ลองชิม 7Fresh ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น [Japanese Cheese Cake]

7Fresh ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น Japanese Cheese Cake น้ำหนัก 75 กรัม ราคา 30 บาท

เค้กพร้อมทานแบบใหม่ที่มีขายในเซเว่นมาสักพักแล้ว เป็นชีสเค้ก ที่แพ็คเกจก็ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็น ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น มันเป็นแบบไหนนะ มันจะต่างกับชีสเค้กตามร้านกาแฟยังไง ต้องเอามาลองชิมดู แพ็คเกจเค้กเป็นกล่องพลาสติกใสทรงกลม มีถาดพลาสติกสีทองดูดีมีราคา ตัวเค้กอยู่ในกล่องอย่างสวยงามเลยทีเดียว

จับแค่กล่องยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอแกะออกมาจับที่ตัวเค้กเท่านั้นแหละถึงได้รู้ว่าตัวเค้กนั้นมีน้ำหนักใช้ได้เลย จับแล้วเนื้อแน่นไม่เละ ดูภาพนอกเนื้อเค้กดูฉ่ำเหมือนเค้กเนยอะไรแบบนั้นเลย

ภายนอกลองดมกลิ่นดูได้กลิ่่นเค้กหอมมัน น่ากินมาก เป็นกลิ่นมันๆ เหมือนเค้กเนยที่เข้มข้นหน่อยบอกไม่ถูก บิเค้กออกมาก็จะเห็นเนื้อเค้กที่ไม่ร่วนเท่าไหร่แต่ดูฉ่ำดี ชิมแล้วรสแรกที่รู้สึกจะเป็นรสหวานมัน มีรสชีสเล็กๆ พอให้สังเกตได้ เนื้อเค้กเนียนฉ่ำมาก เวลาเคี้ยวไปบนเนื้อเค้กฉ่ำเนียนร้อมกับรสหวานมันของชีสเค้กแล้วรู้สึกดี ใครนึกไม่ออกว่าตัวเค้กรวมๆ เป็นแบบไหนให้นึกถึงเค้กเนยสดฉ่ำๆ แบบนั้นเลย อร่อยดี

สรุปแล้วเป็นเค้กที่อร่อยเลยทีเดียว เสียอย่างเดียวที่ขนาดเล็ก และราคาค่อนข้างแพงอยู่

Advertisements

Blog: วันที่ 28 สิงหาคม 2560 กำหนดเปิดจอง Samsung Galaxy Note8 ในไทย

 

ว่าจะไม่เขียนถึงแล้ว Samsung Galaxy Note8 ไม่อยากเพิ่มความอยากได้ให้ตัวเองไปมากกว่านี้ แต่ก็ขอเขียนถึงสักหน่อยเพราะเพิ่งเห็นราคาวางขายในไทยแล้วอยู่ที่ 33,900 บาท (ที่มา: iaumreview) ราคามันจะสูงไปไหน เปิดจองวันที่ 1 – 17 กันยายน 2560 นี้ และมีของแถมเมื่อจองแต่ละสถานที่อีก ถ้าจองผ่านทาง S-estore ก็จะได้แบตเตอร์รี่แพ็คเพิ่มไปอีก 1 ชิ้น (Samsung Battery Pack 5100mAh มูลค่า 1,590 บาท) นอกจากของแถมที่ได้จากประกาศแล้ว ยังมีลงทะเบียนสิทธิ์จากเครื่อง Galaxy Note รุ่น 1-5 แล้วจะได้ปากกา S Pen รุ่นพิเศษ (Staedtler® Noris® Digital Samsung Pencil มูลค่า 1,290 บาท) เพิ่มอีก 5,000 สิทธิ์

มองดูของแถมที่จะได้ถ้าสั่งจองเครื่อง Note8 แล้ว ดูคุ้มค่านะ แต่ก็ไม่เห็นเห็นสิ่งที่ตัวเองจะเอาไปใช้ประโยชน์จริงๆ ได้เลย ลำโพงก็คงไม่ได้ใช้ เคสปกติก็ไม่ใส่ ปากกา S Pen ขนาดใหญ่มีแล้วก็ยังไม่ได้ใช้เต็มที่เลย และยังไม่คิดถึงถ้าผ่านไปสักพัก Samsung จะทำการอัดโปรรุนแรงลดราคาสนั่นอย่างที่เคยเกิดกับ Galaxy S8, S8+ มาแล้วแน่นอน ตอนนี้คงยังไม่จอง รอดูโปรสิ้นปี และรอเผื่อดูแนวทางของ Galaxy S9 ก่อนดีกว่า จะได้เจ็บน้อยหน่อย…. คิดถึงปุ่ม Home พร้อมสแกนนิ้วจัง ಥ_ಥ

Blog: วันที่ 22 สิงหาคม 2560 ไข้หวัดใหญ่ + หัวต่อ Samsung Micro USB Connector

สวัสดีบล็อก! วันนี้เป็นวันแรกที่ได้กลับมาทำงานหลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ป่วยหนัก ตรวจแล้วพบว่าเป็น “ไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ A” ซึ่งต้องอยู่นอนที่โรงพยาบาลเลยทีเดียว แต่ด้วยห้องแยกโรคสำหรับผู้ป่วยโรคติดต่อเต็ม หมอเลยให้ไปพักอยู่ที่บ้านแทน ไข้หวัดใหญ่นี้มีอาการที่ทรมานมาก ไข้สูง หนาวสั่น ร้อน สลับไปมา ยังมีอาการพวกปวดหัวรุนแรงจนนอนไม่ได้ อาเจียน ไม่มีแรง แขนขาชา โดนกับตัวเองมาแล้ว สงสัยว่าไปติดหวัดมาตอนไหนเพราะตัวเองไม่ได้ป่วยมาเกือบ 5 – 6 ปี แล้ว ก็คิดได้อย่างเดียวคือวันเสาร์ก่อนที่ไปดูหนัง แอนนาเบล ที่เดอะมอลล์ เพราะคืนนั้นรู้สึกเจ็บคอขึ้นมา วันต่อมาก็เริ่มมีไข้ คงพลาดไปรับเชื้อมาตอนนั้นละ ฉะนั้นใครที่ไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยก็ระวังตัวกันไว้ด้วย พกเจลแอลกอฮอล์ขวดเล็กๆ ไว้ล้างมือก็ดี ช่วงนี้ไข้หวัดระบาดมากจริงๆ

วันนี้มีกล่องพัสดุวางรออยู่ที่โต๊ะทำงาน ของในกล่องก็คือหัวต่อ Micro USB Connector ของ Samsung แท้ๆ นั่นเอง ตัดสินใจสั่งซื้อเฉพาะหัวต่อนี้มาให้ครบชุดกับมือถือ Note FE ที่โดนเปลี่ยนของออกไปจากกล่องในบล็อกก่อน (อ่านบล็อกก่อนหน้า) ไม่งั้นจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเองต่อไปเรื่อยๆ ที่ไม่รอบคอบสำหรับการซื้อโทรศัพท์ในครั้งนี้ เปิดกล่องออกมาเจอหัวต่อสีขาวที่ต้องการ นี่ไงละของแท้! มันต้องเป็นแบบนี้สิ คิดแล้วก็อดโมโหร้านมือถือร้านนั้นไม่ได้ แต่ช่างมันซื้อมาใหม่ให้ครบชุดแล้วก็สบายใจ…

แกะกล่อง Samsung GALAXY Note Fan Edition

เครื่อง GALAXY Note Fan Edition ที่ได้มานี้เป็นเครื่องจากเครือข่าย KT จากประเทศเกาหลีใต้ เป็นเครื่องแบบ 1 ซิม แพ็คเกตของ Samsung GALAXY Note Fan Edition ยังคงเป็นกล่องสีดำตัวหนังสีสีน้ำเงินเหมือนกับรุ่น  GALAXY S7 Edge โดยมีกล่องสวมชั้นนอกที่ด้านหน้ากล่องมีรูปหัวใจสีน้ำเงิน พร้อมกับชื่อรุ่น Fan Edition ชัดเจน ด้านในเป็นกล่องที่เปิดออกด้วยระบบแม่เหล็ก เปิดออกมาก็จะพบกับตัวเครื่อง และอุปกรณ์ภายในกล่อง

Samsung Galaxy Note Fan Edition วางขายในเกาหลีเมื่อวันที่ 7/7/2017 อ้างอิง Samsung KR

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง
  • เคส Clear View Cover สีเดียวกับตัวเครื่อง
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบขากลม
  • สายเคเบิลแบบ USB C
  • ตัว USB OTG สำหรับเสียบอุปกรณ์ USB
  • หัวแปลง Micro USB to USB C
  • หัวปากกา S Pen 5 หัว พร้อม แหนบ
  • หูฟังรุ่่นเดิมในกล่องพลาสติกสีดำใส

 

สีของตัวเครื่องที่เลือกมาคือ สีฟ้า (Blue Coral) มีขอบอลูมิเนียมตัวเครื่องเป็น สีทองชมพู (Rose Gold) ด้านหน้าไม่มีโลโก้ Samsung แล้ว มองดูด้านล้างหน้าจอก็จะเห็นปุ่ม Home พร้อมกับระบบสแกนนิ้วมือ แบบดั้งเดิม สะดวกใช้งานมาก

ด้านหลังจะมีเลนส์กล้อง เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ โลโก้ Samsung พร้อมกับชื่อรุ่นอยู่ด้านล่าง

ด้านข้างซ็ายจะมีแค่ปุ่มปรับระดับเสียง ด้านขวามีแค่ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ด้านบนเป็นช่องใส่ซิมการ์ด และ การ์ดหน่วยความจำแบบ Micro SD Card  ด้านล่างจะช่องเชื่อมต่อแบบ USB C ช่องลำโพง และ ปากกา S Pen

 

ปากกา S Pen ของ Note FE นี้จะมีสีเดียวกับตัวเครื่อง หัวปากกาจะเป็นแบบหัวแหลมเล็กกว่า Note 5  ตรงที่กดปลายปลากกาจะเป็นอลูมิเนียมสีเดียวกับขอบตัวเครื่องกลมกลืนกันดี

ดูจากภายนอกแล้วมันก็คือ Note 7 นั่นแหละ เพียงแค่ปรับปรุงเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ที่มีความจุน้อยกว่าเดิม จาก 3,500mAh เป็น 3,200mAh นั่นเอง

สิ่งที่ชอบ

  • ชอบสีฟ้าของตัวเครื่องมากๆ ด้านหน้าของเครื่องเป็นสีเหมือนด้านหลัง ไม่ชอบ S8+ ตรงที่กระจกด้านหน้าเป็นสีดำเหตุผลที่เค้าบอกมาก็เพราะจะซ่อนช่องเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่มีเยอะมาก พอเลือกตัวเครื่องด้านหลังเป็นสีดำกลับทำให้ทุกอย่างดำไปหมดเลยดูไม่สวย ส่วน Note FE ก็มีเซ็นเซอร์เยอะเหมือนกับ S8+ นะ ที่เห็นมีแค่ 3 ช่องด้านบนนั้น เซ็นเซอร์ตัวอื่นๆ อยู่ใต้ฟิล์มสีฟ้านั่นเอง ถามว่ามีปัญหากับพวกเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีฟ้าไหม? ไม่มีปัญหาใช้งานได้ปกติ เรียกว่าออกแบบได้ฉลาดมากซ่อนเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีทำให้ด้านหน้าเครื่องดูไม่รกแต่ไม่รู้ทำไมไม่ทำกับ S8+ แบบนี้บ้าง
  • ชอบปุ่ม Home และ สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหน้าที่เดิมคุ้นเคย
  • มีปากกา S Pen
  • ชอบสแกนม่านตาเร็วมากไม่ตั้งใจมองก็สแกนได้ ข้อนี้อยากบอกว่าสแกนม่านตามันเร็วกว่าของ S8+ ที่ใช้อีกนะ กดปุ๊ปมองจอก็ปลดล็อกปั๊ป ของ S8+ มันสแกนได้บ้างไม่ได้บ้างต้องเอามือไปจิ้มสแกนนิ้วข้างหลังแทนน่าหงุดหงิด ข้อนี้เป็นความรู้สึกตัวตัวนะครับ

ข้อสังเกต

  • กล้องถ่ายรูป ปิดเสียงชัตเตอร์ไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนเป็นโหมดไม่ใช้เสียงแล้ว ซึ่งเสียงชัตเตอร์นี่ดังมากกก ปรับระดับเสียงให้เบาลงไม่ได้ด้วย / แก้ปัญหาโดยใช้ App ถ่ายรูปตัวอื่นโหลดใน Play Store
  • ใช้ Samsung Pay ในไทยไม่ได้ ต้องใส่ซิมเกาหลีเท่านั้นถึงจะใช้งานได้
  • หาฟิล์มกันรอยดีๆ ในไทยไม่ได้ / ตอนนี้ยังหาฟิล์มที่คลุมขอบโค้งแบบที่ไม่ใช่ TPU และขายในไทยไม่ได้ ต้องสั่งจากต่างประเทศ

หลังจากรอคอยมานานเรียกว่าถูกใจมาก รูปร่าง สีสันตัวเครื่อง ที่สำคัญคือ S Pen นี่แหละสิ่งที่ต้องการ ตอนนี้ได้เอามาใช้แทน S8+ เครื่องเดิมแล้ว การใช้งานหลังจากนี้มีปัญหาอะไรจะเขียนเล่าไว้ในบล็อกต่อๆ ไปครับ

 

แกะกล่อง รองเท้า บาจา Bata รุ่น Star Wars

รองเท้า บาจา รุ่น Star Wars [Bata Star Wars exclusive collection] ราคา 499 บาท

รองเท้ารุ่นนี้วางขายในเว็บ Lazada เท่านั้น (เค้าว่ามา) โดยมีจำหน่ายเรื่อยๆ เพราะเห็นว่าเดี๋ยวก็หมด เดี๋ยวก็มาขายใหม่ ไม่เหมือนว่าจะเป็นรุ่นลิมิเต็ตอะไรนะ  แต่เป็นรุ่นที่เรียกว่า “Bata Star Wars exclusive collection” ตัวเองก็ไม่ได้เป็นแฟนหนัง Star Wars แต่อย่างใด อยากได้รองเท้าใส่สบายสักคู่นึงเฉยๆ ราคาป้ายอยู่ที่ 999 บาท แต่สามารถซื้อได้ 499 บาท ตามช่วงโปรโมชั่นที่มีมาบ่อยมาก เข้าไปดูในเว็บเห็นว่ามีขนาดเท้าของเราเลยกดซื้อไป เลื่อนลงมาเห็นส่วนของรีวิวก็เห็นว่ามีรีวิวย้อนกลับไปเกือบๆ ห้าเดือนแล้ว ส่วนใหญ่ก็บอกว่าสวยสมราคาดี ขนาดใหญ่ไปบ้าง อะไรบ้างเดี๋ยวต้องมาดูกัน

แกะกล่องออกมารองเท้าแพ็คอยู่ในกล่องอย่างดี  มีกระดาษยัดข้างในและแกนพลาสติกใส่ไว้ทำให้รองเท้าไม่เสียรูปทรงเวลาอยู่ในกล่อง ตัวรองเท้าทำจากผ้าสีดำ เนื้อผ้าดูทนทาน ด้านในรองเท้ามีลายกราฟฟิก แต่ไม่รู้ว่าเป็นลายอะไรเหมืือนกัน พื้นรองเท้ามีตราโลโก้ Star Wars ตัวหนาเห็นได้ชัดเจน พื้นรองเท้าน่าจะทำจากยางหนา และแน่นดีมาก ต้องดูตอนใส่จริงว่าจะใส่สบายหรือไม่  ตัวรองเท้าจะมีหัวของ Darth Vader ตัวร้ายในหนัง สีเงินติดอยู่ข้างๆ ด้วย พื้นรองเท้าเป็นยางสีขาวมีลายกราฟฟิกสวยดี

ลองใส่แล้วตอนไปดูหนังเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รองเท้าใส่แล้วรู้สึกว่าจะใหญ่กว่าปกติ 1 เบอร์ ปกติจะใส่เบอร์ 43 สั่งมาเบอร์ 43 แต่มันหลวมหน่อยๆ ไม่กระชับ เหมือนที่มีคนมารีวิวเอาไว้ในเว็บจริงๆ ด้วย แต่ก็โอเคใส่แล้วสบายไม่คับดี ช่วงหัวรองเท้าตื้นกว่ารองเท้าแบบ slip on ทั่วไปตอนแรกกลัวว่าจะใส่เดินแล้วรองเท้าจะหลุดง่ายแต่พอใช้จริงแล้วโอเคเลย มาถึงเรื่องของพื้นรองเท้าด้านในที่เป็นยางแน่นๆ นั้น เรียกว่าแน่นจริงๆ แต่ก็ไม่แข็งถึงกับใส่ไม่สบายนะ แต่ก็ไม่ได้เป็นพื้นที่ใส่แล้วนุ่มสบายสักเท่าไหร่ พื้นรองเท้าด้านนอกเป็นยางใส่เดินบนพื้นกระเบื้องแล้วไม่ลื่น สรุปแล้วเป็นรองเท้าที่คุณภาพดีสมราคา เอาไว้ใส่ในวันสบายๆ ได้ดีคู่หนึ่งเลย แต่ถ้าจะใส่เอาไว้เดินมากๆ ก็อาจจะเมื่อยเท้านิดหน่อยนะ

ลองชิม เนสกาแฟ โกลด์ ไอซ์ คอฟฟี่ คอนเซนเทรท เอสเพรสโซ และ ม็อคค่า

Nescafe Gold Iced Coffee Concentrate Espresso, Mocha ขนาด 96 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 75 บาท

กาแฟบีบ อาจจะเป็นชื่อที่เรียกแล้วเข้าใจกันง่ายที่สุดสำหรับการลองชิมกาแฟใหม่ในครั้งนี้ ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ที่นำเข้ามาจำหน่าย จริงๆ แล้วก็เห็นว่ามาขายตั้งแต่เมษายนแล้วละ เพียงแต่ว่าที่โคราชยังหาซื้อไม่ได้ ครั้งนี้ได้มาลองชิมซึ่งเป็นของฝากที่ส่งมาให้จากต่างจังหวัดเลย เพราะยังหาซื้อที่โคราชไม่ได้ (เห็นว่าที่ TOP มีขาย แต่อยู่ไกลเลยไม่ได้ไปดู)

ได้มา 2 รส รสเอสเพรทโซ กับ ม็อคค่า รูปร่างภายนอกจะเป็นแบบขวดมีฝาปิด ขวดเป็นแบบบีบได้ หัวบีบเป็นหัวบีบที่ดูแล้วทนทานไม่รั่ว ไม่ตัน

วิธีชงก็บีบกาแฟ ประมาณ 2 ช้อนชาครึ่ง ผสมกับนมสดประมาณ 100 มล. คนให้เข้ากันแล้เติมน้ำแข็ง

  • รสม็อคค่า ได้กลิ่นหอมกาแฟกับช็อกโกแลต มีรสหวานแบบหวานช็อกโกแลต หวานกำลังดี กาแฟไม่เข้มมาก มีความหอมช็อกโกแลตระหว่างดื่ม
  • รสเอสเพรสโซ ได้กลิ่นหอมกาแฟแบบกาแฟเย็นที่คุ้นเคยเลยละ รสกาแฟเข้มและเด่นกว่าม็อคค่า ตามด้วยรสหวานมัน เป็นรสกาแฟแบบกาแฟกระป๋องที่หวานหอม อร่อยมาก

ลองชงแล้วก็ง่ายและสะดวกดีสำหรับการชงกาแฟเย็นแบบรวดเร็ว เพียงแต่สงสัยว่าชงตามปริมาณที่ระบุมาแล้วควรใส่แก้วแล้วใส่น้ำแข็งมากน้อยแค่ไหนถึงจะได้รสที่เป็นมาตรฐาน คิดว่าคงให้ใส่ตามใจชอบละมั้ง เพราะที่ลองชิมไปชงตามที่ระบุและใส่แก้วขนาดเล็ก ดื่มใกล้หมดแก้วจะรู้สึกว่ามันหวานคอจนขนลุกเลย ครั้งต่อไปคงจะต้องใส่นมและน้ำแข็งเพิ่มสักหน่อย

สรุปแล้วเป็นการทำกาแฟเย็นเองที่ง่ายมากไม่ต้องกะปริมาณให้ปวดหัว ชงไปแล้วรสไม่ถูกใจก็บีบกาแฟเพิ่ม ถ้าเข็มข้นไปก็ใส่นม หรือน้ำแข็งเพิ่มเท่านั้น ก็จะได้รสชาติกาแฟเย็นที่ถูกใจสุดๆ แล้ว

Blog: วันที่ 12 สิงหาคม 2560 วันแม่แห่งชาติ และ ไปดูหนัง Annabelle: Creation

สวัสดีวันแม่! วันนี้วันเสาร์เป็นวันแม่แห่งชาติ วางแผนไว้ว่าวันนี้จะไปดูหนังเรื่อง Annabelle: Creation จะไปดูรอบ 11.30 น. เป็นรอบเสียงอังกฤษ เพื่อหลีกเหลี่ยงคนเยอะในวันแม่แห่งชาติเลยตั้งใจว่าจะดูรอบเช้าๆ มาถึงโรงหนังประมาณ 11.10 น. เป็นเวลาก่อนฉายไม่มากไม่ต้องรอนาน รีบซื้อตัวแล้วก็นั่งรอ มองดูนาฬิกาเวลา 11.26 น. ใกล้เวลาแล้ว แต่ไม่เห็นมีประกาศแจ้งให้เข้าโรงภาพยนตร์อะไร แปลกใจเลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่หน้าโรงภาพยนตร์ว่าเข้าได้รึยัง ส่งตั๋วให้เจ้าหน้าที่แล้วก็เข้าไปในโรงภาพยนตร์ หนังตัวอย่างฉายไปแล้ว ไม่มีคนเลย เข้ามาเป็นคนแรก หนังตัวอย่างคงฉายมาหลายเรื่องแล้วเพราะพอนั่งลงก็เป็นโฆษณาก่อนยืนถวายความเคารพพอดี

เมื่อหนังเริ่มฉายมันน่าแปลกใจตรงที่หน้าจอกว้างมากเคยเข้ามาดูเรื่องอื่นๆ ก็ฉายกว้างปกติ แต่มาเรื่องนี้หน้าจอกลับปรับเข้ามาฉายตรงกลางจอเล็ก มีแถบดำด้านบนและล่าง เหมือนดูหนัง DVD ในทีวีที่บ้านยังไงยังงั้น  ดูอัตราส่วนของเนื้อภาพยนตร์ก็น่าจะเต็มจอกว้างๆ ได้ แต่กลับทำมาเป็นแถบบน-ล่าง คิดว่าน่าจะเป็นเฉพาะแบบที่ฉายเสียงอังกฤษสำหรับเรื่องนี้ เสียอรรถรสไปมากเลย

มาเล่าเรื่องหนังดีกว่า Annabelle: Creation ภาคนี้เป็นภาคที่ 2 เป็นภาคที่เล่าเรื่องต้นกำหนดของตุ๊กตา และครอบครัวที่สร้างตุ๊กตา ก่อนจะมาถึงเรื่องในภาคแรก เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากเข้าใจได้ง่าย แต่คนที่ไปดูเรื่องนี้แน่นอนต้องไปดูเพราะต้องการความน่ากลัวของตัวหนัง และก็ไม่ผิดหวังแน่ๆ หนังมีครบทุกรส มีอะไรให้ลุ้น ให้ตกใจตลอดทั้งเรื่อง มีมุกตลกให้พอขำลดความกลัวได้บ้าง เรียกว่าเป็นหนังผีที่สนุกได้เลย และตอนจบสามารถเชื่อมต่อเนื้อหาไปภาคแรกได้อย่างฉากต่อฉากลงตัวพอดี ไม่มีอะไรค้างคา สรุปแล้วชอบนะภาคนี้ เดี๋ยวต้องติดตามเรื่องอื่นๆ ที่แตกออกจาก The Conjuring ที่จะมีมาหลายเรื่อง คิดแล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

แกะกล่อง วิทยุ TECSUN รุ่น R-9012

ครั้งนี้จะมาแกะกล่องวิทยุ TECSUN รุ่น R-9012 ที่สั่งมาจาก Lazada เป็นวิทยุที่รับคลื่น FM, MW, SW เรียกว่ารับคลื่นได้หลากหลายในตัวเดียวเลย ที่ซื้อมาก็เพราะจะลองเล่นช่วงคลื่นสั่น (Shortwave Radio) วันนี้ก็เลยจะมาแกะกล่องดูข้างในว่าตัววิทยุเป็นอย่างไร มีอะไรในกล่องบ้าง และการใช้งานคร่าวๆ

วิทยุมาในกล่องกระดาษลูกฟูกปกติตามสไตล์ วิทยุจะอยู่ในซองพลาสติกกันกระแทก มาพร้อมกับคู่มือภาษาจีน ทั้งกล่องมีเท่านี้เลย

  • ด้านหน้าจะเป็นลำโพงขนาดค่อนข้างใหญ่ มีแผงหน้าปัดแสดงรายการหมายเลขคลื่นในย่านความถี่ต่างๆ ด้านล่างมีสวิตช์เลื่อนเปลี่ยนย่านความถี่
  • ด้านหลังมีช่องใส่ถ่านขนาด AA จำนวน 2 ก้อน มีแผงพลาสติกเปิดออกมาใช้เป็นขาตั้งได้
  • ด้านขวามีปุ่มหมุนจูนคลื่นวิทยุ ด้านล้างจะเป็นสวิทตช์ปิด-เปิดเครื่อง
  • ด้านซ้าย เรียงจากด้านบนจะมีเชื่อกคล้องข้อมูล ตัวปรับความดังเสียง ช่องเสียบหูฟังแบบโลหะ ช่องเสียบไฟ
  • ด้านบนจะมีเสาอากาศ ด้านล่างไม่มีอะไร

วัสดุตัวเครื่องนั้นทำจากพลาสติกที่ดูมีคุณภาพดีเลยทีเดียว การประกอบเครื่องแน่นบีบแล้วไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าด สวิทเลื่อนมีจังหวะดีไม่หลวม ปุ่มหมุนจูนคลื่นนั้นหมุนหนืดดีมาก และปุ่มปรับเสียงหมุนได้ลื่นดี

การใช้งานก็รับคลื่นวิทยุ FM ได้ชัดเจนถ้าอยู่ในที่โล่ง คลื่นที่สัญญาณอ่อนก็ฟังได้ เพียงแต่มีเสียงรบกวนแบบวิทยุปกติ แต่ครบช่วงคลื่นที่มีรึเปล่าไม่รู้ไม่ขอออกความคิดเห็น

คลื่น MW หรือ AM นั้นไม่รู้ว่าที่บ้านเป็นพื้นที่อับสัญญาณหรืออย่างไรรับสัญญาณชัดๆ ได้ไม่กี่คลื่น แม้จะดึงเสาสัญญาณออกมาแล้ว

คลื่น SW ลองหมุนจูนฟังดูทุกคลื่นความถี่อย่างคร่าวๆ แล้วช่วงเวลากลางวัน สามารถรับคลื่นจากประเทศได้อยู่ ไม่ชัดมากแต่ก็ฟังได้ น่าตื่นเต้นมากๆ เดี๋ยวจะลองเล่นลองเปลี่ยนสถานที่ดูเรื่อยๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟังในบล็อกต่อไปนะครับ

สรุปแล้ววิทยุ TECSUN รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์การเป็นวิทยุได้ด้วยตัวของมันเอง ด้วยการใช้งานที่ง่าย และมีช่วงคลื่นความถี่ที่หลากหลาย เท่านี้ก็พอแล้วสำหรับวิทยุสักเครื่อง เป็นความคิดส่วนตัวนะครับ ( ͡° ͜ʖ ͡°)

Blog: วันที่ 10 สิงหาคม 2560 บะหมี่นิชชินมีขายแบบยกแพ็คแล้วที่โลตัส

วันนี้ไปซื้อของกินของใช้ประจำเดือน ที่ห้างโลตัส แวะเข้าแผนกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เดิินไปหยิบ ยำยำ รสหมูสับ แสนอร่อย ระหว่างเดิินกลับไปที่รถเข็นนั้นเหลือบไปเห็นที่ชั้นบนสุดของชั้นวางมีบะหมี่่นิชชิน รสใหม่ ทั้ง 3 รส ขายที่โลตัสแล้ว แถมเป็นแบบจัดชุด 5 ซอง ราคาแพ็คละ 45 บาท ถูกกว่าซื้อที่เซเว่นถึงซองละ 1 บาท เลยเชียวนะ เลยหยิบรสทงคตสึมาเพิ่มอีก 1 แพ็ค

ซื้อของเสร็จก็สบายใจแล้วว่าวันหยุดยาวนี้จะมีบะหมี่อร่อยๆ กินระหว่างวันหยุด คิดเหมือนจะไม่ไปไหนเลย จริงๆ ก็ตั้งใจไว้ว่าวันเสาร์จะไปดูหนัง Annabelle Creation ด้วย ภาคต่อภาคนี้เป็นเรื่องเริ่มต้นของตุ๊กตาตัวนี้เลยน่าดูมากๆ ไปดูคนเดียวคงจะหลอนน่าดู

แกะกล่อง ตลับลูกอม Miniaturely Tablet Sailor Moon Part 6

Miniaturely Tablet Sailor Moon Part.6 ราคา 4,040 Yen / ราคารวมส่งจากญี่ปุ่นแล้วประมาณ 1,500 บาท

ตลับยา Sailor Moon รุ่นนี้คงจะเรียกว่าตลับยาไม่ได้แล้ว คงเป็นแค่ตลับใส่ลูกอมซะมากกว่า ใส่ลูกอมที่แถมมา ส่วนยาใส่ได้แค่ยาแก้แพ้มั้งเม็ดเล็กๆ ในกล่องใหญ่จะมีตลับยาอยู่ 6 กล่อง มีแบบซ้ำ 2 กล่อง

แพ็คเกตยังคงเป็นกล่องพลาสติกใส มีโครงพลาสติกตั้งตัวตลับยาด้านในดูดีเหมือนเดิม มีห่อลูกอมอยู่ใต้ฐานกระดาษด้านล่าง ลูกอมรสพีชหอม หวานเย็นๆ อร่อยดี

ตัวตลับยังคงทำรายละเอียดได้ดี ใช้พลาสติกสี – พลาสติกใส เป็นส่วนๆ จริง ไม่ใช่แค่เอาสีทา ทำให้มีรายละเอียดที่ดีสวยงามสมจริง เพียงแต่ช่องใส่ยา หรือลูกอมจะเล็กไปหน่อยเพราะใส่ได้ตามความยาวของคฑา ช่องร้อยโซ่พวงกุญแจของบางตลับจะเป็นพลาสติกขนาดเล็กดูแล้วบอบบาง

สรุปแล้วก็เป็นอีกหนึ่งชุดที่ทำออกมาแบบสวยเหมือนจริง ขนาดเล็กน่ารักดี

Blog: วันที่ 8 สิงหาคม 2560 ขายโทรศัพท์มือถือในเว็บ ขายดี Kaidee.com

เมื่อวานนี้ตอนเย็น มีนัดดูของที่ลงขายไว้ในเว็บ ขายดี (Kaidee.com) นัดดูที่เดอะมอลล์ ได้เวลาเลิกงานก็รีบเดินทางไปทันทีท่ามกลางสภาพอากาศที่มีเมฆครึ้ม ขึ้นรถเมล์ไปได้สักพักฝนก็เริ่มตก และตกแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไปถึงเดอะมอลล์ได้ปลอดภัยดี แค่ตัวเปียกไปหมด

มาเล่าเรื่องขายของในเว็บ “ขายดี” ดีกว่า ไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีหรืออย่างไร เวลาลงขายในเว็บ “ขายดี” ทีไรก็ขายออกได้เร็ว แถมเร็วมากอีกด้วย เคยเปิดเข้าดูของที่คนอื่นลงขายเรื่อยๆ ผ่านไปหลายอาทิตย์เข้าไปดูยังเห็นขายอยู่เลยก็มี ไม่รู้ว่าขายได้แล้วลืมลบรายการออก หรือไม่มีคนสนใจกันแน่ แต่ขอคิดว่าเราโชคดีมากกว่าที่ขายได้เร็ว แล้วก็เจอคนซื้อที่ไม่เรื่องมากเข้าใจคนขายตลอดๆ

ของส่วนใหญ่ที่ลงขายก็เป็นพวกโทรศัพท์มือถือนี่แหละ จะเป็นช่วงที่เราเปลี่ยนเครื่องใหม่ แล้วโอเคกับเครื่องใหม่แล้วก็จะทำการเอาเครื่องเก่าไปประกาศลงขายในเว็บ “ขายดี” ครั้งก่อนๆ ปล่อยเครื่องเก่าขายไปประมาณเครื่องละหมื่นต้นๆ ตั้งราคาไว้เป็นราคามือสองที่สมเหตุสมผลโดยเทียบราคากับมือถือรุ่นเดียวกันกับของคนอื่นที่ลงไว้หลายๆ ประกาศ แล้วเราก็มาตั้งราคาที่ต่ำกว่าของคนอื่นแต่ก็ต้องเป็นราคาที่เราพอใจและรับได้ด้วย นี่ละมั้งเลยทำให้เครื่องของเราขายได้เร็วกว่าประกาศของคนอื่น

มาครั้งล่าสุดก็เมื่อวานนี้ลงขายเครื่อง S8+ หลังจากได้ Note FE มาใช้ ก็ลงขายช่วงเที่ยงๆ ของวันอาทิตย์ ตั้งราคาไว้ สองหมื่นต้นๆ โดยเทียบราคากับประกาศอื่นๆ ในจังหวัดที่ลงขายไว้ ส่วนใหญ่ประมาณ 22,000 – 23,000 บาท เลยตั้งไว้ถูกกว่าคนอื่นๆ ประมาณ 1-2 พันบาท ตั้งถูกหน่อยกลัวว่าจะขายยาก เพราะคิดว่ามือถือมือสองเครื่องสองหมื่นกว่าๆ นี่จะมีกี่คนที่จะซื้อกันเชียว พอลงปุ๊ปก็มีข้อความเข้ามาสอบถามต่อราคาปั๊ปเลย ต่อไปหมื่นเจ็ดพัน โอ๊ยทำไมต่อเยอะจัง หลังจากลงประกาศก็มีคนเข้ามาถามเรื่อยๆ ส่วนมากจะกดข้อความด่วนถามมาว่า “ลดได้ไหม?” พอบอกราคาที่ลดให้ก็แค่อ่านแล้วก็เงียบไป… เกลียดไอ้ข้อความด่วนของเว็บจัง ได้แค่คิดในใจว่าราคานี้สำหรับรุ่น S8+ นี่ นี่ก็ถูกกว่าปกติ ถูกกว่าเจ้าอื่นมากแล้วนะยังขอต่อราคาอีก ถึงจะรู้ว่าเป็นปกติของคนที่จะขอลดราคาแม้ว่าของมันจะราคาถูกอยู่แล้วก็เถอะ (¬_¬) มันก็อดสงสัยไม่ได้ไง จนมาเจอคนซื้อที่เข้าใจและพร้อมจะซื้อจริงๆ เราจะรู้ทันที และก็จบลงที่นัดดูเครื่องกันในช่วงเย็นเมื่อวาน และก็ขายได้ในที่สุด ดูระยะเวลาก็เร็วมาก ลงไว้วันเดียวเอง

Blog: วันที่ 6 สิงหาคม 2560 ซื้อโทรศัพท์จากร้านดังในห้าง มาบุญครอง (MBK Center)

ช่วงปลายเดือนที่แล้ว Samsung ได้วางจำหน่าย Galaxy Note Fan Edition ซึ่งก็คือรุ่น Note 7 ที่ปรุงเรื่องแบตเตอรี่แล้ว วางจำหน่ายในเกาหลีใต้ตอนนี้ เห็นว่ามีวางขาย 400,000 เครื่อง และอาจจะไม่ได้วางขายในหลายๆ ประเทศด้วย เห็นแล้วนึกถึงตอนที่ Pre Order เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังนึกอยากได้อยู่  อาทิตย์ก่อนเห็นว่ามีร้านขายโทรศัพท์ในห้างมาบุญครอง ร้านนึงหิ้วเข้ามาขายจากเกาหลีแล้ว ราคาก็แพงใช้ได้อยู่ คิดว่าจะซื้อมาใช้ยาวเลยเพราะถูกใจตั้งแต่ Note 7 แล้ว แต่ก็คิดว่าถ้าสั่งซื้อไปจะได้ของไหม ของจะครบไหม จะเกิดปัญหาอะไรไหม ที่คิดแบบนี้หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินข่าวคราวที่ไม่ค่อยดีในส่วนของร้านตู้กระจกขายมือถือในห้างมาบุญครองมาบ้างไม่มากก็น้อย ตามกระทู้ในเว็บ Pantip ก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆ  แต่เป็นเพราะชื่อเสียงในทางบวกของร้านนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหิ้วจากต่างประเทศ อ่านเว็บ อ่านกระทู้ ผ่านตามาก็เห็นว่าได้มาจากร้านนี้เป็นส่วนมาก ( สงสัยใช่ไหมว่าร้านอะไร บอกตรงๆ ไม่ได้หรอก แต่คิดว่าคงจะรู้จักกันดีเลยละ ขอเรียกชื่อร้านนี้ว่า ร้าน “กบ โมบาย” แล้วกันเป็นคำใกล้เคียงสุดแล้ว ) ทำให้ตัดสินใจสั่งเครื่องไป เครื่องรอบใหม่จะเข้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และทางร้านจะจัดส่งผ่าน Kerry Express มา จนได้รับเครื่องมาเมื่อวานก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เลยจะเอามาเขียนเล่าไว้ในบล็อก

เครื่องที่ได้มาอยู่ในกล่องปกติ เพียงแต่กล่องได้ถูกเปิดมาแล้ว โดยมีฟิล์มกันรอยที่สั่งซื้อไปพร้อมเสียบมาในกล่อง พลาสติกกันรอยที่ติดมากับโทรศัพท์ข้างหน้าและหลังเครื่องถูกแกะออกไป เลยเช็คเครื่องดูรอบๆ เครื่องไม่มีรอย สติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดติดอยู่ข้างหลังเรียบร้อยดียังพอสบายใจได้ว่าเป็นเครื่องใหม่ เปิดเครื่องดูก็เห็นว่าหน้าต้อนรับตอนเปิดเครื่องใหม่ภาษาถูกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว คิดว่าทางร้านคงจะเปิดเช็คเครื่องดูก่อน เพราะตอนดู Unbox ของเมืองนอกเครื่องที่มาจากเครือข่ายนี้ของเกาหลี ภาษาจะเป็นภาษาเกาหลีเป็นภาษาเริ่มต้น

มาที่อุปกรณ์ในกล่องจะมีกล่องสีดำข้างในเป็นเคสสีฟ้า มีหูฟัง สายชาร์จ อแดปเตอร์ชาร์จ หัวปากกา S Pen ตัวต่อ OTG และ หัวแปลง Micro USB to USB C ตัวสุดท้ายนี่แหละที่เห็นว่าผิดปกติ ขนาดของหัวต่อมันเล็กกว่าพลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่อง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะเป็นแบบนี้ เลยเอามาเทียบกับตัวที่มากับ S8+ ที่ใช้อยู่ ขนาดต่างกันสิ้นเชิง พลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่องเทียบแล้วขนาดพอดีกับขนาดของหัวต่อที่มากับ S8+ เลย  ตัวพลาสติก และ ส่วนอลูมิเนียม วัสดุก็แตกต่างกันชัดเจน  หึ หึ หึ โดนเข้าจนได้ แค่นี้ก็โดนนะ เท่านั้นแหละรีบเช็คอุปกรณ์อื่นๆ ทันที เปิดเทียบดูกับวีดีโอ Unbox ใน Youtube เลย เท่าที่ทำได้และความรู้เท่าที่มี ก็เห็นว่ามีแค่อย่างเดียวที่ไม่ใช้ของแท้นะ ต่อไปก็ถามทางร้านละ

ส่งข้อความไปถามร้านทาง Line ที่สั่งซื้อ ส่งรูปและถามไปว่าทำไมมันไม่เหมือนกับของ Samsung เลย! เจ้าหน้าที่ตอบมาว่ามันมากับเครื่องคะ / มาแบบนี้ทุกเครื่อง และยังบอกอีกว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ ต่อเหมือนกันแค่แบบต่างกันค่ะ” เรื่องเปิดกล่องก็ตอบว่า “ก็ต้องเปิดเช็คเครื่องค่ะ” 

แค่เจอคำตอบว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ” ทำให้ความเชื่อมั่นว่า ร้านนี้ดี มีชื่อเสียง ขายมานาน ประสบการณ์เยอะ เจ้าของร้านมาพบปะลูกค้าตลอด เป็นกันเอง ซื้อกับร้านนี้ต้องมั่นใจได้แน่ๆ  เนี่ยหายไปทันที เรื่องเปิดเช็คเครื่องนี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกแต่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ อย่างน้อยก็ถามลูกค้าก่อนว่าจะให้เปิดเครื่องเช็คก่อนไหม ถ้าลูกค้าไปเปิดเองแล้วเครื่องพัง ของไม่ครบ ทางร้านไม่รับผิดชอบก็จะไม่ว่าอะไรเลย

สรุปแล้วเรื่องนี้ผมก็ต้องทำใจนะครับ เพราะผมเลือกร้านนี้เอง และเลือกซื้อแบบนี้เอง แนะนำสำหรับคนที่จะซื้อของแบบนี้ถ้าสะดวกก็เข้าไปซื้อที่ร้านให้เค้าแกะกล่องต่อหน้าเราเลยดีที่สุด ส่วนคนต่างจังหวัดแบบผมก็มีวิธีซื้อแล้วส่ง Kerry นี่แหละสะดวก แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแบบนี้เอง ทำไงได้ละก็อยากได้นี่ สุดท้ายแล้วเรื่องของร้านมือถือตู้กระจกห้างมาบุญครอง ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมๆ อยู่ดี ╭∩╮(︶︿︶)╭∩╮

เรื่องนี้คิดอยู่นานว่าจะเขียนลงบล็อกดีไหม แต่คิดว่าเขียนทิ้งเอาไว้เผื่อใครผ่านมาเจอจะได้ระวังตัวและรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะครับ