เคสมือถือ Nillkin Synthetic Fiber for Samsung Galaxy S7 Edge

เคสมือถือ Nillkin Synthetic Fiber for Samsung Galaxy S7 Edge ราคา 390 บาท (ลดราคา)

เป็นเคสกึ่งแข็ง-นิ่ม ตัวเคสบาง น้ำหนักเบา กรอบเป็นพลาสติกสีดำด้าน พื้นผิวนุ่มๆ ลื่นๆ เหมือนเคลือบยางแต่ก็ไม่ใช่ สัมผัสแล้วรู้สึกดี จะลอกเหมือนพวกพลาสติกเคลือบยางนุ่มรึเปล่ายังไม่รู้ ต้องลองใช้งานไปสักพักก่อน ลายเคฟล่าด้านหลังเป็นพื้นผิวสัมผัสตามลาย สีด้านไม่มันเงา และให้สัมผัสนุ่มเหมือนกัน ใส่กับโทรศัพท์ได้ง่ายเพราะมันลื่น และความลื่นของตัวเคสก็ทำให้เวลาจับใช้เครื่องก็ลื่นขึ้นตามไปด้วย เหมือนจะทำให้โทรศัพท์หลุดมือง่ายกว่าตอนไม่ใส่เคสอีก

ข้อสังเกต – ขอบเคสไม่ได้คลุมมาถึงด้านหน้าจอ เกาะแค่ส่วนบนกับล่างของเครื่องเท่านั้น อาศัยเพียงความฟิตพอดีของเคสกับตัวเครื่องเกาะเอาไว้ ดูแล้วไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่ถ้าตกลงพื้น แล้วยิ่งตัวเคสออกจะลื่นมือไปหน่อยคงต้องระวังการถือเครื่องมากขึ้น แต่เคสออกแบบมาสวยใส่แล้วเนียนไปกับเครื่อง เพราะเคสบางเลยดูเหมือนไม่ได้ใส่ แถมมีลายเคฟล่าด้านหลังดูดีทำให้เครื่องดูแปลกใหม่ไม่เหมือนเดิมข้อดีข้อนี้ก็คิดว่าแทนกันได้นะ

มาอัพเดทหลังจากใช้งานมา 3 วัน

ข้อที่ถูกใจ

  • เคสบาง ใส่แล้วดูเนียนไปกับเครื่อง ทำให้เครื่องดูสวยแปลกตา
  • ลายเคฟล่าสวยดี

ข้อที่ไม่ถูกใจ

  • ตัวเคสลื่นมาก เพราะเป็นเคสแบบด้าน ด้านหลังลายเคฟล่าเหมือนจะทำให้ผิวสัมผัสมันลืนเนียน เลยทำให้จับไม่ถนัด รวมไปถึงขอบเคสด้านข้างที่เป็นสีแบบด้านและสัมผัสนุ่มลื่นนี่ทำเอาเกือบหลุดมือไปหลายรอบแล้ว
  • ขอบเคสด้านข้างคลุมมาไม่ถึงขอบบนสุดของเครื่อง ทำให้เวลาหยิบเครื่องขึ้นมาใช้งานหยิยไม่สะดวก เพราะเป็นช่วงขอบของเคส จับใช้ยากกว่าเครื่องตอนไม่ใส่เคสอีก
  • ด้านหลังเคสไม่ได้โค้งไปตามขอบหลังของเครื่องโทรศัพท์ แต่เป็นแบบเรียบไปกับพื้นเวลาถือจะรู้สึกถึงขอบเคสแข็งๆ อยู่ในมือไม่โอเคเท่าไหร่

ตามข้อที่ไม่ถูกใจก็ได้ถอดเคสเก็บเรียบร้อย จากที่จะหาเคสมาช่วยให้ใช้งานได้ถนัดมือกลับทำให้ต้องระวังในการใช้งานมากขึ้น กลัวว่าจะลื่นหลุดมือตลอดมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

Advertisements

Blog – กาชาปอง เกล็ดหิมะ NATURE TECHNI COLOUR MONO 雪の結晶 チャームストラップ

ครั้งนี้จะมาเล่าถึงกาชาปองแบบนึง ที่ตามหา และรอคอยมานานแสนนาน ย้อนไปประมาณ 2 – 3 ปีที่แล้ว มีกาชาปองจากค่าย NATURE TECHNI COLOUR ทำกาชาปองรูปร่างของ “เกล็ดหิมะ” [Snowflakes] ที่มีรูปร่างเหมือนจริงมาให้สะสมกัน ได้เห็นกาชาปองแบบนี้จากเว็บบล็อกของคนญี่ปุ่น เราก็ทำการค้นหาจนรู้ว่าเป็นกาชาปองของค่ายไหน

ด้วยการที่เราอยู่เมืองไทยมันไม่มีกาชาปองพวกนี้เข้ามาให้หมุน ส่วนมากที่เข้ามาในไทยก็จะเป็นพวกการ์ตูนดังๆ เป็นส่วนใหญ่ เราก็คอยเข้าไปดูในกลุ่มขายกาชาปองในเฟสบุ๊คตลอด แต่ก็ไม่มีใครที่จะหมุนมาขายเลย จนไปเจออยู่ 1 ชิ้น ที่ขายกองรวม กับกาชาปองอื่นๆ เลยเป็นชิ้นแรกที่ได้มา ถึงจะเก่าไปหน่อยแต่ก็ยังสวยอยู่ หลังจากนั้นก็ไม่พบเจอใครเอามาขายอีกเลย

ต่อมาประมาณปลายปีที่แล้ว ปี 58 ทางค่ายก็ทำกาชาปองเกล็ดหิมะออกมาอีก คราวนี้เป็นแบบเรืองแสง แถมมีตั้ง 16 แบบ ไปได้มา 4 แบบ ก็ไม่ครบอยู่ดี

จนเมื่อกลางปีที่ผ่านมานี้ ได้สอบถามแม่ค้าที่รับหากาชาปองจากญี่ปุ่นและได้รู้ว่าจะมีการนำกลับมาผลิตให้หมุนอีกครั้งตอนปลายปี 59 นี้ ก็เฝ้ารอต่อมาจนปลายปี บังเอิญเปิดเจอโพสนึงในกลุ่มซื้อขายกาชาปอง มีรูปตู้กาชาปองเกล็ดหิมะแบบนี้อยู่มุมๆ ภาพ ไม่รอช้าเลื่อนอ่านข้อความในโพส “แม่ค้ารับหมุนกาชาปองจากญี่ปุ่นคะ” จัดการ Inbox ไปถามทันที ให้แม่ค้าหมุนให้ 8 ลูก กะว่าโชคดีได้แบบไม่ซ้ำกัน แต่ก็ไม่มีโชคเท่าไร ซ้ำไป 2 แบบ ไม่เป็นไรยังไงก็ได้สิ่งที่ต้องการหาแล้ว

ผ่านมา 2 – 3 วัน ไปเจอโพสของแม่ค้าอีกคน คนนี้ไปเที่ยวไต้หวัน รับหมุนกาชาปองเหมือนกัน เห็นรูปตู้กาชาปองเกล็ดหิมะนี้อยู่ 2 แบบเลย คิดสักพักว่าจะฝากหมุนอีกดีไหม แต่อยากได้ครบชุด เลย Inbox ไปถามแม่ค้าว่าที่นั่นมีขายแบบยกชุดบ้างไหม แม่ค้ารับปากว่าจะไปถามที่ร้านดูให้

เงียบไปวันนึง แม่ค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่มีขายเป็นชุด เลยคุยกันไปเรื่อยๆ ว่าแม่ค้าจะไปอีกเมืองนึงเดี๋ยวจะดูให้ว่าที่เมืองนั้นมีขายบ้างหรือเปล่า ผ่านไปสักพักแม่ค้าก็ตอบกลับมาว่ามีขายยกชุดนะ แต่มีแค่แบบใส แบบเดียว เราก็ตกลงทันทีเอา 1 ชุด สบายใจได้แล้วว่าจะได้ครบชุดสักที

แป๊บนึงแม่ค้าก็ส่งรูปนี้มาให้ … เอ่อ เปิดตู้แกะมาให้เดี๋ยวนั้นกันเลยทีเดียว ร้านค้านี้ทุ่มเทมาก ไม่คิดว่าจะซื้อยกชุดแบบนี้ก็ได้ด้วย แต่ก็คงเพราะว่าเป็นนักท่องเที่ยวด้วยหละ ร้านค้าเลยเปิดตู้เลือกแบบให้ครบชุดแบบนี้ ถ้าเป็นคนแถวนั้นคงต้องหมุนจนหมดตัวกันไปข้างนึง

และในที่สุดก็ได้ครบทั้ง 8 แบบแล้ว (และซ้ำอีกเยอะเลย) เป็นรุ่นแบบใส ตัวเกล็ดหิมะเหลือบสีรุ้งสวยมาก คุ้มค่าที่ฝากหาซื้อจริงๆ แบบเรืองแสงไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะมันไม่สวยเท่าไรสีขุ่นๆ เหมือนของปลอมเกินไป แบบใสนี่แหละสวยเหมือนจริงดี ไหนๆ ก็ได้มาครบทุกแบบแล้ว เลยเอามาเล่า และเอามาให้ดูกันในบล็อกนี้สักหน่อยเผื่อใครตามหาอยู่จะได้รีบไปหมุนกัน

ลองชิม มาม่า ซูเปอร์โบวล์ มัสมั่นไก่ [MaMa Super Bowl Chicken Massaman Flavour]

มาม่า ซูเปอร์โบวล์ มัสมั่นไก่ [MAMA Super Bowl Chicken Massaman Flavour] น้ำหนัก 130 กรัม ราคา 39 บาท

ในถ้วยจะมีซองผงเครื่องปรุง น้ำมันเครื่องแกง และซองเนื้อไก่ และมันฝรั่ง ที่ปรุงรสมัสมั่นแล้ว

ฉีกซองเครื่องปรุงลงในถ้วยจะได้กลิ่นเครื่องแกงสมัสมั่นหอมรุนแรง กลิ่นหอมมันของถั่วลิสง กลิ่นเครื่องแกงต่างๆ เชิญชวนให้กินมากๆ

จริงๆ แล้วซองสีเงิน ที่มีเนื้อไก่กับมันฝรั่งนั้น ฉลากระบุว่าให้ใส่หลังจากต้มเส้นสุกแล้วโดยเอาวางไว้บนฝากถ้วย แต่มันก็ต้องใส่รวมกันอยู่ดีใส่ไปตอนไหนก็คงเหมือนกันละ ซองสีเงินนี้แค่ฉีกซองน้ำซอสไหลทะลักพร้อมกลิ่นเครื่องแกง เรียกว่าแค่กลิ่นของมาม่าถ้วยนี้ก็กินขาด

เปิดฝาคนให้เครื่องปรุงให้เข้ากันก็พร้อมทาน รสชาติของน้ำซุปเป็นไปอย่างที่คิดมันหวานมันเข้มข้นมาก น้ำขั้นแบบมีเนื้อสัมผัสของเครื่องปรุง เข้ากับเส้นที่เหนียวหนึบๆ (พอดีต้มเส้นไม่สุกดีแต่ก็ได้สัมผัสเส้นที่นุ่มเหนียวไปอีกแบบ) เข้ากันดีมากๆ กินเส้นหมดก่อนซดน้ำซุปที่เหลือเข้มข้นมากจนรู้สึกว่าเค็มไปหน่อย แต่ถ้าใส่น้ำเผื่อเอาไว้หน่อยคงจะได้รสพอดี คราวหน้าลองใหม่ ดีนะที่หยิบมา 2 ถ้วย คิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่หยิบมาเผื่อไว้

ลองชิม บะหมี่ Lucky Me! อูด้ง รสเทมปุระ [Lucky Me! Udon Soup Bowl Tempura Flavor]

Lucky Me! อูด้ง รสเทมปุระ [Lucky Me! Udon Soup Bowl Tempura Flavor] น้ำหนัก 120 กรัม ราคา 49 บาท

ลองชิมครั้งนี้มาลองชิมอูด้งของ Lucky Me! อีกรสชาตินึง คือรสเทมปุระ คิดว่าไม่น่าจะเอามาทำเป็นรสชาติบะหมี่นะ เทมปุระนี่มันก็ของทอดรสจืดๆ มันๆ นี่ จะออกมาเป็นบะหมี่ยังไง หรือว่าในถ้วยจะใส่เทมปุระมาด้วย ทำให้อยากเอามาลองชิมขึ้นทันที

เปิดถ้วยออกมาก็ไม่มีอะไรมากเลย น้อยกว่ารสต้มยำกุ้งด้วยซ้ำ มีแค่ซองซอส กับซองผักอบแห้ง แอบผิดหวังที่ไม่มีเทมปุระมาในถ้วย แต่ก็ฉีกซองเส้นอูด้ง เทซอส เทผักแห้ง และติมน้ำร้อนทันที

เติมน้ำร้อนคนจนเข้ากัน ก็ได้สัมผัสกลิ่นของซอสออกกลิ่นหวานๆ เค็ม และกลิ่นของต้นหอมแห้งที่ใส่ ซดน้ำซุปรสชาติก็เหมือนกับกลิ่นเค็มๆ หวานๆ เหมือนบะหมี่รสซอสญี่ปุ่นอย่างนั้นเลย ไม่รู้ว่ารสเทปุระมันอยู่ในถ้วยนี้ไหม หรือว่าเป็นแค่ชื่อรสชาติเฉยๆ นะ กินไปก็คิดว่าถ้าเอามาทำเป็นบะหมี่เย็นของญี่ปุ่นน่าจะอร่อยกว่าแบบน้ำ จนพลิกไปอ่านหลังฉลาก มีแนะนำวิธีกินทั้งแบบเติมน้ำร้อน กับแบบเย็น ที่เอาซอสทำเป็นน้ำจิ้มของบะหมี่เย็นญี่ปุ่นจริงๆ คราวหน้าคงจะเอามาลองกินแบบเย็นดูบ้างละ สรุปรสนี้เป็นรสธรรมดาของบะหมี่แนวญี่ปุ่นเลย มีดีตรงเส้นอูด้งที่เป็นเส้นสดเด้งดึง เคี้ยวมันจริง แต่คิดว่าไม่คุ้มกับราคา 49 บาท แล้วมีแค่เท่านี้อ่ะนะ

ลองชิม อีซี่โก ทงคตสึราเมน เฉพาะที่ 7Eleven [EZYGO Tonkotsu Ramen]

อีซี่โก ทงคตสึราเมน [EZYGO Tonkotsu Ramen] น้ำหนัก 330 กรัม ราคา 59 บาท

แค่เห็นแช่อยู่ในตู้ที่เซเว่นแล้วก็แปลกใจว่าบะหมี่ที่อยู่ในห่อนั้นจะเป็นยังไงนะ ห่อใหญ่มาก ดูรูปแล้วน่ากินจริง แกะห่อออกมาก็ถึงบางอ้อ มาเป็นถ้วยเลย บะหมี่และน้ำซุปแช่แข็งพร้อมจัดแต่งโรยหน้าด้วยเห็ดหูหนู ผัดกาดขาว และเนื้อหมูอย่างดี ไม่รอช้าจับเข้าไมเครเวฟรอ 7 นาที ก็พร้อมทาน

น้ำซุปหอมมาก ซุปข้น รสหวานกลมกล่อม รสเข้มข้นถึงซุปกระดูกหมูจริง เนื้อหมูมี 2 ชิ้นบางๆ น้อยไปน่อย ผักเครื่องเคียงมีผักกาด กับเห็ดหูหนูหั่นเป็นเส้นกรอบอร่อยไม่นิ่มและ เส้นบะหมี่นุ่มมาก กินกับผักและน้ำซุปอร่อยได้อารมณ์กินบะหมี่ในร้านเลยจริงๆ เนื้อหมูไม่เปื่อยเท่าไหร่ยังมีอะไรให้เคี้ยวได้อยู่ ราคา 59 บาท แต่ได้รสชาติที่เหมือนไปกินที่ร้านนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ

Blog – ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge

ต่อจากบล็อกที่ผ่านมาไปตามหาฟิล์มกันรอยหน้าจอ Samsung Galaxy S7 Edge อยากจะเล่าว่าได้แกะฟิล์มออกหลังจากติดไม่กี่อาทิตย์เพราะหลายเหตุผล

  • อย่างแรก ฟิล์มที่ได้ติดมามันไม่ได้ตัดช่องเว้นตรงบริเวณกล้องหน้า เวลาถ่ายรูปผ่านกล้องหน้าออกมานั้นภาพมันมัวและซีดเสียคุณภาพกล้องไปหมดเลย
  • อย่างที่สอง ตัวฟิล์มมันทำให้ความคมชัดของจอลดลง และทำให้ภาพบนจอแสดงผลเป็นจุดสีๆ โดยเฉพาะเมื่อมองภาพสีขาวจะเห็นได้ชัด (ตัวที่ติดเป็นฟิล์มแบบ TPU ที่นิ่มๆ) เวลาปรับสีรูปภาพ ดูภาพ หรือวีดีโอบนมือถือ มันขัดตา น่าหงุดหงิดมาก

จากปัญหาที่เกิดโดยเฉพาะข้อที่สอง ก็แกะฟิล์มออกและใช้เครื่องแบบไม่ติดฟิล์มมาได้สักพักแล้ว จอก็ยังไม่มีรอยนะ และในที่สุดจนเจอสิ่งที่ตามหามานาน ฟิล์มกันรอยที่ชัดใส และที่สำคัญติดเองได้ง่าย ก็ฟิล์มของ Spigen นี่ไง ใช่แล้วยี่ห้อที่ขายเคสมือถือเยอะๆ นี่แหละ

ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge – 1 กล่อง ฟิล์ม 2 ใบ ราคา 690 บาท

ฟิล์มกันรอย Spigen รุ่น Curved Crystal HD ชื่อก็บอกแล้วว่าชัดใสแน่นอน ก็เพราะฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มพลาสติกเนื้อแข็ง เหมือนฟิล์มที่ติดมือถือจอแบบปกติทั่วไปหน่ะ เพียงแต่ของรุ่นนี้จะทำการขึ้นรูปขอบโค้งให้เข้ากับความโค้งของหน้าจอ S7 Edge เลย ทำให้ลดปัญหาฟิล์มเด้งออกจากจอหลังจากติดได้

และที่มันเป็นฟิล์มแบบพลาสติกแข็ง จึงทำให้มันติดเองได้ง่ายอย่างแน่นอน ไม่เหมือนฟิล์มพวกพลาสติกนิ่ม TPU ที่ต้องใช้ประสบการ์และฝีมือเท่านั้นถึงจะติดออกมาได้สวยใส ที่สำคัญตรงจุด และตำแหน่งต่างๆ บนหน้าจอ ฟิล์มของ Spigen นี้กะระยะได้ง่าย เพราะฟิล์มคงรูปตลอด แถมเอาเทปกาวดึงฝุ่นออกจากฟิล์มได้ได้วย ถ้าทำแบบนี้กับฟิล์ม TPU นะ มีหวังฟิล์มยืดย้วยแน่ ติดเองเสร็จภายในไม่กี่นาที

เรื่องใส่เคสแล้วดันฟิล์มหรือไม่นั้น ก็คิดว่าคงไม่ดัน เพราะตัวฟิล์มติดอยู่ในบริเวณพื้นที่ของหน้าจอเท่านั้น ตัวฟิล์มนั้นเว้นส่วนด้านบน ด้านล่าง และมุม 4 มุม เอาไว้

จึงอยากแนะนำคนทีใช้ Samsung Galaxy S7 Edge อยู่ และไม่ได้ติดฟิล์ม หรือติดฟิล์มแล้วไม่ถูกใจ  ให้ลองฟิล์มของ Spigen ดู น่าจะถูกใจไม่มากก็น้อย แถมกล่องนึงได้ฟิล์ม 2 ใบเลย

 

ลองชิม คิทแคท รูบี้ส์ [KitKat Rubies]

คิทแคท รูบี้ส์ [KitKat Rubies] น้ำหนัก 33.6 กรัม (11.2กรัม * 3 ชิ้น) ราคา 39 บาท

คิดแคทรูปแบบใหม่แบบก้อน ปกติเป็นแบบแท่งต่อๆ กัน ครั้งนี้ผสมถั่วเฮเซลนัทลงไปด้วย ดูจากแพ็คเกจที่ทำออกมาแล้วดูสวยงาม และดูราคาแพง ซึ่งก็มีราคาแพงจริงๆ 3 ชิ้น 39 บาท ตกชิ้นละ 13 บาท เลย แล้วมันดีกว่าแบบเก่าอย่างไรละ

มันไม่ได้ดีกว่าแบบเก่าหรอก มันเป็นรูปลักษณ์ใหม่เพิ่มมาต่างหาก เหมือนเพิ่มรูปแบบขนมออกมาขายในช่วงสิ้นปี ตัวรูบี้ส์นี้มีจุดเด่นที่มีครีมช็อกโกแลตผสมชิ้นเฮเซลนัทสอดใส้อยู่ในก้อนคิทแคทโดยที่ยังคงมีเวเฟอร์เป็นฐานด้านล่างอยู่แล้วเคลือบด้วยช็อกโกแลตรอบๆ อีกที

เพราะใส่ถั่วเฮเซลนัทเข้ามาด้วยทำให้ตัวคิทแคทรูบี้นี้มีกลิ่นที่หอมมากๆ หอมเหมือน “นูเทลล่า” ที่ทาขนมปังนั่นแหละ รสชาติก็ยังคงหวานหอมช็อกโกแลตเหมือนคิทแคทปกติอยู่ เพิ่มเข้ามาด้วยกลิ่นที่หอมชวนกิน กับรูปร่างใหม่

ส่วนตัวคิดว่าเป็นคิทแคทอีกรูปแบบที่ทำออกมาได้ดี แถมยังออกมาเจาะจงในช่วงเทศกาลสิ้นปีอีกด้วย โดยเฉพาะแพ็คเกจแบบกล่องที่มีพลาสติกใสเห็นตัวซองขนมด้านในทำให้ราคา 39 บาท ดูไม่แพงสักเท่าไหร่ และก็ดูมีสวยงามพอสำหรับซื้อสักกล่องไปเป็นของฝากเพื่อนในช่วงปีใหม่นี้

ลองชิม เพรทซ์ สโนริสาหร่าย เถ้าแก่น้อย [PRETZ Nori Seaweed Flavour]

เพรทซ์ สโนริสาหร่าย เถ้าแก่น้อย [ PRETZ Nori Seaweed Flavour ] น้ำหนัก 36 กรัม ราคา 15 บาท

เพรทซ์รสใหม่ รสพิเศษออกมาร่วมกับสาหร่าย เถ้าแก่น้อย แท่งขนมปังมีสีเข้มขึ้นเพราะว่าผสมสาหร่ายลงในตัวแท่งขนมปัง ด้านนอกเคลือบไปด้วยผงเครื่องปรุงเยอะมากๆ กลิ่นหอมของสาหร่ายกลิ่นแบบสาหร่ายอบกรอบ หอมดี รสนั้นออกไปทางเค็มรวมกับกลิ่นสาหร่ายแล้วมันเก็เป็นรสสาหร่ายนั่นแหละ ไม่แปลกใหม่เท่าไหร่แต่ก็เป็นรสใหม่นะลองชิมดู สิ่งที่ไม่ชอบอย่างเดียวก็คงจะเป็นผงเครื่องปรุงที่เคลือบอยู่ เป็นผงค่อนข้างใหญ่และเยอะมาก เวลากัดแท่งขนมปังแล้วมันร่วงออกจากแท่งขนมปัง ร่วงเเยอะด้วย เลอะเทอะไปหมด

ลองชิม เนสกาแฟ ลาเต้ กลิ่นมะพร้าว [NESCAFÉ Latte Coconut]

เห็นโฆษณานี้ในเฟสบุ๊คมองตอนแรกนึกว่ากาแฟรสมะพร้าว พออ่านดีๆ ถึงจะรู้ว่ามันเป็นกาแฟลาเต้แบบ 3in1 ที่มีกลิ่นมะพร้าวที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยแล้ว ไม่รู้แค่ลองตลาดหรือเปล่า เพราะขายแค่ในเซเว่น มีแต่ห่อเล็กแบบ 3 ซอง

เนสกาแฟ ลาเต้ กลิ่นมะพร้าว [NESCAFÉ Latte Coconut] น้ำหนัก 30 กรัม x 3 ซอง ราคา 35 บาท

เป็นกาแฟ 3in1 ซองใหญ่ ชงน้ำร้อนแล้วกลิ่นมะพร้าวหอมมากๆ กลิ่นเหมือนพวกขนมรสมะพร้าว แต่รสของกาแฟไม่ได้เป็นรสมะพร้าวนะ เป็นรสกาแฟลาเต้ที่รสหวานมัน ยังได้รสกาแฟเข้มที่ปลายลิ้น รวมกับกลิ่นมะพร้าวแล้วทำให้เป็นรสเข้มที่นุ่มมาก แถมมีฟองนุ่มๆ ให้สัมผัสแบบลาเต้ในร้านเลยทีเดียว

ส่วนตัวคิดว่ามันหอมอร่อยมากๆ เป็นกาแฟสูตรอื่นๆ ที่เนสกาแฟควรนำเข้ามาตั้งนานแล้ว เหมือนของพวกกาแฟเขาช่อง ที่ทำกาแฟ 3in1 สูตรต่างๆ ขายออกมานานแล้ว(แต่มันไม่อร่อยอ่ะ) หลังจากได้ลองชิมซองแรกไปแล้ว ก็กลับไปเซเว่นไปซื้อเก็บเอาไว้อีกเยอะเลย