Blog: วันที่ 16 มกราคม 2561 ไปลองชิม สุุกี้ MK ชีสซี๊ดแซ่บ และ ถังข้าวโพดหมีบราวน์

สวัสดีบล็อก! ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอีกอาทิตย์ที่อากาศเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หลังจากมีอากาศหนาวช่วงต้นปีแล้วก็ค่อยๆ ร้อนขึ้นจนปกติ และก็กลับมาหนาวอีกครั้ง เป็นสภาพอากาศที่แปรปรวนใช้ได้เลย เรื่องงานก็เรื่อยๆ มีงานที่จะต้องทำให้เสร็จก็เยอะหลายงานก็ต้องรอกระบวนการจากหลายส่วน กว่าจะเคลียร์ได็ก็ต้องรอไปก่อน แต่ก็ยังหวังว่าปีใหม่นี้จะทำงานได้คล่องขึ้นกว่าปีที่แล้วอยู่นะ

รอมานานที่จะไปกินสุกี้ MK ตั้งแต่ปีที่แล้ววันนี้ก็ได้ไปลองชิมเมน ชีสซี๊ดแซ่บ เป็นมนูเพิ่มชีสในซุปรสต้มยำ เลือกชุดซีฟูดมาชิม เครื่องดื่มก็สั่งชานมเย็นใส่ชีสอันนี้รสชาติก็คล้ายๆ กับชานมชีสของเซเว่นเหมือนกัน พอชุดซีฟูดมาถึงมีอะไรบ้างก็ดูได้ตามในรูปเลย ใส่ผัก และเนื้อสัตว์ลงไปทั้งหมดแล้วราดด้วยชีสขูด แล้วก็ลองคีบกุ้งมาดูสิมันจะเหมือนในโฆษณาไหม… มันไม่เหมือน มันไม่ยืดชีสมันโดนน้ำเดือดพลุ่งพล่านแล้วละลายไปกองที่ขอบหม้อหมดเลย 555 ตลกดี แต่ไม่เป็นไรได้รสชาติน้ำซุปต้มยำที่รสเปรี้ยวแซ๊บอร่อยมากมาแทน ส่วนตัวแล้วชอบน้ำซุปมากรสถึงเครื่องดี เปรี้ยวถูกใจ แต่ชุดซีฟูดที่่สั่งมาได้เยอะเหมือนรูปภาพก็จริงแต่ไม่อิ่ม น่าจะสั่งชุดเนื้อหมูน่าจะอิ่มมากกว่า

และวันนี้ก็ได้ไปดูหนังเรื่อง Insidious: the last key มาไม่เล่าเนื้อหาแล้วกัน แค่อยากบอกว่าเทียบกับภาคแรกไม่ได้เลย เนื้อหาวนไปวนมา ฉากก็ไม่น่าตื่นเต้นเหมือนภาคก่อนๆ รายละเอียดก็น้อยลง ผีก็มีกี่ตัวก็ตามตัวอย่างหนังเลยมีเท่านั้นจริงๆ แต่ที่จะเล่าอยู่ตรงที่ขายข้าวโพดคั่ว คิดมาตั้งแต่ก่อนไปดูแล้วว่าจะไปดูหนังเฉยๆ ไม่ซื้อข้าวโพดแน่นอนเพราะราคาแพง แต่ไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ก็มองเห็นหัวหมีบราวน์ที่วางอยู่ แล้วก็ตรงเข้าไปดูว่ามันคืออะไร หัวใหญ่มาก มันก็คือกระติกใส่ข้าวโพดคั่ว มีสายสะพายสีส้ม มีฝาเปิดปิดด้านหลัง “อยากได้จัง” คิดในใจ คิดต่อไปอีก “ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ก็อาจจะหาซื้อไม่ได้แล้วก็ได้” ไอ้ความคิดนี้แหละที่ทำให้ตรงไปซื้อมา 1 ชุด มีกระติกหมีพร้อมข้าวโพดอัดแน่นจนปิดฝาไม่ได้ 1 ถัง และน้ำอัดลมแก้วใหญ่ 1 แล้ว ราคา 340 บาท จ่ายเงินแล้วก็สบายใจไป หิ้วเข้าไปในโรงหนังดูหนังจนจบแล้วข้าวโพดก็ยังไม่หมด รู้แต่ว่าข้าวโพดรสเบคอนอร่อยดี

มาดูกระติก หรือ ถังข้าวโพดหัวหมีบราวน์กัน ชื่อเต็มๆ ว่า “บั๊คเก็ต ไลน์ บราวน์ [Line Brown Bucket Set]” ตัวถังเป็นพลาสติกที่โอเคเลยดูมีคุณภาพดี ส่วนของตา จมูก หู และปาก เป็นชิ้นพลาสติกประกอบเข้าไป ไม่ใช่พ่นสีเฉยๆ เพียงแต่ตรงสีขาวๆ รอบปากเป็นการพ่นสีทับพลาสติกสีน้ำตาล ตัวที่ได้มาเจอสีลอกด้วย เสียใจมากแต่ก็เอาสีอครีลิคทาทับไปเนียนใช้ได้อยู่ ฝาปิดด้านหลังเปิดเปิดได้ค่อนข้างดี สายสะพายปรับความยาวสายได้ ถอดออกได้ ดูแข็งแรงดี

Advertisements

ลองชิมบะหมี่ นิชชิน AnPanMan [Nissin Noodle AnPanMan]

นิชชิน AnPanMan [Nissin Noodle AnPanMan] บรรจุ 4 ห่อเล็ก น้ำหนัก 22 กรัม/ห่อ

บะหมี่อันปังแมนห่อนี้เพิ่งค้นเจอในลังเก็บขนม ซื้อมานานจนลืมไปแล้วพลิกห่อดูวันหมดอายุก็พบว่าน่าจะหมดอายุไปแล้วด้วย แต่ยังไงก็ซื้อมาแล้ววันนี้เลยจะมาแกะห่อลองชิมดู

รอบๆ ห่อมีข้อมูลภาษาญี่ปุ่นเต็มไปหมดอ่านไม่ออกเลยไม่เข้าใจว่าเขียนอะไรบ้าง แต่มีรูปการ์ตูนน่ารักดี แกะดูภายในห่อจะเจอห่อเล็กๆ อีก 4 ห่ออยู่ในถาดกระดาษ เป็นห่อของเส้นบะหมี่ มีห่อเครื่องปรุงอีก 4 ห่อ ถาดกระดาษที่ใส่มานั้นมีรูปอันปังแมนให้ระบายสีและตัดออกมาเล่นเป็นหน้ากากได้

เส้นบะหมี่เป็นแบบเส้นแบนก้อนเล็กๆ ผงเครื่องปรุงสีน้ำตาลมีกลิ่นหอม ภายในยังมีลูกชิ้นปลารูปหน้าตัวการ์ตูน 2 แบบ ใส่เส้นลงในถ้วย ใส่ผงเครื่องปรุง เติมน้ำร้อนคนสักพักเส้นก็จะนิ่มพร้อมทานไม่ต้องรอนาน

น้ำซุปหอมเหมือนกลิ่นเห็ดหอม รสชาติก็ออกเค็มๆ หวานๆ เหมือนบะหมี่เห็ดหอมนั่นแหละ เส้นบะหมี่นิ่มมาก ทิ้งไว้นานเหมือนจะเละหน่อย กินกับน้ำซุปแล้วก็เข้ากันดี แต่คงต้องใส่น้ำเยอะกว่านี้นิดนึงเพราะรสน้ำซุปเค็มไปหน่อย ลูกชิ้นหน้าตัวการ์ตูนนั้นกินดูก็เหมือนจะเป็นลูกชิ้นปลาแห้งๆ นะชิ้นเล็กไปกินแล้วไม่พอที่จะรู้รสชาติเท่าไหร่

สรุปแล้วเป็นบะหมี่สำหรับเด็กที่มีขนาดพอดีๆ พร้อมกับลูกชิ้นปลาตัวการ์ตูนน่าจะทำให้เด็กทานได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ใหญ่ก็ทานได้แต่คงไม่ได้เพื่ออิ่ม แต่ทานเพื่อเอาบรรยากาศบะหมี่ญี่ปุ่นก็พอได้อยู่

ลองใช้ NIVEA MEN CREME

นีเวีย เม็น ครีม แบบตลับ [NIVEA MEN CREME] ปริมาณ 30 มล. ราคา 39 บาท

ครีมนีเวียตลับนี้ที่ซื้อมาก็เพราะแพ็คเกจเนี่ยแหละ ชอบพวกกระป๋องเหล็กแบบนี้เห็นแล้วอดซื้อไม่ได้ ประกอบกับอินไปกับโฆษณาที่ปล่อยมารัวๆ เลยไปดูแล้วก็ได้ตลับเล็กมาจากเซเว่น ตลับละบาท ตลับใหญ่ที่โลตัสบาท แต่หาซื้อยากเพราะหมดแล้วทั้งชั้นวาง ตัวตลับเป็นแบบโลหะ ฝาเป็นแบบฝาปิดเฉยๆ ไม่มีหมุนเกลียว ด้านในมีแผ่นฟลอย์ซีลทับอยู่อีกชั้น เปิดฟลอย์จะเห็นเนื้อครีมสีขาว เนื้อครีมดูคงตัวไม่เหลว หรือไหลเยิ้ม จิ้มดูก็รู้สึกว่านิ่มๆ นุ่มๆ ให้สัมผัสดี ดูแล้วคงตัวไม่น่าจะละลายไหลออกมาได้ เพราะฝาปิดได้ไม่แน่นนะปิดได้แต่หลวมหน่อยๆ น่าจะทำมาให้เปิดใช้งานได้ง่าย ลองคิดถึงตอนเปิดตลับที่ปิดแน่นพร้อมกับมือลื่นๆ ดูคงตลกพิลึก

กลิ่นครีมเป็นกลิ่นน้ำหอม กลิ่นแบบผลิตภัณฑ์ของผู้ชาย จะว่าหอมก็หอม จะกว่าฉุนก็ฉุน สรุปเป็นกลิ่นที่ให้อารมณ์หอมแบบสะอาด เนื้อครีมสีขาวสัมผัสนุ่มเนียน ไม่เหนียวเหอะ หรือมันเยิ้ม ทาบนหน้าแล้วเกลี่ยง่ายมาก แต้มนิดเดียวเกลี่ยครีมได้ครึ่งหน้าเลย ทาแล้วรู้สึกไม่เหนียว สบายๆ แต่ได้กลิ่นครีมมาตลอดๆ จะมึนหัวหน่อย ได้ลองใช้ทาตอนกลางคืนเพราะไม่มั่นใจเรื่องการกันแดดกับคุมมันของครีมที่โฆษณา ครีมตลับนี้บอกแค่คำว่า “ผสมสารกันแดด” แต่ไม่มีบอกพวกค่า SPF อะไรให้มั่นใจได้บ้างเลยทำใจใช้ตอนกลางวันไม่ได้จริงๆ เรื่องคุมมันนี่ทาเสร็จก็ไม่ได้ทำให้หน้ามันขึ้นนะ หน้าดูชุ่มชื่นดีไม่ดูแห้งเหมือนตอนล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ ตื่นมาตอนช้าพบว่าหน้าก็ยังมันอยู่นะแต่ไม่เยอะเท่าไร แต่ผลการลองทาแค่ 1 ครั้งอาจจะไม่ได้รู้ผลการใช้ตอนกลางวันจริงๆ นะว่าจะได้ผลตามที่โฆษณาไว้ไหม

สรุปแล้วเป็นครีมที่ใช้ง่ายเหมาะสำหรับผู้ชายตามที่โฆษณานั่นแหละ เปิดฝาเอามือป้ายครีมแล้วป้ายหน้าลูบๆ ปิดฝาตลับแล้วก็เสร็จเรียบร้อย ส่วนผลการใช้งานมันก็แตกต่างกันไปแต่ละคนต้องลองใช้เองถึงจะรู้ว่าใช่สำหรับตัวเองหรือไม่ สำหรับบล็อกรู้สึกว่ายังไม่ถูกใจเพราะคิดว่าเหมือนเป็นแค่ครีมทาเพื่อความชุ่มชื่นผิวเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าทาแล้วผิวรู้สึกดีกว่าปกติแต่อย่างใด เรื่องกันแดดก็ไม่ชัดเจน ขอยึดอยู่กับครีมกันแดดและบำรุงตัวเดิมไปก่อน

Blog: วันที่ 4 มกราคม 2560 สวัสดีปีใหม่, เล่าเรื่องหมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา

สวัสดีปีใหม่บล็อก ขอสวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนที่ได้ผ่านมาอ่านบล็อกนี้ เดือนที่ผ่านไม่มีบล็อกลงให้อ่านเท่าไหร่ เป็นเดือนที่มีงานยุ่งเอาการ มีเรื่องให้คิดทบทวนวนไปวนมา จนไม่ได้ลงเรื่องในบล็อกเลย หวังว่าปีนี้คงจะดีกว่าปีที่ผ่านมานะ… (ᵔᴥᵔ) …

ปลายเดือนก่อนได้มีโอกาสไปจังหวัดสุรินทร์ และได้แวะไปเยี่ยมชม “หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา” ตอนแรกก็คิดว่าเป็นหมู่บ้านคนที่เลี้ยงช้างเยอะๆ แต่ไปถึงก็เป็นเหมือนศูนย์เลี้ยงช้างนั่นเอง หลักๆ แล้วจะเรียกว่าเป็นสถานที่แสดงโชว์ความสามารถของช้างเลี้ยงก็ว่าได้ ภายในแยกเป็นส่วนๆ มีส่วนให้อาหารช้าง ขึ้นนั่งหลังช้างที่เดินวนรอบศูนย์ ส่วนลานแสดงโชว์ ส่วนขายของที่ละลึก และส่วนอาคารแสดงความรู้เกี่ยวกับช้าง เท่าที่ดูก็มีประมาณนี้

ได้ดูโชว์แค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เห็นแค่มีช้างมาเดินวนรอบลานแสดงแล้วก็มาให้ผู้ชมป้อนอาหารที่ต้องซื้อป้อน แล้วก็ช้างวาดรูป แล้วเอารูปที่ช้างวาดมาให้ผู้ชมซื้อ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ดูเพราะไม่ค่อยชอบการที่เอาช้างมาแสดงเพราะส่วนตัวคิดว่ามันเหมือนเป็นการบังคับสัตว์ให้ทำอะไรที่ผิดปกติ ดูแล้วสงสารมากกว่าเลยไม่ได้ดูต่อ ก็เลยออกไปดูส่วนของขายของที่ระลึกที่มีพอสมควร ส่วนใหญ่จะขายเป็นเสื้อผ้า พวกผ้าไทยที่มีลายช้าง กระเป๋าย่าม เครื่องประดับ ส่วนตัวไปได้ผ้าพันคอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านช้างเลยมา 2 ผื่น กระเป๋าย่ามลายช้างใบเล็ก 1 ใบ และก็สร้อยคอรูปช้างสีขาวมา 1 เส้น ราคาของที่ระลึกก็เป็นราคาปกติไม่แพงเท่าไหร่

ก่อนกลับเดินผ่านคนขายล็อตเตอรี่ คิดว่าไหนๆ ก็มาต่างที่แล้วก็ลองเสี่ยงดวงสักหน่อย ปกติไม่ซื้อล็อตเตอรี่อยู่แล้วถ้าไม่ใช่โอกาสพิเศษ ครั้งนี้เลยซื้อมา 2 ใบ เพราะคนขายทำเอาไว้แบบ 2 ใบทั้งหมด ปลายปีที่ผ่านมาก็ตรวจรางวัลแล้วก็ไม่ได้ถูกรางวัลอะไรแต่ก็ได้ลุ้นตื่นเต้นดี

ส่วนหยุดยาวเทศกาลปลายปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหน พักอยู่บ้านยาวเลย เห็นข่าวการจราจรติดขัดช่วงปีใหม่แล้วก็แอบดีใจที่คิดถูกไม่ไปเที่ยวไหนช่วงนี้ไม่ชอบรถติดเลย