Blog: วันที่ 17 ธันวาคม 2561 ลองชิม บะหมี่ซุปมันกุ้ง ที่โออิชิราเมน

Oishi Ramen บะหมี่ซุปมันกุ้ง ไคเซ็น เอบิ มิโซะ ราเมน [Kaisen Ebi Miso Ramen] พร้อมชาเขียว Refill ชุดละ 219 บาท

ลืมเล่าเรื่องไปชิมบะหมี่เมนูใหม่ที่ร้าน โออิชิราเมน มา เป็นชุดบะหมี่ซุปมันกุ้ง ที่ในรูปมีอาหารทะเลตัวใหญ่วางอยู่บนบะหมี่ด้วย เมนูใหม่ที่มาพร้อมกันอีกเมนูก็คือ กุ้งทอดอิซากายะ เป็นกุ้งตัวเล็กๆทอด แต่ไม่ได้สั่งมาลอง

บะหมี่มาในชามใหญ่ที่วางกุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่มาเต็มชาม ดูแล้วปลาหมึกน่าจะให้มาทั้งตัวเลยน่ากินมากๆ ลองชิมน้ำซุปดู เป็นซุปมิโซะรสออกหวานไม่เค็มเหมือนซุปมิโซะที่เคยชิมมา แต่สิ่งที่ติดมากับรสของมิโซะคือความมันแบบผืดลิ้นหน่อยๆ น่าจะเป็นรสของมันกุ้งนั่นเอง ดูแล้วเป็นน้ำซุปรสที่ออกไปแนวเบาๆ ไม่เข้มข้นหนักเหมือนพวกซุปทงคตสึ แต่อร่อยใช้ได้กินแล้วไม่เลี่ยนเท่าไหร่ ส่วนเส้นไม่พูดมากเพราะก็เป็นเส้นบะหมี่ปกติแบบของทางร้านที่นุ่มไม่เหนี่ยว ส่วนท็อปปิ้งอาหารทะเลนั้นโอเคเลยตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น ติดแค่ปลาหมึกที่หั่นมาชิ้นใหญ่มากกินลำบากหน่อย

Advertisements

ลองชิม Lucky Me อูด้งผสมโนริ รสซุปไข่ [Udon with Nori Soup Bowl Egg Soup Flavor]

Lucky Me อูด้งผสมโนริ รสซุปไข่ [Udon with Nori Soup Bowl Egg Soup Flavor] น้ำหนัก 110 กรัม ราคา 55 บาท

วันนี้จะมาลองชิมบะหมี่อูด้งเส้นสดเป็นรสที่มีขายแค่ในร้านเซเว่นอีกด้วยไม่ได้ลองชิมบะหมี่ยี่ห้อนี้นานแล้วเลยจัดมาลองชิมดู เปิดฝาถ้วยมาจะมีซองเส้นอูด้งสด ซองน้ำมันปรุงรส ซองซุปไข่และเห็ดอบแห้ง และส้อมพลาสติก วิธีทำก็เททุกอย่างใส่ถ้วยแล้วเติมน้ำหรือเอาเข้าไมโครเวฟแล้วก็คนให้เข้ากันก็พร้อมทาน

น้ำซุปไม่ค่อยมีกลิ่นหอมเชิญชวนเท่าไหร่ มีแค่กลิ่นไข่ น้ำซุปรสออกหวานเค็มมีรสมันๆ ติดลิ้น รสแบบซุปไข่สำเร็จรูป ชอบตรงที่มีเห็ดมาด้วยนี่แหละ ได้กลิ่นหอมของเห็ดเวลาเคี้ยวนี่มันให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลย เส้นอูด้งเป็นแบบเส้นสดมันนุ่มเด้ง เคี้ยวเพลินดีเลยละ

รวมๆ แล้วเป็นบะหมี่ถ้วยที่ดีเลยเพราะมีทั้งเส้นอูด้งสด น้ำซุปที่มีเนื้อมีเครื่องจริงที่โอเค รสชาติดี แต่ราคาแพงไป แพ็คเกจดูดีแต่ใหญ่เทอะทะจริงๆ ทำเป็นถ้วยเล็กแบบบะหมี่ถ้วยก็ได้เพราะสิ่งที่ใหญ่ที่สุดก็คือตัวถ้วยพลาสติกนี่แหละ สรุปแล้วเป็นบะหมี่ถ้วยเส้นสดที่เส้นนุ่ม ซุปอร่อย เหมาะแก่การลองชิม

ลองชิม ไวไว รสกระดูกหมูต้มยำ [WAI WAI Pork Spare Ribs Tom Yum Flavour]

ไวไว รสกระดูกหมูต้มยำ WAI WAI Pork Spare Ribs Tom Yum Flavour น้ำหนัก 70 กรัม ราคา 25 บาท

ช่วงนี้เห็นบะหมี่ถ้วยพลาสติกใหญ่ๆ ที่เซเว่นหลายรสแล้ว ราคากลางๆ ไม่แพงมากในบล็อกเหมือนจะเคยลองชิมรสนึงไปแล้วแต่ไม่ได้เอารสอื่นมาลองชิมอีกเพราะรู้สึกว่าบะหมี่แค่ถ้วยใหญ่เฉยๆ ไม่ได้มีเครื่องพิเศษอะไรเพิ่มเติมกว่าแบบซองสักเท่าไหร่ แต่วันนี้นึกยากชิมรสกระดูหมูต้มยำนี้เลยเอามาลองชิม ลองดูว่าผ่านไปนานแล้วจะมีอะไรเพิ่มเติมมาในถ้วยใหม่

เปิดฝาถ้วยมาก็เหมือนบะหมี่แบบซอง มีแค่ซองเครื่องปรุงกับน้ำมันปรุงรส และส้อมพลาสติกเท่านั้น ไม่มีอะไรพิเศษ

ได้กลิ่นหอมฟุ้งของต้มยำตอนเติมน้ำร้อนเข้าท่าอยู่ น้ำซุปรสออกเปรี้ยวนำ เค็ม แล้วมีรสเผ็ดนิดหน่อย เป็นน้ำซุปที่ให้อารมณ์ของรสของซุปกระดูกหมูต้มย้ำที่เคยกินจริงๆ เลย เส้นเป็นแบบเส้นแบนนุ่ม มีชิ้นหมูแผ่นอบแห้งชิ้นเล็กๆ มาด้วย รวมๆ แล้วก็อร่อยใช้ได้ แต่รสของต้มยำยังไม่ถูกใจเท่าไหร่คือรสมันยังไม่แซ็บสะใจเหมือนต้มยำจริงๆ แต่กินพอหายอยากได้

เปิดดูหนังสือเบื้องหลังภาพยนตร์ Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

กลับมาอีกครั้งกับหนังสือเบื้องหลังภาพยนตร์คราวนี้เอามาเปิดดูถึง 2 เล่มด้วยกัน มาจากหนังเรื่อง Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald เป็นภาคที่ 2 แล้ว สองเล่มนี้ได้มาหลังจากหนังเข้าไปไม่กี่วันแต่เพิ่งมีเวลาเอามาลงให้ดูกัน

หนังสือยังคงเป็นแบบปกแข็งสันกาวเหมือนเล่มก่อนหน้า ด้านในพิมพ์สีทั้งเล่มบนกระดาษขาวกิ่งมันเงาที่ยังคงมีปัญหาสะท้อนแสงเวลาอ่านอยู่บ้าง เรื่องเนื้อหาไม่ขอพูดเยอะเพราะในหนังสือยังคงมีเนื้อหาประกอบภาพที่ละเอียดถึงละเอียดมากอยู่เหมือนเดิม เปิดดูคร่่าวๆ แล้วเรียกว่ายังคงคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปในแต่ละเล่มอยู่ลองดูในคลิปได้เลย

The Archive of Magic The Film Wizardry of Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

  • by Signe Bergstrom
  • ISBN: 9780062853127
  • ISBN 10: 0062853120
  • Imprint: Harper Design
  • On Sale: 11/16/2018
  • Trimsize: 9.25 in (w) x 11.00 in (h) x 0.00 in (d)
  • Pages: 160
  • List Price: 50.00 USD – 1,015.75 บาท (Asiabooks)
  • BISAC1: Undefined Category
  • BISAC2: PERFORMING ARTS / Film & Video / Direction & Production
  • BISAC3: Undefined Category

Lights, Camera, Magic! The Making of Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

  • by Ian Nathan
  • ISBN: 9780062853103
  • ISBN 10: 0062853104
  • Imprint: Harper Design
  • On Sale: 11/20/2018
  • Trimsize: 9.25 in (w) x 11.00 in (h) x 0.00 in (d)
  • Pages: 160
  • List Price: 19.99 USD – 488.75 บาท (Asiabooks)
  • BISAC1: Undefined Category
  • BISAC2: PERFORMING ARTS / Film & Video / Direction & Production
  • BISAC3: Undefined Category

Blog: วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 แกะกล่องต้นคริสต์มาส จาก บ้านแอนด์บียอนด์

แบบว่าปีนี้อยากได้ต้นคริสต์มาสสักต้นเพราะต้นเก่ามันก็ขี้เหร่แล้วเลยทิ้งไป ความต้องการครั้งนี้คือต้องเป็นต้นคริสต์มาสที่เหมือนของจริงสักหน่อยไม่เอาแบบต้นแบบเดิมที่เป็นใบฝอยๆ สีเขียวที่ยื่นออกมาจากลำต้นทือๆ แบบเก่านั้นไม่เอาแล้ว นึกได้ว่าเคยเห็นต้นคริสต์มาสแบบที่เป็นใบพลาสติกเหมือนจริงที่เดอะมอลล์เมื่อปีก่อน เป็นต้นที่เอามาประดับตามพื้นที่ในห้าง แต่มันดันไม่มีขายในห้างนี่สิ ปีนี้ก็เดินไปดูที่เดอะมอลล์อยู่นะก็เหมือนเดิมมีต้นไม้สวยๆ ของประดับดูดีประดับอยู่ในห้าง แต่บู๊ทที่จัดขายของตกแต่งจริงๆ กลับเอาของอะไรมาขายไม่รู้ แต่ด้วยความบังเอิญเจอโพสโฆษณาใน instagram ขายต้นสนสดจากต่างประเทศเลยกดเข้าไปดูเป็นเว็บของ http://www.baanandbeyond.com เป็นเว็บขายของตกแต่งบ้านที่เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ เขาเป็นเจ้าเดียวละมั้งที่นำเข้าต้นสนสด หรือต้นคริสต์มาสจริงๆ เข้ามาขาย แต่เราอยากได้ต้นไม้ปลอมลองกดเข้าไปหาในเว็บก็เจอหลายแบบอยู่ เรียกว่าเป็นเว็บแรกๆ เลยนะที่ขายของเทศกาลเยอะมากกว่าเจ้าอื่นๆ กดๆ จนได้มา 2 อย่าง สั่งซื้อครั้งแรกทางร้านจัดส่งผ่าน DHL ก็สะดวกดีเหมือนกัน

เลือกแบบต้นต้นเล็กๆ ราคาไม่แพง จริงๆ มีอีกหลายแบบที่น่าซื้อ แต่มันดูแล้วแปลกๆ คือคิดต่อไม่ค่อยออกว่าถ้าซื้อมาแล้วจะเป็นยังไง เพราะรูปสินค้าก็มีแค่รูปเดียวเกือบทุกรายการไม่มีหลายๆ มุมมอง เลยลองเอาแบบนี้มาดูก่อน ดูแล้วเข้าท่ากว่าแบบอื่นหน่อย อีกชิ้นที่ซื้อเป็นชุดอุปกรณ์ตกแต่งมา 1 ชุด ราคาค่อนข้างแพงแต่อยากได้ลูกสนมาประกอบฉากสักหน่อย เลยเลือกชุดประดับชุดนี้มา ในเว็บมีหมายเหตุตัวเล็กๆ ว่าจะสามารถเริ่มจัดส่งได้วันที่ 11 ธ.ค. 61 เป็นต้นไป แต่ของก็ส่งมาถึงบ้านในเวลาแค่ 3-4 วันเอง คงระบุหมายเหตุเผื่อเวลาไว้ละมั้ง

ยี่ห้อ KASSA HOME ต้นคริสต์มาส รุ่น ST17-T120G ขนาด 70 x 35 x 35 ซม. สีเขียว

อย่างที่บอกของมาส่งที่บ้านเร็วมาก กลับมาก็เจอลังกระดาษกล่องใหญ่วางรออยู่แล้วเปิดกล่องมาก็เจอกล่องต้นคริสต์มาสแกะออกมาก็มีสภาพเหมือนรูปในเว็บหล่ะ กิ่งลีบๆ แบนๆ ตัวกิ่งหรือใบของมันเป็นพลาสติกขึ้นรูปเป็นกิ่งของต้นสนเลย มีแกนเป็นลวดสามารถดัดงอได้ แกนของต้นไม้นั้นน่าจะเป็นไม้แล้วหุ้มด้วยโฟม

โดยกิ่งสนจะถูกเสียบเข้าไปในแกนโฟมนั้นเลย ตรงนี้ชอบมากทั้งกิ่งสน และลูกสน สามารถดึงออกมาเสียบใหม่ได้ เหมาะแก่การเอาไปเป็นอุปกรณ์ประกอบถ่ายรูปมากๆ รู้สึกโชคดีที่เลือกต้นนี้มา

ตัวฐานของต้นไม้เป็นแผ่นไม้แปะด้วยก้อนโฟมห่อด้วยผ้ากระสอบบางๆ ดูรวมๆ แล้วสวยดีดูเป็น Country Style ดีเหมือนกัน สรุปโดยรวมแล้วดูสวยดีเลยละหลังจากจัดแต่งดัดกิ่งให้ดูเป็นต้นไม้แล้ว มีลูกสนของจริงเสียบมาด้วยมีหลายลูกเลยนะ ดูสมจริงดี คะแนนเต็ม 10 ให้ 10 คะแนนเต็มเลยสำหรับต้นคริสต์มาสรุ่นนี้

มาถึงอุปกรณ์ตกแต่งกันบ้าง อันนี้คือแปลกใจมากเพราะหยิบออกมาจากกล่องแล้วมันมาในกล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ แบบว่าใหญ่สะใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ทั้งกล่องทั้งอุปกรณ์ตกแต่งข้างใน เรียกว่าเอามาห้อยกับต้นคริสต์มาสที่ซื้อมาด้วยไม่ได้เลยมันหนักไป แต่ลูกสนที่อยากได้ก็สมใจนะ ลูกใหญ่สะใจ มีถึง10 ลูกเลย อุปกรณ์อื่นๆ ก็โอเคเอาไปเป็นอุปกรณ์ประกอบถ่ายรูปได้ทั้งหมดไม่เสียของ ของตกแต่งในเว็บจะบอกขนาดเอาไว้แต่ไม่ได้เที่ยบขนาดเองถึงว่าราคาค่อนข้างแพง แต่ก็สมราคาละ

แต่ในเว็บมันมีต้นคริสต์มาสอยู่อีกแบบนึงดูน่าสนใจ แต่รูปของต้นไม้ในเว็บมันดูไม่น่าจะสวยเท่าไหร่เลยไม่ได้สนใจ แต่พอเห็นต้นที่สั่งมาคุณภาพดี ดัดกิ่งได้ มันก็น่าลุ้นว่าจะออกมาสวยก็ได้นะ ในเว็บเหลือแต่ต้นไซส์ใหญ่แล้วด้วย คิดก่อนว่าจะลองสั่งมาดีไหม

Blog: วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 เปิดกล่องน้ำหอมเทสเตอร์ หรือ น้ำหอมกล่องขาว ข้างในมันเป็นยังไงนะ

วันนี้จะมาเปิดกล่องน้ำหอมเทสเตอร์ หรือว่า น้ำหอมกล่องขาว ว่าข้างในมันเป็นยังไง มันเป็นของแท้รึเปล่า? ขวดมันจะเหมือนตัวที่ขายจริงไหม? มันจะหอมกว่ารุ่นขายจริงไหม? แล้วทำไมถึงเอามาขายในราคาถูก? คำถามพวกนี้แหละที่สงสัยและบางข้อก็พอจะมีคำตอบ ข้อแรกเลยมันเป็นน้ำหอมของแท้นี่แหละ มีโค้ดใต้ขวดตรงกลับโค้ดบนกล่องเอาไปตรวจสอบได้ เพียงแต่ไม่ได้เป็นกล่องสีสวยๆ แบบขายจริง ขวดของมันก็เป็นแบบขวดขายจริงเลย แต่บางทีจะมาแค่ขวดไม่มีฝามาให้ บนกล่องและก้นขวดน้ำหอมจะระบุไว้ว่า Tester Not For Sale เท่านั้น มันก็หอมเหมือนกับตัวที่ขายจริงแหละ เพียงแต่ข้อนี้รู้สึกไปเองจากน้ำหอมขวดทดลองใช้ที่ได้มามันดันหอมกว่าแบบขวดขายจริงเลยสงสัย ส่วนข้อสุดท้ายนั้นไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมถึงเอามาขายได้ หรือเอามาขายราคาถูกเหมือนกัน เค้าบอกแค่ว่า BA ของแบรนด์ในห้างหามา แค่นั้นแหละรายละเอียดก็ไม่รู้อยู่ดี

น้ำหอมที่เอามาเปิดกล่องเป็นน้ำหอมใหม่ของ Dolce&Gabbana The only One ตัวนี้เพิ่งวางขายประมาณเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ลองซื้อหลอดเล็กทดลองมาใช้แล้วดันชอบกลิ่นก็ไปหาขวดใหญ่มาใช้ต่อยาวๆ อีก 1 ได้มาก็แพงอยู่เพราะมันเพิ่งออกยังไม่มีตัวทดลองมาขายเยอะแต่ไม่ใช่ราคาที่ติดอยู่บนกล่องนะ ราคาบนล่องรู้สึกว่าจะเป็นราคเต็มที่ขายจริงของตัวนี้เลยไม่รู้เหมือนกันทำไมมีป้ายราคาของห้างติดอยู่ กลิ่นของรุ่นนี้เป็นกลิ่นแบบดอกไม้ กับกลิ่นขนมหวานๆ ส่วนตัวรู้สึกว่ากลิ่นเปิดมันหอมเหมือนดอกไม้หอมฟุ้งๆ บางทีก็รู้สึกเหมือนกลิ่นของถังพลาสติกที่ซื้อมาใหม่แบบนั้นเลย สักพักไปจะเป็นกลิ่นหอมประมาณกลิ่นวนิลลา กลิ่นคาราเมลแบบชัดเจน แล้วก็เป็นกลิ่นหอมแบบนั้นไปเรื่อยๆ เพราะชอบฉีดใส่เสื้อผ้ากลิ่นเลยไม่ค่อยเปลี่ยนไปแบบฉีดบนผิวสักเท่าไหร่ ความทนก็อยู่ได้ตั้งแต่เช้าจนเย็น เพียงแต่กลิ่นประมาณชั่วโมงที่ 4-5 ไปแล้ววจะอ่อนลงแบบต้องเข้ามาใกล้ๆ ถึงจะได้กลิ่น ตอนพิมพ์อยู่ตอนนี้ก็ค่ำแล้วยังไงได้กลิ่นบนเสื้ออยู่เลย

Blog: วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 ลองใช้เคส Rhinoshield SolidSuit Carbon Fiber

Rhinoshield SolidSuit Samsung Galaxy Note 9 – Carbon Fiber ราคา 1,190 บาท

Rhinoshield ชื่อนี้รู้สึกว่าจะเคยลองซื้อมาใช้เป็นตัว RhinoShield CrashGuard Bumper Case ที่เป็น Bumper เฉพาะขอบของเครื่องแต่รู้สึกว่าจะมีปัญหาเรื่องปุ่มกดมันแข็งมากเลยไม่ได้ใช่ต่อ แต่คราวนี้มาเป็นเคสเต็มรูปแบบเป็นเคสกันกระแทก แถมหน้าตาดูดีด้วยรุ่นที่ซื้อมาจะเป็นรุ่น SolidSuit ลาย Carbon Fiber เป็นเคสที่มีชื่อเสียงเรื่องการกันกระแตกเวลาตกจากความสูงมากๆ ได้ดี เพราะวัสดุที่ทางแบรนด์คิดค้นขึ้นและลายหกเหลี่ยมรังผึ้งด้านในที่ช่วยซับแรงกระแทก แต่จริงๆ แล้วเรื่องคุณสมบัติพวกนั้นไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะเป็นคนใช้มือถือระวังมากไม่เคยทำตกเลยสักครั้ง เวลาซื้อเคสตอนนี้ก็คิดแค่ว่าใส่แล้วสวย ใส่แล้วไม่น่ารำคาญไม่ต้องมาระวังเคสหลุดเคสยืด ระวังฝุ่นเข้าไปทำให้ดูแล้วไม่สวยมากกว่า ดังนั้นไม่ต้องรอการทดสอบดรอปเทสอะไรนะครับ

ตัวเคสเป็นวัสดุคล้ายยางผสมพลาสติกมีความแข็งและนุ่ม ยืดหยุ่นได้นิดเดียวพอให้ใส่กับตัวเครื่องได้ ผิวสัมผัสของวัสดุรอบตัวเคสเป็นผิวสัมผัสนุ่มลื่น ไม่ใช่ลื่นหลุดมือนะ ไม่เหนียวแบบเคส TPU เป็นวัสดุที่ดูคุณภาพดีเลย ด้านหลังเป็นลาย Carbon Fiber ที่ให้ผิวสัมผัสลื่นคล้ายพวกสติกเกอร์ไวนิลลาย Carbon Fiber แต่ไม่ได้ลื่นแบบนั้นซะทีเดียวเพราะของ Rhinoshield มันให้ผิวสัมผัสติดนิ้วค่อนข้างใช้ได้ และมีความนุ่มหยุ่นหน่อยๆ  ด้วย ช่องตัดสำหรับปุ่มกด ช่องเชื่อมต่อต่างๆ ถูกเจาะไว้อย่างพอดีมาก สวยงาม กว้างไม่มากจนน่าเกลียด  เรียกว่าเคสของ Rhinoshield ตัวนี้มันเนี๊ยบมากจริงๆ

พอใส่เข้ากับเครื่องแล้วมันเพิ่มความหนากับความกว้างให้กับตัวเครื่องพอสมควร แต่ก็ทำให้จับเครื่องได้ถนัดมือมากขึ้นด้วย  ปุ่มกดทุกปุ่มสามารถกดได้ง่าย ช่องต่างๆ อยู่ในตำแหน่งพอดี ผิวสัมผัสด้านหลังเหมือนจะทำให้ลื่นหลุดมือ แต่ก็ติดนิ้วอยู่ ความรู้สึกเมื่อใส่เคสนั้นรู้สึกว่ามันมั่นคงไม่รู้สึกว่าขอบส่วนใดจะย้วยออกมา ลองดันขอบแต่ละด้านดูก็แข็งแรงคงรูปมาก แอบคิดว่าตอนถอดออกคงจะลำบากพอดู สรุปใส่แล้วหล่อ จับแล้วให้ความรู้สึกดี เคสคงรูปไม่ยืดถูกใจมาก ใครชอบเคสแบบนี้แนะนำให้ลองใช้ดู

Blog: วันที่ 6 ตุลาคม 2561 ลองชิม ซูปเปอร์ฟรายส์ มันฝรั่งทอดชิ้นใหญ่จาก KFC [KFC SUPER FRIES]

เมื่อวานหลังจากออกจาร้านบะหมี่ปุ๊บ เดินผ่านร้าน KFC แล้วนึกได้ว่าเหมือนจะเห็นว่ามีมันฝรั่งแบบใหม่มาขายแล้วนี่ เลยเดินเข้าไปดูและเลือกมา 1 เมนู คือ ซูปเปอร์ฟรายส์ KFC SUPER FRIES เฟรนช์ฟรายส์ชิ้นใหญ่รูปร่างเกลียว หรือรูปร่างแบบเครื่องหมาย “,”

 

จริงๆ ก็เฟรนช์ฟรายส์ปกตินั่นแหละ เพียงแต่รูปร่างต่างไปที่จิ้มกับซอส ไวท์บีบีคิว (WHITE BBQ) ที่รสชาติออกเปรี้ยวหน่อยๆ

 

ลองจิ้มชิมดูแล้วก็อร่อยนะ เข้ากันดี รสซอสมันมันๆ เปรี้ยวๆ กับกลิ่นบาร์บีคิวอร่อยดี สังเกตที่ตัวมันฝรั่งเหมือนจะโรยผงปรุงรสด้วยรึเปล่าแต่ไม่รู้สึกรสชาติของผงปรุงรสเท่าไหร่ได้กลิ่นหอมๆ เท่านั้น ถังนึง 99 บาท เลยนะ แพงอยู่เหมือนกัน เอาเฟรนช์ฟรายส์ธรรมดาจิ้มกับซอส BBQ ของนักเกตไก่ก็คงเหมือนกันละมั้งคราวหน้าจะลองทำดู

 

เมนูซูปเปอร์ฟรายส์ มี 2 แบบ จะมีอีกแบบที่มีไก่ป๊อปมาถ้วย ราคาเท่ากัน 99 บาท

Blog: วันที่ 25 กันยายน 2561 เล่าเรื่องหาซื้อเคสเหมาะๆ ให้ Note 9

สวัสดีบล็อก! ถึงเวลาแล้วที่จะมาเล่าเรื่องเคส Samsung Galaxy Note 9 พูดถึงเคสจะว่าไปมันก็เป็นเหมือนอะไรสักอย่างที่ไม่สำคัญแต่ก็อยากจะได้มันให้ได้ จากคิดไว้ว่าจะไม่ซื้อหรอก ไม่ใช่หรอก ซื้อแค่อันเดียวนี่แหละ แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จเลย มันงอกออกมาอีกทีละ 1 อัน ทีละ 1 แบบ ไปเรื่อยๆ จนวันนึงก็คิดมาได้ว่า “ต้องพอแล้วละกับเคสมือถือเครื่องนี้” เพราะราคาเคสก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ เลย จึงเป็นที่มาของบล็อกนี้เพื่อเล่าประสบการณ์เจอ ประสบการณ์เจ็บกับการซื้อเคสมือถือในครั้งนี้

 

บอกก่อนเลยว่าการที่บล็อกเลือกซื้อเคสนี่เรื่องมากหน่อย จะนึกถึงเรื่องแรกคือ การจับถือที่กระชับมือถือใช้งานได้อย่างมั่นใจ อีกเรื่องคือ รูปร่างสวย หรือเป็นเคสใสใสแล้วสามารถเห็นสีของตัวเครื่องได้ก็จะดีมาก

 

UAG PLASMA Samsung Galaxy Note 9 สี ICE ราคา 1,300 บาท (ราคาซื้อจากเว็บ UAG โดยตรง)

เป็นเคสชิ้นแรกที่สั่งซื้อมารอเครื่อง Samsung Galaxy Note 9 คิดเอาไว้ว่าจะใช้อันนี้แค่อันเดียวไม่ซื้ออันอื่นแล้วละ เคส UAG นี้เป็นเคสยี่ห้อแรกเลยที่ซื้อเคสใช้งาน ครั้งแรกจำได้ไหมตอนพรีออเดอร์ Samsung Galaxy Note 7 ไง เพราะก่อนหน้านั้นเป็นคนที่ไม่เคยใส่เคสให้มือถือเลย ซื้อมาใช้ก็ชอบตรงที่มันเป็นเคสที่ดูลุยๆ ใส่แล้วให้ความรู้สึกปลอดภัยดี

 

สิ่งที่ชอบ

  • เป็นเคสที่ใส่แล้วจับถนัดมือมากเพราะตัวเคสมีความหนาพอสมควร

  • วัสดุทำจากวัสดุคุณภาพดีมาก เป็นเคสแข็งจะยืดหยุ่นนิดหน่อยตรงส่วนที่เป็นสีดำ ทำให้ใส่กับตัวเครื่องแล้วเคสไม่ย้วย ไม่ขยับเองเวลาใส่ในกระเป๋ากางเกง

  • เพราะวัสดุที่ค่อนข้างดีจึงทำให้ใส่และถอดได้ค่อนข้างยากเพราะเคสแน่นและแข็งพอดีกับตัวเครื่องมากๆ ผมถือว่าเป็นข้อดีนะ

ข้อสังเกต

  • หลังๆ มานี้รู้สึกว่าตัวเคสสี ICE ที่จะเป็นสีใสก็จริง แต่จะไม่ใสเหมือนแต่ก่อนแล้ว ออกจะเป็นสีขุ่นใสมากว่า พอใส่เข้ากับเครื่องตัวเคสจะติดสีขาวสะท้อนแสงตามลายของเคสไม่ค่อยเห็นสีของเครื่องเท่าไหร่ เลยไม่ชอบที่ตัวเคสไม่ใส่อย่างที่อยากให้เป็น

  • ตัวเคสค่อนข้างหนาเกือบทุกด้าน ทำให้ใส่เคสแล้วใช้งานกับเครื่องชาร์จแบบไร้สายไม่ได้บางครั้ง อย่างเครื่องชาร์จของ Nillkin จะวางตั้งชาร์จไม่ได้ ต้องวางแบบแนวนอนแทน

Rearth Ringke [FUSION-X] Case ราคา 580 บาท

จากเคส UAG ที่ว่าจะใช้แค่อันเดียว พอเห็นรุ่นนี้ที่เป็นข้างหลังใสแล้วทำให้อยากได้ขึ้นมาทันทีคิดว่าจะได้เห็นสีของตัวเครื่องชัดๆ พร้อมกับกันกระแทกได้ ยี่ห้อนี้ไม่เคยซื้อใช้พอได้เห็นตัวจริงของเคสแล้วรู้สึกว่าวัสดุดีเหมือนกันนะ ขอบสีดำเหมือนจะเป็นขอบยางแต่ก็แข็งอยู่ตัวดูกระชับดี พอใส่กับเครื่องแล้วก็ยังคงให้ความรู้สึกกระชับเครื่องดีมาก ถือจับก็ติดมือดีไม่ลื่นมือเลย ชอบตัวนี้เหมือนกัน แต่ที่ยังหาซื้อเคสใหม่อยู่ก็เพราะพอติดฟิล์มกันรอยด้านหลังเครื่องแล้วมันดูดกับพลาสติกใสของเคสเป็นลายน้ำไม่ชอบเท่าไหร่ เลยยังหาซื้อเคสใหม่อยู่แต่ถ้าหาไม่ถูกใจสักทีคงกลับมาใช้อันนี้แหละ

 

สิ่งที่ชอบ

  • ตัวเคสด้านหลังเป็นพลาสติกใสโชว์สีตัวเครื่องได้ชัดเจนชอบมาก

  • ขอบยางสีดำรอบตัวเคสเป็นพลาสติกแบบยืดหยุ่นได้ไม่แข็งเท่า UAG แต่ก็ไม่ย้วย คงรูป OK ไม่ต้องกลัวเคสย้วยแบบพวก TPU

  • ใส่แล้วตัวเครื่องดูสวยดีจับถนัดมือ

  • แม้ขอบยางจะแข็งหน่อยแต่ก็ถือว่าใส่กับถอดจากเครื่องได้ง่ายกว่า UAG มากเลย

ข้อสังเกต

  • พลาสติกใสด้านหลังเคสจะมีการดูดเป็นลายน้ำกับด้านหลังของ Note9 ถ้าติดฟิล์มพลาสติกกันรอย แม้ว่าตัวเคสจะมีรอยจุดกันรอยน้ำก็ตามเพราะจุดกันรอยของตัวเคสนั้นมันกดฝังไปบนฟิล์มกันรอยที่เราติดไว้ ดังนั้นถ้าอยากใส่ให้สวยต้องไม่ติดฟิล์มกันรอยด้านหลัง

  • ใส่เคสให้สวยใสนั้นยากหน่อยเพราะด้านหลังเคสเป็นพลาสติกใสถ้ามีฝุ่น หรืออะไรติดข้างในเคสจะเห็นได้ชัดเจนจนรำคาญตาเลย

  • เพราะเป็นพลาสติกใสด้านหลังแน่นอนว่ารอยขนแมวมากันครึกโครม

WITS Premium Hard Case : Blue ราคา 390 บาท

ตัวนี้เห็นในกรุ๊ป Note 9 เค้าว่ากันไว้ว่ามันดี ราคาไม่แพง หายากด้วย แต่เราเดินไปเจอที่ Shop Samsung ที่ Central Korat มาเลยซื้อมาลองเพราะชอบเคสแข็งบางๆ ที่เว้นช่องปุ่มกดไว้แบบนี้อยู่แล้ว สัมผัสแรกที่จับรู้สึกได้ถึงผิวเคลือบแบบซิลิโคนที่ให้สัมผัสนุ่มลื่น และมันลื่นมากๆ ด้วย ถึงจะสวยและดียังไงถ้าเคสลื่นก็ไม่ใช้

 

สิ่งที่ชอบ

  • เป็นเคสแบบบาง วัสดุที่ใช้ดูมีคุณภาพ เคลือบผิวแบบซิลิโคนให้ผิวสัมผัสที่ดีน่าจับลูบคลำ

  • ราคาไม่แพงสำหรับเคสที่ผลิตออกมาดีแบบนี้

ข้อสังเกต

  • เคลือบซิลิโคนแบบนุ่มลื่นมาก ลื่นมากแบบถือไว้ในมือเฉยๆ เครื่องจะไหลออกจากมือไปเรื่อยๆ แบบนั้นเลย

  • ช่องที่เว้นไว้สำหรับกล้องและที่สแกนนิ้วนั้นส่วนของสแกนนิ้วมันเล็กไป ต้องจิ้มนิ้วเข้าไปในช่องถึงจะสแกนได้

Nillkin Synthetic Fiber Samsung Galaxy Note 9 ราคา 299 บาท

เลือกซื้ออันนี้มาเพราะเคยซื้อรุ่นนี้มาใช้ตอนใช้ Samsung S7Edge แล้วมันก็ดูโอเค คิดว่าจะซื้อมาใช้ชั่วคราวเพราะตัวเคสเคฟล่าของ Pitaka เค้าไม่ทำเคสของ Note 9 มาขาย แต่ได้มาก็ต้องผิดหวังแบบยังไม่ต้องลองใส่กับเครื่องเลย ตัวเคสยังคงปิดลายเคฟล่าแบบเดิมนั่นแหละ แต่วัสดุที่ทำตัวเคสมันแย่ลงมาก ตัวเคสบริเวณรอบเครื่องนั้นทำจากพลาสติกรึอะไรสักอย่างที่ค่อนข้างนิ่มบิดได้ง่าย ตัวเฟรมด้านหลังก็เป็นแบบพลาสติกธรรมดา แบบพลาสติกของเล่นธรรมดาเลยละขอบมุมตรงช่องเจาะสำหรับกล้องก็เป็นขอบคมของพลาสติกแบบออกจากแม่พิมพ์มาแล้วแปะแผ่นลายเคฟล่าแล้วก็เอาใส่กล่องมาเลย เคสรุ่นนี้ไม่โอเคสำหรับบล็อกเลยเสียดายเงิน

 

SPIGEN Thin Fit Slim Cover : Graphite Grey ราคา 590 บาท

มันก็ยังคาใจกับเคสบางแบบดีๆ ว่ามันจะไม่มีให้ใช้เลยหรือไง ก็นึกได้ว่าเคยซื้อเคสของ Spigen รุ่น Thin Fit มาใช้กับ Note 8 นี่ แล้วมันก็ดีมากด้วย ก็เลยสั่งรุ่น Thin Fit กะว่าจะได้พอสักทีกับเคสมือถือเนี่ย มีแค่ 3 สี เลือกสีเทา แต่ทำไมมันไม่เหมือนเดิมคือวัสดุก็ยังคงเป็นพลาสติกแข็งนี่แหละ แต่ตัวผิวสัมผัสมันไม่เหมือนเดิมมันเป็นแบบพ่นสีเคลือบเฉยๆ ให้รู้สึกแบบเคลือบสีแห้งๆ ไม่ได้มีเคลือบเพิ่มผิวสัมผัสหรือให้หนืดมือแบบตอนของ Note 8 จับแล้วมันลื่่น ค่อนข้างลื่นมากจับไม่ถนัดเลย ลองใช้ 1 วันถอดออกทันที รู้สึกว่าโทรศัพท์มันจะหลุดมือตอนหยิบใช้ตลอดเวลา

 

สิ่งที่ชอบ

  • เป็นเคสแข็งแบบเว้นปุ่มกดที่ชอบ ใส่แล้วไม่หนา ดูแล้วโอเค

ข้อสังเกต

  • ผิวสัมผัสของรุ่นนี้มันไม่เหมือนเดิม เป็นพลาสติกพ่นสีแบบสากๆ ลื่นมือมาก

UAG PLYO Samsung Galaxy Note 9 สี ICE ราคา 1590 (ราคาจาก True Shop)

สรุปมันก็วนกลับมาที่ UAG อีกครั้ง และคิดว่าจะเป็นเคสอันสุดท้ายแล้วสำหรับ Note 9 (เว้นแต่ว่า PITAKA ทำเคสเคฟล่าของ Note 9 มาขายนะ) กลับมาเลือกซื้ออีกรุ่นที่เป็นรุ่นแบบใส คิดว่าคงจะจบแค่อันนี้ ตัวเคสยังคงให้ความรู้สึกเหมือน UAG รุ่น Plasma เพียงแค่เปลี่ยนลวดลายด้านหลังกับวัสดุเป็นแบบใสทั้งหมด จับถนัดมือใส่แล้วรู้สึกมั่นคงมาก ด้านหลังใสก็จริงแต่แต็มไปด้วยจุดเล็กๆ กันรอยเคสดูดกับกระจกหลังเครื่อง แต่มันดันมีจุดทั้งด้านในเคส และด้านนอกเคสนี่สิ จุดมันสะท้อนกับกระจกหลังเครื่องจนเป็นลายคลื่นฝ้าขาวๆ จนไม่รู้สึกว่าเป็นเคสใสเลย ต้องออกกลางแจ้งบางมุมถึงจะเห็นสีของเครื่องข้างใน อีกอย่างที่แตกต่างกับรุ่น Plasma วัสดุที่ทำเคสมันคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันนะ ตัว Plyo นี้วัสดุเป็นรอยง่ายมาก ทั้งรอยขนแมว ทั้งรอยขูดลึก แค่เอาวางบนที่ชาร์จไร้สายแบบพลาสติกก็ขูดสันเป็นรอยลึกแล้ว รอยขนแมวก็มาพรึบ

 

แต่ก็อีกนั่นแหละซื้อมาก็ไม่เคยได้อะไรที่สมบูรณ์ดีเหมือนกับคนอื่น เคส UAG Plyo ที่ซื้อมานี้ได้มาจากร้าน True Shop The Mall Korat เหลือชิ้นสุดท้ายตอนซื้อก็แกะเช็คดูแล้วก็ไม่เห็นอะไรที่ผิดปกติ แต่พอกลับมาแล้วใส่ดูก็เห็นว่าตัวเคสด้านหลังสีมันไม่สม่ำเสมอมันมีรอยแถบขวาง 2 แถบตามรูปด้านบนเลย มันดูเป็นแถบใสกว่าส่วนอื่นๆ ของเคส ลองเช็คทำความสะอาดด้วยน้ำยาทุกอย่างที่นึกได้แล้วก็ยังไม่หาย ก็แสดงว่าเป็นกับตัวเคสแล้วละ ในรูปอาจจะมองว่าเห็นเป็นแถบนิดหน่อยที่เห็นว่าเป็นนิดหน่อยนี้เพราะได้น้ำยา Waxy เคลือบหนังเอามาเช็ดส่วนอื่นให้มันเงาขึ้นเลยเห็นรอยด่างลดลงไงละ ตอนนี้ก็ได้แต่ทำใจซื้อมาราคาแพงจะไปเปลี่ยนก็ไม่มีให้เปลี่ยนแล้วมั้งเหลืออันสุดท้ายแถมใช้งานแล้วด้วยอีก

 

สิ่งที่ชอบ

  • ตัวเคสมีความหนาและลักษณะคล้ายกับรุ่น Plasma ที่จับได้กระชับมือรู้สึกมั่นคงในมือมาก

  • รูปร่างเคสดูสวย มีด้านหลังที่ค่อนข้างใสโชว์สีของตัวเครื่อง

ข้อสังเกต

  • หัวและท้ายเครื่องยังคงหนาเหมือนกับรุ่น Plasma ทำให้ใช้งานกับเครื่องชาร์จไร้สายแบบแนวตั้งไม่ได้บางยี่ห้อ

  • วัสดุเคสเป็นรอยได้ง่ายมาก โดยเฉพาะรอยขนแมวจะเห็นได้ชัดเพราะด้านหลังเครื่องออกแบบให้มีการสะท้อนแสง

  • ผิวด้านนอกข้างหลังเคสออกแบบให้จุดเล็กๆ เต็มพื้นที่น่าจะทำขึ้นเพื่อลดรอยนิ้วมือ แต่กลับทำให้เป็นลายคลื่น ทำให้ตัวเคสไม่ใสเหมือนรุ่นก่อนหน้า และจับฝุ่นได้ดีเลย

แกะกล่อง Casio G-STEEL นาฬิกา G-SHOCK สายเหล็ก

จริงๆ ว่าจะเขียนลงบล็อกตั้งแต่วันที่ได้มาแล้วละ แต่ก็ลืมไปเลยเอามาเล่าย้อนหลังให้อ่านกัน ไปได้นาฬิกา G-SHOCK ตัวนี้มาเพราะโปรลดราคา 50% ที่จัดที่ร้านมีจงมี ที่ The Mall Korat เพราะถ้าไม่เห็นคำว่า 50% นี้ก็คงไม่ไปดูและซื้อมาหรอก แต่รุ่นนี้ที่ร้านจะอยู่ในโซนลดราคาที่ 40% ก็ยังลดเยอะอยู่ดีนะ รุ่นนี้เป็นรุ่น G-STEEL รุ่นสายโลหะของ G-SHOCK ไม่รู้ว่าเป็นรุ่นที่เท่าไหร่แต่ที่มีสายโลหะแบบนี้เห็นแค่รุ่นนี้รุ่นเดียว รุ่นเพื่อนๆ ของมันจะมีสายผ้า สายเรซิ่น แต่หน้าปัดเป็นโลหะแบบนี้ก็มี รุ่นนี้เป็นสายโลหะ ชื่อรุ่น GST-S110D-1ADR ราคาเต็มอยู่ที่ 13,500.- บาท แต่ก็อย่างที่บอกไปมันลดราคา 40% ได้มาที่ 8,100.- บาท ถือว่าไม่เลวเลยราคานี้ โปรดลดราคามีถึงสิ้นเดือน มิถุนายน 61 นี้ แต่ถ้าพลาดโปรนี้ไปก็รอหน่อยเพราะ ร้านมีจงมี มีโปรลดราคาค่อนข้างบ่อย แต่ลด 40-50% นี้ไม่บ่อยนะ

 

นาฬิกามาในกล่องเหล็กหกเหลี่ยมเหมือนเดิม เพียงแต่กล่องจะเป็นสีเทา ในกล่องมีเล่มคู่มือ แผ่นพับเล็กๆเรื่องการใช้งาน ใบรับประกัน และสายนาฬิกาส่วนที่เอาออกตอนวัดขนาดข้อมือ ความรู้สึกที่จับครั้งแรกคือ มันหนักเหมือนกันนะ ด้วยความที่ใส่แต่พวกสายเรซิ่นมาตลอดมันรู้สึกแปลกที่มีอะไรหนักๆ ที่ข้อมือ หน้าปัดเป็นแบบเข็มปรับได้อิสระ มีหน้าจอดิจิตอลแสดงสถานะที่เปลี่ยนไปแสดงนาฬิกาดิจิตอล หรือแสดงวันที่ได้ มีไฟ LED ด้านล่าง และยังใช้ระบบพลังงานแสดงอาทิตย์อีกด้วย พอลองใส่แล้วขนาดมันใหญ่พอๆ กับตัวยักษ์ดำตัวเก่า แต่น้ำหนักจะมากกว่าเยอะหน่อย ใส่แล้วมันให้ความรู้สึกที่ดีจริงๆ นะ

 

Blog: วันที่ 24 มิถุนายน 2561 เล่าเรื่องซื้อน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบ [Paul Smith ROSE, Pure DKNY A Drop of Rose]

สวัสดีบล็อก หายไปนานไม่ได้เขียนอะไรลงบล็อกอีกแล้ว ที่หายไปช่วงนี้ก็ไปวุ่นวายกับเรื่องน้ำหอม มันเป็นช่วงฟุ้งซ่านของปีที่จะต้องหาเรื่องซื้อของรึว่าหาของสักอย่างนึง มันเริ่มมาจากที่ไปซื้อน้ำหอมขนาดทดลองมาสองสามกลิ่นนี่แหละดมไปดมมามันทำให้ความคิดของสี่ห้าปีที่แล้วกลับเข้ามาในหัว ความคิดนั้นคือการหาน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบดีๆ สักขวด เพราะบล็อกชอบกลิ่นของดอกกุหลาบสดมันหอมสดชื่นดี ได้กลิ่นแล้วทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย แต่ช่วงนั้นหาไม่ได้เลยล้มเลิกไป จนไปเจอมา 2 กลิ่นนี่แหละที่พอเข้าเค้าหน่อย เรื่องน้ำหอมนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีความรู้เท่าไหร่แต่ก็อยากจะเล่าประสบการณ์การหาน้ำหอมให้อ่านกันเล่นๆ นะ

 

ว่าด้วยเรื่องน้ำหอมมันเป็นเรื่องที่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่าซับซ้อนก็ได้ มันแตกต่างกันไปในแต่ละคน บล็อกเองก็ไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอมแต่อย่างใด เป็นแค่เพียงคนชอบน้ำหอมเท่านั้น ดมมาหลายกลิ่น หลายยี่ห้อก็ไม่สามารถแยกกลิ่นที่อยู่ในน้ำหอมได้เลย เพียงแต่วันนี้มาตามหาน้ำหอมกลิ่นกุหลาบในอุดมคติ กลิ่นนั้นคือกลิ่นกุหลาบสดที่มีความหอมแบบอมเปรี้ยวเหมือนเวลาที่ดมดอกกุหลาบแล้วจะได้กลิ่นแบบนั้น ซึ่งได้หามาลองหลายยี่ห้อแล้วก็ยังไม่เจอกลิ่นที่คิดไว้ เวลาผ่านไปก็ลืมๆ เรื่องน้ำหอมไปบ้าง จนปล่อยผ่านไปตามกาลเวลา จนเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีโอกาสหาซื้อน้ำหอมเลยได้ลองหาน้ำหอมกลิ่นดูอีกครั้ง ได้ค้นๆ ดูในเน็ตจนได้มา 2 กลิ่น 2 ยี่ห้อ เป็นรุ่นที่เค้าบอกมาว่าหอมเหมือนกุหลาบจริงด้วยนะ เค้าว่างั้น

กลิ่นแรกได้มาเป็นของกลิ่น ROSE ฉีดมาครั้งแรกได้กลิ่นหอมหวานๆ ถ้าไม่บอกว่าเป็นกลิ่นกุหลาบจากชื่อของกลิ่นนั้นก็อาจจะไม่คิดว่าเป็นกลิ่นกุหลาบก็ได้ มันเป็นเป็นกลิ่นหอมนุ่ม ละมุน เมื่อดมแล้วคิดถึงกลิ่นไปมันก็เป็นกลิ่นกุหลาบนั่นแหละเป็นกลิ่นกุหลาบแบบนุ่มๆ พร้อมกับกลิ่นที่คิดว่าเป็นกลิ่นชาเขียว เป็นสิ่งที่ได้กลิ่นมาคู่กัน เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกดีผ่อนคลายถ้าฉีดไม่เยอะเกินไป กลิ่นออกไปทางสดชื่น ไม่ฉุนไม่หืนแต่อย่างใด แต่กลิ่นรู้สึกว่าไม่ค่อยกระจายตัวเท่าไหร่ คนอื่นจะได้กลิ่นเมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ กลิ่นอยู่ได้ประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง รู้สึกได้ว่าฉีดตอนประมาณ 7 โมงเช้าก่อนไปทำงาน กลิ่นจะเริ่มจางลงจนไม่ค่อยได้กลิ่นอะไรในช่วงประมาณเที่ยง ยิ่งถ้าเหงือออกเยอะตัวร้อนบ่อยกลิ่นก็จางเร็ว สรุปกลิ่นนี้ก็ยังคงเป็นกลิ่นกุหลาบที่ยังไม่ตรงความต้องการอยู่ดี อาจจะเรียกว่าเป็นน้ำหอมกลิ่นหอมหวานด้วยซ้ำไม่เชิงเป็นกลิ่นกุหลาบจริงสักเท่าไหร่

กลิ่นที่สองเป็นของ Pure DKNY A Drop of Rose กลิ่นนี้ได้มาแบบเป็นน้ำหอมขนาดทดลองหลอดสเปรย์เล็กๆ เพราะหาขวดใหญ่ไม่ได้ ได้ลองกลิ่นครั้งแรกแล้วเหมือนจะใช่เลยนะเนี่ย หอมกุหลาบมาก ไม่หอมหวานละมุนเหมือนของ Paul Smith นะ หอมสดชื่นแบบกุหลาบสดแนวนี้ กลิ่นอมหวานอมเปรี้ยวรู้สึกสดชื่นบอกไม่ถูก กลิ่นให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนที่มีดอกกุหลาบกำลังบานอยู่แล้วลมพัดกลิ่นกุหลาบมาแบบนั้น กลิ่นหอมเบาๆ ไม่ฉุน กลิ่นกระจายตัวดีมาก ฉีด 2 ครั้ง กลิ่นก็ตีขึ้นมาให้ได้กลิ่นตลอดเวลา รู้สึกว่ากลิ่นจะไม่เปลี่ยนเลยด้วยนะเป็นกลิ่นกุหลาบแบบครั้งแรกที่ฉีดยาวเลย กลิ่นอยู่ได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมงเหมือนกับตัวแรกเพียงแต่ชั่วโมงหลังกลิ่นไม่ค่อยกระจายแล้วแต่ลองดมตรงที่ฉีดยังได้กลิ่นอยู่

ด้วยกลิ่นที่สองนี้เป็นกลิ่นที่ค่อนข้างถูกใจจึงหาซื้อดูในเน็ต อยากบอกว่าเป็นน้ำหอมรุ่นเก่าที่หายากและค่อนข้างทำให้หงุดหงิดในการหาซื้อพอสมควร เพราะหาร้านขายได้ มีโพสขาย มีสต๊อกเมื่อดูที่หน้าเว็บ แต่พอส่งข้อความถามไปแล้วทุกร้านจะบอกว่าไม่มีขาย – หมดแล้วทุกร้านเลยจริงๆ ร้านพวกนี้เค้าไม่ได้อัพเดทสต๊อกสินค้ากันบ้างรึไง ถ้ามีคนกดสั่งซื้อไปโอนเงินไปแล้ว ร้านพวกนี้คงจะบอกให้เลือกตัวอื่นแทนละมั้ง สรุปแล้วก็ยังหาแบบขวดใหญ่ไม่ได้ แต่มีโพสขายใน ราคาค่อนข้างสูงและมีค่าจัดส่งจากต่างประเทศ คงต้องเก็บเงินก่อนแล้วค่อยซื้อ ระหว่างนี้ก็เหมาสเปรย์ขนาดทดลองที่หาได้มาใช้ก่อนแล้วกัน

Blog: วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 แท่นวางมือถือตั้งโต๊ะ muqu

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องแท่นวางมือถือ แบบที่วางบนโต๊ะ ไม่รู้ช่วงนี้ไปเห็นอะไรมาถึงได้คิดแต่ว่าอยากได้แท่นวางมือถือดีๆ สักอันวางบนโต๊ะทำงานจังเลย… ความคิดนี้มันติดอยู่ในหัวมาหลายอาทิตย์แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้จะหาซื้อเพราะคิดว่ามันยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นเท่าไหร่ จนความอยากมันบังตา บังความคิด กด Google ค้นหาแล้วก็ได้มาจนได้ ถึงทำให้ได้รู้ว่าไอ้แท่นวางมือถือเนี่ยมันมีหลากหลายแบบมากๆ ทำไมของแบบนี้ถึงมีหลากหลายนักแต่ก็ดีมีให้เลือกเยอะ

 

และวันนี้แท่นวางที่เลือกไว้ก็มาถึง เลือกแท่นวางยี่ห้อ muqu อ่านว่า มูคู มั้ง เห็นว่าดูแปลกและน่าจะทนทานดี เพราะทำจากอลูมิเนียมทั้งอัน เข้าไปดูในเว็บก็มีให้เลือก 2 แบบ อีกแบบสำหรับวาง ipad ปรับระดับการเอียงได้ด้วยแต่คิดว่าคงไม่จำเป็นเลยเลือกแบบแท่นวางธรรมดามา เข้าเว็บของ muqu ครั้งแรกนั้นคิดว่าเป็นเว็บร้านค้าของจีนซะอีก มีสินค้าไม่เยอะ เว็บไซต์ออกแบบง่ายๆ เมนูมีให้เลือกนิดเดียว ก่อนกดสั่งก็ชั่งใจอยู่ว่าสั่งแล้วจะได้ชัวร์ไหมนี่ แถมมีให้จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตอีก แต่กดไปดูช่องทางติดต่อเลยเห็นว่าเป็นเว็บในไทยมีชองทางติดต่อชัดเจน เลยตัดสินใจกดสั่งซื้อไป 2 อัน รุ่น VIA อันละ 390 บาท ส่ง Kerry ฟรีด้วย เป็นช่วงลดราคา จากปกติราคา 650 บาท แล้วก็ลุ้นว่าของจะมาเมื่อไหร่

 

สรุปว่าวันเดียว Kerry ก็มาส่ง เรียกว่าเร็วมาก แกะออกดูแล้วก็เรียกว่าเป็นแทนวางที่ดูดีมีคุณภาพเลยละ ทำจากอลูมิเนียมทั้งอัน มีแผ่นซิลิโคนติดตรงที่วาง และพนักพิงกันรอยให้ด้วย ตัวแทนวางมีน้ำหนักอยู่ และมีแผ่นซิลิโคนกันลื่นที่ด้านล่างทำให้วางบนโต๊ะพร้อมกับทัชหน้าจอได้มั่นคงดีแท่นวางไม่เลื่อนไหล ถูกใจมากๆ แท่นวางอันนี้เลยจะเอาไว้ใช้ที่ทำงาน และอีกอันจะเอาไปใช้ที่บ้าน

 

ได้ของดีมาเลยอยากจะมาเล่าแนะนำคนที่กำลังหาแท่นวางดีๆ เหมือนกัน

หวังว่าจะช่วยได้นะครับ (ᵔᴥᵔ)

 

เคสมือถือเคฟล่า PITAKA MAGCASE

PITAKA MAGCASE For Galaxy Note 8 ราคา 1,590 บาท

พูดถึงเคสมือถือที่ทำจากเคฟล่า หรือลายเคฟล่าแล้วคงมีไม่กี่เจ้าในตลาดที่ทำลายนี้ออกมา แล้วถ้าเป็นเคสเคฟล่าทั้งชิั้น และเป็นเคฟล่าแท้ด้วยละ? ก็นึกถึงได้แคค่ยี่ห้อเดียวที่ทำมาคือ PITAKA ที่รู้จักเคสยี่ห้อนี้ก็คงเป็นเพราะได้ดูจากช่องในยูทูปที่แนะนำเคสบางๆ คุณภาพดี จนได้มาลองใช้ รุ่นที่ได้มาเป็นรุ่นของ Samsung Galaxy Note8 จริงๆ แล้วมันทำจากเคฟล่ารึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ทาง PITAKA เค้าบอกว่าทำจาก Aramid Fibers ที่ใช้ทำอุปกรณ์กันกระสุนต่างๆ นั่นเอง

 

แพ็คเกจของเคสนั้นดูดีมากในกล่องสวมรูปเคสด้านนอก ตัวกล่องเคสด้านในเป็นกล่องกระดาษแข็งที่มีแม่เหล็กเปิดปิดฝาทำให้ดูมีราคามากทีเดียว เปิดออกมาก็จะเจอเคสอยู่ด้านในมีโฟมบุกันกระแทกอย่างดีพร้อมการ์ดขอบคุณ ตัวเคสบางมากๆ ผิวสัมผัสเคสให้ความรู้สึกดี นุ่มลื่น สัมผัสได้ถึงลายของตัววัสดุ ตัวเคสเป็นแบบเคสแข็งขึ้นรูปลองบิดดูก็มีความยืดหยุ่นระะดับนึงไม่กล้าบิดมาก

 

เมื่อใส่กับตัว Note8 แล้วใส่ง่ายคลิกเดียวก็อยู่เลย ตัวเคสบางเหมือนไม่ได้ใส่เคสอย่างที่เขาว่าจริงๆ เหมือนติดสกินลายเคฟล่าก็ว่าได้ พอถือในมือแล้วมันให้ความรู้สึกดีบอกไม่ถูก ขอบด้านข้างเครื่องที่ปิดมาแค่ครึ่งเดียวก็จับได้ถนัดมือไม่มีปัญหา ด้านบนด้านล่างตัดช่องมาสำหรับพอร์ดต่างๆ ได้อย่างดีติดแค่ด้านบน ตัดช่องไมโครโฟนมาไม่ตรงเท่าไหร่

 

หลังจากกได้ใส่เคสใช้มา 1 อาทิตย์เต็มก็สรุปได้ว่าค่อนข้างถูกใจเคสอันนี้มาก

  • มันบางมากไม่ทำให้เครื่องรู้สึกหนาขึ้นเลย ไม่ทำให้ตัวเครื่องดูขี้เหร่ด้วย
  • จับได้ถนัดมือแม้ผิวสัมผัสเคสนุ่มลื่นก็ตาม (ในสภาพอากาศปกติ)
  • เคสแนบกระชับกับตัวเครื่องดีไม่ค่อยมี่ช่องให้ฝุ่นลอดเข้าไปในเคส หลังจากแกะดูเมื่อใช้งานมา 1 อาทิตย์ จะมีฝุ่นรอบๆ ช่องที่เจาะไว้เท่านั้นไม่มีหลุดไปถึงตัวเครื่อง ข้อนี้สำคัญมากเพาะถ้าฝุ่นเข้าไปแล้วเคสไม่แน่นพอมันจะเสียดสีกับตัวเครื่องจนเกิดรอยได้

ข้อสังเกต

  • ช่องไมโครโฟนด้านบนตัดช่องไม่ตรงไมโครโฟนเท่าไหร่ น่าแปลกมากทั้งๆ ที่ช่องอื่นๆ มีความแม่นยำมาก
  • ตัวเคสบางครั้งลื่นมากเมื่อเจออากกาศแห้งๆ
  • ตัวเคสเป็นรอยเมื่อโดนของแข็งหรือมุมแข็งๆ ขูดได้ง่าย แต่ก็จางหายไปได้ง่ายเหมือนกัน
  • เคสไม่น่าจะกันการตกกระแทกอะไรได้เท่าไหร่ แต่กันรอยรอบๆ ตัวเครื่องได้พอสมควร

ใครที่กำลังมองหาเคสสวย บางๆ และชอบลายเคฟล่า แนะนำ PITAKA Magcase ตัวนี้เลย

#PITAKA #NOTE8 #เคสมือถือ #Samsung #เคสเคฟล่า

ลองชิม CafeAmazon เมล็ดกาแฟคั่วเคลือบช็อกโกแลต [Cafe Amazon Chocolate Covered espresso beans]

CafeAmazon เมล็ดกาแฟคั่วเคลือบช็อคโกแลต [Cafe Amazon Chocolate Covered espresso beans] น้ำหนัก 30 กรัม ราคา 35 บาท

ไปเจอขนมแปลกๆ ในร้านอเมซอนมา ขนมอันนี้ไม่เคยเห็นในร้านอเมซอนมาก่อนเลย เจอที่สาขาโลตัสโคราช ตอนแรกเห็นก็ไม่ได้คิดอะไรคิดว่าช็อกโกแลตกลมธรรมดา แต่พออ่านดูก็คิดว่าแปลกดี เมล็ดกาแฟคั่วเคลือบช็อกโกแลต มันจะเป็นไงนะคงจะขมๆ หวานๆ ละมั้ง เลยเอามาลองชิมดู

ตัวขนมจะเป็นช็อกโกแลตกลมๆ ขนาดไม่เท่ากัน อยู่ในห่อพลาสติกอีกที กัดลงไปผ่านผิวเคลือบที่กรอบมากๆ ได้กลิ่นไหม้ของเมล็ดกาแฟพุ่งออกมา พร้อมกับรสขมของเมล็ดกาแฟคั่วตามด้วยรสหวานมันของช็อกโกแลต ความรู้สึกแรกที่คิิดคือมันแปลก แต่กลับอยากกินอีกเม็ด จนกระทั่งรู้สึกอีกทีว่ามันกินต่อไปเรื่อยๆ และรู้สึกอร่อย เล่าให้เข้าใจง่ายๆ ว่ามันเหมือนกินกาแฟสดในช็อกโกแลตแท่ง มันหวานๆ มันๆ ติดขมนิดๆ กลิ่นไหม้หน่อยๆ มันรู้สึกดี ไปลองเองแล้วกัน

ลองชิม มาม่า ออเรียนทัลคคิตเช่น รสกุ้งผัดซอสต้มยำ รสฮอต โคเรียน

มาม่ารสใหม่มีมา 2 รส ทั้งสองรสเป็นมาม่าแบบที่ต้องต้มเส้นในน้ำร้อนในรุ่น Oriental ที่ปรุงแบบแห้ง เห็นว่าตอนนี้กำลังมาแรงเป็นที่พูดถึงในหลายๆ ที่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรักบะหมี่ เค้าว่าอร่อย เหมือนบหมี่เกาหลีห่อแพงๆ เลย มันจะเหมือนจริงไหมต้องลองชิมดู

มาม่า ออเรียนทัลคคิตเช่น รสกุ้งผัดซอสต้มยำ [MAMA Oriental Kitchen Shrimp Stir Fied Tomyum Sauce] น้ำหนัก 85 กรัม ราคา 15 บาท

ในห่อจะมีเส้นมาม่า กับซองเครื่องปรุง ที่ประกอบด้วย ซองผงเครื่องปรุง ซองน้ำมันปรุงรส และซองกุ้งแห้ง เมื่อต้มเส้นสุกใช้เวลาประมาณ 4 นาที ตักเส้นขึ้นใส่จานจะรู้สึกถึงความนุ่มเด้มของเส้น ใส่น้ำมันพริกเผา ตามด้วยผงเครื่องปรุงรสต้มยำ ได้กลิ่นหอมเครื่องต้นยำที่น่าจะเปรี้ยวแซ่บมาแต่ไกล แล้วใส่กุ้งแห้ง จริงๆ กุ้งแห้งเค้าให้ต้มไปกับเส้นแต่ไม่ได้ต้มเพราะมันมีแค่ 3 ตัวเล็กๆ กลัวต้มไปแล้วหาไม่เจอ แล้วคลุกให้เข้ากัน ลองชิมดูก็ได้รสต้มยำที่เปรี้ยวจี๊๊ดจ๊าดดีใช้ได้ แต่ยังคงรู้สึกว่ามันไม่ได้แซ่บกว่าปกติเท่าไหร่ รู้สึกถึงรสเผ็ดและรสเปรี้ยวที่ให้ความรู้สึกสดชื่นกับเส้นนุ่มหนึบ พร้อมความรู้สึกแสบปากมากหลังทานเสร็จ

มาม่า ออเรียลทัลคิตเช่น รสฮอต โคเรียน [MAMA Oriental Kitchen Hot Korean] น้ำหนัก 85 กรัม ราคา 15 บาท

ในห่อจะมีซองเครื่องปรุง 2 อย่างคือ ซองน้ำมันพริกห่อใหญ่ และห่อผักอบแห้ง หลังจากต้มเส้นแล้วเส้นยังคงเหมือนกับแบบรสกุ้ง คือเป็นเส้นใหญ่เหนียวนุ่ม แต่ดูดน้ำมากจนเส้นแห้งเหนียวติดกัน กลิ่นหอมของซอสไม่รู้สึกว่าหอมเท่าไหร่ กลิ่นซอสที่ให้มากลิ่นเหมือนน้ำพริกเผามากกว่าซอสเกาหลี ชิมรสดูได้รสเผ็ดกลมกล่อมและความเผ็ดซ่า รสชาติคล้ายบะหมี่เกาหลีจริงแต่ยังไม่เหมือนสักทีเดียว รสที่ได้โดยรวมแล้วรู้สึกถึงแค่รสเผ็ดซ่าแบบเกาหลี ไม่ได้รสของเครื่องปรุงอะไร เพราะให้มาแค่น้ำมันพริกปรุงรสเท่านั้น แต่สำหรับราคาเท่านี้ก็พอใช้ได้ ให้เราสัมผัสรสเผ็ดแสบปากแบบบะหมี่เกาหลีห่อละ 40 กว่าบาท ในราคาแค่สิบกว่าบาท

ส่วนตัวแล้วไม่ได้รู้สึกว่าอร่อยกว่าเอามาม่าปกติมาทำเป็นแบบแห้งสักเท่าไหร่สำหรับรสต้มยำกุ้งนะ รสซอสเกาหลีก็เผ็ดแบบจริงจังจนไม่รู้สึกรสชาติอื่นๆ แถมยังรู้สึกว่ามันทำยากกว่าแบบเดิมที่แค่ใส่น้ำร้อนด้วย และไม่ชอบเส้นบะหมี่เลย สังเกตว่าเส้นพอตักขึ้นจากน้ำแล้วจะเริ่มเหนียวเกาะตัวกัน ทำให้เวลาคลุกเครื่องปรุงจะคลุกได้ยากหน่อยเพราะเส้นเกาะกันเหนียว ยิ่งตอนคลุกเสร็จจะทานเส้นก็ติดกันไปแล้ว ถ้าจะทำจริงๆ คงต้องมีน้ำเอาไว้นิดหน่อยให้คลุกได้ง่ายๆ ความเผ็ดของทั้งสองรสส่วนตัวคคิดว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติของบะหมี่รสเผ็ดในสมัยนี้เลย

#บะหมี่เกาหลี #มาม่า #มาม่าเกาหลี

ลองชิม ขนมปังใหม่ที่เซเว่น ขนมปังหน้าข้าวโพด [7Fresh Corn Mayonnaise Bread]

ขนมปังหน้าข้าวโพด [7Fresh Corn Mayonnaise Bread] น้ำหนัก 87 กรัม ราคา 20 บาท

เป็นขนมปังรสชาติง่ายๆ ที่ไม่คิดว่าจะทำออกมาขาย  แต่มันเป็นขนมปังง่ายๆ ที่อร่อยและสะดวกดีเลยนะ ตัวขนมมีน้ำหนักพอสมควร ขนมปังนิ่มทำเป็นรูปรางขนมปังมีขอบยกขึ้นสองข้าง ข้างในรองพื้นด้วยมายองเนสและข้าวโพด ข้าวโพดเป็นข้าวโพดสุกที่ให้สัมผัสกรุปกรอบแห้งๆไม่เปียกน้ำไหลเยิ้มเหมือนข้าวโพดต้ม กินพร้อมกับขนมปังแล้วมันอร่อยดี ขนมปังนุ่มรสชาติหวานมันของมายองเนสและมีข้าวโพดให้เคี้ยวต่อเพลินมากเรียกว่าเป็นขนมปังแบบธรรมดาที่อร่อยสมตัวเลยทีเดียว

#เซเว่น #ขนมปังเซเว่น #ของใหม่เซเว่น

ลองชิม คิทแคทชาเขียวถั่วแดง [KitKat GreenTea with Redbean Flavour]

คิทแคท ชาเขียวถั่วแดง [KitKat GreenTea with Redbean Flavour] น้ำหนัก 35 กรัมราคา 35 บาท

คิดแคทรสนี้ตอนแรกคิดว่าทำออกมาเป็นแบบสอดไส้ถั่วแดงจริงๆ ซะอีก พอซื้อมาถึงได้รู้ว่าเป็นแค่กลิ่นถั่วแดง แต่ถ้าไม่อ่านฉลากก็ไม่รู้หรอกนะ เพราะแกะห่อมาปุ๊บก็ได้กลิ่นถั่วแดงหอมสดชื่นพุ่งออกมาแต่ไกล กลิ่นชาเขียวไม่หอมมากเท่าไหร่แต่มีกลิ่นพอให้รู้ว่าเป็นชาเขียว ตัวช็อกโกแลตเป็นสีเขียวสอดไส้เวเฟอร์เหมือนคิดแคททั่วไปรสชาตินั้นเป็นรสช็อกโกแลตนมที่หวานกำลังดีแรกๆ ได้กลิ่นถั่วแดงกินไปด้วยให้อารมณ์แปลกใหม่เหมือนกินโดรายากิไส้ถั่วแดง แต่พอกินไปสักพักก็ไม่รู้สึกอะไรแล้วรู้แต่ว่าช็อกโกแลตมันหวานอร่อยอย่างเดียวเลย ถึงเป็นแค่คิทแคทแต่เป็นของมาใหม่ยังไงก็ต้องลองชิม

ลองชิม ไส้กรอกยำแซ่บ [7Fresh Spicy Sausage Salad]

ไส้กรอกยำแซ่บ (พร้อมโบโลน่าพริกและเห็ด) [7Fresh Spicy Sausage Salad (with BolognaChilli and Mushroom)] น้ำหนัก 81 กรัม ราคา 29 บาท

ของกินเล่นมาใหม่จากเซเว่น ไส้กรอกยำแซ่บดูรูปบนห่อแล้วมันน่ากินดีเลยเอามาลองชิม หลังห่อจะมีซองน้ำยำแปะมาข้างหลังเพราะต้องเอาซองน้ำยำออกก่อนอุ่นไส้กรอกข้างใน จริงๆ ไส้กรอกข้างในก็พร้อมกินแล้วละนะแต่ก็เอาไปอุ่นตามวิธีทานข้างหลังซอง

หลังจากอุ่นแล้วก็เทใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วเทน้ำยำลงไปกลิ่นน้ำยำเหมือนจะแซ่บมาก กลิ่นเปรี้ยว กลิ่นพริก หอมมาตั้งแต่ตัดห่อน้ำยำ ลองชิมรสชาติน้ำยำแล้วก็ค่อนข้างอร่อย แต่ยังไม่น่าจะเรียกว่าแซ่บนะ เป็นรสแบบรสเปรี้ยวนำ รสหวาน ตามด้วยเผ็ด เผ็ดนิดหน่อยไม่เผ็ดมากเป็นน้ำยำรสแบบกลางๆ ไม่เผ็ดจี๊ดจ๊าดแบบยำที่ขายตามตลาด แต่ก็เป็นน้ำยำที่อร่อยกินรวมๆ กับไส้กรอก แฮม และเห็ดหูหนูขาวมั้งแล้วมันก็อร่อยนั่นแหละ เสียดายปริมาณที่ได้มันมีน้อยไปหน่อย ถ้าเพิ่มปริมาณเห็ดหูหนูขาว เพิ่มแฮมนิดหน่อยให้ดูเยอะกว่านี้จะโอเคมาก จริงๆ แล้วจะทำออกมาขายสัก 50 บาทก็ได้ เพียงแค่ขอให้ได้ปริมาณเหมาะสม

#ยำไส้กรอกเซเว่น #ของใหม่เซเว่น #ลองชิมเซเว่น

ลองชิม อีซี่โก ทาโกะยากิ [EZYGO Takoyaki]

อีซี่โก ทาโกะยากิ [EZYGO Takoyaki] น้ำหนัก 98 กรัม ราคา 42 บาท

ทาโกะยากิ จากเซเว่นมาในแพ็คเกจพลาสติกสีดำ เปิดดูด้านในจะมีแบ่งเป็นส่วนของตัวทาโกะยากิ และซอสกับสาหร่าายโรยหน้า ตัวทาโกะดูเป็นก้อนแป้งแห้งกลมๆ แต่ไม่ได้จับดูหรอกนะแค่มองดู เอาซองซอสกับสาหร่ายออกจากแพ็คเกจก่อนเอาเข้าอุ่นในไมโครเวฟ ตามฉลากบอกว่าอุ่นประมาณ 1 – 2 นาที โดยประมาณตอนกำลังอุ่นอยู่ได้กลิ่นหอมทาโกะยากิเหมือนในร้านโชยออกมาน่ากินสุดๆ

เวฟออกมาแล้วตัวทาโกะแบนลงกลายเป็นก้อนแป้งหยุ่นๆ แต่ก็ยังดูน่ากินอยู่ ราดซอสกับสาหร่ายลงไปทำให้ดูน่ากินใช้ได้ สังเกตว่าซอสออกจะเหลวไปหน่อยนึงราดแล้วไม่ติดตัวทาโกะเท่าไหร่ ซอสนั้นมีรสหวานเค็ม มีรสเปรี้ยวเล็กๆ เหมือนซอสทาโกะปกติ พอเอาส้อมจิ้มลงไปแล้วลูกทาโกะก็ยุบเเละไปหมดเลย ทำไมเป็นงั้นไม่รู้อุ่นนานไปมั้ง รสชาติที่ได้จะเป็นรสแป้งจืดๆ แป้งข้างในเละๆ แต่ได้หนวดปลาหมึกมากู้ชีพด้วยกลิ่นหอมปลาหมึกและรสสัมผัสที่หนึบๆ ทำให้มีอะไรเคี้ยวได้บ้าง สรุปแล้วก็อร่อยนะ ตอนแรกเปิดพลาสติกมาก็เหมือนจะดี พออุ่นมาแล้วทำไมเนื้อแป้งเป็นงั้นไม่รู้ เรียกว่าอร่อยได้เพราะหนวดปลาหมึกกับซอสก็ว่าได้

มีข้อติดอย่างเดียวที่ตัวแป้งมันหยุ่นๆ เละๆ ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเหมือนในร้านอาหาร วิธีอุ่นก็ไม่รู้ทำถูกไหมต้องเปิดพลาสติกออกทั้งหมดก่อนอุ่นรึเปล่าก็ไม่รู้ ฉลากก็บอกแค่ว่า “ดึงฟิล์มด้านที่มีซองซอสและสาหร่ายผงออก” เท่านั้นก็งงๆ ออกมาฉ่ำน้ำไปซะนี่รู้สึกผิดหวังหนิดหน่อย ถ้าถามว่ามันกินแก้ขัดความอยากกินทาโกะแบบในร้านอาหารได้ไหม ส่วนตัวคิดว่าแทนไม่ได้ เผลอๆ กินแล้วจะอารมณ์เสียไปซะอีก

#ทาโกะยากิเซเว่น #ของใหม่เซเว่น #อาหารแช่แข็ง #เซเว่น

ลองชิม อีซี่โก ปลาซาบะนอร์เวย์ย่าง พร้อมซอสเทอริยากิ

อีซี่โก ปลาซาบะนอร์เวย์ย่าง พร้อมซอสเทอริยากิ [EZYGO Gold Selection Grilled Norwegian Mackerel with Teriyaki Sauce] น้ำหนัก 90 กรัม (ปลา 80 กรัม ซอส 10 กรัม) ราคา 59 บาท

ปลามาในห่อแพ็คสูญญากาศ พร้อมซอสเทอริยากิ ด้านหน้าเป็นรูปปลาซาบะย่างทำซะน่ากิน ด้านหลังซองจะมีรายละเอียกการอุ่นอยู่สำหรับคนที่เอามาอุ่นเองโดยซองแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนของเนื้อปลา และส่วนของซอส ตอนอุ่นอุ่นแค่ส่วนของเนื้อปลาส่วนซอสตัดออก

เอาซองส่วนของเนื้อปลาเข้าไมโครเวฟ 800 วัตต์ 1 นาทีครึ่งก็พร้อมทาน ตอนเวฟนี่กลิ่นปลาหอมฟุ้งไปทั่วเลย เอาเนื้อปลาออกจากซองใส่จานก็จะเห็นเนื้อปลาครึ่งซีกที่ย่างพร้อมทาน เทซอสเทอริยากิที่ให้มาลงบนเนื้อปลา ทำให้ดูน่ากินขึ้นไปอีก ระหว่างเทซอสก็จะได้กลิ่นปลาที่หอมมาก ลองชิมดูเนื้อปลาเป็นชิ้นดีไม่เละ เนื้อนิ่ม รสหวาน-เค็มของซอสเข้ากับเนื้อปลาดีอร่อยมาก เนื้อปลาตอนกินไม่คาวนะ ไม่มีก้างด้วย แต่ตอนเวฟจะได้กลิ่นคาวหน่อยๆ เป็นปลาย่างที่อร่อยเลย

สรุปแล้วเป็นเนื้อปลาซาบะย่างครึ่งซีกแบบเกือบพร้อมทานที่อร่อยมาก แต่ตอนแรกคิดว่าจะได้ทั้งตัวซะอีก ดันมาแค่ซีกเดียวก็เลยทำให้มันดูราคาแพงไปหน่อย แต่ก็คิดว่าเอาไว้กินแก้ขัดเวลาอยากกินปลาย่างได้ดีทีเดียว แต่ระวังตอนหยิบซองหลังอุ่นนะ ซองร้อนมากๆ ได้ยินเสียงเดือดปุดปุดออกมาจากซองเลย