Blog: วันที่ 12 สิงหาคม 2560 วันแม่แห่งชาติ และ ไปดูหนัง Annabelle: Creation

สวัสดีวันแม่! วันนี้วันเสาร์เป็นวันแม่แห่งชาติ วางแผนไว้ว่าวันนี้จะไปดูหนังเรื่อง Annabelle: Creation จะไปดูรอบ 11.30 น. เป็นรอบเสียงอังกฤษ เพื่อหลีกเหลี่ยงคนเยอะในวันแม่แห่งชาติเลยตั้งใจว่าจะดูรอบเช้าๆ มาถึงโรงหนังประมาณ 11.10 น. เป็นเวลาก่อนฉายไม่มากไม่ต้องรอนาน รีบซื้อตัวแล้วก็นั่งรอ มองดูนาฬิกาเวลา 11.26 น. ใกล้เวลาแล้ว แต่ไม่เห็นมีประกาศแจ้งให้เข้าโรงภาพยนตร์อะไร แปลกใจเลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่หน้าโรงภาพยนตร์ว่าเข้าได้รึยัง ส่งตั๋วให้เจ้าหน้าที่แล้วก็เข้าไปในโรงภาพยนตร์ หนังตัวอย่างฉายไปแล้ว ไม่มีคนเลย เข้ามาเป็นคนแรก หนังตัวอย่างคงฉายมาหลายเรื่องแล้วเพราะพอนั่งลงก็เป็นโฆษณาก่อนยืนถวายความเคารพพอดี

เมื่อหนังเริ่มฉายมันน่าแปลกใจตรงที่หน้าจอกว้างมากเคยเข้ามาดูเรื่องอื่นๆ ก็ฉายกว้างปกติ แต่มาเรื่องนี้หน้าจอกลับปรับเข้ามาฉายตรงกลางจอเล็ก มีแถบดำด้านบนและล่าง เหมือนดูหนัง DVD ในทีวีที่บ้านยังไงยังงั้น  ดูอัตราส่วนของเนื้อภาพยนตร์ก็น่าจะเต็มจอกว้างๆ ได้ แต่กลับทำมาเป็นแถบบน-ล่าง คิดว่าน่าจะเป็นเฉพาะแบบที่ฉายเสียงอังกฤษสำหรับเรื่องนี้ เสียอรรถรสไปมากเลย

มาเล่าเรื่องหนังดีกว่า Annabelle: Creation ภาคนี้เป็นภาคที่ 2 เป็นภาคที่เล่าเรื่องต้นกำหนดของตุ๊กตา และครอบครัวที่สร้างตุ๊กตา ก่อนจะมาถึงเรื่องในภาคแรก เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากเข้าใจได้ง่าย แต่คนที่ไปดูเรื่องนี้แน่นอนต้องไปดูเพราะต้องการความน่ากลัวของตัวหนัง และก็ไม่ผิดหวังแน่ๆ หนังมีครบทุกรส มีอะไรให้ลุ้น ให้ตกใจตลอดทั้งเรื่อง มีมุกตลกให้พอขำลดความกลัวได้บ้าง เรียกว่าเป็นหนังผีที่สนุกได้เลย และตอนจบสามารถเชื่อมต่อเนื้อหาไปภาคแรกได้อย่างฉากต่อฉากลงตัวพอดี ไม่มีอะไรค้างคา สรุปแล้วชอบนะภาคนี้ เดี๋ยวต้องติดตามเรื่องอื่นๆ ที่แตกออกจาก The Conjuring ที่จะมีมาหลายเรื่อง คิดแล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

Blog: วันที่ 10 สิงหาคม 2560 บะหมี่นิชชินมีขายแบบยกแพ็คแล้วที่โลตัส

วันนี้ไปซื้อของกินของใช้ประจำเดือน ที่ห้างโลตัส แวะเข้าแผนกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เดิินไปหยิบ ยำยำ รสหมูสับ แสนอร่อย ระหว่างเดิินกลับไปที่รถเข็นนั้นเหลือบไปเห็นที่ชั้นบนสุดของชั้นวางมีบะหมี่่นิชชิน รสใหม่ ทั้ง 3 รส ขายที่โลตัสแล้ว แถมเป็นแบบจัดชุด 5 ซอง ราคาแพ็คละ 45 บาท ถูกกว่าซื้อที่เซเว่นถึงซองละ 1 บาท เลยเชียวนะ เลยหยิบรสทงคตสึมาเพิ่มอีก 1 แพ็ค

ซื้อของเสร็จก็สบายใจแล้วว่าวันหยุดยาวนี้จะมีบะหมี่อร่อยๆ กินระหว่างวันหยุด คิดเหมือนจะไม่ไปไหนเลย จริงๆ ก็ตั้งใจไว้ว่าวันเสาร์จะไปดูหนัง Annabelle Creation ด้วย ภาคต่อภาคนี้เป็นเรื่องเริ่มต้นของตุ๊กตาตัวนี้เลยน่าดูมากๆ ไปดูคนเดียวคงจะหลอนน่าดู

Blog: วันที่ 8 สิงหาคม 2560 ขายโทรศัพท์มือถือในเว็บ ขายดี Kaidee.com

เมื่อวานนี้ตอนเย็น มีนัดดูของที่ลงขายไว้ในเว็บ ขายดี (Kaidee.com) นัดดูที่เดอะมอลล์ ได้เวลาเลิกงานก็รีบเดินทางไปทันทีท่ามกลางสภาพอากาศที่มีเมฆครึ้ม ขึ้นรถเมล์ไปได้สักพักฝนก็เริ่มตก และตกแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไปถึงเดอะมอลล์ได้ปลอดภัยดี แค่ตัวเปียกไปหมด

มาเล่าเรื่องขายของในเว็บ “ขายดี” ดีกว่า ไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีหรืออย่างไร เวลาลงขายในเว็บ “ขายดี” ทีไรก็ขายออกได้เร็ว แถมเร็วมากอีกด้วย เคยเปิดเข้าดูของที่คนอื่นลงขายเรื่อยๆ ผ่านไปหลายอาทิตย์เข้าไปดูยังเห็นขายอยู่เลยก็มี ไม่รู้ว่าขายได้แล้วลืมลบรายการออก หรือไม่มีคนสนใจกันแน่ แต่ขอคิดว่าเราโชคดีมากกว่าที่ขายได้เร็ว แล้วก็เจอคนซื้อที่ไม่เรื่องมากเข้าใจคนขายตลอดๆ

ของส่วนใหญ่ที่ลงขายก็เป็นพวกโทรศัพท์มือถือนี่แหละ จะเป็นช่วงที่เราเปลี่ยนเครื่องใหม่ แล้วโอเคกับเครื่องใหม่แล้วก็จะทำการเอาเครื่องเก่าไปประกาศลงขายในเว็บ “ขายดี” ครั้งก่อนๆ ปล่อยเครื่องเก่าขายไปประมาณเครื่องละหมื่นต้นๆ ตั้งราคาไว้เป็นราคามือสองที่สมเหตุสมผลโดยเทียบราคากับมือถือรุ่นเดียวกันกับของคนอื่นที่ลงไว้หลายๆ ประกาศ แล้วเราก็มาตั้งราคาที่ต่ำกว่าของคนอื่นแต่ก็ต้องเป็นราคาที่เราพอใจและรับได้ด้วย นี่ละมั้งเลยทำให้เครื่องของเราขายได้เร็วกว่าประกาศของคนอื่น

มาครั้งล่าสุดก็เมื่อวานนี้ลงขายเครื่อง S8+ หลังจากได้ Note FE มาใช้ ก็ลงขายช่วงเที่ยงๆ ของวันอาทิตย์ ตั้งราคาไว้ สองหมื่นต้นๆ โดยเทียบราคากับประกาศอื่นๆ ในจังหวัดที่ลงขายไว้ ส่วนใหญ่ประมาณ 22,000 – 23,000 บาท เลยตั้งไว้ถูกกว่าคนอื่นๆ ประมาณ 1-2 พันบาท ตั้งถูกหน่อยกลัวว่าจะขายยาก เพราะคิดว่ามือถือมือสองเครื่องสองหมื่นกว่าๆ นี่จะมีกี่คนที่จะซื้อกันเชียว พอลงปุ๊ปก็มีข้อความเข้ามาสอบถามต่อราคาปั๊ปเลย ต่อไปหมื่นเจ็ดพัน โอ๊ยทำไมต่อเยอะจัง หลังจากลงประกาศก็มีคนเข้ามาถามเรื่อยๆ ส่วนมากจะกดข้อความด่วนถามมาว่า “ลดได้ไหม?” พอบอกราคาที่ลดให้ก็แค่อ่านแล้วก็เงียบไป… เกลียดไอ้ข้อความด่วนของเว็บจัง ได้แค่คิดในใจว่าราคานี้สำหรับรุ่น S8+ นี่ นี่ก็ถูกกว่าปกติ ถูกกว่าเจ้าอื่นมากแล้วนะยังขอต่อราคาอีก ถึงจะรู้ว่าเป็นปกติของคนที่จะขอลดราคาแม้ว่าของมันจะราคาถูกอยู่แล้วก็เถอะ (¬_¬) มันก็อดสงสัยไม่ได้ไง จนมาเจอคนซื้อที่เข้าใจและพร้อมจะซื้อจริงๆ เราจะรู้ทันที และก็จบลงที่นัดดูเครื่องกันในช่วงเย็นเมื่อวาน และก็ขายได้ในที่สุด ดูระยะเวลาก็เร็วมาก ลงไว้วันเดียวเอง

Blog: วันที่ 6 สิงหาคม 2560 ซื้อโทรศัพท์จากร้านดังในห้าง มาบุญครอง (MBK Center)

ช่วงปลายเดือนที่แล้ว Samsung ได้วางจำหน่าย Galaxy Note Fan Edition ซึ่งก็คือรุ่น Note 7 ที่ปรุงเรื่องแบตเตอรี่แล้ว วางจำหน่ายในเกาหลีใต้ตอนนี้ เห็นว่ามีวางขาย 400,000 เครื่อง และอาจจะไม่ได้วางขายในหลายๆ ประเทศด้วย เห็นแล้วนึกถึงตอนที่ Pre Order เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังนึกอยากได้อยู่  อาทิตย์ก่อนเห็นว่ามีร้านขายโทรศัพท์ในห้างมาบุญครอง ร้านนึงหิ้วเข้ามาขายจากเกาหลีแล้ว ราคาก็แพงใช้ได้อยู่ คิดว่าจะซื้อมาใช้ยาวเลยเพราะถูกใจตั้งแต่ Note 7 แล้ว แต่ก็คิดว่าถ้าสั่งซื้อไปจะได้ของไหม ของจะครบไหม จะเกิดปัญหาอะไรไหม ที่คิดแบบนี้หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินข่าวคราวที่ไม่ค่อยดีในส่วนของร้านตู้กระจกขายมือถือในห้างมาบุญครองมาบ้างไม่มากก็น้อย ตามกระทู้ในเว็บ Pantip ก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆ  แต่เป็นเพราะชื่อเสียงในทางบวกของร้านนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหิ้วจากต่างประเทศ อ่านเว็บ อ่านกระทู้ ผ่านตามาก็เห็นว่าได้มาจากร้านนี้เป็นส่วนมาก ( สงสัยใช่ไหมว่าร้านอะไร บอกตรงๆ ไม่ได้หรอก แต่คิดว่าคงจะรู้จักกันดีเลยละ ขอเรียกชื่อร้านนี้ว่า ร้าน “กบ โมบาย” แล้วกันเป็นคำใกล้เคียงสุดแล้ว ) ทำให้ตัดสินใจสั่งเครื่องไป เครื่องรอบใหม่จะเข้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และทางร้านจะจัดส่งผ่าน Kerry Express มา จนได้รับเครื่องมาเมื่อวานก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เลยจะเอามาเขียนเล่าไว้ในบล็อก

เครื่องที่ได้มาอยู่ในกล่องปกติ เพียงแต่กล่องได้ถูกเปิดมาแล้ว โดยมีฟิล์มกันรอยที่สั่งซื้อไปพร้อมเสียบมาในกล่อง พลาสติกกันรอยที่ติดมากับโทรศัพท์ข้างหน้าและหลังเครื่องถูกแกะออกไป เลยเช็คเครื่องดูรอบๆ เครื่องไม่มีรอย สติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดติดอยู่ข้างหลังเรียบร้อยดียังพอสบายใจได้ว่าเป็นเครื่องใหม่ เปิดเครื่องดูก็เห็นว่าหน้าต้อนรับตอนเปิดเครื่องใหม่ภาษาถูกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว คิดว่าทางร้านคงจะเปิดเช็คเครื่องดูก่อน เพราะตอนดู Unbox ของเมืองนอกเครื่องที่มาจากเครือข่ายนี้ของเกาหลี ภาษาจะเป็นภาษาเกาหลีเป็นภาษาเริ่มต้น

มาที่อุปกรณ์ในกล่องจะมีกล่องสีดำข้างในเป็นเคสสีฟ้า มีหูฟัง สายชาร์จ อแดปเตอร์ชาร์จ หัวปากกา S Pen ตัวต่อ OTG และ หัวแปลง Micro USB to USB C ตัวสุดท้ายนี่แหละที่เห็นว่าผิดปกติ ขนาดของหัวต่อมันเล็กกว่าพลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่อง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะเป็นแบบนี้ เลยเอามาเทียบกับตัวที่มากับ S8+ ที่ใช้อยู่ ขนาดต่างกันสิ้นเชิง พลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่องเทียบแล้วขนาดพอดีกับขนาดของหัวต่อที่มากับ S8+ เลย  ตัวพลาสติก และ ส่วนอลูมิเนียม วัสดุก็แตกต่างกันชัดเจน  หึ หึ หึ โดนเข้าจนได้ แค่นี้ก็โดนนะ เท่านั้นแหละรีบเช็คอุปกรณ์อื่นๆ ทันที เปิดเทียบดูกับวีดีโอ Unbox ใน Youtube เลย เท่าที่ทำได้และความรู้เท่าที่มี ก็เห็นว่ามีแค่อย่างเดียวที่ไม่ใช้ของแท้นะ ต่อไปก็ถามทางร้านละ

ส่งข้อความไปถามร้านทาง Line ที่สั่งซื้อ ส่งรูปและถามไปว่าทำไมมันไม่เหมือนกับของ Samsung เลย! เจ้าหน้าที่ตอบมาว่ามันมากับเครื่องคะ / มาแบบนี้ทุกเครื่อง และยังบอกอีกว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ ต่อเหมือนกันแค่แบบต่างกันค่ะ” เรื่องเปิดกล่องก็ตอบว่า “ก็ต้องเปิดเช็คเครื่องค่ะ” 

แค่เจอคำตอบว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ” ทำให้ความเชื่อมั่นว่า ร้านนี้ดี มีชื่อเสียง ขายมานาน ประสบการณ์เยอะ เจ้าของร้านมาพบปะลูกค้าตลอด เป็นกันเอง ซื้อกับร้านนี้ต้องมั่นใจได้แน่ๆ  เนี่ยหายไปทันที เรื่องเปิดเช็คเครื่องนี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกแต่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ อย่างน้อยก็ถามลูกค้าก่อนว่าจะให้เปิดเครื่องเช็คก่อนไหม ถ้าลูกค้าไปเปิดเองแล้วเครื่องพัง ของไม่ครบ ทางร้านไม่รับผิดชอบก็จะไม่ว่าอะไรเลย

สรุปแล้วเรื่องนี้ผมก็ต้องทำใจนะครับ เพราะผมเลือกร้านนี้เอง และเลือกซื้อแบบนี้เอง แนะนำสำหรับคนที่จะซื้อของแบบนี้ถ้าสะดวกก็เข้าไปซื้อที่ร้านให้เค้าแกะกล่องต่อหน้าเราเลยดีที่สุด ส่วนคนต่างจังหวัดแบบผมก็มีวิธีซื้อแล้วส่ง Kerry นี่แหละสะดวก แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแบบนี้เอง ทำไงได้ละก็อยากได้นี่ สุดท้ายแล้วเรื่องของร้านมือถือตู้กระจกห้างมาบุญครอง ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมๆ อยู่ดี ╭∩╮(︶︿︶)╭∩╮

เรื่องนี้คิดอยู่นานว่าจะเขียนลงบล็อกดีไหม แต่คิดว่าเขียนทิ้งเอาไว้เผื่อใครผ่านมาเจอจะได้ระวังตัวและรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะครับ

Blog: วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 วันหยุดพิเศษ และร้านขนมปัง

วันนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่หยุดกันเราเองก็หยุดด้วย ตื่นมาตอนเช้าก็นั่งคิดว่ามีอะไรกิน ได้เตรียมอาหารสำหรับวันหยุดไว้รึเปล่า ซึ่งก็ไม่ได้เตรียมซื้อของไว้ ทั้งบ้านมีแค่ขนมปังกรอบนิดหน่อยไม่พออิ่มแน่ บ่ายๆ เลยออกไปเดอะมอลล์ไปไปรษณีย์ส่งพัสดุพอดีและไปหาของกินด้วย จำได้ว่าวันนี้ร้าน Auntie Anne’s แจกเพรทเซลฟรี 1 ชิ้น สำหรับคนใช้มือ Samsung ผ่าน App Galaxy Gift คิดว่ายังไงก็ได้ของกินฟรีแล้วละ ไม่ต้องเสียเงินด้วย ที่เดอะมอลล์วันนี้คนไม่เยอะอย่างที่คิดมาถึงก็ตรงไปส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ เสร็จเรียบร้อยก็ไปเดินที่ซุปเปอร์ต่อหาซื้อของไว้กินพรุ่งนี้ เดินรอบซุปเปอร์ได้ช็อกโกแลตทาขนมปัง Nutella มาขวดนึง ไม่ได้ของกินจริงๆ มาเลย เพราะว่าของกินอะไรก็ราคาแพงช่วงนี้ แต่ออกมาจากซุปเปอร์ก็เจอร้านขนมปังร้านใหญ่ มีขนมปังหลากหลายดูน่ากินทุกอย่าง ทำไมไม่เคยเห็นร้านนี้มาก่อน ก็ไม่แปลกหลังจากห้างปรับปรุงใหม่แล้วส่วนพื้นที่ตรงนี้ก็เคยมาแค่ครั้งสองครั้งเอง ร้านนี้คือร้าน BreadTalk เป็นร้านขนมปังคล้ายกับร้าน Yamazaki ขนมปังในร้านส่วนใหญ่ราคา 30 บาทขึ้นไป มีบ้างบางชนิดชิ้นเล็กๆ ที่ราคา 19 บาท เรียกว่าเป็นรร้านขนมปังที่ราคาแพงใช้ได้เลย แต่เพราะความหิวเลยเดินเข้าไปเลือกมาหลายชิ้นจนได้แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปแลกแพรทเซลฟรีมา 1 ชิ้นด้วยนะ

ในเรื่องของรสชาติขนมปังนั้นลองกินหลายๆ ชิ้นที่เลือกมาแล้วก็คิดว่าอร่อยแบบปกติ ไม่ได้อร่อยพิเศษอะไรครั้งต่อไปจะซื้ออีกครั้งรึเปล่าก็ขอคิดก่อนตอนนั้นแล้วกัน

Blog: วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 สั่งสินค้า ส่งจากต่างประเทศ ผ่านเว็บ Lazada

ครั้งนี้จะมาเล่าถึงเรื่องสั่งซื้อของในเว็บ Lazada แล้วขึ้นการจัดส่งว่า “จัดส่งจากต่างประเทศ” ลองสั่งดูว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหนและได้ของจริงหรือไม่ ของที่สั่งก็คือ วิทยุ จากประเทศจีน แล้วทำไมมานึกซื้อวิทยุเอาตอนนี้หลายคนอาจสงสัย เรื่องมันก็มีอยู่ว่าส่วนตัวแล้วเป็นพวกชอบอุปกรณ์ฉุกเฉิน หรือพวกเตรียมพร้อมเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรแบบนี้ แล้วอาทิตย์ก่อนก็หาดูวิทยุไดนาโม แบบที่สามารถปั่นไฟใช้ได้เอง ว่าจะซื้อไว้สักตัวเผื่อฉุกเฉินบนโลกนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ ( ͡ᵔ ͜ʖ ͡ᵔ ) เปิดไปเปิดมาก็ไปเจอเว็บไซต์เกี่ยวกับวิทยุคลื่นสั้น อ่านไปก็สนใจที่ว่าวิทยุคลื่นสั้น (Shortwave Radio) นี้มันส่งสัญญาณได้ไกลมากๆ แบบส่งข้ามประเทศได้เป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมากสำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน แล้วก็ใช้คลื่นพวกนี้ส่งสัญญาณแบบพวกคลื่นวิทยุฉุกเฉินด้วย อ่านกระทู้อื่นๆ ก็จะมีคนไทยที่ลองเล่นวิทยุคลื่นสั้นฟังสถานีวิทยุที่ส่งสัญญาณมาจากญี่ปุ่นได้อีกต่างหาก น่าสนใจมาก เลยคิดว่าต้องหามาเล่นสักเครื่อง ลองค้นข้อมูลวิทยุรุ่นต่างๆ ที่ในเว็บนั้นแนะนำ ดูราคาที่ขายกันแล้วมันก็แพงมาก มีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายพันบาท เลยกลับไปดูกระทู้ที่คนไทยฟังคลื่นจากญี่ปุ่นดู เค้าใช้วิทยุ ยี่ห้อ TECSUN รุ่น R-9012 เค้าบอกว่าเป็นรุ่นที่ราคาไม่แพงและเหมาะกับคนที่เริ่มเล่นวิทยุคลื่นสั้น (แบบที่ไม่รู้จะจริงจังกับมันหรือไม่! เหมือนผมไง) ก็เอายี่ห้อ ชื่อรุ่น ไปค้นหาดู มีขายในไทยอยู่หลายเว็บแต่ก็ไม่มีสินค้าแล้ว มีแต่รุ่นแพงๆ จนไปเจอใน Lazada แต่เป็นร้านจากประเทศจีน ราคาไม่แพง จัดส่งฟรี ไหนๆ ก็เจอแล้วลองสั่งดูสักครั้ง ตัดสินใจกดสั่งซื้อแล้วก็รอ

สั่งซื้อไปวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ในระบบแจ้งว่าจะได้รับช่วงวันที่ 27 กรกฏาคม – 3 สิงหาคม 2560 ก็ดูไม่นาน ระหว่างรอก็คอยกดเช็คสถานะดูบ้างเรื่อยๆ จนวันที่ 21 กรกฎาคม สถานะในระบบก็ขึ้นว่ากำลังจัดส่งแล้ว และวันที่ 27 กรกฎาคม ก็จัดส่งถึงมือเรียบร้อย เรียกว่ารอสินค้าประมาณ 9 วัน ก็ไม่นานตรงตามระยะเวลาที่แจ้งแถมจัดส่งฟรีอีกด้วย

ระหว่างที่รอก็นึกขึ้นได้ว่าในระบบ Lazada เราลงข้อมูลที่อยู่จัดส่งเป็นภาษาไทย ไม่ได้เปลี่ยนเป็นที่อยู่ภาษาอังกฤษตอนเลือกที่อยู่เมื่อกดสั่งซื้อ ก็ลุ้นๆ อยู่ว่าจะส่งถึงมือไหม แต่สรุปว่าถึงมือเรียบร้อยดี โดยทางร้านค้าต้นทางที่ต่างประเทศเค้าจะส่งของมายังศูนย์ Lazada ในไทยก่อน แล้วทาง Lazada ในไทยจะดำเนินการจัดส่งต่อโดยตรวจสอบแล้วแปะชื่อที่อยู่ออเดอร์ของเราแล้วส่งให้เราเหมือนเราสั่งในประเทศปกติเลยสะดวกดี

Blog: วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 มื้อเย็น วันเงินเดือนออก

วันนี้นึกอะไรไม่รู้อยากกินชาบูชิขึ้นมา คงเพราะโฆษณาในทีวีนั่นแหละ คิดดูก็เป็นปีแล้วที่ไม่ได้ไปกินร้านชาบูชิเลย เพราะมันเป็นอาหารที่ราคาแพง และจับเวลาการนั่งทานด้วย เลยทำให้ไม่ได้เป็นตัวเลือกเวลาเลือกร้านอาหารทาน แต่ไหนๆ ก็นึงถึงแล้วและวันนี้ก็เป็นวันที่เงินเดือนออกก็แวะไปทานสักหน่อย เปลี่ยนบรรยากาศ หรือให้รางวัลกับตัวเองอะไรก็ว่ากันไป

ชาบูชิตอนนี้มีซุปออกใหม่เป็น ซุปมิโซะ มันปู แน่นอนที่ต้องเลือกน้ำซุปรสใหม่นี้มาลองและอยากจะบอกว่าทำใจก่อนไปกินน้ำซุปรสนี้นะ เพราะว่ากลิ่นของมันนี่เรียกว่าถ้าชอบก็คงจะชอบ ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบกลิ่นอะไรคาวๆ นี่คงจะบอกไม่ถูกกันเลย เพราะน้ำซุปมิโซะ มันปูเนี่ย กลิ่นมันออกจะคาว คาวมากเหมือนตลาดปลา อีกความคิดนึงก็เหมือนซุปสาหร่ายคาวๆ หน่ะ ตอนแรกคิดว่าทำไมร้านชาบูชิมันเหม็นอาหารสดแบบนี้ 555 ดมไปดมมาถึงได้รู้ว่ามันมาจากหม้อซุปของเราเองเนี่ยแหละ จนถึงเวลาซุปเดือดและต้องกินแล้วก็ตัดสินใจกินมันนี่แหละเหม็นก็เหม็น ใส่ผัก ใส่เนื้อลงไป แล้วชิม อืมมมันอร่อยนะ รสน้ำซุปกลมกล่อมออกไปทางเค็มกำลังดี รสเหมือนซุปสาหร่ายที่รสเข็มข้นหน่อย โอเคเลย เรื่องกลิ่นนี่รู้สึกว่าพอน้ำซุปเดือดจัดๆ แล้วจะไม่มีกลิ่นแรงเหมือนตอนแรกๆ แปลกดีคงเป็นส่วนประกอบซุปที่ใช้ มิโซะ และก็มันปู กลิ่นมันเลยผสมกันออกมาเป็นแบบนี้

ช่วงนี้อาการเปลี่ยนบ่อยมากในแต่ละวัน แข็งแรงขนาดไหนก็พลาดแพ้อากาศจนได้ไอแรง มีน้ำมูกตลอดเวลา อาการแบบนี้มันน่ารำคาญจริงๆ อยากจะกลับเป็นปกติเหมือนเดิม…

ดูแลสุขภาพกันด้วยละครับ ʕ•ᴥ•ʔ

Blog + แกะกล่อง เคสมือถือ Rhinoshield Bumper case for Samsung Galaxy S8 Plus

วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องเคสโทรศัพท์มือถือ แต่ไหนแต่ไรแล้วไม่เคยจะซื้อเคสใส่มือถือเลย มั่นใจว่าตัวเองจะไม่ทำตกแน่นอน ซึ่งก็ไม่เคยทำมือถือตกเลยนะ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองซื้อเคสมาหลายอันแล้ว แล้วทำไมเราถึงเริ่มซื้อเคสมือถือใช้ละ คงจะเริ่มช่วงใช้ S7 Edge นั่นแหละตอนแรกๆ ที่ได้เครื่องมาแล้วมันสวยบางมาก จนกลัวทำตกเลยไปหาซื้อเคสมาใส่ ได้เคสแรกมาเป็นของ UAG แต่ก็ไม่ถูกใจมันเท่ดูทนทานดีก็เถอะ แต่มันทำให้เครื่องหนาขึ้นมาก หลังจากนั้นมาก็เริ่มต้นในการซื้อเคสมือถือไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

พอมาได้เครื่อง S8+ มาก็ยังซื้อเคสมือถือมาอยู่เรื่อยๆ ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ จะว่าไปการที่ใส่เคสมันทำให้เรารู้สึกปลอดภัย พอไม่ใส่ก็รู้สึกว่าเครื่องจะตกตลอดเวลาเลยทำให้หาเคสใส่อีกครั้งจนได้ จนครั้งนี้ที่จะมาแกะกล่องให้ดูก็เป็นอันที่ได้มาล่าสุด และคงจะเป็นอันสุดท้าย (คิดว่านะ) ก่อนที่จะเริ่มรอการมาของ Samsung Galaxy Note 8 ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้แล้ว ถ้าใครอ่านบล็อกผมมาจะเห็นว่าใช้ Note Series มาตลอด จนเกิดมหากาพย์การ Pre-Order Samsung Galaxy Note 7 เมื่อปีก่อน เลยทำให้ต้องใช้ S Series รอ

ก่อนหน้านั้นก็ซื้อมาตลอดนะส่วนใหญ่จะซื้อแบบราคาถูกใช้ เพราะคิดว่าซื้อแบบแพงๆ แล้วจะเสียดายเงินถ้าเราใช้แล้วไม่ชอบ เคสที่ซื้อมาลองใช้กับ S8+ หลังจากบล็อกแกะกล่องอันก่อนก็มี 2 อันนี่แหละ

Nillkin Frosted Shield ราคา 230 บาท อันนี้ซื้อมาจาก Lazada ซื้อมาหลังจากผิดหวังกับเคสใสของ Samsung กะว่าจะซื้อมาเล่นๆ เพราะไม่แพง แต่ใช้แล้วเป็นเคสที่ใช้นานที่สุด เพราะมันเป็นเคสแข็งที่บาง กระชับตัวเครื่องแน่นดีมาก ด้านหลังก็มีลายให้จับง่ายแม้จะเคลือบซิลิโคนลื่นๆ ใช้มาจนถึงตอนนี้เลย แต่ที่ยังไม่พอใจก็เป็นด้านหลังนี่แหละมันไม่สวย ใส่แล้วดูไม่สมราคามือถือเลย

Baseus Wiing Case for Galaxy S8 Plus ราคา 130 บาท อันนี้ลองเสี่ยงซื้อมาจริงๆ จากในกลุ่มขายของในเฟสบุ๊ค เคยเห็นมีสมาชิกคนอื่นๆ ใช้กันแล้วเค้าว่ามันบาง มันสวย พอได้มาแล้วก็จริง บางมาก ดูเฉยๆ สวยดี แต่วัสดุมันแบบว่าเป็นพลาสติกบางขึ้นรูปธรรมดาเลย พลาสติกคล้ายๆ พวกปกหนังสือพลาสติกหน่ะ ลองใส่ 5 นาที แล้วก็ถอดออกเลย ตัวเคสลื่นมือมากจับแทบไม่ติดนิ้ว

Rhinoshield Bumper case for Samsung Galaxy S8 Plus ราคาประมาณ 800+ ได้มือสองมา 400 บาท

จนมาเจอเคสนี้ละเป็นเคส Bumper ที่ดูแล้วน่าใช้งานมาก แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงสำหรับเคสที่มีแค่ขอบเครื่องก็เลยได้แค่มองๆ จนมาเจอประกาศขายมือสองนี่แหละ ราคาสมเหตุสมผล สภาพยังดีอยู่เลยซื้อมาลองใช้ดูว่าจะโอเคไหม

ภายนอกแพ็คเกจดูดีมากสมราคาเค้าละ ภายในจะมีภาพคู่มือแนะนำการใช้งานและบอกถึงคุณสมบัติป้องกันการกระแทกในระดับความสูงเท่าไหร่ด้วย ตัวเคสเป็นพลาสติกเนื้อดีเลย ผิวด้าน ด้านในขอบเคสจะเป็นลายหกเหลี่ยมแบบรังผึ้ง มีการตัดช่องต่างๆ ได้กว้างและลงตัวดี ตัวเคสจะหนาช่วงหัว และท้ายเครื่อง

ลองใช้แล้วใส่ง่าย เคสพอดีเครื่องใส่แล้วจับกระชับมือดี ชอบเคสแบบ Bumper ตรงที่ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องใหญ่เกินไป และเปิดด้านหลังโชว์กระจกด้านหลังด้วย ตัวเคสพอวางกับโต๊ะแล้วจะยกสูงจากพื้นไม่ทำให้ด้านหลังเป็นรอยทั้งด้านหน้าและหลัง โดยรวมแล้วถูกใจมาก ได้โชว์เครื่อง พร้อมกับป้องกันเมื่อตกกระแทกได้ด้วย

มีข้อสังเกตตรงขอบเคสด้านข้างที่ไม่ได้กระชับไปกับเครื่อง สามารถดึงยืดออกมาได้พอสมควร ทำให้ขอบด้านข้างจะขยับไปมาเวลาถือ-จับเครื่อง น่ากลัวว่าจะขูดเครื่องเป็นรอยเพราะฝุ่นที่จะเข้าไปอยู่ข้างในเพราะขอบเคสมันขยับไปมาตลอด และปุ่มเปิดเครื่องด้านข้างนั้นแข็งมากๆ กดยากต้องตั้งใจกดมากถึงจะกดได้เป็นแค่ปุ่มเดียวเลย

ใครรับได้กับข้อสังเกตที่ว่ามาก็ดีเลยเพราะมันเป็นเคสที่ให้ครบกับความต้องการของเราที่ต้องการโชว์เครื่อง และ ป้องกันเครื่องเราได้ (กันตกแตก) พร้อมๆ กัน

เคส Rhinoshield นี้ถูกใจมากเลยนะ เป็นเคสที่ต้องการเลยแต่ติดที่เคสด้านข้างมันหลวมๆ และดิ้นในมือได้ตอนใช้งานนี่แหละ ทำให้ต้องคิดว่าจะใช้ต่อดีไหม ถ้าไม่ไหวคงจะเลิกใส่เคสแล้วกลับไปเหมือนเมื่อก่อนคงจะประหยัดเงินในส่วนตรงนี้ได้มาก

Blog: แกะกล่อง ยักษ์ดำในตำนาน Casio G-SHOCK GX-56BB-1DR

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แวะไปร้านนาฬิกาที่เดอะมอลล์ เห็นในเพจของร้านประกาศโปรโมชั่นลดราคา 50% เลยไปดูสักหน่อย นาฬิกาที่ใช้อยู่ก็ยังไม่พังนะแค่อยากได้ใหม่เฉยๆ อยากใส่ G-SHOCK เหมือนเดิม เคยมี G-SHOCK อยู่ตัวนึงซื้อตอนที่กำลังจะเรียนจบ ป.ตรี เก็บเงินซื้อเองจำไม่ได้ว่าราคาเท่าไรแล้ว แล้วมันเหมือนจะถ่านหมด พอเอาไปให้ที่ร้านซ่อมของ Casio ที่เดอะมอลล์ดูเขาบอกว่ามันเสียแล้ว เลยไปร้านนาฬิกาซื้อถ่านมาเปลี่ยนเอง เปลี่ยนถ่านใหม่มันก็ติดนะ ใช้ได้ วัน – สองวัน มันก็ดับไปเลย แล้วก็ไม่ติดอีก ก็เลยใช้ตัวนาฬิกาเครื่องคิดเลขของ Casio นี่แหละใช้อยู่เพราะมันถูกดี จนเห็นประกาศโปรลดราคาของทางร้านเลยทำให้คิดถึง G-SHOCK ขึ้นมา

เล่าย้อนอดีตไปแล้วก็มาดูที่ร้านลดราคากัน ร้านที่ว่านี้ก็คือ “ร้าน มี จง มี”  ร้านแว่นและนาฬิกาที่อยู่ชั้น 2 ในห้างเดอะมอลล์นครราชสีมา พอถามพนักงานก็ถึงรู้ว่าที่ลดราคา 50% นั้น ลดแค่เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น โดยรุ่นที่ลดราคาจะรวมอยู่ในตู้กระจกที่จัดไว้ ดูรวมๆ แล้วก็หลายสิบรุ่นอยู่นะ เลยขอดูตัวนึงเป็นรุ่นอะไรไม่รู้ เห็นเป็นแบบเข็มสีดำใหญ่ดี ห้าพันกว่าๆ ลด 50% ก็ไม่แพงมาก แต่ตาดันไปมองเห็นตัวดิจิตอลสีดำ หน้าเหลี่ยมๆ อยู่อีกตู้นึงที่ไม่ลดราคา มันคือยักษ์ดำในตำนานนั่นเอง ขอดูตัวนี้ด้วยเอามาเทียบกัน ไปไปมามา ก็ได้ตัวยักษ์ดำมาจนได้

ลืมบอกตัวที่ไม่ได้อยู่ในตู้กระจกลด 50% จะลดราคาที่ 25% อยู่ด้วย โดยปกติจะลด 20% และแอดร้านใน Line จะลดเพิ่มอีก 5% เป็น 25% แต่มีเงื่อนไข เรื่องการจ่ายเงินสด กับ รูดบัตรเครดิต ด้วยนะ โดยตัวยักษ์ดำที่ได้มานี้ ราคาป้ายอยู่ที่ 6,500 (ราคาเต็มไม่ค่อยแน่ใจมองไม่ถนัดแค่คิดว่าน่าจะเท่านี้) ลด 25% จ่ายเงินสดจะอยู่ที่ 4,875 บาท ถ้ารูดบัตรจะอยู่ที่ 5,006 บาท ทางร้านคิดแบบไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ก็เป็นปกติของร้านค้าบางร้านที่จะชาร์จค่ารูดบัตร …คิดว่านะ โดยโปรลด 50% ถ้ารูดบัตรจะลดแค่ 45% นะเท่าที่จับใจความได้

CASIO G-SHOCK GX-56BB-1DR หรือที่เรียกกันว่า “ยักษ์ดำ”

นาฬิกามาในกล่องกระดาษสีดำ ที่มีคู่มือภาษาอังกฤษเล่มเล็ก พร้อมกับใบรับประกันของทางร้าน ในกล่องกระดาษจะมีกล่องเหล็กหกเลี่ยมใส่นาฬิกาอยู่อีก 1 กล่อง มีฟองน้ำกันกระแทกแน่นหนา

นาฬิกาสีดำ ขนาดใหญ่ ก็เรียกว่าใหญ่นะสำหรับนาฬิกาดิจิตอล สายเรซินหนาดูแข็งแรง หน้าจอแสดงผลแบบสีดำ ตัวเลขสีขาว แสดงผลชัดเจน ในหน้าจอแสดงผลนี้รอบๆ จอจะเป็นแผงรับแสงอาทิตย์เพื่อใช้เป็นพลังงานโดยมีแบตเตอร์รี่เก็บพลังงานอยู่ภายใน สเป็กโดยละเอียดมีอะไรบ้างก็หาอ่านได้ในเว็บของ CASIO เลยนะ

ลองใส่ดูก็พอจะเห็นแล้วละว่ามันใหญ่ ใส่ที่ข้อมือแล้วก็ใหญ่จริงๆ แต่ด้วยความชอบก็ไม่สนใจหรอก เพราะมองดูมันแล้วมันสวยจริงๆ คิดถูกแล้วที่เลือกยักษ์ดำมา

Blog: ไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย นครราชสีมา

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย ฟาร์มโคนม คาวบอย ของจังหวัดนครราชสีมา ถึงจะเคยผ่านบ่อยแต่ก็ไม่เคยแวะไปเที่ยวสักครั้ง การไปเที่ยวครั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับฟาร์มโชคชัยนี่เรียกว่า ไม่มีความรู้เลย ก็ว่าได้ รู้แต่ว่าเป็นฟาร์มแบบคาวบอย กับขาย นมอัดเม็ด เท่านั้นเอง

เมื่อไปถึงจะเห็นว่าฟาร์มโชคชัยเป็นเหมือนชุมชนขนาดย่อมเลยก็ว่าได้ เพราะดูจากด้านหน้านั้นมีพื้นที่ยาวไกลมาก ด้านหน้าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของฝากจากฟาร์ม มีที่จอดรถบัสสะดวกสะบาย มีลานกลางแจ้งสำหรับทานอาหาร มีร้านค้าย่อยหลากหลายร้าน ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางผลิตภัณฑ์จากนมที่ได้จากฟาร์ม

ลงรถก็ต้องเดินผ่านหน้าร้านอาหารต่างๆ ไปยังจุดซื้อตัวด้านหน้าถนนใหญ่เลย การเข้าไปชมฟาร์มโชคชัยนี้ จะเป็นเหมือนการนำทัวร์ ประมาณดูโชว์ที่มีรอบการเข้าชมจำนวน 2 รอบ ต่อวัน รอบแรกคือเวลา 10.20 น. และรอบที่สอง 13.00 น.

เมื่อซื้อตัวแล้วก็นั่งรอเวลาเข้าชม จะมีการแบ่งกลุ่มการเข้าชมในรอบแรกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อแบ่งกันไปทำกิจกรรมภายในฟาร์ม เป็นการจัดการที่ดีเลยละ คนไม่เยอะไม่ต้องเบียดกัน จะเล่าถึงกิจกรรมที่เริ่มทำคร่าวๆ ด้านล่างเลยนะครับ

  • รับชมวีดีโอประวัติความเป็นมาของฟาร์มโชคชัย
  • เดินไปยังอาคารแสดงการเก็บน้ำเชื้อจากพ่อพันธ์ของวัว โดยการดูจากวีดีโอ และมีวัวพ่อพันธ์มาโชว์ตัวด้วย
  • เดินไปอาคารตรงกันข้าม ไปดูวิธีการเก็บน้ำนมจากแม่วัว มีการให้ตัวแทนไปทดลองรีดนมวัวด้วย
  • เดินไปอาคารผลิต ผลิตภัณฑ์จากนมวัวของฟาร์ม เพื่อชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ มีไอศรีมรสใหม่ให้ชิม
  • ขึ้นรถนำทัวร์เพื่อเดินทางไปชมการแสดงคาวบอย โดยระหว่างเดินทาง จะเป็นการนำชมพื้นที่ภายในฟาร์ม โดยรถจะขับผ่านไปยังแต่ละส่วนของฟาร์ม ที่มีการเพาะปลูกหญ้าเลี้ยงวัว เพาะปลูกข้าวโพด เพาะปลูกดอกไม้ ผลไม้ พื้นที่เลี้ยงสัตว์แต่ละชนิด โดยมีไกด์นำชมและอธิบายรายละเอียดตลอดเส้นทาง
  • ระหวางทางจอดรถให้ถ่ายรูปกับป้ายชื่อ ฟาร์มโชคชัยท่ามกลางทุ่งหญ้า มีพื้นหลังเป็นภูเขา สวยมาก
  • เดินทางถึงสส่วนการจัดแสดงคาวบอย รับชมการแสดงขี่ม้า การแสดงควงปืน การใช้แส้ ให้ผู้เข้าชมร่วมทำกิจกรรมด้วย ในส่วนการจัดแสดงนี้จะมีบูธเล่นเกมยิงปืน เกมอื่นๆ ให้เล่นด้วย มีการขี่ม้า ขายของที่ระลึก โดยจะให้เวลาทำกิจกรรมประมาณ 20 นาที ภายในบริเวณยังมีฟาร์มดอกไม้ ฟาร์มแก้วมังกร อีกด้วย
  • ขึ้นรถนำทัวร์เพื่อเดินทางกลับไปยังทางออก โดยเดินผ่านทางที่เป็นร้านขายของที่ระลึกแวะเลือกซื้อของที่ระลึก และเดินออกไปยังทางถนนใหญ่ด้านหน้าฟาร์ม

รายการเข้าชมฟาร์มโชคชัยในครั้งนี้ก็ประมาณนี้ เมื่อเข้าไปในฟาร์มจะเห็นได้ว่าฟาร์มมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีความสะอาดมาก ภายในฟาร์มจะมีการผลิตอาหารสัตว์เอง (ปลูกหญ้า ข้าวโพด) เอง โรงเก็บหญ้า มีอาคารซ่อมบำรุง รวมไปถึงการหมักแก๊สชีวภาพใช้เองอีกด้วย เรียกว่าสามารถบริหารจัดการกันเองได้เลย

อาหารที่ฟาร์มไม่ได้ลองชิม เพราะมีเวลาจำกัด แต่ก็ไปได้ลองชิมกาแฟทวิสจากร้าน Umm!… Milk มาชิมแก้วนึง รสอร่อยเลย เป็นกาแฟที่มีรสนมเข้มข้นขัดเจน หอมมันมาก แก้วนี้ราคา 85 บาท

ในเมื่อได้ไปเยี่ยมชมฟาร์มกันมาแล้วก็มาถึงในส่วนของฝากที่ได้มาจากการเยี่ยมชมในครั้งนี้

แน่นอนของฝากที่ได้มาจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากนมที่เป็นจุดเด่นของฟาร์มโชคชัย ใครมาถึงแล้วต้องซื้อกลับไปลองชิมกันบ้าง แต่บอกก่อนว่าราคาของแต่ละอย่างเนี่ยก็เป็นราคาของสถานที่ท่องเที่ยวนะราคาสูงหน่อย ได้กลับมา 3 – 4 อย่าง มาดูกัน

  • นมสดรสธรรมชาติ กับ รสสตรอเบอร์รี่ ขวดละ 55 บาท
  • นมอัดเม็ดรสวนิลา กับ รสช็อกโกแลต ขวดละ 55 บาท
  • เข็มกลัดนายอำเภอรูปดาว ชิ้นละ 150 บาท
  • แก้วพลาสติกใส่กาแฟทวิส แก้วละ 85 บาท (ดื่มหมดแล้วเก็บแก้วไว้เพราะพลาสติกเนื้อแข็งดี)

ฟาร์มโชคชัยนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตัวอย่างที่มีการบริหารจัดการภายในอย่างดีเลย มีการจัดระบบเข้าชมได้ดี เป็นระบบไม่มีการเบียดเสียดยัดเยี่ยดเข้าชม แถมบรรยากาศภายในก็ดี วิวก็สวย ได้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในฟาร์มของจริงอีกด้วย คุ้มจริง

Blog: วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 Samsung Galaxy S8Plus

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา 1 พฤษภาคม 2560 ไปเดอะมอลล์จะแวะไปลองเล่น Samsung S8 ที่เพิ่งออกมาใหม่ที่ Shop ดูสักหน่อย แต่ไปถึงก็มีแต่เครื่องของปลอมให้ลองจับเฉยๆ ยังไม่มีเครื่องจริงให้ลองเล่น เลยได้แค่จับจับดูเที่ยบขนาด ทั้ง 2 รุ่น ลองเทียบกับ S7 Edge ดูกับตัว S8+ ขนาดยาวกว่า S7 Edge นิดหน่อย ความกว้างเท่าๆ กัน แต่กับตัว S8 ปกติความสูงเท่ากัน แต่หน้าแคบกว่าทำให้เหมือนว่า S8 เครื่องเล็กมากไปเลย

S8 จะวางขายวันที่ 5 พ.ค. นี้ วันนี้เลยมาดูเครื่องให้หายอยากก่อนจะได้ไม่ต้องซื้อ คิดว่าถ้ามาเล่นตอนวันที่วางขายจะต้องได้กลับไปแน่นอน แต่ด้วยความอยากรู้เลยถามพนักงานไปว่า เครื่องมาขายวันไหน พนักงานบอกว่าเครื่องเข้าแล้วสามารถซื้อได้เลยทุกรุ่นทุกสี เล่นมีขายก่อนวันวางขายจริงเลย เหมือนว่าคนเราจะเสียเงินยังไงก็ต้องเสีย วันนั้นเลยได้ S8+ สีดำ กลับบ้านมา พร้อมกับฟิล์มกันรอยของ Samsung กับ เคสพลาสติกใสของ Samsung มาครบชุด

ได้เครื่องมาก็เช็คเครื่องก่อนเลยว่ามีปัญหาจอชมพูเหมือนคนอื่นๆ ที่เจออยู่รึเปล่า แต่ไม่เจอปัญหานี้เทียบจอกับ S7 Edge เดิมแล้วจอขาวปกติดี ลองเล่นดูคืนนั้นบอกได้ว่าไม่เสียดายที่ซื้อมาเลย

Blog: วันที่ 24 เมษายน 2560 ระยะเวลาจัดส่งไปรษณีย์แบบลงทะเบียน

มันถึงคราวที่ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนภายในประเทศใช้เวลาเดินทางเต็มกำหนดเวลา 7 วัน แล้วหรือเนี่ย สังเกตจากไปรษณีย์ของตัวเองที่ให้ร้านค้าจัดส่งมาแบบลงทะเบียนธรรมดาเริ่มใช้เวลาจากต้นทางส่วนใหญ่ที่กรุงเทพฯ มาปลายทาง ที่นครราชสีมา ใช้เวลาการเดินทางของพัสดุ 5 – 7 วันแล้ว เมื่อก่อนนับวันและเวลาได้เลยว่าวันแรกรับเข้าระบบ วันที่สอง-สามเดินทาง วันที่สี่เตรียมนำส่ง รวมได้ไม่เกิน 3-4 วันทำการ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เลยมีข้อสงสัยอยู่ในหัวแต่ไม่รู้จะถามใคร

อย่างแรกการส่งพัสดุที่ใช้ระยะเวลานานขนาดนี้เมื่อรับพัสดุเข้าระบบแล้วพัสดุของเรามันไปกองอยู่ตรงไหนระหว่างรอการเดินทางมาปลายทาง หรือว่ามันเดินทางไปหยุดพักตามจุดต่างๆ เรื่อยๆ ทั่วประเทศจนวนมาถึงปลายทางกันแน่ ถึงต้องใช้การเดินทางเหมือนถ่วงเวลายาวนานเหลือเกิน

ไปรษณีย์ลงทะเบียนเนี่ยกำหนดระยะเวลาจัดส่งไว้ 3 – 7 วันทำการ แล้วถ้าจะส่งถึงปลายทางเร็วกว่ากำหนดเนี่ยทำไม่ได้แล้วเหรอ

ส่งพัสดุแบบลงทะเบียนจุดประสงค์เพื่ออะไรกัน ตอนแรกคิดว่าส่งแบบลงทะเบียนเพื่อให้สามารถเช็คการเดินทางของพัสดุได้ว่ามันไปอยู่ตรงไหนแล้ว และกลับเป็นว่าระบบตรวจดูพัสดุของไปรษณีย์ลงทะเบียนนั้นจะขึ้นสถานะแค่ วันที่รับเข้าระบบ กับ สถานะที่เตรียมนำส่ง เท่านั้น ระยะเวลาตลอดการเดินทางไม่ขึ้นสถานะอะไรให้ตรวจสอบได้เลย มันไม่มีประโยชน์สักเท่าไร เช่นส่งวันจันทร์ที่ 1 ขึ้นในระบบว่ารับเข้าระบบเรียร้อย แล้วก็รอขึ้นสถานะ เตรียมนำส่ง ซึ่งถ้ามันใช้เวลาแบบเดิมแค่ 3 วัน ก็ดีไม่ไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้ามันใช้เวลาเป็น 7 วันละ นั่งกดเช็คสถานะอยู่ทุกวันไม่มีอะไรขึ้นให้เช็ค ก็รอไปเรื่อยๆ อย่างงั้นเหรอไม่แฟร์เลย ใช้เวลาส่งนานขนาดนั้นน่าจะขึ้นสถานะเรื่อยๆ ให้ตรวจสอบไม่ดีกว่าเหรอ เหมือนจะบีบให้ไปเลือกส่งแบบ EMS อย่างงั้นแหละ ประมาณว่าจ่ายเยอะว่า ดีกว่าอะไรแบบนั้น

จากรูปข้างบนให้ร้านค้าส่งแบบลงทะเบียนวันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2560 วันนี้ วันที่ 24 เมษายน 2560 ยังเดินทางมาไม่ถึงปลายทางเลย

เพิ่มเติมเรื่อง

เรื่องนี้ขอเล่าต่อเรื่องส่งพัสดุมาจากต่างประเทศ เคยสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ต่างประเทศบ่อยๆ ไม่คิดว่าจะเจอปัญหากับตัวจนได้ครั้งนี้สั่งจากอังกฤษ พัสดุส่งถึงไทยเรียบร้อยดีเข้าระบบเช็คสถานะปกติ แต่พอเดินทางต่อมาถึง ศป.นครราชสีมาปุ๊ป ทุกอย่างก็หยุดนิ่งไป คิดว่าจะเป็นยังไงต่อไปละ…

เราก็รอต่อคิดว่าวันรุ่งขึ้นก็คงขึ้นสถานะนำจ่ายได้ แต่ไม่ ไม่มีอะไรขึ้นมา ยังทำใจเย็นรอไปอีกจนวันศุกร์ที่ 21 เม.ย. มันนิ่งเกินไปแล้ว คิดว่าคงจะโทรสอบถามไปยังไปรษณีย์อัฏฎางค์ก่อน คงจะช่วยได้ เพราะเห็นพัสดุจากต่างประเทศเวลามารับก็จะมารับที่สาขานี้ แต่ติดต่อไม่ได้เลย สายไม่ว่างตลอด พอติดต่อได้ก็ไม่มีคนรับ หาเบอร์โทรใหม่ในเน็ต โทรไปก็ไม่ติดอยู่ดี สักพักเอาเบอร์เก่าติดต่อกลับไปก็มีเจ้าหน้าที่ผู้หญฺิงรับ เราก็สอบถามไป เจ้าหน้าที่เอาหมายเลขพัสดุคีย์เข้าไป ก็แจ้งกลับมาเหมือนที่เราเช็คดูนั่นแหละ มันอยู่ที่ ศป.นครราชสีมา เค้ายังไม่ส่งมาให้นำจ่าย (ก็แน่ละสิ เช็คเองก็เห็นแบบนั้น) เหมือนจะหมดเรื่อง เราแย้งกลับไปว่ามันมาอยู่ที่ ศป.นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. แล้วนะ เค้าจึงเริ่มสังเกตว่ามันนานแล้ว ถามมาว่าบ้านอยู่แถวไหน ถนนอะไร เขตไหน แล้วก็ให้เบอร์หน่วยนำจ่ายเขตของเรามาให้โทรไปถามเอง…หึ หึ หึ

แน่นอนว่าเบอร์ที่ให้มาก็เหมือนกับเบอร์อื่นๆ ที่โทรไม่ติด พอโทรติดก็ไม่มีใครเคยรับเลย โทรกลับไปที่เจ้าหน้าที่สาขาอัฏฎางค์อีกครั้งตอนบ่าย แจ้งปัญหาเหมือนเดิม เค้าก็เอารหัสไปเช็ค ถามเขตที่อยู่ของเรา แล้วก็ให้เบอร์เดิมๆ ติดต่อกลับไปเอง เราก็บอกว่าโทรไปแล้วไม่มีใครรับไง ติดต่อไม่ได้ เค้าจึงให้เบอร์หัวหน้าฝ่ายนำจ่ายมา โทรไปก็ไม่รับอีก เหนื่อยหมดกำลังใจมาก วันนั้นเลยเลยตามต่อแล้ว รอสถานะต่อไป

บ่ายวันนั้นก็โทรเข้าศูนย์ 1545 แจ้งเรื่องพนักงานไม่ถามอะไรมาก ก็ส่งแบบฟอร์ม “สอบสวนไปรษณีย์ระหว่างประเทศ” ให้เรากรอกเพื่อตรวจสอบเลย เหมือนว่าพัสดุเราหายไปอย่างนั้นแหละ การกรอกแบบฟอร์มนี้คาดว่าเรื่องคงจะยังยืดยาวต่อไปแน่ๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

มาวันนี้คิดไปคิดมาว่าของเราน่าจะอยู่ที่โคราชแล้วละแล้วทำไมไม่มีการเคลื่อนไหวซะที เลยเช็คที่อยู่จัดส่งที่ร้านค้าทางต่างประเทศส่งมาในอีเมล์ แล้วก็พบว่ามันขาดเลขบ้านไปนี่ แต่แค่เลขบ้าน ชื่อถนนก็มี น่าจะส่งมาพัสดุมาไปรษณีย์ในเขตที่รับผิดชอบสิ เจ้าของจะได้มาติดต่อรับเองได้ แต่ทำไมยังไม่ส่งต่อมา เรื่องไม่มีเลขบ้านไม่น่าจะใช่ ลองโทรติดต่อเบอร์หัวหน้าหน่วยนำจ่ายที่ได้เบอร์มา โทรติดมีคนรับ แจ้งปัญหาไปเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่ารับเรื่องไว้อีกสักครึ่งชั่วโมงให้ติดต่อไปใหม่ เราก็ติดต่อไปใหม่ผ่านไปเกือบชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่พบพัสดุนั้นน่าจะยังอยู่ที่ศูนย์กระจายพัสดุ (ศป.นครราชสีมา) เดี๋ยวจะให้เบอร์โทรให้เราติดต่อไปเอง(อีกแล้ว) เดี๋ยวโทรกลับเพราะเจ้าหน้าที่อยู่ข้างนอก แล้วก็วางสายไป จนตอนนี้บ่ายสามกว่าแล้ว ก็ยังไม่มีใครติดต่อกลับมา

เลยมาเขียนเล่าในบล็อกเพิ่มเห็นว่าเข้ากับบล็อกที่เล่าไปก่อนหน้าพอดี เพราะคิดว่าคงจะต้องทำใจแล้วว่าพัสดุมันน่าจะตกหล่น หรือหายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นมันคงจะมาอยู่ที่ไปรษณีย์สาขาในตัวเมืองเพื่อรอเจ้าของพัสดุมาติดต่อรับเองแล้วละ ตอนนี้ก็กำลังจะสั่งของในเว็บอยู่แต่ก็หยุดเอาไว้เพราะรู้สึกว่าไม่อยากสั่งแล้ว กลัวพัสดุหายไปอีก กลัวระยะเวลาจัดส่งที่นานมาก เหมือนจะกลัวๆ กับไปรษณีย์ไทยไปเลย

**Update**

วันพฤหัสบดีที่ 4 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา ได้รับพัสดุจากต่างประเทศที่สถานะหยุดไป กับพัสดุที่ส่งเมื่อวันที่ 7 เม.ย. แล้ว เรียบร้อย โดยไม่ได้มีข้อชี้แจงอะไรจากไปรษณีย์ที่มาส่ง เดี๋ยวรอรายงานตรวจสอบตอบกลับมาแล้วจะเอามาเล่าต่อในบล็อกนะครับ

Blog: วันที่ 6 เมษายน 2560

ช่วงนี้ของปีจะเป็นช่วงเวลาที่จะจัดงานประจำปีของโคราช “งานย่าโม” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2560 ปีนี้ก็มีโอกาสได้ไปเดินมาบ้างคนก็ยังคงเยอะมากเหมือนเดิม ในงานก็เป็นงานเปิดร้านขายเสื้อผ้า ขายของ ขายอาหาร ขายต้นไม้ ที่ใช้พื้นที่กว้างมากจนกลายเป็นงานใหญ่งานหนึ่งของโคราชเลย

รอบแรกที่ไปนั้นเป็นความบังเอิญที่ผ่านไปพอดี วันที่ 22 มีนาคม 60 เป็นวันก่อนวันงานซึ่งร้านค้าก็มาตั้งร้านเปิดขายกันพร้อมแล้ว(บริเวณศาลากลางจังหวัด) และคืนนั้นก็เป็นวันที่เป็นพิธีบวงสรวงพอดี บรรยากาศงานคึกคักมาก ไปตอนสี่ทุ่มกว่าแล้ว เดินวนในงานออกมาก็ห้าทุ่มกว่า คนยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ คงเพราะมาร่วมพิธีบวงสรวงที่จัดบริเวณอนุสาวรีย์

รอบต่อมาไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 60 แวะไปเดินเล่นหลังจากกินหมูกระทะ เดินเข้างานตั้งแต่ตลาดแม่กิมเฮง ตรงสวนรัก เกาะกลางถนนนั่นแหละ ร้านค้าเยอะมากทั้งบนถนน ทั้งในสวนรัก มีการแบ่งโซนร้านขายของทั่วไป ขายต้นไม้ และส่วนที่สำคัญคือ โซนขายของกิน มีของกินหลากหลายมากๆ แต่ไม่ได้กินหรอกเพิ่งกินอิ่มมา เดินดูของตามร้านโซนขายบนถนนเหมือนเดินดูของที่เซฟวัน แต่ที่เจ๋งกว่าคือคนเยอะกว่ามาก ของขายส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า แล้วก็ของเล่น ของใช้แปลกๆ เต็มไปหมด เดินไปได้แป๊บเดียวฝนก็เริ่มตก คิดในใจอดเดินต่อแล้วเพราะร้านหลายๆ ร้านเริ่มเก็บของกันใหญ่ ฝนก็ตกมากขึ้นแต่ไหนๆ ก็มาแล้วเข้าไปเดินในโซนศาลากลางให้คุ้มค่าหน่อย ที่หลายๆ คนก็ยังคงเดินดูของกันอยู่แบบไม่กลัวฝนเลย โซนงานกาชาดคนน้อยแล้ว แต่ในเต้นคนยังคงเยอะอยู่เดินดูของไปรอบนึงไม่ได้อะไรกลับมา

ออกมาจากโซนศาลากลางแล้ว ด้านนอกฝนยังคงตกอยู่ร้านค้าบนถนนก็เก็บกลับกันหมดแล้ว เดินตากฝนกลับให้ความรู้สึกที่สดชื่นพร้อมกับอารมณ์เหงาเหมือนกันนะ

ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาอัพเดทบล็อกเลย งานเยอะมากมายเหนือยจริงๆ แต่ก็จะหาเวลามาอัพเดทบ่อยขึ้นนะ

Blog: วันที่ 28 มีนาคม 2560 แลกรับกล่องดิจิตอลทีวี [DIGITAL TV Set Top Box : DVB-T2]

กล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี Digital TV Set Top Box – ยี่ห้อ SONORE รุ่น DTV1

วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องของโครงการ “แลกรับกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในรระบบดิจิตอล” ของ กสทช. ครั้งนี้คิดว่าน่าจะเป็นรอบที่ 2 มั้ง รอบแรกจะส่งใบแจ้งสิทธิ์ให้ตามทะเบียนบ้าน หรือบ้านที่มีเจ้าบ้านอะไรนี่แหละ แล้วทางบล็อกยังไม่ได้รรับใบแจ้งสิทธิ์รอบนั้น จนมารอบใหม่นี้ได้มีใบแจ้งสิทธิ์มา โดยรอบการรับแลกกล่องนี้สามารถแลกรับได้ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม – 2 กันยายน 2560 นี้ โดยสามารถไปแลกได้ตามจุดรับแลก ร้านค้าที่ร่วมโครงการ หรือจะลงทะเบียนขอรับได้ที่ ที่ทำการไปรษณีย์ และเซเว่นอีเลฟเว่น ได้อีกด้วย

ซึ่งทางบล็อกเลือกที่จะไปลงทะเบียนขอรับกล่องที่ไปรษณีย์เพราะไม่รู้ว่ามีจุดรับแลกหรือร้านค้าไหนที่ร่วมบ้างไม่อยากเสียเวลาตระเวณหา ขั้นตอนก็ไม่ยาก อย่างแรกไปติดต่อที่ไปรษณีย์แจ้งว่าจะขอลงทะเบียนรับแลกกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี พร้อมกับยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่เลย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการลงทะเบียนให้เราใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 5 นาที ก็เสร็จ

หลังจากลงทะเบียนขอรับไปก็รอกล่องรับสัญญาณส่งมาที่บ้านใช้เวลาประมาณอาทิตย์นึงได้ กล่องที่ได้มาจะไม่สามารถเลือกยี่ห้อได้แล้วแต่ว่าเค้าจะส่งมาให้เลย ที่ได้มานี้เป็นกล่องยี่ห้อ SONORE ไม่เคยได้ยินยี่ห้อนี้เลย เท่าที่นึกเหมือนเคยผ่านตาว่าเป็นยี่ห้อเครื่องเสียง หรือทีวีละมั้ง แต่ก็ไม่เป็นไรยี่ห้ออะไรก็ได้แค่มีสติกเกอร์รับรองของ กสทช. ก็พอ มั่นใจได้ว่าจะดูดิจิตอลทีวีได้ เล่ามานานแล้วคราวนี้มาดูในกล่องกันบ้างว่าเป็นแบบไหน มีอะไรข้างในบ้าง

ในกล่องจะมี ตัวเครื่อง, รีโมท, สายสัญญาณ 2 แบบ, แบตเตอรี่ขนาด AAA 2ก้อน, ปลั๊กไฟ, คู่มือ และใบรับประกัน ตัวเครื่องเป็นพลาสติกสีดำผิวด้านดูมีคุณภาพดีเลยหละ ตัวเครื่องมีรูระบายอากาศรอบตัวเครื่องยกเว้นด้านบน ท่าจะระบายอากาศได้ดี

หลังจากได้ต่อเข้ากับทีวีและใช้กับเสาอากาศแบบหนวดกุ้ง ภายในบ้าน ลองใช้งานค้นหาช่องก็มีน่าจะครบทุกช่อง ใช้งานได้ดีเลยละ แต่จะมีข้อสังเกต นิดน่อยด้านล่าง

  • ถ้าเราใช้สาย HDMI ต่อ และใช้เสาอากาศภายในบ้าน จะทำให้กล่องรับสัญญาณได้อ่อน-ไม่มีสัญญาณบ่อย ภาพกระตุกบ่อย เหมือนจะไม่เกี่ยวกันแต่ก็เรื่องจริง เพราะลองเปลี่ยนเป็นสาย AV ธรรมดาแล้วภาพใหลลื่นดี สัญญาณแสดงเกือบเต็ม 100% ตลอด
  • เวลาเปลี่ยนช่องรายการแล้วภาพจะค้างหยุดไปนานหน่อย อันนี้เทียบกับกล่อง SAMART Pro ที่ใช้อยู่

นอกนั้นก็ยังไม่เจออะไรผิดปกติ เอาไว้ใช้ไปสักพักถ้ามีอะไรจะมาเพิ่มต่อด้านล่างนี้

Blog: วันที่ 24 มีนาคม 2560

วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องของที่บังเอิญมาเป็นของสะสมใหม่ไปซะได้ หลายเดือนมาแล้วได้ไปเดินที่ตลาดเซฟวัน ผ่านโซนเปิดท้ายขายถ้วย จาน นำเข้าจากญี่ปุ่น ไปเจอแก้วมัคลายนกสีเหลือง [Kiiroitori] มันเป็นนกที่อยู่กับหมีริรัคคุมะ [Rilakkuma] เห็นว่าเป็นสีเหลืองน่ารักดีเลยซื้อมาคู่กับจานกลมหน้าหมีริรัคคุมะ ผ่านไปสักเดือนนึงไปเจอแก้วมัคลายหมีสีครีม [Korilakkuma] ขายรวมกับพวกของเล่นเลยได้มาเก็บอีกใบนึง

ด้วยความสงสัยเลยไปหาข้อมูลต่อว่ามันเป็นแก้วจากร้าน Lawson ในญี่ปุ่น ที่จะมีโปรโมชั่นสะสมแต้ม ซื้อของตามกำหนดแล้วจะได้แก้วมัค กับ จาน อะไรประมาณนี้ (อ่านมาจากบล็อกภาษาญี่ปุ่นแปลเองเลยงงๆ) ซึ่งมันมีแก้วมัคสีน้ำตาลลายหมีริรัคคุมะออกมาก่อนหน้านี้แล้วประมาณปี 2009 เก่าไปได้อีก เอาไงดีละไม่น่าหาข้อมูลเลย ก็มันยังได้ไม่ครบ 3 ตัวละครนี้ ก็หาเก็บต่อไง หาในเน็ตนี่มันหายากนะ ส่วนมากจะอยู่ต่างประเทศ ในไทยต้องหาตามร้านพวกของนำเข้าจากญี่ปุ่น ของมือสอง แต่ร้านในไทยที่มีก็ขายหมดแล้ว

จนเมื่ออาทิตย์ก่อนเจอโพสขายในกลุ่มจานชามมือสองมีลงขายพร้อมกล่องด้วยตื่นเต้นมาก และในที่สุดก็ได้มาจนได้ ครบ 3 ตัวละครหลักแล้ว สบายใจสุดๆ นี่ยังไม่ติดเรื่องแต่ละชุดจะมีจานกลมลายคู่กับแก้วมัคอีกนะ 555

ผลจากการตามหาแก้วริรัคคุมะเลยได้แก้วมัครูปรองเท้าบูท สีแดง ลายวันคริสต์มาส ของ IL BISONTE ที่แจกลูกค้าเมื่อปีที่แล้วมาด้วยอีก 1 ใบ เห็นว่าสวยดีเอาไว้ใช้ถ่ายรูปช่วงวันคริสมาตร์ คงจะสวยดีเข้ากับเทศกาล และก็ไปหาข้อมูลของแก้วใบนี้มาอีกแล้วประมาณว่าอยากรู้ที่มาที่ไปของแก้วที่ได้มา แก้วใบนี้ได้จากงาน IL BISONTE X’MAS FAIR Buon Natale! ช่วงวันที่ 1 ธ.ค. – 25 ธ.ค. 2016 เมื่อซื้อสินค้ามากกว่า 16,200 Yen รวมภาษี เป็นแก้วที่มีจำนวนจำกัดด้วย ต้องซื้อของตั้ง 5,000 บาทขึ้นไปแนะถึงจะได้แก้ว พอรู้ประวัติแล้วรู้สึกมีเรื่องราวน่าเก็บสะสมขึ้นอีกเยอะเลย

เว็บบล็อกอ้างอิง: IL BISONTE HAMAMATSU “IL BISONTE” Rubber (love) Hamamatsu store STAFF by Yuru BLOG

Blog: วันที่ 17 มีนาคม 2560 เปรียบเทียบการส่งพัสดุไปรษณีย์ และ ระยะเวลาการส่งจากญี่ปุ่น

สั่งของจากเว็บ AmiAmi จากญี่ปุ่นมาคราวนี้ ลองเลือกการจัดส่งเป็นแบบ Air Small Packet ดู เพราะปกติจะเลือกแบบ EMS ซึ่งใชเวลาตั้งแต่ส่งจากญี่ปุ่นถึงบ้านประมาณ 7 วัน พอดี เลยอยากรู้ว่าส่งทางเครื่องบิน รูปแบบอื่นๆ จะถึงเร็วเหมือนกันรึเปล่า

มาสรุปผลระยะเวลาการจัดส่ง ด้านล่าง

  1. วันที่ 10 มีนาคม 2560 ทำการจ่ายเงิน
  2. วันที่ 11 มีนาคม 2560 ทางญี่ปุ่นดำเนินการส่งพัสดุ หมายเลขขึ้นระบบแล้ว
  3. วันที่ 12 มีนาคม 2560 พัสดุเดินทางออกจากศูนย์ที่ญี่ปุ่นแล้ว
  4. วันที่ 14 มีนาคม 2560 พัสดุเข้าระบบที่ศูนย์ไปรษณีย์รังสิตเรียบร้อย
  5. วันที่ 16 มีนาคม 2560 พัสดุมาถึงที่ศูนย์ไปรษณีย์โคราช
  6. วันที่ 17 มีนาคม 2560 พัสดุนำจ่ายถึงที่บ้าน

สรุปแล้วว่าใช้เวลาครบ 7 วันพอดิบพอดีเลย ไม่ต่างจากการส่งแบบ EMS ใช้เวลาเรียกว่าเท่ากันเลยก็ได้ แต่ราคาก็ถูกกว่าแบบ EMS ประมาณ 100 กว่าบาท ส่วนอื่นๆ คงจะต่างกันตรงการแทร็กกิ้งดูสถานะ กับเรื่องการประกันศูนย์หายละมั้ง ก็โอเคสำหรับส่งแบบ Air Small Packet เร็วและส่งถึงบ้านชอบตรงนี้ EMS ต้องเอาใบรับพัสดุไปรับที่ไปรษณีย์ตลอด(คงจะรู้ว่าทำไมถึงต้องไปรับเองนะครับ)

ราคาที่ต่างกันรอบนี้ : EMS 1,540 JPY, Air Small Packet 1,080 JPY

Blog: วันที่ 23 มกราคม 2560

วันนี้ที่โคราชมีลมหนาวพัดกลับมาอีกครั้ง อุณหภูมิลดลง มีลมพัดแรงในช่วงเช้า ช่วงสาย-เที่ยงก็มีแสงแดดกลับมาร้อนเหมือนเดิม ตอนเย็นก็เริ่มกลับหนาวอีกครั้ง ลุ้นว่าพรุ่งนี้อากาศจะดีเหมือนวันนี้รึเปล่า

พูดถึงเรื่องอุณหภูมิลดลงเร็วแบบนี้นึกถึงเมื่อปีก่อนก็มีแบบนี้เหมือนกัน ครั้งนั้นจำได้ว่าลดลงจนอุณหภูมิอยู่ที่ 17-18 องศาเลย แถมอาการหนาวแบบนั้นทั้งวันด้วย เขียนลงบล็อกเอาไว้ ก็วันที่ 24 มกราคม 2559 ก็วันพรุ่งนี้นี่นา… ครบ 1 ปีพอดี อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น

Blog – กาชาปอง เกล็ดหิมะ NATURE TECHNI COLOUR MONO 雪の結晶 チャームストラップ

ครั้งนี้จะมาเล่าถึงกาชาปองแบบนึง ที่ตามหา และรอคอยมานานแสนนาน ย้อนไปประมาณ 2 – 3 ปีที่แล้ว มีกาชาปองจากค่าย NATURE TECHNI COLOUR ทำกาชาปองรูปร่างของ “เกล็ดหิมะ” [Snowflakes] ที่มีรูปร่างเหมือนจริงมาให้สะสมกัน ได้เห็นกาชาปองแบบนี้จากเว็บบล็อกของคนญี่ปุ่น เราก็ทำการค้นหาจนรู้ว่าเป็นกาชาปองของค่ายไหน

ด้วยการที่เราอยู่เมืองไทยมันไม่มีกาชาปองพวกนี้เข้ามาให้หมุน ส่วนมากที่เข้ามาในไทยก็จะเป็นพวกการ์ตูนดังๆ เป็นส่วนใหญ่ เราก็คอยเข้าไปดูในกลุ่มขายกาชาปองในเฟสบุ๊คตลอด แต่ก็ไม่มีใครที่จะหมุนมาขายเลย จนไปเจออยู่ 1 ชิ้น ที่ขายกองรวม กับกาชาปองอื่นๆ เลยเป็นชิ้นแรกที่ได้มา ถึงจะเก่าไปหน่อยแต่ก็ยังสวยอยู่ หลังจากนั้นก็ไม่พบเจอใครเอามาขายอีกเลย

ต่อมาประมาณปลายปีที่แล้ว ปี 58 ทางค่ายก็ทำกาชาปองเกล็ดหิมะออกมาอีก คราวนี้เป็นแบบเรืองแสง แถมมีตั้ง 16 แบบ ไปได้มา 4 แบบ ก็ไม่ครบอยู่ดี

จนเมื่อกลางปีที่ผ่านมานี้ ได้สอบถามแม่ค้าที่รับหากาชาปองจากญี่ปุ่นและได้รู้ว่าจะมีการนำกลับมาผลิตให้หมุนอีกครั้งตอนปลายปี 59 นี้ ก็เฝ้ารอต่อมาจนปลายปี บังเอิญเปิดเจอโพสนึงในกลุ่มซื้อขายกาชาปอง มีรูปตู้กาชาปองเกล็ดหิมะแบบนี้อยู่มุมๆ ภาพ ไม่รอช้าเลื่อนอ่านข้อความในโพส “แม่ค้ารับหมุนกาชาปองจากญี่ปุ่นคะ” จัดการ Inbox ไปถามทันที ให้แม่ค้าหมุนให้ 8 ลูก กะว่าโชคดีได้แบบไม่ซ้ำกัน แต่ก็ไม่มีโชคเท่าไร ซ้ำไป 2 แบบ ไม่เป็นไรยังไงก็ได้สิ่งที่ต้องการหาแล้ว

ผ่านมา 2 – 3 วัน ไปเจอโพสของแม่ค้าอีกคน คนนี้ไปเที่ยวไต้หวัน รับหมุนกาชาปองเหมือนกัน เห็นรูปตู้กาชาปองเกล็ดหิมะนี้อยู่ 2 แบบเลย คิดสักพักว่าจะฝากหมุนอีกดีไหม แต่อยากได้ครบชุด เลย Inbox ไปถามแม่ค้าว่าที่นั่นมีขายแบบยกชุดบ้างไหม แม่ค้ารับปากว่าจะไปถามที่ร้านดูให้

เงียบไปวันนึง แม่ค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่มีขายเป็นชุด เลยคุยกันไปเรื่อยๆ ว่าแม่ค้าจะไปอีกเมืองนึงเดี๋ยวจะดูให้ว่าที่เมืองนั้นมีขายบ้างหรือเปล่า ผ่านไปสักพักแม่ค้าก็ตอบกลับมาว่ามีขายยกชุดนะ แต่มีแค่แบบใส แบบเดียว เราก็ตกลงทันทีเอา 1 ชุด สบายใจได้แล้วว่าจะได้ครบชุดสักที

แป๊บนึงแม่ค้าก็ส่งรูปนี้มาให้ … เอ่อ เปิดตู้แกะมาให้เดี๋ยวนั้นกันเลยทีเดียว ร้านค้านี้ทุ่มเทมาก ไม่คิดว่าจะซื้อยกชุดแบบนี้ก็ได้ด้วย แต่ก็คงเพราะว่าเป็นนักท่องเที่ยวด้วยหละ ร้านค้าเลยเปิดตู้เลือกแบบให้ครบชุดแบบนี้ ถ้าเป็นคนแถวนั้นคงต้องหมุนจนหมดตัวกันไปข้างนึง

และในที่สุดก็ได้ครบทั้ง 8 แบบแล้ว (และซ้ำอีกเยอะเลย) เป็นรุ่นแบบใส ตัวเกล็ดหิมะเหลือบสีรุ้งสวยมาก คุ้มค่าที่ฝากหาซื้อจริงๆ แบบเรืองแสงไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะมันไม่สวยเท่าไรสีขุ่นๆ เหมือนของปลอมเกินไป แบบใสนี่แหละสวยเหมือนจริงดี ไหนๆ ก็ได้มาครบทุกแบบแล้ว เลยเอามาเล่า และเอามาให้ดูกันในบล็อกนี้สักหน่อยเผื่อใครตามหาอยู่จะได้รีบไปหมุนกัน

Blog – ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge

ต่อจากบล็อกที่ผ่านมาไปตามหาฟิล์มกันรอยหน้าจอ Samsung Galaxy S7 Edge อยากจะเล่าว่าได้แกะฟิล์มออกหลังจากติดไม่กี่อาทิตย์เพราะหลายเหตุผล

  • อย่างแรก ฟิล์มที่ได้ติดมามันไม่ได้ตัดช่องเว้นตรงบริเวณกล้องหน้า เวลาถ่ายรูปผ่านกล้องหน้าออกมานั้นภาพมันมัวและซีดเสียคุณภาพกล้องไปหมดเลย
  • อย่างที่สอง ตัวฟิล์มมันทำให้ความคมชัดของจอลดลง และทำให้ภาพบนจอแสดงผลเป็นจุดสีๆ โดยเฉพาะเมื่อมองภาพสีขาวจะเห็นได้ชัด (ตัวที่ติดเป็นฟิล์มแบบ TPU ที่นิ่มๆ) เวลาปรับสีรูปภาพ ดูภาพ หรือวีดีโอบนมือถือ มันขัดตา น่าหงุดหงิดมาก

จากปัญหาที่เกิดโดยเฉพาะข้อที่สอง ก็แกะฟิล์มออกและใช้เครื่องแบบไม่ติดฟิล์มมาได้สักพักแล้ว จอก็ยังไม่มีรอยนะ และในที่สุดจนเจอสิ่งที่ตามหามานาน ฟิล์มกันรอยที่ชัดใส และที่สำคัญติดเองได้ง่าย ก็ฟิล์มของ Spigen นี่ไง ใช่แล้วยี่ห้อที่ขายเคสมือถือเยอะๆ นี่แหละ

ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge – 1 กล่อง ฟิล์ม 2 ใบ ราคา 690 บาท

ฟิล์มกันรอย Spigen รุ่น Curved Crystal HD ชื่อก็บอกแล้วว่าชัดใสแน่นอน ก็เพราะฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มพลาสติกเนื้อแข็ง เหมือนฟิล์มที่ติดมือถือจอแบบปกติทั่วไปหน่ะ เพียงแต่ของรุ่นนี้จะทำการขึ้นรูปขอบโค้งให้เข้ากับความโค้งของหน้าจอ S7 Edge เลย ทำให้ลดปัญหาฟิล์มเด้งออกจากจอหลังจากติดได้

และที่มันเป็นฟิล์มแบบพลาสติกแข็ง จึงทำให้มันติดเองได้ง่ายอย่างแน่นอน ไม่เหมือนฟิล์มพวกพลาสติกนิ่ม TPU ที่ต้องใช้ประสบการ์และฝีมือเท่านั้นถึงจะติดออกมาได้สวยใส ที่สำคัญตรงจุด และตำแหน่งต่างๆ บนหน้าจอ ฟิล์มของ Spigen นี้กะระยะได้ง่าย เพราะฟิล์มคงรูปตลอด แถมเอาเทปกาวดึงฝุ่นออกจากฟิล์มได้ได้วย ถ้าทำแบบนี้กับฟิล์ม TPU นะ มีหวังฟิล์มยืดย้วยแน่ ติดเองเสร็จภายในไม่กี่นาที

เรื่องใส่เคสแล้วดันฟิล์มหรือไม่นั้น ก็คิดว่าคงไม่ดัน เพราะตัวฟิล์มติดอยู่ในบริเวณพื้นที่ของหน้าจอเท่านั้น ตัวฟิล์มนั้นเว้นส่วนด้านบน ด้านล่าง และมุม 4 มุม เอาไว้

จึงอยากแนะนำคนทีใช้ Samsung Galaxy S7 Edge อยู่ และไม่ได้ติดฟิล์ม หรือติดฟิล์มแล้วไม่ถูกใจ  ให้ลองฟิล์มของ Spigen ดู น่าจะถูกใจไม่มากก็น้อย แถมกล่องนึงได้ฟิล์ม 2 ใบเลย

 

Blog: วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559

เมื่อวานนี้ ก็สิ้นสุดการรอคอยลงสำหรับหนังเรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them สำหรับผู้ที่เป็นแฟน Harry Potter อย่างบล็อกนี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ได้กลับไปอยู่ในโลกเวทมนตร์ในสมัยก่อนอีกครั้งนึง เป็นการเริ่มต้นที่จะตามมาอีก 4 ภาคเลยทีเดียว

ไม่รอช้าเลือกหนังรอบบ่ายสาม เลือกแบบระบบ 4DX เลย เอาให้เต็มที่ เอาให้สมใจที่ตั้งใจมาดู ควักบัตรดูหนังฟรีออกมาสแกนที่ตู้ซื้อบัตร “ตี๊ต” ก็เรียบร้อย

จริงๆ ก็ไม่เชิงจะดูฟรีหรอกบัตรนี้ก็ได้มาจากที่มาดูหนังเรื่อง INFERNO เมื่ออาทิตย์ก่อนดูแบบ 4DX นี่แหละ เป็นการดูระบบนี้ครั้งแรกด้วย ดูหนังไปต้นๆ เรื่องก็ไม่มีเอฟเฟคอะไร จนล่วงเลยมากลางเรื่องผู้จัดการโรงหนังก็ได้เข้ามาขอโทษลูกค้าและแจ้งว่า ระบบ 4DX วันนี้เอฟเฟคของ 4DX ไม่ออก ก็ถึงร้องอ๋อกันทั้งโรงเพราะมันนิ่งมาก เราก็สงสัยนะ แต่ไม่คิดอะไรเพราะยังไม่เคยดูระบบนี้ คิดว่าเดี๋ยวก็คงจะมีเอง จนผู้จัดการเข้ามาบอกนั่นแหละถึงเข้าใจ ทางโรงหนังจึงเสนอมาว่าจะเริ่มภาพยนต์ใหม่ตั้งแต่ต้นเพื่อรันเอฟเฟคอีกครั้ง แต่หนังก็จะเลิกดึกขึ้น อีกวิธีที่เสนอคือดูหนังต่อให้จบเพื่อไม่ให้เสียอรรถรส แล้วมอบบัตรดูหนังฟรีทุกเรื่อง ทุกรอบ ทุกที่นั่ง จำนวน 1 ที และบัตรส่วนลดอีกคนละ 200 บาท ทั้งโรงหนังก็เลือกที่จะดูหนังต่อจนจบเพราะตอนนั้นก็สีทุ่มกว่าแล้ว เป็นที่มาของบัตรฟรีใบนี้

แต่ Fantastic Beasts and Where to Find Them รอบนี้ระบบเรียกว่าจัดเต็ม 4DX จริงๆ เลย ทั้งควัน น้ำ กลิ่น หิมะ ลม ระบบเก้าอี้มาเต็ม อ้อ 3D ด้วย เรื่อง INFERNO ไม่เป็น 3D นะ เดือนนี้มีแค่ 2 เรื่องนี้ที่เข้าเป็น 4DX

มาถึงเรื่องหลังจากได้ดูหนังไปแล้ว โดยที่ไม่ได้อ่านเนื้อเรื่องย่อ หรือข้อมูลในหนังมาก่อน แค่รอการเข้าฉายมาตลอด ทำให้รู้สึกว่าตื่นเต้น และคุ้มค่าแก่การรอคอยมากๆ ตัวหนังดำเนินเรื่องได้เร็วกำลังดี เข้าเรื่องได้ดี ไม่น่าเบื่อ เนื้อเรื่องลื่นไหน ไม่มีข้อขัดใจในเนื้อหาเท่าไหรเลย เพราะจะมีการดำเนินเรื่องบอกเหตุผลต่อให้คิดเองตลอด มีเพียงบางเรื่องเท่านั้นที่มีปริศนาทิ้งเอาไว้เพื่อนำไปเชื่อมโยงในภาคต่อๆ ไปเท่านั้นเอง

ภาพเอฟเฟคในหนังเรียกว่าจัดเต็ม อลังการมากๆ ทำได้ดีไม่มีขัดตา สมจริง ยิ่งมาพร้อมระบบ 4DX ด้วยแล้ว หิมะตกในโรงหนัง พร้อมกับฟองสบู่เล็กๆ ทำให้เหมือนหิมะตกมาใส่รู้สึกเปียกจริงๆ กลิ่นตามบรรยากาศก็โอเค ระบบของเก้าอี้เรียกว่าไม่ได้หยุดพักผ่อนนิ่งๆ นานเลยสักครั้ง

สำหรับคนที่ยังลังเลที่จะไปดู แนะนำให้ไปดูในโรงภาพยนต์เลยนะครับ ไม่เสียใจแน่นอน หนังสนุก คุ้มค่าเหมือน Harry Potter นั่นแหละ ถ้าติดตาม Harry Potter มาหลายๆ ภาคแล้วไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไปดูเลย

——————– มีเนื้อหาสำคัญในภาพยนตร์ด้านล่าง ใครยังไม่ได้ดูยังไม่ควรอ่าน ——————–

ยังมีเรื่องให้แปลกใจตอนจบของเรื่องอีก ไม่คิดว่า เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ (พ่อมดศาสตร์มืดในอดีตสมัย HarryPotter) จะมาโผล่ในภาคแรกนี้ด้วย ไม่รู้ว่ามีการเผยแพร่จากพวกเรื่องย่อก่อนรึเปล่านะเพราะไม่ได้ติดตามอ่านเรื่องย่อที่มีเผยแพร่ก่อนเลย รู้แค่ว่า จอห์นนี เดปป์ จะมารับบทนี้ ตอนก่อนหนังจะฉายประมาณอาทิตย์นึงเท่านั้น คิดว่าจะออกมาในภาคหลังๆ ซะอีก ยิ่งทำให้ลุ้นและรอหนักไปอีกว่าภาคต่อไปจะมีเนื้อเนื่องอย่างไรบ้าง ตื่นเต้นจริงๆ