DailyBlog: เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ Samsung Galaxy Note5

ยังมีคำถาม ถามมาเรื่อยๆ หลังจากเปลี่ยนมาใช้ Samsung Galaxy Note5 ก็เป็นคำถามเดิมๆ เกี่ยวกับสเป็คที่ตัดออกไป หลักๆ ก็ เรื่องการเพิ่มหน่วยความจำ หรือ MicroSD Card กับ แบตเตอรี่ที่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว คำถามยอดฮิตก็คือ “เมมแค่นี้จะพอใช้เหรอ” “เพิ่มเมมไม่ได้ถ้าเครื่องพังแล้วข้อมูลไม่หายหมดเหรอ” คำถามพวกนี้ผมก็เคยคิดนะ ตอนนี้ก็ยังคิดถึงคำถามแบบนี้อยู่  เรื่องเมมพอใช้หรือไม่นั้นอันนี้ผมบอกไม่ได้นะครับขึ้นอยู่กับแต่ละคน วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังว่าผมใช้งานยังไง ถึงเลือก Note5 ไม่กลัวข้อมูลหายหมดเหรออออ!!

2015-08-16 01.53.26 1-025

เรื่องแรกเลย เรื่องหน่วยความจำ Samsung Galaxy Note 5 ที่ซื้อมา มีหน่วยความจำ 32GB เหลือใช้จริงๆ ประมาณ 26-27GB ดูแล้วก็เรียกได้ว่าค่อนข้างน้อยสำหรับปัจจุบัน สำหรับผมแล้วก็โอเค ดีกว่าเครื่องที่ให้มาแค่ 16GB หน่อยนึง หลักๆ ผมจะจัดการข้อมูลที่มีความเสี่ยงว่า ถ้าหายแล้วจะเสียใจ ไว้อย่างนี้ครับ

  •  ภาพถ่าย ผมตั้งให้ Auto Upload ไว้บน Cloud ตลอดครับ ตั้งแต่สมัยใช้ iPhone แล้วสะดวกดี เลยไม่ต้องกังวลเรื่องรูปถ่ายที่จะหายไปถ้าเครื่องพัง ส่วน Cloud Service ที่ใช้ก็ Dropbox เคยได้โปรเพิ่มความจุตอนใช้ Note2 แล้ว ปัจจุบันโปรหมดเหลือแค่ 6GB ไม่พอเก็บรูปแล้วเลยต้องเปลี่ยนใหม่  ปัจจุบันใช้ OneDrive ของ Microsoft เพราะมีพื้นที่เก็บข้อมูลอยู่ 30GB แถมได้รับเพิ่มอีก 100GB เมื่อเปิดใช้งานร่วมกับ Note5 (100GB นี้เหมือนจะกำหนดระยะเวลาการใช้งานนะ) สะดวกขึ้นไปอีก เก็บงานอะไรก็ได้ ผมใช้คู่กับ Windows 10 ภาพถ่ายมันก็จะโหลดลงมาที่เครื่องคอมพิวเตอร์เองอัตโนมัติสะดวกสุดยอดครับ
  • ข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อ กับบันทึกนัดหมาย ใครใช้ Android อยู่แล้วก็คงไม่ต้องกังวลมั้งครับ ผมเก็บข้อมูลผู้ติดต่อและบันทึกนัดหมายในบัญชี Gmail ที่ใช้กับโทรศัพท์นี่แหละ ซิงค์ไปกับทุกเครื่อง ซิงค์กับ iPhone ก็ได้ สามารถจัดการข้อมูลผ่าน Gmail กับ Google Calendar บนคอมได้เลยทันที
  • งานเอกสารสำคัญ ผมก็เอางานมาแก้ไขบนโทรศัพท์บ้าง โดยงานเอกสารสำคัญผมจะเก็บไว้ใน Folder DropBox หรือ OneDrive บน PC อยู่แล้ว ถ้ามีเรื่องที่จำเป็นต้องแก้ไขแบบด่วนๆ ผมก็เปิดเข้า App Dropbox หรือ OneDrive บน Note5 โหลดงานขึ้นมาเปิดบน App พวกออฟฟิต แล้วก็ Save เท่านี้ครับ เครื่องมันก็จะบันทึกไฟล์ขึ้น Cloud เลย ไม่จำเป็นต้องเก็บงานเอาไว้ในโทรศัพท์ด้วย
  • โน๊ต ข้อความ ถ้าเป็นโน๊ตข้อความ (เหมือนใน iPhone) ผมใช้ App ColorNote สำหรับจดบันทึกโน๊ตข้อความสั้นๆ หรือยาวๆ ที่สามารถ Copy ไปวางได้ และก็ตั้งให้ ซิ้งค์กับ Gmail Account ที่ใช้ซิงค์รายชื่อผู้ติดต่อกับบันทึกนัดหมายนั่นแหละครับ ถ้าเปลี่ยนเครื่องก็เข้าไปซิงค์ข้อมูลกลับมาได้ง่ายมากๆ
  • โน๊ต รูปภาพ SNote ก็ซิงค์ผ่าน SamsungAccount อยู่แล้ว เปลี่ยนเครื่องก็ซิงค์กลับมาได้
  • ข้อมูลของ App ต่างๆ App ส่วนมากก็มีการตั้งค่าให้ซิงค์ข้อมูล หรือฐานข้อมูลของตัว App กับ Cloud Service อยู่แล้วครับ เพียงแต่ตัวเราเองต้องเข้าไประบุให้มันซิงค์กับ Cloud อันไหนเท่านั้น ถ้าเราไม่เข้าไปจัดการแล้วเกิดเครื่องพังขึ้นมาก็จะไปโทษใครไม่ได้นะ
  • ข้อมูลที่เก็บในเครื่อง มีไฟล์เพลง ผมเปลี่ยนเพลงฟังบ่อยครับ มีไม่เยอะส่วนมากไม่เคยถึง 1GB ไม่กลัวหายครับ ข้อมูลอื่นๆ ก็ไม่มีที่ต้องเป็นห่วงนะครับ ส่วนมากจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่บ้านอยู่แล้ว

ก็มีเท่านี้ครับ ข้อมูลที่มีความเสี่ยง ที่ตัวเราเองจะต้องรู้ และหาวิธีจัดการ ก็จะเห็นได้ว่าผมใช้การเก็บข้อมูลใน Cloud เป็นส่วนมาก หรือเรียกว่าทั้งหมดก็ได้ครับ ฉะนั้นตอนนี้ผมก็จะมีข้อมูลข้างบนนี้เก็บไว้ได้ถึง 2 สถานที่ คือบน Cloud และก็บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน (หรืออาจจะ 3 ที่ด้วย คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของที่ออฟฟิต) ด้วยพร้อมๆ กัน โดยไม่ต้องไปทำอะไรเลย (ต้องเปิดเครื่องคอมฯ ก่อน 555) บนคอมพิวเตอร์เราก็ติดตั้งโปรแกรมของ Cloud คือ Dropbox หรือ OneDrive มันจะมี Folder ของตัวโปรแกรมมันจะโหลดข้อมูลทุกอย่างที่อยู่บน Cloud ลงมาอยู่ที่คอมฯ ของเราด้วย (สามารถตั้งค่าได้ว่าให้ โหลด หรืออัพเดท Folder อะไรบ้าง) เวลาเรามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบน Cloud อะไรก็ตาม จากการแก้ไขบน Note5 จากการแก้ไขหรืออัพโหลดจากคอมฯ ที่ทำงาน ข้อมูลก็จะอัพเดทการเปลี่ยนแปลงบนเครื่องคอมฯ ที่บ้านของเราด้วย

2015-09-11 11.15.57 1-001เรื่องต่อมา เรื่องของแบตเตอรี่ Samsung Galaxy Note5 มีแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh โดยที่ Note4 มีแบตเตอรี่ความจุ 3,220 mAh น้อยกว่าเดิมนิดเดียว แต่ Note5 ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่เองไม่ได้แล้ว อันนี้ไม่ใช้เรื่องใหญ่สำหรับผมเลย ตอนใช้ Note4 ผมยังไม่เคยแกะแบตเตอรี่เปลี่ยนระหว่างวันนะ เพราะว่าไม่เคยซื้อแบตเตอรี่ก้อนที่ 2 มาสำรองครับ ตั้งแต่ใช้โทรศัพท์มาหลายเครื่องมาก ผมก็ยังไม่เคยซื้อแบตก้อนที่ 2 มาเปลี่ยนเหมือนกัน เรื่องเปลี่ยนแบตเลยไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผมครับ แต่ Note5 ไม่กินแบตเท่า Note4 นะครับจากการใช้งานของผม Note4 จากลักษณะการใช้งานของผม ชาร์จเต็มตอนเช้า ตกเย็น แบตเหลือ 25-30% นี่เป็นปกติของผมแล้ว แต่ Note5 ชาร์จเต็มเช้า ตกเย็นแบตเหลือ 40-50% เลยครับ แต่ตอนนี้ผมใช้ร่วมกับแท่นชาร์จไร้สาย แบบ Fast Charge ที่แลกซื้อมาของ Samsung โดยชาร์จที่ออฟฟิตครับ ใช้เป็นแท่นวางโทรศัพท์เลยทั้งวันแบตก็จะเต็ม 100% ตลอด ถึงจะใช้มากแค่ไหน เพราะแท่นชาร์จ ชาร์จเร็วมากกกก เผลอแป๊บเดียวไฟเขียวแล้ว(ไฟเขียวบนเครื่อง และที่แท่านชาร์จ แสดงว่าแบตเต็ม) กลับบ้านไม่ได้ชาร์ตก็เล่นเครื่องปกติ เล่น Fackbook Youtube ถ่ายรูป แต่งภาพ อัพโหลด ดาวน์โหลดบ้าง ตื่นเช้ามาแบตเหลือประมาณ 80% ครับ ไม่ค่อยกินแบตเลยสำหรับผม (เรื่องกินแบตหรือไม่ แบตพอใช้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนนะครับ ผมแค่เล่าถึงประสบการณ์การใช้งานของผมเท่านั้น)

ก็มีเท่านี้ครับที่อยากเล่าให้ฟัง อาจจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s