสราสเบอร์รี่ Raspberry Flavored Marble Cake

เลอแปง มาร์เบิ้ลเค้กรสราสเบอร์รี่ Raspberry Flavored Marble Cake น้ำหนัก 67 กรัม ราคา 13 บาท

เค้กเนยของเลอแปงหรือว่าจะเรียกอะไรก็ตาม ที่เป็นเค้กกลมๆ มีกระดาษรอง เนื้อเค้กนุ่มๆ ฉ่ำๆ รสหอมมันนั้นเป็นหนึ่งในขนมของเลอแปงที่ชอบที่สุด เพราะในความคิดของบล็อกเองรู้สึกว่ามันคุ้มค่าทั้งขนาด และความอร่อย และเมื่อเลอแปงทำเค้กเนยรสใหม่ออกมาก็ไม่พลาดที่จะเอามาลองชิมว่าจะอร่อยหรือเปล่า รสใหม่นี้เป็นรสราสเบอร์รี่ห่อสีชมพู

รสใหม่นี้ตัวเค้กยังคงเหมือนเดิมเป็นเค้กกลมๆ บนแผ่นกระดาษ ตัวเค้กเนยยังคงหอมและชุ่มฉ่ำเหมือนเดิม แต่จะสอดไส้แยมราสเบอร์รี่มา รสแยมอมเปรี้ยว กินกับเค้กแล้วแปลกๆ แต่ก็อร่อยดี ตัวแยมเกาะกันเป็นก้อนไม่ค่อยเกาะกับเนื้อเค้กเวลากินก็จะรู้สึกว่าแยมมันเหนียวเกาะกันไม่ค่อยไปกับเนื้อเค้กสักเท่าไหร่แต่ก็พอกินได้ ส่วนตัวแล้วชอบแบบเดิมมากกว่า แต่เป็นเรื่องดีนะที่ทำออกมาเพราะในอนาคตอาจจะมีโอกาสได้เห็นเค้กเนยหลากหลายรสให้ลองชิมก็ได้