Blog: วันที่ 25 กันยายน 2561 เล่าเรื่องหาซื้อเคสเหมาะๆ ให้ Note 9

สวัสดีบล็อก! ถึงเวลาแล้วที่จะมาเล่าเรื่องเคส Samsung Galaxy Note 9 พูดถึงเคสจะว่าไปมันก็เป็นเหมือนอะไรสักอย่างที่ไม่สำคัญแต่ก็อยากจะได้มันให้ได้ จากคิดไว้ว่าจะไม่ซื้อหรอก ไม่ใช่หรอก ซื้อแค่อันเดียวนี่แหละ แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จเลย มันงอกออกมาอีกทีละ 1 อัน ทีละ 1 แบบ ไปเรื่อยๆ จนวันนึงก็คิดมาได้ว่า “ต้องพอแล้วละกับเคสมือถือเครื่องนี้” เพราะราคาเคสก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ เลย จึงเป็นที่มาของบล็อกนี้เพื่อเล่าประสบการณ์เจอ ประสบการณ์เจ็บกับการซื้อเคสมือถือในครั้งนี้

 

บอกก่อนเลยว่าการที่บล็อกเลือกซื้อเคสนี่เรื่องมากหน่อย จะนึกถึงเรื่องแรกคือ การจับถือที่กระชับมือถือใช้งานได้อย่างมั่นใจ อีกเรื่องคือ รูปร่างสวย หรือเป็นเคสใสใสแล้วสามารถเห็นสีของตัวเครื่องได้ก็จะดีมาก

 

UAG PLASMA Samsung Galaxy Note 9 สี ICE ราคา 1,300 บาท (ราคาซื้อจากเว็บ UAG โดยตรง)

เป็นเคสชิ้นแรกที่สั่งซื้อมารอเครื่อง Samsung Galaxy Note 9 คิดเอาไว้ว่าจะใช้อันนี้แค่อันเดียวไม่ซื้ออันอื่นแล้วละ เคส UAG นี้เป็นเคสยี่ห้อแรกเลยที่ซื้อเคสใช้งาน ครั้งแรกจำได้ไหมตอนพรีออเดอร์ Samsung Galaxy Note 7 ไง เพราะก่อนหน้านั้นเป็นคนที่ไม่เคยใส่เคสให้มือถือเลย ซื้อมาใช้ก็ชอบตรงที่มันเป็นเคสที่ดูลุยๆ ใส่แล้วให้ความรู้สึกปลอดภัยดี

 

สิ่งที่ชอบ

  • เป็นเคสที่ใส่แล้วจับถนัดมือมากเพราะตัวเคสมีความหนาพอสมควร

  • วัสดุทำจากวัสดุคุณภาพดีมาก เป็นเคสแข็งจะยืดหยุ่นนิดหน่อยตรงส่วนที่เป็นสีดำ ทำให้ใส่กับตัวเครื่องแล้วเคสไม่ย้วย ไม่ขยับเองเวลาใส่ในกระเป๋ากางเกง

  • เพราะวัสดุที่ค่อนข้างดีจึงทำให้ใส่และถอดได้ค่อนข้างยากเพราะเคสแน่นและแข็งพอดีกับตัวเครื่องมากๆ ผมถือว่าเป็นข้อดีนะ

ข้อสังเกต

  • หลังๆ มานี้รู้สึกว่าตัวเคสสี ICE ที่จะเป็นสีใสก็จริง แต่จะไม่ใสเหมือนแต่ก่อนแล้ว ออกจะเป็นสีขุ่นใสมากว่า พอใส่เข้ากับเครื่องตัวเคสจะติดสีขาวสะท้อนแสงตามลายของเคสไม่ค่อยเห็นสีของเครื่องเท่าไหร่ เลยไม่ชอบที่ตัวเคสไม่ใส่อย่างที่อยากให้เป็น

  • ตัวเคสค่อนข้างหนาเกือบทุกด้าน ทำให้ใส่เคสแล้วใช้งานกับเครื่องชาร์จแบบไร้สายไม่ได้บางครั้ง อย่างเครื่องชาร์จของ Nillkin จะวางตั้งชาร์จไม่ได้ ต้องวางแบบแนวนอนแทน

Rearth Ringke [FUSION-X] Case ราคา 580 บาท

จากเคส UAG ที่ว่าจะใช้แค่อันเดียว พอเห็นรุ่นนี้ที่เป็นข้างหลังใสแล้วทำให้อยากได้ขึ้นมาทันทีคิดว่าจะได้เห็นสีของตัวเครื่องชัดๆ พร้อมกับกันกระแทกได้ ยี่ห้อนี้ไม่เคยซื้อใช้พอได้เห็นตัวจริงของเคสแล้วรู้สึกว่าวัสดุดีเหมือนกันนะ ขอบสีดำเหมือนจะเป็นขอบยางแต่ก็แข็งอยู่ตัวดูกระชับดี พอใส่กับเครื่องแล้วก็ยังคงให้ความรู้สึกกระชับเครื่องดีมาก ถือจับก็ติดมือดีไม่ลื่นมือเลย ชอบตัวนี้เหมือนกัน แต่ที่ยังหาซื้อเคสใหม่อยู่ก็เพราะพอติดฟิล์มกันรอยด้านหลังเครื่องแล้วมันดูดกับพลาสติกใสของเคสเป็นลายน้ำไม่ชอบเท่าไหร่ เลยยังหาซื้อเคสใหม่อยู่แต่ถ้าหาไม่ถูกใจสักทีคงกลับมาใช้อันนี้แหละ

 

สิ่งที่ชอบ

  • ตัวเคสด้านหลังเป็นพลาสติกใสโชว์สีตัวเครื่องได้ชัดเจนชอบมาก

  • ขอบยางสีดำรอบตัวเคสเป็นพลาสติกแบบยืดหยุ่นได้ไม่แข็งเท่า UAG แต่ก็ไม่ย้วย คงรูป OK ไม่ต้องกลัวเคสย้วยแบบพวก TPU

  • ใส่แล้วตัวเครื่องดูสวยดีจับถนัดมือ

  • แม้ขอบยางจะแข็งหน่อยแต่ก็ถือว่าใส่กับถอดจากเครื่องได้ง่ายกว่า UAG มากเลย

ข้อสังเกต

  • พลาสติกใสด้านหลังเคสจะมีการดูดเป็นลายน้ำกับด้านหลังของ Note9 ถ้าติดฟิล์มพลาสติกกันรอย แม้ว่าตัวเคสจะมีรอยจุดกันรอยน้ำก็ตามเพราะจุดกันรอยของตัวเคสนั้นมันกดฝังไปบนฟิล์มกันรอยที่เราติดไว้ ดังนั้นถ้าอยากใส่ให้สวยต้องไม่ติดฟิล์มกันรอยด้านหลัง

  • ใส่เคสให้สวยใสนั้นยากหน่อยเพราะด้านหลังเคสเป็นพลาสติกใสถ้ามีฝุ่น หรืออะไรติดข้างในเคสจะเห็นได้ชัดเจนจนรำคาญตาเลย

  • เพราะเป็นพลาสติกใสด้านหลังแน่นอนว่ารอยขนแมวมากันครึกโครม

WITS Premium Hard Case : Blue ราคา 390 บาท

ตัวนี้เห็นในกรุ๊ป Note 9 เค้าว่ากันไว้ว่ามันดี ราคาไม่แพง หายากด้วย แต่เราเดินไปเจอที่ Shop Samsung ที่ Central Korat มาเลยซื้อมาลองเพราะชอบเคสแข็งบางๆ ที่เว้นช่องปุ่มกดไว้แบบนี้อยู่แล้ว สัมผัสแรกที่จับรู้สึกได้ถึงผิวเคลือบแบบซิลิโคนที่ให้สัมผัสนุ่มลื่น และมันลื่นมากๆ ด้วย ถึงจะสวยและดียังไงถ้าเคสลื่นก็ไม่ใช้

 

สิ่งที่ชอบ

  • เป็นเคสแบบบาง วัสดุที่ใช้ดูมีคุณภาพ เคลือบผิวแบบซิลิโคนให้ผิวสัมผัสที่ดีน่าจับลูบคลำ

  • ราคาไม่แพงสำหรับเคสที่ผลิตออกมาดีแบบนี้

ข้อสังเกต

  • เคลือบซิลิโคนแบบนุ่มลื่นมาก ลื่นมากแบบถือไว้ในมือเฉยๆ เครื่องจะไหลออกจากมือไปเรื่อยๆ แบบนั้นเลย

  • ช่องที่เว้นไว้สำหรับกล้องและที่สแกนนิ้วนั้นส่วนของสแกนนิ้วมันเล็กไป ต้องจิ้มนิ้วเข้าไปในช่องถึงจะสแกนได้

Nillkin Synthetic Fiber Samsung Galaxy Note 9 ราคา 299 บาท

เลือกซื้ออันนี้มาเพราะเคยซื้อรุ่นนี้มาใช้ตอนใช้ Samsung S7Edge แล้วมันก็ดูโอเค คิดว่าจะซื้อมาใช้ชั่วคราวเพราะตัวเคสเคฟล่าของ Pitaka เค้าไม่ทำเคสของ Note 9 มาขาย แต่ได้มาก็ต้องผิดหวังแบบยังไม่ต้องลองใส่กับเครื่องเลย ตัวเคสยังคงปิดลายเคฟล่าแบบเดิมนั่นแหละ แต่วัสดุที่ทำตัวเคสมันแย่ลงมาก ตัวเคสบริเวณรอบเครื่องนั้นทำจากพลาสติกรึอะไรสักอย่างที่ค่อนข้างนิ่มบิดได้ง่าย ตัวเฟรมด้านหลังก็เป็นแบบพลาสติกธรรมดา แบบพลาสติกของเล่นธรรมดาเลยละขอบมุมตรงช่องเจาะสำหรับกล้องก็เป็นขอบคมของพลาสติกแบบออกจากแม่พิมพ์มาแล้วแปะแผ่นลายเคฟล่าแล้วก็เอาใส่กล่องมาเลย เคสรุ่นนี้ไม่โอเคสำหรับบล็อกเลยเสียดายเงิน

 

SPIGEN Thin Fit Slim Cover : Graphite Grey ราคา 590 บาท

มันก็ยังคาใจกับเคสบางแบบดีๆ ว่ามันจะไม่มีให้ใช้เลยหรือไง ก็นึกได้ว่าเคยซื้อเคสของ Spigen รุ่น Thin Fit มาใช้กับ Note 8 นี่ แล้วมันก็ดีมากด้วย ก็เลยสั่งรุ่น Thin Fit กะว่าจะได้พอสักทีกับเคสมือถือเนี่ย มีแค่ 3 สี เลือกสีเทา แต่ทำไมมันไม่เหมือนเดิมคือวัสดุก็ยังคงเป็นพลาสติกแข็งนี่แหละ แต่ตัวผิวสัมผัสมันไม่เหมือนเดิมมันเป็นแบบพ่นสีเคลือบเฉยๆ ให้รู้สึกแบบเคลือบสีแห้งๆ ไม่ได้มีเคลือบเพิ่มผิวสัมผัสหรือให้หนืดมือแบบตอนของ Note 8 จับแล้วมันลื่่น ค่อนข้างลื่นมากจับไม่ถนัดเลย ลองใช้ 1 วันถอดออกทันที รู้สึกว่าโทรศัพท์มันจะหลุดมือตอนหยิบใช้ตลอดเวลา

 

สิ่งที่ชอบ

  • เป็นเคสแข็งแบบเว้นปุ่มกดที่ชอบ ใส่แล้วไม่หนา ดูแล้วโอเค

ข้อสังเกต

  • ผิวสัมผัสของรุ่นนี้มันไม่เหมือนเดิม เป็นพลาสติกพ่นสีแบบสากๆ ลื่นมือมาก

UAG PLYO Samsung Galaxy Note 9 สี ICE ราคา 1590 (ราคาจาก True Shop)

สรุปมันก็วนกลับมาที่ UAG อีกครั้ง และคิดว่าจะเป็นเคสอันสุดท้ายแล้วสำหรับ Note 9 (เว้นแต่ว่า PITAKA ทำเคสเคฟล่าของ Note 9 มาขายนะ) กลับมาเลือกซื้ออีกรุ่นที่เป็นรุ่นแบบใส คิดว่าคงจะจบแค่อันนี้ ตัวเคสยังคงให้ความรู้สึกเหมือน UAG รุ่น Plasma เพียงแค่เปลี่ยนลวดลายด้านหลังกับวัสดุเป็นแบบใสทั้งหมด จับถนัดมือใส่แล้วรู้สึกมั่นคงมาก ด้านหลังใสก็จริงแต่แต็มไปด้วยจุดเล็กๆ กันรอยเคสดูดกับกระจกหลังเครื่อง แต่มันดันมีจุดทั้งด้านในเคส และด้านนอกเคสนี่สิ จุดมันสะท้อนกับกระจกหลังเครื่องจนเป็นลายคลื่นฝ้าขาวๆ จนไม่รู้สึกว่าเป็นเคสใสเลย ต้องออกกลางแจ้งบางมุมถึงจะเห็นสีของเครื่องข้างใน อีกอย่างที่แตกต่างกับรุ่น Plasma วัสดุที่ทำเคสมันคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันนะ ตัว Plyo นี้วัสดุเป็นรอยง่ายมาก ทั้งรอยขนแมว ทั้งรอยขูดลึก แค่เอาวางบนที่ชาร์จไร้สายแบบพลาสติกก็ขูดสันเป็นรอยลึกแล้ว รอยขนแมวก็มาพรึบ

 

แต่ก็อีกนั่นแหละซื้อมาก็ไม่เคยได้อะไรที่สมบูรณ์ดีเหมือนกับคนอื่น เคส UAG Plyo ที่ซื้อมานี้ได้มาจากร้าน True Shop The Mall Korat เหลือชิ้นสุดท้ายตอนซื้อก็แกะเช็คดูแล้วก็ไม่เห็นอะไรที่ผิดปกติ แต่พอกลับมาแล้วใส่ดูก็เห็นว่าตัวเคสด้านหลังสีมันไม่สม่ำเสมอมันมีรอยแถบขวาง 2 แถบตามรูปด้านบนเลย มันดูเป็นแถบใสกว่าส่วนอื่นๆ ของเคส ลองเช็คทำความสะอาดด้วยน้ำยาทุกอย่างที่นึกได้แล้วก็ยังไม่หาย ก็แสดงว่าเป็นกับตัวเคสแล้วละ ในรูปอาจจะมองว่าเห็นเป็นแถบนิดหน่อยที่เห็นว่าเป็นนิดหน่อยนี้เพราะได้น้ำยา Waxy เคลือบหนังเอามาเช็ดส่วนอื่นให้มันเงาขึ้นเลยเห็นรอยด่างลดลงไงละ ตอนนี้ก็ได้แต่ทำใจซื้อมาราคาแพงจะไปเปลี่ยนก็ไม่มีให้เปลี่ยนแล้วมั้งเหลืออันสุดท้ายแถมใช้งานแล้วด้วยอีก

 

สิ่งที่ชอบ

  • ตัวเคสมีความหนาและลักษณะคล้ายกับรุ่น Plasma ที่จับได้กระชับมือรู้สึกมั่นคงในมือมาก

  • รูปร่างเคสดูสวย มีด้านหลังที่ค่อนข้างใสโชว์สีของตัวเครื่อง

ข้อสังเกต

  • หัวและท้ายเครื่องยังคงหนาเหมือนกับรุ่น Plasma ทำให้ใช้งานกับเครื่องชาร์จไร้สายแบบแนวตั้งไม่ได้บางยี่ห้อ

  • วัสดุเคสเป็นรอยได้ง่ายมาก โดยเฉพาะรอยขนแมวจะเห็นได้ชัดเพราะด้านหลังเครื่องออกแบบให้มีการสะท้อนแสง

  • ผิวด้านนอกข้างหลังเคสออกแบบให้จุดเล็กๆ เต็มพื้นที่น่าจะทำขึ้นเพื่อลดรอยนิ้วมือ แต่กลับทำให้เป็นลายคลื่น ทำให้ตัวเคสไม่ใสเหมือนรุ่นก่อนหน้า และจับฝุ่นได้ดีเลย

Advertisements