ลองชิม ฟาร์มเฮ้าส์ แซนด์วิช โฮลวีต ไส้ไก่พริกไทยดำ

ฟาร์มเฮ้าส์ แซนด์วิช โฮลวีต ไส้ไก่พริกไทยดำ [Chicken & Black Pepper Whole Wheat Sandwich] น้ำหนัก 65 กรัม ราคา 13 บาท

ตัวแซนวิชเป็นขนมปังแผ่นคู่ หั่นเฉียง ไส้ไก่พริกไทยดำ เปิดดูไส้ด้านในมีไส้ไก่มีลักษณะเป็นชิ้นเนื้อและเต็มไปด้วยพริกไทยดำ เนื้อไก่นั้นเป็นไก่จริงๆ ไม่เหมือนไก่อบแห้ง ไส้ทาอยู่บางๆ บางเฉียบ ลองชิมดูจะได้กลิ่นพริกไทยดำหอม รสชาติจะเป็นรสเผ็ดพริิกไท เผ็ดนิดหน่อย มีรสหวานของซอสหรือไก่ไม่รู้ กินแล้วอร่อยอยู่ แต่เนื้อขนมปังแห้งแข็งไปหน่อย เนื้อไก่ก็แห้งเหมือนกัน

Advertisements

Blog: วันที่ 21 ตุลาคม 2560 สะสมแสตมป์แลกของรางวัลช้อปติดตาวของ Tesco Lotus

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าเรื่องสะสมแสมป์ของห้างโลตัสใหญ่ที่เพิ่งมีมาให้สะสมกัน เพียงแต่ต้องซื้อของถึง 200 บาท ถึงจะได้แสตมป์ 1 ดวง สะสมครบตามจำนวนก็เอาไปแลกของรางวัลได้ทันที่ที่ห้างเลย ของรางวัลเป็นของใช้พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า กล่องพลาสติก เรรียกว่าเป็นของชิ้นใหญ่ที่มีราคาอยู่ถึงต้องใช้แสตมป์แค่ 20 ดวงก็ต้องซื้อของเยอะหลายบาท แต่ก็มีโปรสำหรับสินค้าบางตัวที่ซื้อแล้วจะได้แสดมป์เพิ่ม 1 – 100 ดวงเลย จริงๆ ดูจากราคาของรางวัลแล้วถ้ามีเงินซื้อของจนได้แสดมป์ 20 ดวง หรือเท่าไหร่ก็ตามแล้วก็คงซื้อของที่จะแลกโดยไม่ต้องเก็บสะสมแสตมป์ได้เลยจะง่ายกว่า

จากที่เล่ามาข้างบนเอาเงินไปซื้อของที่อยากแลกนั้นง่ายกว่าก็จริง คิดอย่างนั้นเลยไม่คิดที่จะสะสมแสตมป์ของโลตัส แต่บังเอิญนั่งนับแสมป์จากการซื้อของที่โลตัสที่ผ่านมาดูแล้วได้เกือบ 80 ดวงแล้ว เลยมาหาดูโปรว่ามันแลกอะไรได้บ้างดูที่จำนวน 80 ดวงแลกได้หลายอย่างมีชั้นพลาสตติก หม้อ ผ้านวม กระเป๋าเด็ก พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีอยู่ไม่กี่อย่างหลายอย่างก็มีแล้ว แต่เห็นหม้อสุกี้ไฟฟ้า นึกอยากได้ขึ้นมา คิดว่าคงเอามาทำสุกี้ช่วงหน้าหนาวคงดีไม่น้อย เลยตัดสินใจที่จะแลกหม้อสุกี้แล้วกัน

ตกเย็นก็แวะห้างโลตัส ในสมุดสะสมแสตมป์ขาดแสตมป์อีก 13 ดวง วางแผนไว้ว่าจะซื้อสบู่กลิ่นแคนตาลูป ราคา 165 บาท ที่จะได้แสตมป์ 15 ดวง เป็นสินค้าราคาที่ถูกที่สุดและได้แสตมป์พอสำหรับ 80 ดวง เดินไปคิดเงินเรียบร้อยเราจะได้แสตมป์ 16 ดวงจากการซื้อครั้งนี้ พนักงานนับแสตมป์บนเคาน์เตอร์มี 4 ดวง และนับแสตมป์แผ่นใหม่ที่หยิบมาจากใต้เคาน์เตอร์อีก 12 ดวง แล้วหยิบแสตมป์พร้อมใบเสร็จให้เรา รับมาแล้วรีบตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อติดแสตมป์และแลกของรางวัลเลย ระหว่างติดแสตมป์อยู่นั้นติดไปจากสแตมป์ 12 ดวง เอ๊ะ!!! ทำไมขาด 1 ดวง ดูใบเสร็จเราต้องได้แสตมป์ 16 ดวงนี่ ทำไมมีแค่ 12 ดวง !!! พนักงานไม่ได้หยิบอีก 4 ดวง บนเคาน์เตอร์ให้ หรือเราทำหล่นหายกันแน่นะ ถ้าไปทวงกับพนักงานตอนนี้คงไม่ได้เรื่องเค้าคงคิดว่าเราทำหายแล้วไปขอใหม่แน่ เลยตัดสินใจฝากของกับพนักงานแล้วเดินเข้าไปซื้อของอีกครั้ง “ต้องซื้ออีก 200 เลยเหรอถึงจะได้ 1 ดวง” ดูไม่คุ้มค่่าที่จะทำเลย แต่นึกได้ว่ามีโปรโมชั่นสินค้าที่รับแสตมป์อยู่บนเว็บไซต์เปิดดูแล้วก็ได้เครื่องดื่มเกลือแร่ ราคา 16 บาท รับแสตมป์ 1 ดวงมา ค่อยโอเคหน่อย คิดเงินเอาแสตมป์ไปติดในสมุดแล้วก็แลกหม้อสุกี้มาเรียบร้อย

ผ่านไปกับการแลกแสตมป์โลตัสครั้งนี้ มีปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อยแต่ก็โอเค เพียงแต่มีข้อสังเกตจากโปรโมชั่นครั้งนี้คือตามชั้นวางสินค้าไม่มีป้ายบอกเลยว่าสินค้าตัวนี้ซื้อแล้วจะได้รับแสตมป์เพิ่มนะ หรือมีป้ายบอกก็ไม่บอกให้ละเอียดบอกแค่ว่า “สินค้านี้ได้รับแสมป์เพิ่ม” แล้วก็ติดป้ายไปทั้งชั้น ไม่ระบุว่าซื้อสินค้านี้ขนาดกี่กรัม กี่มล. จะได้รับแสตมป์ เพราะสินค้ามีหลายปริมาณหลายขนาดต้องคอยหาแผ่นโปรโมชั่นถือมาดูเทียบเองตลอด เหมือนจะไม่ค่อยอยากให้สะสมแสมป์เลย

มาดูหม้อสุกี้ที่แลกมากันบ้าง เป็นหม้อสุกี้ยี่ห้อ IMARFLEX “หม้อสุกี้เอนกประสงค์ รุ่น EP-740 มูลค่า 669 บาท” เป็นหม้อขนาดเล็กน่ารักดี แกะกล่องออกมาตกใจนิดหน่อย ไม่ได้ตกใจที่ขนาดมันเล็กนะ แต่ตกใจที่มันมีอุปกรณ์มาให้เยอะ คิดว่าจะมีแค่ตัวหม้อกับฝาเท่านั้น แต่ในชุดจะมีหม้อสุกี้ ฝาแก้ว กระทะสำหรับทอด กระทะสำหรับย่าง พลาสติกต้มไข่ ครบครันเลย เรียกว่าไม่่มีเงินซื้อแก๊สก็มีหม้อไฟฟ้าเอาไว้ทำอาหารได้ไม่อดแล้วคราวนี้ วัสดุของหม้อส่วนสีแดงเป็นพลาสติก ตัวหม้อกับกระทะเป็นโลหะคุณภาพปกติไม่ได้ดี หรือแย่กว่าที่เคยใช้ รวมๆ ดูน่าใช้งาน เอาไว้ใช้งานแล้วจะมาเล่าว่าใช้งานได้ดีหรือไม่อีกครั้งนึง

แกะกล่อง Staedtler® Noris® Digital ปากกา S Pen แบบดินสอไม้

Staedtler® Noris® Digital Stylus Pencil ราคา 1,290 บาท

แกะกล่องปากกา S Pen วันนี้จะมาแกะกล่อง S Pen ดินสอไม้ หรือ Staedtler® Noris® Digital เป็นอุปกรณ์เสริมพวก Samsung Note ทั้งหลาย S Pen รุ่นนี้หาซื้อมาตั้งแต่ตอนเปิดตัวพร้อมกับ Samsung Tab S3 แล้ว ไม่มาขายในไทยสักทีเลยได้ S Pen ของ Tab S3 มาใช้แทน แต่ในที่สุดก็เข้าไทย เข้ามาครั้งนี้มาเป็นของแถมสำหรับคนที่สั่งจองเครื่อง Samsung Note8 และได้โอกาศซื้อมาเก็บสะสมสักที ได้มาจากห้องซื้อขายใน Facebook ราคาที่ได้มา 850 บาท เรียกว่าถูกกว่าราคาจริงพอสมควรเลย

ปากกามาในกล่องกระดาษของ Staedtler ดูสวยงาม ด้านหลังกล่องมีบอกรุ่นของอุปกรณ์ที่รองรับไว้เบื้องต้น ภายในกล่องที่ได้มามีแค่ตัวปากกา ไม่มีหัวปากกาให้เปลี่ยนกับคีมเปลี่ยนแถมมาเหมือนกับชุดปากา S Pen จาก Samsung เอง

ตัวปากการูปดินสอไม้รูปร่างและสีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Staedtler มีปลอกปากกาแบบใส่มาให้ด้วย วัสดุเป็นวัสดุที่ออกไปทางพื้นผิวยาง-ซิลิโคน-พลาสติก อะไรประมาณนั้น ไม่รู้เรียกว่าอะไรนะวัสดุประเภทนี้ แต่ภายนอกเหมือนมีฟิล์มพลาสติกเคลือบอยู่ ตรงบริเวณหัวปากกาที่เป็นพื้นผิวเหมือนไม้ให้อารมณ์เหมือนกระดาษแข็ง ส่วนหัวสีดำเป็นพลาสติก และหัวปากกาก็เป็นแบบพลาสติก โดยรวมแล้วดูสวยงามเหมือนดินสอไม้จริงๆ สัมผัสที่จับปากกานั้นก็เหมือนจับดินสอไม้น้ำหนักกำลังดีแต่ไม่แน่ใจว่าใกล้เคียงกับดินสอไม้จริงหรือเปล่า

เทียบขนาดกับ S Pen รุ่นต่างๆ (เรียงจากด้านบน: Staedtler® Noris® Digital / S Pen (Tab S3) / S Pen (TabA 10.1 with S Pen) / S Pen (Note FE)) จะเห็นว่าความยาวของ Staedtler นั้นยาวกว่า S Pen ขอรุ่นอื่นๆ ได้ลองใช้งานเบื้องต้นคู่กับตัว S Pen Tab S3 แล้วรู้สึกว่าไม่ได้แตกต่างเท่าไหร่ สามารถวาดเส้นเล็กด้วยน้ำหนักเบาๆ และลงน้ำหนักเพื่อวาดเส้นใหญ่ได้ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ S Pen Tab S3 จะสามรถคุมน้ำหนักที่ลงได้ดีกว่าเพราะตัวปากกาใหญ่กว่าจับถนัดมือแต่สวยน้อยกว่านะ สรุปง่ายๆ ว่าเป็น S Pen ที่ใช้งานได้ผลเหมือนกับ S Pen จาก Samsung นั่นหละ แต่ก็เพราะด้วยรูปร่างดินสอไม้นี้ ทำให้มันเพิ่มความน่าใช้ และน่าสะสมขึ้นไปอีก ซึ่งเหตุผลหลักๆ ก็เพราะรูปร่างของมันถึงซื้อมายังไงละ

Blog: วันที่ 18 ตุลาคม 2560 อากาศเริ่มเย็นใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วเหรอ

สวัสดีบล็อก! เป็นยังไงกันบ้าง? ที่โคราชเมื่อวานนี้สภาพอากาศมืดครึ้มไปด้วยเมฆ มองไปทางไหนก็มืดมัว ทุกอย่างมองเป็นสีเทาพร้อมกับอุณหภูมิที่เย็นลงแบบไม่ทันตั้งตัว เป็นสภาพอากาศที่เหมือนจะเข้าฤดูหนาวแล้วอย่างนั้น และเป็นอย่างนั้นทั้งวันซะด้วย อากาศเย็น มีลมพัดแรงหน่อยๆ รู้สึกดีมาก ถึงจะรู้ว่ามันเป็นเมฆฝนก็เถอะ จากพยากรณ์อากาศก็ได้แจ้งว่าอาจจะมีฝนตกหนักช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. นี้

วันนี้ก็ยังคงมีเมฆมากเหมือนเมื่อวานพร้อมกับลมที่พัดเอาความเย็นมาด้วย เป็นช่วงวันที่มีสภาพอากาศที่ดีเลย แต่ก็ต้องคอยลุ้นเอาช่วงเย็นว่าจะมีฝนตกหรือไม่ แล้วหลังฝนหมดแล้วจะยังคงมีอากาศหนาวอยู่ หรือจะกลับมาที่สภาพอากาศร้อนมากเหมือนวันก่อนๆ

แต่ไม่รู้ทำไมถึงชอบอากาศแบบนี้จัง ชอบฤดูหนาว (ノ◕ヮ◕)ノ*:・゚✧

ลองชิม เลอแปง มาร์เบิ้ลเค้กรสราสเบอร์รี่ Raspberry Flavored Marble Cake

เลอแปง มาร์เบิ้ลเค้กรสราสเบอร์รี่ Raspberry Flavored Marble Cake น้ำหนัก 67 กรัม ราคา 13 บาท

เค้กเนยของเลอแปงหรือว่าจะเรียกอะไรก็ตาม ที่เป็นเค้กกลมๆ มีกระดาษรอง เนื้อเค้กนุ่มๆ ฉ่ำๆ รสหอมมันนั้นเป็นหนึ่งในขนมของเลอแปงที่ชอบที่สุด เพราะในความคิดของบล็อกเองรู้สึกว่ามันคุ้มค่าทั้งขนาด และความอร่อย และเมื่อเลอแปงทำเค้กเนยรสใหม่ออกมาก็ไม่พลาดที่จะเอามาลองชิมว่าจะอร่อยหรือเปล่า รสใหม่นี้เป็นรสราสเบอร์รี่ห่อสีชมพู

รสใหม่นี้ตัวเค้กยังคงเหมือนเดิมเป็นเค้กกลมๆ บนแผ่นกระดาษ ตัวเค้กเนยยังคงหอมและชุ่มฉ่ำเหมือนเดิม แต่จะสอดไส้แยมราสเบอร์รี่มา รสแยมอมเปรี้ยว กินกับเค้กแล้วแปลกๆ แต่ก็อร่อยดี ตัวแยมเกาะกันเป็นก้อนไม่ค่อยเกาะกับเนื้อเค้กเวลากินก็จะรู้สึกว่าแยมมันเหนียวเกาะกันไม่ค่อยไปกับเนื้อเค้กสักเท่าไหร่แต่ก็พอกินได้ ส่วนตัวแล้วชอบแบบเดิมมากกว่า แต่เป็นเรื่องดีนะที่ทำออกมาเพราะในอนาคตอาจจะมีโอกาสได้เห็นเค้กเนยหลากหลายรสให้ลองชิมก็ได้

ลองชิม ฟิชโช Black สไปซี่ซีฟู้ด และ ฟิชโช White ดับเบิ้ลชีสพิซซ่า

ฟิชโช FISHO Black รสสไปซี่ซีฟู้ด, ฟิชโช FISHO White รสดับเบิ้ลชีสพิซซ่า น้ำหนัก 25 กรัม ราคา 20 บาท

วันนี้มาลองชิมปลาเส้นรสใหม่ รู้สึกว่าบล็อกยังไม่เคยลองชิมลงบล็อกมาก่อนเลยมั้ง (รึเปล่าจไม่ได้) งั้นมาเริ่มด้วยปลาเส้น ฟิชโช 2 รสใหม่นี้แล้วกัน 2 รสนี้น่าจะออกมาด้วยกันเพราะหน้าซองเป็นรูปที่เอามาต่อกันได้ และยังมีสีตรงกันข้ามเป็นสีขาวและสีดำอีก สีดำเป็นรส สไปซี่ซีฟูด ที่มีปลาเส้นสีดำ ห่อสีขาวเป็นรส ดับเบิ้ลชีสพิซซ่า ปลาเส้นเป็นสีปกติ

FISHO Black รสสไปซี่ซีฟู้ด
เปิดห่อมาได้กลิ่นเครื่องเทศเป็นอย่างแรกเป็นกลิ่นแปลกใหม่ เหมือนกลิ่นพริกไทยดำ กับเส้นที่มีสีดำ รู้สึกว่าสีดำนี้มาจากผงถ่านที่ใส่เข้าไปดูจากส่วนประกอบหลังห่อ รสชาติเริ่มแรกนั้นเป็นรสเหมือนกลิ่นเครื่องเทศบอกไม่ถูกแล้วตามด้วยรสเผ็ด เมื่อเคี้ยวไปเรื่อยๆ จะได้รสเค็มแบบรสปลาเส้นปกติแต่ยังคงรสเผ็ดเล็กๆ เอาไว้เป็นรสที่ไม่จัดไม่เผ็ดมากเรียกว่าค่อนข้างอร่อยเลย เพราะความแปลกใหม่ด้วยเส้นสีดำ กลิ่นและรส ทำให้รสนี้รู้สึกว่าอร่อยกว่าอีีกรสนะ ส่วนตัวแล้วชอบรสนี้มากกว่ารสชีส

FISHO White รสดับเบิ้ลชีสพิซซ่า
รสนี้เปิดห่อปุ๊บก็ได้กลิ่นชีสหอมมัน หอมรุนแรงมาก เป็นกลิ่นชีสและกลิ่นพิซซ่า รสเริ่มแรกจะรู้สึกเหมือนเป็นรสชีสและซอสพิซซ่า เป็นรสมันๆ แต่เคี้ยวไปสักพักจะเป็นรสปลาเส้นเค็มๆ ธรรมดามีความมันของชีสนิดหน่อย สรุปรสนี้มีจุดเด่นที่กลิ่นที่หอมชีสมาก หอมแบบทำให้อยากกินอีกจริงๆ แต่รสนั้นไม่ได้แปลกใหม่เท่าไหร่

Blog: วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ลองใช้กล้องคอมแพค Casio EX-ZR3600

สวัสดีบล็อก! หายไปนานกับการเขียนบล็อกประจำวัน วันนี้มีเรื่องมาเล่าเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป วันนั้นกำลังถ่ายรูปงานอยู่ก็มีความคิดขึ้นมาในใจว่าถ้ามีกล้องที่พับหน้าจอขึ้นมาแล้วถ่ายรูปตัวเอง หรือถ่ายวีดีโอบล็อกได้ก็คงจะดีนะ… อาจจะใช้ถ่ายวีดีโอลงบล็อกได้อีกมุม ทำมุมมองตรงกันข้ามได้ด้วยคงจะสะดวกดีไม่น้อย… แต่ช่วงนี้ต้องประหยัดนี่นา ความคิดเรื่องกล้องก็พับไป จนมาอาทิตย์ก่อนนี้รู้มาว่าทางที่ทำงานกำลังจะมีโครงการไปเที่ยวพักผ่อนประจำปีในช่วงต้นปีหน้า ความคิดเรื่องกล้องที่มีจอพับได้ก็กลับมาอีกครั้ง แต่จะซื้อของใหม่เลยก็ราคาแพง เลยจะลองซื้อกล้องมือสองมาใช้ดู คิดแล้วก็เปิดเว็บ “ขายดี.com” เลื่อนไปเรื่อยๆ กล้องที่พับจอได้ที่คิดไว้ก็น่าจะเป็นกล้อง Canon รุ่น M10 รุ่นนี้เก่าแล้วคงจะหามือสองได้ไม่แพง แต่ดูๆ แล้วราคามือสองก็ยังอยู่ที่หมื่นต้นๆ เลื่อนไปเรื่อยไปเจอกล้องของ Casio เป็นกล้องคอมแพคธรรมดา หรือที่รู้จักกันว่ากล้องฟรุ้งฟริ๊ง มีราคามือสองที่ไม่แพง จอพับขึ้นมาได้ และก็คงถ่ายรูปสวยแน่ๆ เห็นสาวๆ ชอบใช้กัน แต่ลังเลอยู่ที่ว่าตัวเราชอบควบคุมกล้องมากกว่าจึงชอบใช้พวก DSLR เพราะคุณภาพของไฟล์รูปที่สวยตามที่เราควบคุม พอคิดจะมาใช้กล้องคอมแพคแล้วก็เลยลังเลกลัวจะถ่ายแล้วไม่ได้ดั่งใจ แต่ด้วยว่างบที่มีจำกัดและอยากเอามาลองใช้งาน ก็เลยตัดสินใจเลือกกล้อง Casio มา เลือกรุ่น EX-TR3600 เป็นรุ่นของปีที่แล้วที่ตอนนี้ราคามือสองไม่แพงนัก ได้มาจากประกาศลงไว้ที่ราคา 6,500 บาท ดูแล้วสภาพดี มีกล่อง และอุปกรณ์ครบ คิดว่าคงจะโอเค

ในที่สุดกล้องที่เลือกไว้ก็เดินทางมาถึงบ้าน ภายนอกถือว่าสภาพดีเลย น้ำหนักเบา ขนาดเล็ก ค่อนข้างถูกใจ แต่ลุ้นว่าระบบข้างในจะเป็นยังไงนะ? เปิดกล้องลองถ่ายรูปแรก โหมดปกติก็โอเค ลองถ่ายโหมดฟรุ้งฟริ๊งดูมันทำได้ดีเลยนะ ไม่คิดว่าถ่ายรูปตัวเองแล้วจะดูโอเคแบบนี้ ลองถ่ายแบบปิดโหมดปรับสีผิวทุกอย่างก็ยังดูดีอยู่ ทั้งหมดที่ลองถ่ายในโหมดอัตโนมัติแบบพิเศษ แต่พอเปลี่ยนโหมดเท่านั้นแหละมันปรับอะไรไม่ค่อยได้เลย ปรับได้ก็ค่อนข้างยากเพราะไม่ได้แสดงผลแบบทันที ต้องกดโฟกัสก่อนถึงจะแสดงผลที่ตั้งค่าไว้ในแต่ละครั้ง ลองเข้าโหมด M ก็ยังเป็นเหมือนกันถึงจะปรับค่าต่างๆ ได้ก็จริงแต่ดันไม่ได้แสดงผลทันทีเมื่อปรับค่า ต้องค่อยกดปุ่มโฟกัสเพื่อดูภาพพรีวิวก่อนถ่ายจากค่าที่ปรับไว้ก่อนตลอด แถมถ้าถ่ายโหมดอื่นๆ ที่ไม่ใช้โหมดอัตโนมัติพิเศษแล้ว ภาพที่ได้สีก็จะแห้งๆ น๊อยส์เยอะจัด ถ่ายกลางแจ้งก็ได้สีทึมๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเป็นแบบนี้ หรือว่าเราใช้ไม่เป็นเหรอ?  แต่การใช้พวกซีนโหมดที่มีให้ถ่ายถือว่าโอเคภาพสวยอยู่ แต่จะให้เปลี่ยนซีนโหมดไปตามสถานการณ์ก็ไม่ไหวนะ แต่เดี๋ยวก่อนกล้องตัวนี้มันมีจุดเด่นที่โหมดอัตโนมัติพิเศษนี่แหละ โหมดนี้ถ่ายภาพอะไรออกมาก็สวย ถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีมาก เพราะระบบของ Casio ที่จะถ่ายภาพหลายๆ ภาพมารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้ภาพที่ได้สีสวย คมชัด ไม่ค่อยมีน๊อยส์รบกวนเนียนกำลังดี และตัวกล้องจะเลือกซีนโหมดให้โดยอัตโนมัติ แต่ข้อเสียก็คือภาพถ่ายพวกวิวธรรมชาติ หรือซีนโหมดบางอย่างจะมีการปรับสีให้สดพิลึกเกินจริงไปมาก ถึงจะดูสวยก็เถอะ เรื่องการเชื่อมต่อ wifi ถ่ายรูปผ่านมือถือก็ทำได้ดีเลย ดีกว่า Canon EOS M10 อีก ภาพพรีวิวบนมือถือแสดงได้ลื่นไหลชัดเจน ของ Canon มันกระตุกดีเลย์ไม่ชัดเอาซะเลย แต่กล้อง Casio ตัวนี้เซนเซอร์มันเล็กแล้วระยะเลนส์ที่ให้มาสามารถซูมได้ก็จริง แต่มันให้มุมมองของเลนส์ที่ไม่ถูกใจถ่ายออกมาแล้วเหมือนเอากล้องมือถือมาถ่ายมากกว่า ภาพไม่นุ่ม ไม่มีความเบลอหลังสักเท่าไหร่ (เป็นความคิดเห็น และความชอบส่วนตัวนะครับ) เรื่องถ่ายวีดีโอรุ่นนี้ก็บอกว่าแค่ถ่ายได้ก็พอ ปรับอะไรไม่ได้ ปรับได้แค่ขนาดวีดีโอ กับปิดไมค์ คุณภาพโอเคในสภาพแสดงปกติ ถ้าแสงน้อยก็น๊อยส์กระจาย

สรุปแล้วสำหรับตัวเราเองที่ชอบควบคุมระบบกล้อง ชอบออกแบบมุมมองด้วยเลนส์นั้น ก็ค่อนข้างผิดหวังกับการเลือกของตัวเองนิดนึง แต่ก็เป็นความผิดของเราเองที่ลืมคิดเรื่องพวกนี้ไปตอนเลือกซื้อกล้อง แต่ก็ว่าเรื่องถ่ายรูปคน หรือถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องนี้ไม่ได้นะ กล้อง Casio EX-TR3600 ตัวนี้ถ่ายสวยมาก ถ้าปรับสีผิว ปรับความเนียนพอดีๆ นะ อึ้งไปเหมือนกันว่าถ่ายตัวเองแล้วออกมาดูดีอย่างนี้ได้ 555 บทเรียนครั้งนี้ต้องจำเอาไว้แล้วค่อยเก็บเงินซื้อกล้องใหม่เอาดีๆ ไปเลย!

ดังนั้นถ้าใครจะซื้อกล้องใหม่แล้วไม่อยากลองผิดลองถูกอะไรแล้ว ขอให้เลือกโดยยึดกับสิ่งที่ตัวเองถนัด หรือสิ่งที่ตัวเองชอบจะดีกว่า และคุ้มเงินกว่าด้วย ไม่ต้องเสียเงินหลายต่อให้เจ็บใจเปล่าๆ

ลองชิม ไวไว รสหมูย่าง [Wai Wai Grilled Pork Flavour]

ไวไว รสหมูย่าง [Wai Wai Grilled Pork Flavour] น้ำหนัก 70 กรัม ราคา 25 บาท

ในถ้วยจะมีซองผงเครื่องปรุง และซองงาขาวคั่ว และส้อม 1 อัน ตัวเส้นบะหมี่เป็นแบบเส้นแบน สีเข้ม ลองชิมแบบดิบแล้วเส้นมีรสเค็มๆ อร่อยดี ในถ้วยมีผักแห้งใส่มาพร้อมแล้ว

ใส่เครื่องปรุงทั้งหมด เติมน้ำร้อน ปิดฝา 3 นาที คนเครื่องปรุงให้เข้ากันก็จะได้บะหมี่หน้าตาแบบนี้

น้ำซุปมีกลิ่นย่างอ่อนๆ น่าจะเป็นกลิ่นของหมูย่างตามชื่อรส รสชาติน้ำซุปออกหวาน – เค็ม พร้อมกับกลิ่นหมูย่าง น้ำซุปอร่อยดี เส้นแบนเคี้ยวแล้วได้รสสัมผัสที่แปลกไป ในถ้วยมีเนื้อหมูย่างชิ้นกลมเล็กๆ ด้วยเห็นตอนแรกนึกว่าเห็ดอบแห้ง กินรวมๆ แล้วเป็นบะหมี่รสที่ไม่จัดนัก หรือเรียกว่าเป็นรสชาติที่อยู่ในเกณฑ์ปกติไม่ได้อร่อย และไม่ได้แย่อะไร

สรุปแล้วเป็นบะหมี่รสแปลกใหม่ที่ลองชิมสักครั้งก็พอ แต่ถ้าไม่ได้ลองก็ไม่ได้พลาดอะไรไปนะ