ลองชิม กาแฟดริป Café Amazon [Amazon Signature Drip Fresh Coffee]

กาแฟดริป คาเฟ่ อเมซอน กาแฟแท้คั่บดระดับกลางถึงเข้ม [Café Amazon Drip Coffee (Medium to Dark)] บรรจุ 5 ซอง ซองละ 9 กรัม (45 กรัม) ราคา 120 บาท

วันนี้เอากาแฟมาลองชิมเป็นกาแฟดริปของร้าน คาเฟ่ อเมซอน หรือร้านอเมซอน ที่มีตามปั้ม ปตท. นั่นแหละ เป็นกาแฟสดที่ทำดื่มเองได้ทีบ้านหรือที่ที่อยากจะดื่ม เห็นในโฆษณาแล้วดูน่าลองทำดื่มจริงๆ คงจะดีน่าดดูถ้าได้ทำกาแฟสดดื่มเองง่ายๆ ที่บ้าน วันนี้ก็เลยจะเอามาลองชิมดูสักหน่อยตอนนี้ที่ร้านซื้อกาแฟ 1 กล่อง (5 ซอง) แถมแก้วอเมซอน 1 ใบด้วย มาเป็นชุดพร้อมทำดื่มได้ทันที

บอกไว้ก่อนเลยว่าบล็อกไม่มีความสามารถชิมแล้วรีีวิว หรือบรรยายรสชาติอันบรรเจิดของกาแฟได้นะ แค่ชอบดื่มกาแฟเท่านั้น

ในกล่องจะมีซองกาแฟย่อย 5 ซอง มีแผ่นพับบอกวิธีการดริป และเมนูกาแฟที่จะทำ ซองย่อยเล็กๆ พกง่าย แถมด้านหลังซองมีวิธีทำเหมือนข้างหลังกล่องสะดวกดีพกไปทำดื่มที่ไหนก็ได้ แกะห่อแล้วสิ่งแรกที่รู้สึกคือได้กลิ่นคั่่วกาแฟหอม หอมนุ่มละมุน ไม่เหม็นเปรี้ยวๆ เหมือนกาแฟคั่วบางยี่ห้อ กาแฟอยู่ในซองสีขาวที่มีหููเกี่ยวแบบกระดาษสำหรับเกี่ยวบนปากแก้ว

ฉีกซองแล้วเติมน้ำร้อนตามคู่มือ ค่อยๆ เทน้ำจนได้ปริมาณที่ระบุ จะได้กาแฟสดพร้อมดื่ม กลิ่นหอมกาแฟคละคลุ้งไปทั้งห้องเหมือนอยู่ร้านกาแฟเลย กาแฟที่ได้มีรส “กาแฟ” นั่นแหละ เป็นรสกาแฟแบบมีรสเข้มแล้วก็กลิ่นหอมๆ มันดีมากเลย เติมน้ำตาลไปซองนึงแล้วมันทำให้เป็นกาแฟที่อร่อยถูกใจได้ทันที แต่รสหวานไม่ได้ทำให้กาแฟเป็นรสกลมๆ อืมม…บอกไม่ถูก เหมือนกาแฟดริปอื่นๆ ที่เคยทำ แต่ยังคงได้รสกาแฟประมาณว่ารสขมแหลมๆ เป็นรสหลังจากดื่มแล้วอยู่ คงจะเป็นเพราะเป็นกาแฟแบบคั่วเข้มหน่อยแต่ชอบนะ ชอบกาแฟไหม้ๆ

สรุปแล้วเป็นการดื่มกาแฟสดง่ายๆ สามารถทำดื่มเองได้ที่บ้านสะดวกดี ถึงจะไม่ได้เอาไว้ทำดื่มทุกวันแต่มีไว้ติดบ้านทำดื่มช่วงเวลาพิเศษก็ดีไม่น้อย กาแฟที่ได้เป็นรสเข้มหน่อยส่วนตัวชอบเลย แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบก็คงเติมน้ำมากขึ้นหรือใส่นม ครีมเทียมอะไรก็แล้วแต่ มันก็จะเป็นกาแฟอร่อยๆ ที่ต้องการได้แล้ว

Advertisements

ลองชิม โคลอน รสชาไทย [Collon Thai Tea Taste]

โคลอน รสชาไทย [Collon Thai Tea Taste] น้ำหนัก 46 กรัม ราคา 16 บาท

โคลอนรสออกใหม่ที่ีขายในเซเว่นนานแล้วแต่เพิ่งได้มีโอกาสหยิบมาลองชิม คิดว่าน่าจะอร่อยเพราะเป็นโคลอน แกะห่อมาได้กลิ่นชานมหอมๆ ขนมในห่อจะเป็นโคลอนรูปร่างปกติ แต่จะเจอครีมสีส้มดูแปลกตา ลองชิมดูแล้วมันจะบอกว่าอร่อยก็ไม่เชิงมันเป็นรสชานมมันๆ หวานหน่อยๆ พอกินกับตัวแป้งโคลอนที่รสชาติหวานแล้วมันก็อร่อยดี แต่อร่อยสู้รสวนิลาไม่ได้… คงไม่ได้ซื้อมากินอีก ถือว่าเป็นขนมรสชาติแปลกใหม่อีกรสที่น่าจะลองชิมดู

Blog: วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เล่าเรื่องแป้งโยคี

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าเรื่องที่น่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็เป็นเรื่องได้ อาทิตย์ก่อนแป้งที่ใช้หมดเลยแวะไปดูกระปุกเล็กที่เซเว่น รู้สึกว่าเคยเห็นผ่านตาว่ามีขายอยู่ หยิบมาดูขวดแรกที่เห็นคิดว่าอันนี้แหละ แต่เหลือบไปเห็นอีกขวดนึงอยู่ข้างๆ กันไม่มีสติ๊กเกอร์สวยๆ ติด คิดว่าเป็นรุ่นเก่าแต่ก็สงสัยเลยหยิบมาดูปรากฎว่ายี่ห้อมันคล้ายกัน แต่มันไม่เหมือนกัน เอ๊ะแล้วยังไงละทีนี้ แป้งที่ว่านี้คือ แป้งโยคี ที่ว่ามันคล้ายกันเพราะรูปร่างขวดเหมือนกัน ขนาดเท่าๆ กัน ยี่ห้อใหญ่ๆ เขียนว่า “แป้งโยคี” เหมือนกัน ต่างกันที่บริษัทที่ผลิต ด้วยความสงสัยเลยหยิบมาทั้ง 2 แบบ กลับมาอ่านดูมันไม่เหมือนกับขวดที่ใช้ประจำนี่ อันนั้นจำได้ว่าซื้อที่โลตัสเป็นขวดใหญ่ มันคาใจเย็นวันนั้นเลยแวะไปดูที่โลตัส มันคนละยี่ห้อจริงๆ ด้วย ส่วนผสมก็ต่างกัน สรุปแล้วแป้งโยคีนี่มันมี 3 แบบเลยละ

อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงได้มีปัญหากับแค่ซื้อแป้งโยคีนี่ เพราะว่ามันใช้แล้วได้ผลดี เลยอยากจะซื้อแบบเดิม กลัวเปลี่ยนรุ่นใช้แล้วจะเกิดสิ่งผิดพลาดได้ ผลที่ว่านี้ก็คือ “ใช้ระงับกลิ่น” ตัวบล็อกเองใช้โรยรองเท้ามันช่วยให้รองเท้า และเท้าเวลาใส่รองเท้านานๆ ไม่มีกลิ่น และได้ผลดีเลยด้วย ยังใช้ทาเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อีก เลยพยายามหาแป้งรุ่นเดิมเพราะแป้งที่ชื่อใหม่ (บริษัทที่ผลิตคนละบริษัท) มันมีส่วนประกอบต่างกับรุ่นที่ใช้อยู่บ้าง เลยเกิดอาการสับสน วันนี้เลยจะเอาทั้ง 3 แบบที่เจอมาให้ดู เผื่อใครที่สงสัยเหมือนกัน

รูปด้านบนเป็นรูปของแป้งโยคีทั้ง 3 แบบ

  • แบบแรก ขวดใหญ่ เป็นแป้งโยคีที่บล็อกใช้ประจำตัวนี้แหละที่หาซื้อ
  • แบบที่สอง เป็นแบบที่มีสวนผสมใกล้เคียงกับที่ใช้อยู่ แต่ยังไม่ได้ลองใช้
  • แบบที่สาม เป็นแป้งยาเอาไว้ทำอะไรก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

จะเห็นว่าทั้งสามแบบจะใช้ชื่อว่า “แป้งโยคี” รูปแบบของฉลากก็คล้ายกันอีก โทนสีส้ม รูปแบบขวด สีของขวด ทำไมมันคล้ายกันแบบนี้ มันเกี่ยวข้องกันใช่ไหมทั้ง 3 แบบ งงไปหมด แต่ก็รู้แล้วว่าแป้งโยคีที่ขายในเซเว่นไม่ใช่แบบที่ตามหา หมดข้อสงสัยแล้ว!

แป้งโยคี  บริษัท โยคี (1997) จำกัด น้ำหนัก 100 กรัม ราคา 55 บาท ผลิตโดย บ.ศิริบัญชา จำกัด

แป้งโยคี ในรัศมีวงกลม น้ำหนัก 60 กรัม ราคา 25 บาท ผลิตโดย บ.เฮอร์นิเทคอินเตอร์ คอสเมติกส์

ยาผงโยคี บริษัท โยคี (1997) จำกัด น้ำหนัก 60 กรัม ราคา 25 บาท ผลิตโดย บ.ศิริบัญชา จำกัด

แกะกล่อง เคส Nillkin Samsung Galaxy Note 7 + Fan Edition

ตอนนี้ Samsung Galaxy Note 7 ได้กลับมาจำหน่ายใหม่ในชื่อ Samsung Galaxy Note Fan Edition และมีจำหน่ายในไทยแล้วเช่นกัน คิดว่าหลังจากขายในไทยแล้วจะหาอุปกรณ์เสริมได้ง่ายขึ้น แต่ก็เปล่าเลยยังคงหาอุปกรณ์พวกเคสได้ยากอยู่ดี เคสของ Samsung แท้ที่ใช้พวก NFC ก็นำมาใช้กับ Note FE ไม่ได้ เคสธรรมดาก็หายากซะเหลือเกิน แต่ก็ยังไม่หมดช่องทางเสียทีเดียวใน Lazada ยังมีร้าน Nillkin Shop ที่ยังเอาเคสของ Note 7 มาขายอยู่เลือกมา 2 แบบ แบบแรกเป็นแบบ TPU ใส อีกแบบเป็นแบบคือแบบพลาสติกแข็ง

Nillkin Nature TPU Case Samsung Galaxy Note 7 ราคา 199 บาท

ส่วนตัวไม่ชอบเคสแบบ TPU นี้สักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นแบบบางเฉียบอีกคิดว่ามันคงจะย้วยไป ย้วยมา เหมือนที่เคยซื้อของยี่ห้ออื่น แต่ก็อยากลองของ Nillkin ดูว่าจะแตกต่างจากเคส TPU อื่นๆ ไหม ตัวเคสอย่างที่บอกเป็น TPU ที่มีความยืดหยุ่น เลือกสีโปรงใสธรรมดามาลอง ตัวเคสมีจุกปิดช่องเสียบสายชาร์จ และช่องเสียบหูฟังมาให้ ด้านหลังจะมีลายจุดเล็กๆ อยู่เพื่อไม่ให้เคสดูดติดกับกระจกด้านหลังเครื่อง จับดูแล้วรู้สึกว่าจะเหมือนกับเคส TPU ของยี่ห้ออื่นที่ขายทั่วๆ ไป

ลองใส่เข้ากับเครื่องแล้วดูสวยดี ไม่ทำให้เครื่องหนาขึ้น เหมือนไม่ได้ใส่ แต่ก็พบว่ามันย้วยจริงๆ ทั้งด้านข้าง และด้านหลัง ด้านหลังนี่เคสไม่ได้แนบสนิทกับตัวเครื่องมันโป่งเป็นช่องอยู่ ด้านข้างก็โป่งออกมานิดๆ ไม่อยากจะคิดว่าเอาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วพวกฝุ่น หรือทรายหลุดเข้าไปได้นี่จะขูดกับตัวเครื่องแค่ไหน เคส TPU รุ่นนี้คงไม่ใช้ไม่อยากกังวลเรื่องฝุ่น

Nillkin Frosted Shield Samsung Galaxy Note 7 ราคา 279 บาท

เคสรุ่นนี้เคยใช้มากับเครื่อง Galaxy S8+ เครื่องก่อน เป็นเคสพลาสติกสีด้าน ผิวสัมผัสนุ่มมือแต่กระชับมือ เคสออกแบบมาให้กระชับพอดีกับตัวเครื่องมากๆ ใส่แล้วมั่นใจว่าจะไม่มีอาการขยับของตัวเครื่องทำให้เกิดรอยแน่นอน ตัวเคสคลุมทั้งตัวเครื่อง เว้นช่องไว้สำหรับปุ่มปรับประดับเสียง ปุ่มเปิดเครื่อง ลำโพง และช่องเชื่อมต่อต่างๆ เมื่อกดเคสเข้ากับเครื่องแล้วเคสจะคลุมพอดีเป๊ะกับตัวเครื่องเลย

หลังจากใส่แล้วก็จะได้เครื่องที่มีการป้องกันอย่างดี แต่คงไม่กันการตกกระแทกหรอก กันรอยได้อยู่ ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องดูหนามากขึ้น แต่ทำให้จับกระชับมือมากขึ้น เป็นเคสที่เอามาใช้บ่อยๆ แนะนำให้ลองใช้ดูราคาไม่แพงด้วย แต่อยากให้รุ่นนี้ทำเป็นแบบพลาสติกใสมาบ้างเพราะอยากเห็นสีของตัวเครื่องมากกว่า ใส่เคสแล้วมันคลุมมิดดูเป็นโทรศัพท์พลาสติกไปเลย

แกะกล่อง ของเล่นผู้ใหญ่ TENGA POCKET

TENGA POCKET ราคาชิ้นละ 259 บาท (แล้วแต่ร้านค้า)

พูดถึงของเล่นผู้ใหญ่ที่เป็นที่รู้จักเปิดเผยมาจากญี่ปุ่นก็น่าจะรู้จัก TENGA กัน บล็อกเองรู้จักกับ TENGA มานานแล้วเคยซื้อมาใช้มาลองหลายรุ่นแล้วก็ผ่านไป จนมาเห็นรุ่นนึงที่ยังไม่เคยซื้อมาเป็นรุ่น Pocket ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับรุ่น EGG เดิมเพียงแต่เปลี่ยนรูปร่างเป็นแบบแบนๆ ในซองพลาสติก วันนี้จะมาแกะดูข้างในห่อกัน

แพ็คเกจเป็นแบบห่อพกพาง่าย มี 3 สี แต่ละสีก็จะมีลายข้างในแตกต่างกัน ความหมายของสีก็น่าจะเหมือนกับรุ่นอื่นๆ ของ TENGA

  • สีขาว ลายคลื่นยาวๆ แบบสัมผัสนุ่มนวล
  • สีแดง ลายจุดวงกลม แบบสัมผัสกลางๆ
  • สีดำ ลายบล็อกสีเหลี่ยม แบบสัมผัสเข้มๆ ชัดเจน

แกะห่อสีดำออกมาแล้วจะเจอตัว POCKET ซิลิโคนรูปร่างแบนๆ อยู่ในพลาสติกใสอีกชั้น และซองเจนหล่อลื่น ตัวซิลิโคนขนาดไม่ใหญ่มีลักษณะแบนเปิดข้างในจะเห็นลายบล็อกสี่เหลี่ยมชัดเจนมาก เห็นแล้วก็น่าลองจริงๆ เนื้อซิลิโคนเหมือนรุ่น EGG แต่เหมือนจะหนากว่านิดหน่อย สีขาวเนื้อเหนียวยืดหยุ่นดี ลายด้านในก็ชัดเจน ลายบนซิลิโคนดูทนทาน

วิธีใช้ตามที่แนะนำบนซองก็คือใส่เจลลงในซิลิโคน แล้วก็ใช้งาน หลังจากใช้งานแล้วก็เอาซิลิโคนใส่ลงในซองใหญ่พับซองแล้วก็ทิ้งได้เลย ลองใช้งานสีดำไปแล้วรู้สึกว่าคิดถูกที่เลือกสีนี้มาลองก่อน ควบคุมความแน่น หลวมด้วยตัวเอง ลายบล็อกสี่เหลี่ยมนี่สุดๆ คิดว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆ คนที่ชอบอะไรเร่งเร้า อย่างว่าใครชอบนุ่มๆ เพลินๆ ก็ลองสีแดงหรือขาวดู สรุปรวมแล้วใช้งานง่าย สะดวก ให้สัมผัสดี ไม่หกเลอะเทอะ

ถ้าถามว่าหลังจากใช้แล้วสภาพมันยังดีอยู่จะล้างแล้วเก็บเอาไว้ใช้งานใหม่ได้อีกไหม จริงๆ แล้วก็ทำได้เพราะมันเป็นซิลิโคนถ้าดูแลเรื่องความสะอาด ทำให้แห้งดี และใช้งานเองอยู่แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จากประสบการณ์ที่เคยใช้งานรุ่น EGG แล้วก็เอากลับมาใช้งานได้อีกหลายครั้งมากจนมันขาดถึงได้ทิ้งไป ถ้าเราไม่รุนแรงกับมันมากนักก็คงใช้ได้นานอยู่นะ อันนี้แล้วแต่เลยจะใช้อย่างไรก็พิจารณาเอา แต่ตามคำแนะนำมาตรฐานทั่วไปแนะนำให้ใช้แค่ครั้งเดียวแล้วไปซื้อมาใหม่ซะอุดหนุนเค้าบ่อยๆ จะได้มีหลายๆ รุ่นให้เล่นกัน

ลองชิม ฟาร์มเฮ้าส์ แซนด์วิช โฮลวีต ไส้ไก่พริกไทยดำ

ฟาร์มเฮ้าส์ แซนด์วิช โฮลวีต ไส้ไก่พริกไทยดำ [Chicken & Black Pepper Whole Wheat Sandwich] น้ำหนัก 65 กรัม ราคา 13 บาท

ตัวแซนวิชเป็นขนมปังแผ่นคู่ หั่นเฉียง ไส้ไก่พริกไทยดำ เปิดดูไส้ด้านในมีไส้ไก่มีลักษณะเป็นชิ้นเนื้อและเต็มไปด้วยพริกไทยดำ เนื้อไก่นั้นเป็นไก่จริงๆ ไม่เหมือนไก่อบแห้ง ไส้ทาอยู่บางๆ บางเฉียบ ลองชิมดูจะได้กลิ่นพริกไทยดำหอม รสชาติจะเป็นรสเผ็ดพริิกไท เผ็ดนิดหน่อย มีรสหวานของซอสหรือไก่ไม่รู้ กินแล้วอร่อยอยู่ แต่เนื้อขนมปังแห้งแข็งไปหน่อย เนื้อไก่ก็แห้งเหมือนกัน

แกะกล่อง Staedtler® Noris® Digital ปากกา S Pen แบบดินสอไม้

Staedtler® Noris® Digital Stylus Pencil ราคา 1,290 บาท

แกะกล่องปากกา S Pen วันนี้จะมาแกะกล่อง S Pen ดินสอไม้ หรือ Staedtler® Noris® Digital เป็นอุปกรณ์เสริมพวก Samsung Note ทั้งหลาย S Pen รุ่นนี้หาซื้อมาตั้งแต่ตอนเปิดตัวพร้อมกับ Samsung Tab S3 แล้ว ไม่มาขายในไทยสักทีเลยได้ S Pen ของ Tab S3 มาใช้แทน แต่ในที่สุดก็เข้าไทย เข้ามาครั้งนี้มาเป็นของแถมสำหรับคนที่สั่งจองเครื่อง Samsung Note8 และได้โอกาศซื้อมาเก็บสะสมสักที ได้มาจากห้องซื้อขายใน Facebook ราคาที่ได้มา 850 บาท เรียกว่าถูกกว่าราคาจริงพอสมควรเลย

ปากกามาในกล่องกระดาษของ Staedtler ดูสวยงาม ด้านหลังกล่องมีบอกรุ่นของอุปกรณ์ที่รองรับไว้เบื้องต้น ภายในกล่องที่ได้มามีแค่ตัวปากกา ไม่มีหัวปากกาให้เปลี่ยนกับคีมเปลี่ยนแถมมาเหมือนกับชุดปากา S Pen จาก Samsung เอง

ตัวปากการูปดินสอไม้รูปร่างและสีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Staedtler มีปลอกปากกาแบบใส่มาให้ด้วย วัสดุเป็นวัสดุที่ออกไปทางพื้นผิวยาง-ซิลิโคน-พลาสติก อะไรประมาณนั้น ไม่รู้เรียกว่าอะไรนะวัสดุประเภทนี้ แต่ภายนอกเหมือนมีฟิล์มพลาสติกเคลือบอยู่ ตรงบริเวณหัวปากกาที่เป็นพื้นผิวเหมือนไม้ให้อารมณ์เหมือนกระดาษแข็ง ส่วนหัวสีดำเป็นพลาสติก และหัวปากกาก็เป็นแบบพลาสติก โดยรวมแล้วดูสวยงามเหมือนดินสอไม้จริงๆ สัมผัสที่จับปากกานั้นก็เหมือนจับดินสอไม้น้ำหนักกำลังดีแต่ไม่แน่ใจว่าใกล้เคียงกับดินสอไม้จริงหรือเปล่า

เทียบขนาดกับ S Pen รุ่นต่างๆ (เรียงจากด้านบน: Staedtler® Noris® Digital / S Pen (Tab S3) / S Pen (TabA 10.1 with S Pen) / S Pen (Note FE)) จะเห็นว่าความยาวของ Staedtler นั้นยาวกว่า S Pen ขอรุ่นอื่นๆ ได้ลองใช้งานเบื้องต้นคู่กับตัว S Pen Tab S3 แล้วรู้สึกว่าไม่ได้แตกต่างเท่าไหร่ สามารถวาดเส้นเล็กด้วยน้ำหนักเบาๆ และลงน้ำหนักเพื่อวาดเส้นใหญ่ได้ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ S Pen Tab S3 จะสามรถคุมน้ำหนักที่ลงได้ดีกว่าเพราะตัวปากกาใหญ่กว่าจับถนัดมือแต่สวยน้อยกว่านะ สรุปง่ายๆ ว่าเป็น S Pen ที่ใช้งานได้ผลเหมือนกับ S Pen จาก Samsung นั่นหละ แต่ก็เพราะด้วยรูปร่างดินสอไม้นี้ ทำให้มันเพิ่มความน่าใช้ และน่าสะสมขึ้นไปอีก ซึ่งเหตุผลหลักๆ ก็เพราะรูปร่างของมันถึงซื้อมายังไงละ

ลองชิม เลอแปง มาร์เบิ้ลเค้กรสราสเบอร์รี่ Raspberry Flavored Marble Cake

เลอแปง มาร์เบิ้ลเค้กรสราสเบอร์รี่ Raspberry Flavored Marble Cake น้ำหนัก 67 กรัม ราคา 13 บาท

เค้กเนยของเลอแปงหรือว่าจะเรียกอะไรก็ตาม ที่เป็นเค้กกลมๆ มีกระดาษรอง เนื้อเค้กนุ่มๆ ฉ่ำๆ รสหอมมันนั้นเป็นหนึ่งในขนมของเลอแปงที่ชอบที่สุด เพราะในความคิดของบล็อกเองรู้สึกว่ามันคุ้มค่าทั้งขนาด และความอร่อย และเมื่อเลอแปงทำเค้กเนยรสใหม่ออกมาก็ไม่พลาดที่จะเอามาลองชิมว่าจะอร่อยหรือเปล่า รสใหม่นี้เป็นรสราสเบอร์รี่ห่อสีชมพู

รสใหม่นี้ตัวเค้กยังคงเหมือนเดิมเป็นเค้กกลมๆ บนแผ่นกระดาษ ตัวเค้กเนยยังคงหอมและชุ่มฉ่ำเหมือนเดิม แต่จะสอดไส้แยมราสเบอร์รี่มา รสแยมอมเปรี้ยว กินกับเค้กแล้วแปลกๆ แต่ก็อร่อยดี ตัวแยมเกาะกันเป็นก้อนไม่ค่อยเกาะกับเนื้อเค้กเวลากินก็จะรู้สึกว่าแยมมันเหนียวเกาะกันไม่ค่อยไปกับเนื้อเค้กสักเท่าไหร่แต่ก็พอกินได้ ส่วนตัวแล้วชอบแบบเดิมมากกว่า แต่เป็นเรื่องดีนะที่ทำออกมาเพราะในอนาคตอาจจะมีโอกาสได้เห็นเค้กเนยหลากหลายรสให้ลองชิมก็ได้

ลองชิม ฟิชโช Black สไปซี่ซีฟู้ด และ ฟิชโช White ดับเบิ้ลชีสพิซซ่า

ฟิชโช FISHO Black รสสไปซี่ซีฟู้ด, ฟิชโช FISHO White รสดับเบิ้ลชีสพิซซ่า น้ำหนัก 25 กรัม ราคา 20 บาท

วันนี้มาลองชิมปลาเส้นรสใหม่ รู้สึกว่าบล็อกยังไม่เคยลองชิมลงบล็อกมาก่อนเลยมั้ง (รึเปล่าจไม่ได้) งั้นมาเริ่มด้วยปลาเส้น ฟิชโช 2 รสใหม่นี้แล้วกัน 2 รสนี้น่าจะออกมาด้วยกันเพราะหน้าซองเป็นรูปที่เอามาต่อกันได้ และยังมีสีตรงกันข้ามเป็นสีขาวและสีดำอีก สีดำเป็นรส สไปซี่ซีฟูด ที่มีปลาเส้นสีดำ ห่อสีขาวเป็นรส ดับเบิ้ลชีสพิซซ่า ปลาเส้นเป็นสีปกติ

FISHO Black รสสไปซี่ซีฟู้ด
เปิดห่อมาได้กลิ่นเครื่องเทศเป็นอย่างแรกเป็นกลิ่นแปลกใหม่ เหมือนกลิ่นพริกไทยดำ กับเส้นที่มีสีดำ รู้สึกว่าสีดำนี้มาจากผงถ่านที่ใส่เข้าไปดูจากส่วนประกอบหลังห่อ รสชาติเริ่มแรกนั้นเป็นรสเหมือนกลิ่นเครื่องเทศบอกไม่ถูกแล้วตามด้วยรสเผ็ด เมื่อเคี้ยวไปเรื่อยๆ จะได้รสเค็มแบบรสปลาเส้นปกติแต่ยังคงรสเผ็ดเล็กๆ เอาไว้เป็นรสที่ไม่จัดไม่เผ็ดมากเรียกว่าค่อนข้างอร่อยเลย เพราะความแปลกใหม่ด้วยเส้นสีดำ กลิ่นและรส ทำให้รสนี้รู้สึกว่าอร่อยกว่าอีีกรสนะ ส่วนตัวแล้วชอบรสนี้มากกว่ารสชีส

FISHO White รสดับเบิ้ลชีสพิซซ่า
รสนี้เปิดห่อปุ๊บก็ได้กลิ่นชีสหอมมัน หอมรุนแรงมาก เป็นกลิ่นชีสและกลิ่นพิซซ่า รสเริ่มแรกจะรู้สึกเหมือนเป็นรสชีสและซอสพิซซ่า เป็นรสมันๆ แต่เคี้ยวไปสักพักจะเป็นรสปลาเส้นเค็มๆ ธรรมดามีความมันของชีสนิดหน่อย สรุปรสนี้มีจุดเด่นที่กลิ่นที่หอมชีสมาก หอมแบบทำให้อยากกินอีกจริงๆ แต่รสนั้นไม่ได้แปลกใหม่เท่าไหร่

ลองชิม ไวไว รสหมูย่าง [Wai Wai Grilled Pork Flavour]

ไวไว รสหมูย่าง [Wai Wai Grilled Pork Flavour] น้ำหนัก 70 กรัม ราคา 25 บาท

ในถ้วยจะมีซองผงเครื่องปรุง และซองงาขาวคั่ว และส้อม 1 อัน ตัวเส้นบะหมี่เป็นแบบเส้นแบน สีเข้ม ลองชิมแบบดิบแล้วเส้นมีรสเค็มๆ อร่อยดี ในถ้วยมีผักแห้งใส่มาพร้อมแล้ว

ใส่เครื่องปรุงทั้งหมด เติมน้ำร้อน ปิดฝา 3 นาที คนเครื่องปรุงให้เข้ากันก็จะได้บะหมี่หน้าตาแบบนี้

น้ำซุปมีกลิ่นย่างอ่อนๆ น่าจะเป็นกลิ่นของหมูย่างตามชื่อรส รสชาติน้ำซุปออกหวาน – เค็ม พร้อมกับกลิ่นหมูย่าง น้ำซุปอร่อยดี เส้นแบนเคี้ยวแล้วได้รสสัมผัสที่แปลกไป ในถ้วยมีเนื้อหมูย่างชิ้นกลมเล็กๆ ด้วยเห็นตอนแรกนึกว่าเห็ดอบแห้ง กินรวมๆ แล้วเป็นบะหมี่รสที่ไม่จัดนัก หรือเรียกว่าเป็นรสชาติที่อยู่ในเกณฑ์ปกติไม่ได้อร่อย และไม่ได้แย่อะไร

สรุปแล้วเป็นบะหมี่รสแปลกใหม่ที่ลองชิมสักครั้งก็พอ แต่ถ้าไม่ได้ลองก็ไม่ได้พลาดอะไรไปนะ

ลองชิม ฟาร์มเฮ้าส์ พายไส้สัปปะรด, ไส้เผือก [Farmhouse Pineapple, Taro Filled Pie]

ฟาร์มเฮ้าส์ พายไส้สัปปะรด [Farmhouse Pineapple Filled Pie], ฟาร์มเฮ้าส์ พายไส้เผือก [Farmhouse Taro Filled Pie] น้ำหนัก 80 กรัม ราคา 14 บาท

เพิ่งเห็นว่าฟาร์มเฮ้าส์ก็ทำพายสอดไส้มาขายกับเขาเหมือนกัน ตอนแรกไม่คิดว่าจะซื้อมาลองชิมหรอก แต่เห็นแพ็คเกตดูสวยงามดีเลยหยิบมาลองชิมทั้ง 2 รส

ตัวพายของทั้งสองรสนั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีน้ำหนัก ตัวแป้งพายฟูนุ่มเป็นชั้นสวยงาม ไส้ด้านในก็สอดไส้เยอะพอสมควร รสสัปปะรด เป็นเหมือนแยมสัปปะรด รึว่าสัปปะรดในน้ำเชื่อมข้นๆ แบบนั้น ซอสฉ่ำดี มีเนื้อสัปปะรดให้เคี้ยวเยอะอยู่ รสชาตินั้นออกหวานอมเปรี้ยว กินคู่กับแป้งพายแล้วอร่อยดี ส่วนไส้เผือกนั้น ไส้ด้านในเป็นเหมือนเผือกกวน ที่มีชิ้นเนื้อเผือกมาด้วยนิดหน่อย ไส้เนื้อเนียน มีรสออกหวานมาก เป็นรสธรรมดาไม่แปลกอะไร พูดถึงแป้งพายบ้าง ตัวแป้งพายไม่หอมเนยเหมือนของเซเว่น กินเปล่าๆ ไม่มีรสชาติมากนักต้องกินกับไส้ถึงจะพอมีรสชาติบ้าง

สรุปแล้วเป็นพายสอดไส้แบบปกติหละ ไม่ได้อร่อยมากกว่าของยี่ห้ออื่นๆ แต่เทียบกันทั้งสองรสนี้ รสสัปปะรดอร่อยกว่ารสเผือก ส่วนตัวแล้วไม่ชอบรสเผือกของฟาร์มเฮ้าเท่าไหร่ มันหวานแบบเผือกกวนไส้ออกแห้งๆ ไม่อร่อยเท่าไหร่

ลองชิม เลย์ รสสวีทชิลลี่ และ รสพริกมะนาว [Lays Sweet Chili, Chili Lime Flavor]

เลย์ รสสวีทชิลลี่ [Lays Sweet Chili Flavor], เลย์ รสพริกมะนาว [Lays Chili Lime Flavor] น้ำหนัก 50 กรัม ราคา 20 บาท

ลองชิมวันนี้จะเอาเลย์รสใหม่ 2 รส มาลองชิม เอาชิมคู่กันเป็น มินิลองชิมสั้นๆ เพราะเห็นว่าเป็นเลย์รสพริก และเป็นมันฝรั่งแบบแผ่นเรียบเหมือนๆ กัน คิดว่ารสชาติไม่น่าจะแตกต่างกันมาก แต่ก็เป็นรสใหม่อ่ะนะ เอามาลองชิมไว้ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร

รสสวีทชิลี่ แกะห่อออกมาดมกลิ่นไม่มีกลิ่นหอมพิเศษของรส ตัวแผ่นมันฝรั่งก็ไม่มีสีของผงปรุงรส รสออกหวาน มีรสเผ็ดเล็กๆ ที่ปลายลิ้น เป็นรสที่คล้ายกับรสเดิมๆ ของเลย์

รสพริกมะนาว ห่อนี้มีกลิ่นมะนาวอ่อนๆ มันฝรั่งมีรสหวาน เค็ม และมีรสเผ็ดนิดหน่อย กินแล้วได้อารมณ์ของ เลย์ รสเมี่ยงคำ เพียงแต่จะลดระดับของกลิ่นมะนาวอ่อนลง

สรุปแล้วเป็นเลย์รสใหม่ที่ โอเค สำหรับเวลาไม่รู้จะเลือกเลย์รสอะไร ประมาณว่าหยิบมาเพราะเป็นรสใหม่ ตัวมันฝรั่งก็ไม่ได้มีความแตกต่างของรสชาติมากเท่าไหร่กินไปก็แยกไม่ออกว่ารสไหนเป็นรสไหน

ลองชิม เบอรดี้ ชาไทย แบบกระป๋อง [Birdy Thai Tea]

เบอร์ดี้ ชาไทย [Birdy Thai Tea] น้ำหนัก 180 มล. ราคา 13 บาท

วันนี้จะมาเล่าเรื่องลองชิมชานมกระป๋องสั้นๆ ให้อ่านกัน คงจะผ่านตามาบ้างแล้วกับโฆษณาของเบอร์ดี้ ที่ทำเครื่องดื่มแบบกระป๋องรสใหม่มา รสนั้นก็คือ รสชาไทย  ทำมาเป็นแบบกระป๋อง ใช่แล้วเหมือนกาแฟกระป๋องนั่นแหละ ขนาด รูปลักษณ์ ก็เหมือนกัน ราคาเท่ากัน เห็นว่าเป็นของใหม่เลยจัดมาลองชิมดู

เปิดกระป๋องมาได้กลิ่นหอมชาอ่อนๆ รสชาติก็เป็นรสชานมนั่นแหละ แต่เป็นรสชานมที่แปลกไป ที่ว่าแปลกก็คงจะเป็นรสชาที่โดดออกมาจนรู้สึกถึงรสชาได้ชัดเจน ดื่มแล้วได้กลิ่นหอมชา รสของชาที่ติดอยู่ที่ลิ้น พอรวมเข้ากับรสหวานมันของนมสดที่ใส่มันอร่อยเข้ากันดีทำให้เป็นรสชาติที่ไม่เหมือนชานมทั่วๆ ไป บอกไม่ถูก รสไม่หวานมาก หวานกำลังดี

สรุปแล้วเป็นชานม หรือชาไทย แบบกระป๋องที่อร่อยเลย รสชาติแปลกใหม่ก็น่าจะเป็นจุดเด่นของชานมกระป๋องนี้ ส่วนตัวก็ชอบนะเพียงแต่ปริมาณมันน้อยไปไม่สะใจ  ส่วนรสแบบนี้จะถูกใจใครบ้างคงต้องลองชิมดูแล้วจะรู้เองว่าชอบไหม

ลองชิม เนสกาแฟ กลิ่นเฮเซลนัท NESCAFÉ Oh So Nutty Hazelnut

เนสกาแฟ กลิ่นเฮเซลนัท [NESCAFÉ Oh So Nutty Hazelnut] น้ำหนัก 36 กรัม x 3 ซอง ราคา 35 บาท

เนสกาแฟ กลิ่นเฮเซลนัท รสใหม่เป็นกาแฟนำเข้าอีกรสที่ได้นำเข้ามาขายที่ 7Eleven รสนี้จะอยู่ขายนานรึเปล่ารึจะหายไปแบบ กลิ่นมะพร้าว ครั้งก่อนนะ กลิ่นมะพร้าวครั้งก่อนนั้นหอมมากดื่มแล้วรู้สึกดี เสียดายที่ไม่มีขายแล้ว แต่ยังแอบมีเก็บไว้ 2 ห่อเป็นของสะสม

กาแฟกลิ่นเฮเซลนัทรุ่นนี้เป็นกาแฟแบบมีฟอง ซองใหญ่เหมือนรุ่นกลิ่นมะพร้าว ชงน้ำร้อนแล้วจะได้กลิ่นหอมมัน เป็นกลิ่นหอมมันแบบกลิ่นถั่วเฮเซลนัทหอมโชยมา คนให้เข้ากันแล้วชิมได้รสหวานนำตามมาด้วยรสกาแฟ และรสเข้มของกาแฟช่วงท้าย เวลาดื่มพร้อมได้กลิ่นหอมของถั่วเฮเซลนัทนั้นรู้สึกดีแต่เหมือนไม่ได้ดื่มกาแฟ เหมือนดื่มพวกช็อกโกแลตร้อนมากกว่า เพราะรสหลักของกาแฟเป็นรสหวานกลมกล่อมมีรสกาแฟที่ไม่เข้มมากนิดหน่อย จริงๆ ก็เพราะกลิ่นถั่วนั่นแหละทำให้รู้สึกแบบนั้น

รสนี้อาจจะเป็นรสใหม่สำหรับเนสกาแฟ แต่ใครเคยชิมหรือรู้จักกาแฟยี่ห้อ OldTown แล้วจะทราบดีว่ากาแฟยี่ห้อนี้จะมีกาแฟสำเร็จรูปรสนึงเป็นรสเฮเซลนัท ยี่ห้อนี้ทำมานานแล้ว ทั้งรสชาติและกลิ่นหอมของเฮเซลนัทนี่มาเต็มกว่านี้มาก ฉะนั้นถ้าเนสกาแฟเฮเซลนัทนี้หายไปจากตลาดก็ยังมีกาแฟอีกยี่ห้อที่มีรสนี้ให้ดื่มอยู่ไม่เป็นปัญหา

สรุปแล้วรสนี้ก็เป็นกาแฟสำเร็จรูปแบบมีฟองที่มีรสหวาน หรือจะบอกง่ายๆ ว่าเหมือนกับรสมะพร้าวนั่นแหละแค่เปลี่ยนกลิ่นเฉยๆ ส่วนตัวคิดว่าไม่ต่างกันเท่าไหร่เลย ห่อนึง 35 บาท มี 3 ซอง ตกซองละ 11 บาท ถือว่าแพงนะสำหรับกาแฟสำเร็นรูป 1 ซอง แต่ก็ไม่เสียดายที่ได้ลองชิม แค่ไม่ได้จะซื้อมาดื่มประจำเท่านั้นเอง

ลองชิม มีมิกซ์ น้ำวิตามินเข้มข้น 0 แคลอรรี่ [MeMix Vitamin Drink Mix]

มีมิกซ์ น้ำวิตามินเข้มข้น MeMix Vitamin Drink Mix น้ำหนัก 48 มล. ราคา 79 บาท

  • สีน้ำเงิน Active รส Mixed Fruits
  • สีฟ้า รส Berry Lemon
  • สีส้ม รส Orange
  • สีแดง รส Strawberry Melon

อยากลองมานานแล้วกับ MeMix เห็นโฆษณาจากหลายๆ ที่มานาน ช่วงที่คุมน้ำหนักเห็นแล้วอยากหาซื้อมาดื่มแทนน้ำหวานเลย แต่หาซื้อยากมาก มีตัวแทนขายในโคราช แต่ตัวแทนอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ จนเลิกคุมน้ำหนักแล้วก็ยังหาซื้อไม่ได้ จนมาได้เห็นโพสจากเพจของ MeMix ว่ามีขายที่ Foodland แล้ว เมื่อวันเสาร์ไปเดิน Terminal 21 โคราช เลยไม่พลาดที่จะลงไป Foodland แล้วซื้อมาลองชิมทั้ง 4 รสที่มีขายเลย มาดูกันว่าแต่ละรสเป็นยังไง

ตัวมีมิกซ์ MeMix มีแพ็คเกจเป็นขวดบีบพลาสติกขนาดเล็ก มีฝาปิดที่ดูแข็งแรงดี ทุกสีที่ฉลากระบุว่ามีวิตามิน C, B6, B12 วิธีชงก็ชงตามฉลากข้างขวดที่บอกอัตราส่วน 1:100 ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแบบไหน ปริมาณตามฉลากโภชนาการด้านหลังระบุว่าใช้ 2 มล. ต่อน้ำเปล่า 200 มล. ทำให้ 1 ขวดสามารถผสมน้ำได้ถึง 24  ครั้งเลย

ด้านหลังขวดมีระบุฉลากโภชนาการ และส่วนส่วนใครสงสัยอะไรก็ลองดูกันเอาได้เลย

  • สีน้ำเงิน Active รส Mixed Fruits น้ำข้างในจะเป็นสีเหลือง บีบออกมาตกใจเล็กน้อย เพราะมันสีสดใสมาก สีนี้มีกลิ่นเหมือนสปอนเซอร์ เป็นกลิ่นแบบพวกพัชน์ผลไม้ ส่วนรสชาติก็เหมือนสปอนด์เซอร์เลย หวาน ๆ เปรี้ยวๆ เป็นรสคุ้นเคยกันดี
  • สีฟ้า รส Berry Lemon มีกลิ่นหอมเปรี้ยวๆ เหมือนมะนาวดอง รสชาติก็มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นรสเปรี้ยวแปลกๆ เหมือนมะนาวดองจริงๆนะ มันเป็นรสแบบพวกเปลือกส้มแห้งเปรี้ยวๆ แบบนั้น แล้วจะตามด้วยรสหวาน เป็นรสชาติที่แปลกดี
  • สีส้ม รส Orange มีกลิ่นแบบน้ำส้มสังเคราะห์ รสชาติก็เป็นรสส้มแหละ หวานอร่อย แบบน้ำส้มผงละลายน้ำ
  • สีแดง รส Strawberry Melon รสนี้มีกลิ่นสตรอเบอร์รี่ที่คุ้นเคย เป็นกลิ่นแบบปีโป้ รสที่ได้เป็นรสหวานที่แตกต่างไปจากรสอื่นๆ เป็นรสเหมือนกินปีโป้ แต่ก็อมเปรี้ยวเล็กๆ อร่อยดี

ทั้งหมดที่ลองชิมไปจะชงด้วยน้ำโซดาทั้งหมด และก็ไม่ได้ชงตามปริมาณที่ระบุบนฉลากนะ ใช้กะปริมาณเอา เลยจะได้รสชาติที่ค่อนข้างเข็มข้นมากหน่อย ทำให้รู้ว่าแต่ละรสชาตินั้นค่อนข้างหวานโดดนำมา เป็นรสหวานแบบพวกน้ำตาลเทียมนะ และแน่นอนว่าจะทิ้งความหวานแปลกๆ ไว้ในปากหลังจากดื่มแล้วเหมือนพวกน้ำตาลเทียมทั่วไปเลย ส่วนตัวก็กินน้ำตาลเทียมเป็นประจำอยู่แล้วเลยไม่เป็นปัญหาอะไร พูดถึงเรื่องความหวานคิดว่าถ้าชงในน้ำที่ปริมาณเยอะกว่านี้ แล้วเป็นน้ำธรรมดาคงจะได้รสที่หวานกำลังดี ดื่มเย็นๆ สดชื่น ส่วนปริมาณที่ใช้ก็คงต้องเอาไปลองชงตามแต่คนชอบดีกว่า ชอบหวานมากหรือหวานน้อยก็บีบกันเอาเอง และคิดว่าแทนน้ำหวานทั่วไปสำหรับคนคุมน้ำหนักได้ดีเลยละ ยกเว้นจะอยากกินน้ำหวานจริงๆ เองอันนี้ก็แทนไม่ได้นะ

ลองชิม โอรีโอ ทินส์ [Oreo Thins Tiramisu, Vanilla Delight]

โอรีโอ ทินส์ [Oreo Thins Tiramisu, Vanilla Delight] น้ำหนัก 95 กรัม ราคา 35 บาท

โอรีโอรุ่นใหม่ รุ่นบาง รุ่นบางนี้ในเซเว่นมีขาย 2 รสชาติ รสวนิลา ดีไลท์ Vanilla Delight และ รสทีรามิสุ Tiramisu มันบางกว่าแบบปกติยังไง บางแล้วมันดีกว่าแบบเดิมไหม แล้วทำไมต้องทำรสชาติใหม่ รสใหม่อร่อยไหม เราจะมาลองแกะห่อดูกันเลย

แพ็คเกจของ โอรีโอ ทินส์ ทำมาเป็นแบบกล่อง บรรจุห่อเล็กข้างใน 2 ห่อ ในห่อเล็กๆ จะมีคุ๊กกี้ 8 ชิ้น

คุ๊กกี้มีขนาดใหญ่กว่าแบบปกตินิดหน่อย แต่มีความหนาของคุ๊กกี้ที่น้อยลงมาก เรียกว่าบางไปหมดทุกอย่างทั้งตัวคุ๊กกี้ ทั้งลายพิมพ์บนคุ๊กกี้ ก็บางไปหมด เทียบขนาดกับแบบปกติแล้วดูบางจริงๆ เพราะบางขึ้นเลยทำให้เวลากัดคุ๊กกี้แล้วรู้สึกกว่าคุ๊กกี้กรอบขึ้นเหมือนที่โฆษณาด้วยละ

  • รสแรก รสวนิลา ดีไลท์ Vanilla Delight แกะห่อได้กลิ่นหอมของวนิลา แต่กลิ่นไม่แรงเท่าไหร่ ครีมด้านในมีสีเหลืองอ่อนๆ รสครีมเป็นรสวนิลาแบบครีมขนมเค้ก กินพร้อมคุ๊กกี้แล้วเข้ากันกับรสของคุ๊กกี้ไม่หวานเกินไปเหมือนรสธรรมดา
  • รสที่สอง รสทีรามิสุ Tiramisu รสนี้มีกลิ่นหอมมากตั้งแต่แกะห่อ เป็นกลิ่นประมาณกลิ่นกาแฟและช็อกโกแลต หอมมันๆ จะว่าไปก็ไม่เคยกินทีรามิสุอะไรนี่เลยเลยไม่รู้ว่ากลิ่นหรือรสมันเหมือนขนมทีรามิสุจริงๆ ไหมนะ แต่รสครีมที่ได้เป็นรสหวานแบบช็อกโกแลตประมาณนั้น กินพร้อมคุ๊กกี้แล้วอร่อยดี เข้ากัน

สรุปแล้วเป็นโอรีโอรูปแบบใหม่ พร้อมรสชาติแปลกใหม่ที่โอรีโอชอบทำอยู่แล้ว และให้คนซื้อแก้เบื่อได้ดี แต่ส่วนตัวแล้วยังคงชอบรสธรรมดาดั้งเดิมมากกว่าอยู่ดี

ลองชิม 7Fresh ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น [Japanese Cheese Cake]

7Fresh ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น Japanese Cheese Cake น้ำหนัก 75 กรัม ราคา 30 บาท

เค้กพร้อมทานแบบใหม่ที่มีขายในเซเว่นมาสักพักแล้ว เป็นชีสเค้ก ที่แพ็คเกจก็ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็น ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น มันเป็นแบบไหนนะ มันจะต่างกับชีสเค้กตามร้านกาแฟยังไง ต้องเอามาลองชิมดู แพ็คเกจเค้กเป็นกล่องพลาสติกใสทรงกลม มีถาดพลาสติกสีทองดูดีมีราคา ตัวเค้กอยู่ในกล่องอย่างสวยงามเลยทีเดียว

จับแค่กล่องยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอแกะออกมาจับที่ตัวเค้กเท่านั้นแหละถึงได้รู้ว่าตัวเค้กนั้นมีน้ำหนักใช้ได้เลย จับแล้วเนื้อแน่นไม่เละ ดูภาพนอกเนื้อเค้กดูฉ่ำเหมือนเค้กเนยอะไรแบบนั้นเลย

ภายนอกลองดมกลิ่นดูได้กลิ่่นเค้กหอมมัน น่ากินมาก เป็นกลิ่นมันๆ เหมือนเค้กเนยที่เข้มข้นหน่อยบอกไม่ถูก บิเค้กออกมาก็จะเห็นเนื้อเค้กที่ไม่ร่วนเท่าไหร่แต่ดูฉ่ำดี ชิมแล้วรสแรกที่รู้สึกจะเป็นรสหวานมัน มีรสชีสเล็กๆ พอให้สังเกตได้ เนื้อเค้กเนียนฉ่ำมาก เวลาเคี้ยวไปบนเนื้อเค้กฉ่ำเนียนร้อมกับรสหวานมันของชีสเค้กแล้วรู้สึกดี ใครนึกไม่ออกว่าตัวเค้กรวมๆ เป็นแบบไหนให้นึกถึงเค้กเนยสดฉ่ำๆ แบบนั้นเลย อร่อยดี

สรุปแล้วเป็นเค้กที่อร่อยเลยทีเดียว เสียอย่างเดียวที่ขนาดเล็ก และราคาค่อนข้างแพงอยู่

แกะกล่อง Samsung GALAXY Note Fan Edition

เครื่อง GALAXY Note Fan Edition ที่ได้มานี้เป็นเครื่องจากเครือข่าย KT จากประเทศเกาหลีใต้ เป็นเครื่องแบบ 1 ซิม แพ็คเกตของ Samsung GALAXY Note Fan Edition ยังคงเป็นกล่องสีดำตัวหนังสีสีน้ำเงินเหมือนกับรุ่น  GALAXY S7 Edge โดยมีกล่องสวมชั้นนอกที่ด้านหน้ากล่องมีรูปหัวใจสีน้ำเงิน พร้อมกับชื่อรุ่น Fan Edition ชัดเจน ด้านในเป็นกล่องที่เปิดออกด้วยระบบแม่เหล็ก เปิดออกมาก็จะพบกับตัวเครื่อง และอุปกรณ์ภายในกล่อง

Samsung Galaxy Note Fan Edition วางขายในเกาหลีเมื่อวันที่ 7/7/2017 อ้างอิง Samsung KR

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง
  • เคส Clear View Cover สีเดียวกับตัวเครื่อง
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบขากลม
  • สายเคเบิลแบบ USB C
  • ตัว USB OTG สำหรับเสียบอุปกรณ์ USB
  • หัวแปลง Micro USB to USB C
  • หัวปากกา S Pen 5 หัว พร้อม แหนบ
  • หูฟังรุ่่นเดิมในกล่องพลาสติกสีดำใส

 

สีของตัวเครื่องที่เลือกมาคือ สีฟ้า (Blue Coral) มีขอบอลูมิเนียมตัวเครื่องเป็น สีทองชมพู (Rose Gold) ด้านหน้าไม่มีโลโก้ Samsung แล้ว มองดูด้านล้างหน้าจอก็จะเห็นปุ่ม Home พร้อมกับระบบสแกนนิ้วมือ แบบดั้งเดิม สะดวกใช้งานมาก

ด้านหลังจะมีเลนส์กล้อง เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ โลโก้ Samsung พร้อมกับชื่อรุ่นอยู่ด้านล่าง

ด้านข้างซ็ายจะมีแค่ปุ่มปรับระดับเสียง ด้านขวามีแค่ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ด้านบนเป็นช่องใส่ซิมการ์ด และ การ์ดหน่วยความจำแบบ Micro SD Card  ด้านล่างจะช่องเชื่อมต่อแบบ USB C ช่องลำโพง และ ปากกา S Pen

 

ปากกา S Pen ของ Note FE นี้จะมีสีเดียวกับตัวเครื่อง หัวปากกาจะเป็นแบบหัวแหลมเล็กกว่า Note 5  ตรงที่กดปลายปลากกาจะเป็นอลูมิเนียมสีเดียวกับขอบตัวเครื่องกลมกลืนกันดี

ดูจากภายนอกแล้วมันก็คือ Note 7 นั่นแหละ เพียงแค่ปรับปรุงเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ที่มีความจุน้อยกว่าเดิม จาก 3,500mAh เป็น 3,200mAh นั่นเอง

สิ่งที่ชอบ

  • ชอบสีฟ้าของตัวเครื่องมากๆ ด้านหน้าของเครื่องเป็นสีเหมือนด้านหลัง ไม่ชอบ S8+ ตรงที่กระจกด้านหน้าเป็นสีดำเหตุผลที่เค้าบอกมาก็เพราะจะซ่อนช่องเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่มีเยอะมาก พอเลือกตัวเครื่องด้านหลังเป็นสีดำกลับทำให้ทุกอย่างดำไปหมดเลยดูไม่สวย ส่วน Note FE ก็มีเซ็นเซอร์เยอะเหมือนกับ S8+ นะ ที่เห็นมีแค่ 3 ช่องด้านบนนั้น เซ็นเซอร์ตัวอื่นๆ อยู่ใต้ฟิล์มสีฟ้านั่นเอง ถามว่ามีปัญหากับพวกเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีฟ้าไหม? ไม่มีปัญหาใช้งานได้ปกติ เรียกว่าออกแบบได้ฉลาดมากซ่อนเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีทำให้ด้านหน้าเครื่องดูไม่รกแต่ไม่รู้ทำไมไม่ทำกับ S8+ แบบนี้บ้าง
  • ชอบปุ่ม Home และ สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหน้าที่เดิมคุ้นเคย
  • มีปากกา S Pen
  • ชอบสแกนม่านตาเร็วมากไม่ตั้งใจมองก็สแกนได้ ข้อนี้อยากบอกว่าสแกนม่านตามันเร็วกว่าของ S8+ ที่ใช้อีกนะ กดปุ๊ปมองจอก็ปลดล็อกปั๊ป ของ S8+ มันสแกนได้บ้างไม่ได้บ้างต้องเอามือไปจิ้มสแกนนิ้วข้างหลังแทนน่าหงุดหงิด ข้อนี้เป็นความรู้สึกตัวตัวนะครับ

ข้อสังเกต

  • กล้องถ่ายรูป ปิดเสียงชัตเตอร์ไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนเป็นโหมดไม่ใช้เสียงแล้ว ซึ่งเสียงชัตเตอร์นี่ดังมากกก ปรับระดับเสียงให้เบาลงไม่ได้ด้วย / แก้ปัญหาโดยใช้ App ถ่ายรูปตัวอื่นโหลดใน Play Store
  • ใช้ Samsung Pay ในไทยไม่ได้ ต้องใส่ซิมเกาหลีเท่านั้นถึงจะใช้งานได้
  • หาฟิล์มกันรอยดีๆ ในไทยไม่ได้ / ตอนนี้ยังหาฟิล์มที่คลุมขอบโค้งแบบที่ไม่ใช่ TPU และขายในไทยไม่ได้ ต้องสั่งจากต่างประเทศ

หลังจากรอคอยมานานเรียกว่าถูกใจมาก รูปร่าง สีสันตัวเครื่อง ที่สำคัญคือ S Pen นี่แหละสิ่งที่ต้องการ ตอนนี้ได้เอามาใช้แทน S8+ เครื่องเดิมแล้ว การใช้งานหลังจากนี้มีปัญหาอะไรจะเขียนเล่าไว้ในบล็อกต่อๆ ไปครับ

 

แกะกล่อง รองเท้า บาจา Bata รุ่น Star Wars

รองเท้า บาจา รุ่น Star Wars [Bata Star Wars exclusive collection] ราคา 499 บาท

รองเท้ารุ่นนี้วางขายในเว็บ Lazada เท่านั้น (เค้าว่ามา) โดยมีจำหน่ายเรื่อยๆ เพราะเห็นว่าเดี๋ยวก็หมด เดี๋ยวก็มาขายใหม่ ไม่เหมือนว่าจะเป็นรุ่นลิมิเต็ตอะไรนะ  แต่เป็นรุ่นที่เรียกว่า “Bata Star Wars exclusive collection” ตัวเองก็ไม่ได้เป็นแฟนหนัง Star Wars แต่อย่างใด อยากได้รองเท้าใส่สบายสักคู่นึงเฉยๆ ราคาป้ายอยู่ที่ 999 บาท แต่สามารถซื้อได้ 499 บาท ตามช่วงโปรโมชั่นที่มีมาบ่อยมาก เข้าไปดูในเว็บเห็นว่ามีขนาดเท้าของเราเลยกดซื้อไป เลื่อนลงมาเห็นส่วนของรีวิวก็เห็นว่ามีรีวิวย้อนกลับไปเกือบๆ ห้าเดือนแล้ว ส่วนใหญ่ก็บอกว่าสวยสมราคาดี ขนาดใหญ่ไปบ้าง อะไรบ้างเดี๋ยวต้องมาดูกัน

แกะกล่องออกมารองเท้าแพ็คอยู่ในกล่องอย่างดี  มีกระดาษยัดข้างในและแกนพลาสติกใส่ไว้ทำให้รองเท้าไม่เสียรูปทรงเวลาอยู่ในกล่อง ตัวรองเท้าทำจากผ้าสีดำ เนื้อผ้าดูทนทาน ด้านในรองเท้ามีลายกราฟฟิก แต่ไม่รู้ว่าเป็นลายอะไรเหมืือนกัน พื้นรองเท้ามีตราโลโก้ Star Wars ตัวหนาเห็นได้ชัดเจน พื้นรองเท้าน่าจะทำจากยางหนา และแน่นดีมาก ต้องดูตอนใส่จริงว่าจะใส่สบายหรือไม่  ตัวรองเท้าจะมีหัวของ Darth Vader ตัวร้ายในหนัง สีเงินติดอยู่ข้างๆ ด้วย พื้นรองเท้าเป็นยางสีขาวมีลายกราฟฟิกสวยดี

ลองใส่แล้วตอนไปดูหนังเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รองเท้าใส่แล้วรู้สึกว่าจะใหญ่กว่าปกติ 1 เบอร์ ปกติจะใส่เบอร์ 43 สั่งมาเบอร์ 43 แต่มันหลวมหน่อยๆ ไม่กระชับ เหมือนที่มีคนมารีวิวเอาไว้ในเว็บจริงๆ ด้วย แต่ก็โอเคใส่แล้วสบายไม่คับดี ช่วงหัวรองเท้าตื้นกว่ารองเท้าแบบ slip on ทั่วไปตอนแรกกลัวว่าจะใส่เดินแล้วรองเท้าจะหลุดง่ายแต่พอใช้จริงแล้วโอเคเลย มาถึงเรื่องของพื้นรองเท้าด้านในที่เป็นยางแน่นๆ นั้น เรียกว่าแน่นจริงๆ แต่ก็ไม่แข็งถึงกับใส่ไม่สบายนะ แต่ก็ไม่ได้เป็นพื้นที่ใส่แล้วนุ่มสบายสักเท่าไหร่ พื้นรองเท้าด้านนอกเป็นยางใส่เดินบนพื้นกระเบื้องแล้วไม่ลื่น สรุปแล้วเป็นรองเท้าที่คุณภาพดีสมราคา เอาไว้ใส่ในวันสบายๆ ได้ดีคู่หนึ่งเลย แต่ถ้าจะใส่เอาไว้เดินมากๆ ก็อาจจะเมื่อยเท้านิดหน่อยนะ

ลองชิม เนสกาแฟ โกลด์ ไอซ์ คอฟฟี่ คอนเซนเทรท เอสเพรสโซ และ ม็อคค่า

Nescafe Gold Iced Coffee Concentrate Espresso, Mocha ขนาด 96 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 75 บาท

กาแฟบีบ อาจจะเป็นชื่อที่เรียกแล้วเข้าใจกันง่ายที่สุดสำหรับการลองชิมกาแฟใหม่ในครั้งนี้ ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ที่นำเข้ามาจำหน่าย จริงๆ แล้วก็เห็นว่ามาขายตั้งแต่เมษายนแล้วละ เพียงแต่ว่าที่โคราชยังหาซื้อไม่ได้ ครั้งนี้ได้มาลองชิมซึ่งเป็นของฝากที่ส่งมาให้จากต่างจังหวัดเลย เพราะยังหาซื้อที่โคราชไม่ได้ (เห็นว่าที่ TOP มีขาย แต่อยู่ไกลเลยไม่ได้ไปดู)

ได้มา 2 รส รสเอสเพรทโซ กับ ม็อคค่า รูปร่างภายนอกจะเป็นแบบขวดมีฝาปิด ขวดเป็นแบบบีบได้ หัวบีบเป็นหัวบีบที่ดูแล้วทนทานไม่รั่ว ไม่ตัน

วิธีชงก็บีบกาแฟ ประมาณ 2 ช้อนชาครึ่ง ผสมกับนมสดประมาณ 100 มล. คนให้เข้ากันแล้เติมน้ำแข็ง

  • รสม็อคค่า ได้กลิ่นหอมกาแฟกับช็อกโกแลต มีรสหวานแบบหวานช็อกโกแลต หวานกำลังดี กาแฟไม่เข้มมาก มีความหอมช็อกโกแลตระหว่างดื่ม
  • รสเอสเพรสโซ ได้กลิ่นหอมกาแฟแบบกาแฟเย็นที่คุ้นเคยเลยละ รสกาแฟเข้มและเด่นกว่าม็อคค่า ตามด้วยรสหวานมัน เป็นรสกาแฟแบบกาแฟกระป๋องที่หวานหอม อร่อยมาก

ลองชงแล้วก็ง่ายและสะดวกดีสำหรับการชงกาแฟเย็นแบบรวดเร็ว เพียงแต่สงสัยว่าชงตามปริมาณที่ระบุมาแล้วควรใส่แก้วแล้วใส่น้ำแข็งมากน้อยแค่ไหนถึงจะได้รสที่เป็นมาตรฐาน คิดว่าคงให้ใส่ตามใจชอบละมั้ง เพราะที่ลองชิมไปชงตามที่ระบุและใส่แก้วขนาดเล็ก ดื่มใกล้หมดแก้วจะรู้สึกว่ามันหวานคอจนขนลุกเลย ครั้งต่อไปคงจะต้องใส่นมและน้ำแข็งเพิ่มสักหน่อย

สรุปแล้วเป็นการทำกาแฟเย็นเองที่ง่ายมากไม่ต้องกะปริมาณให้ปวดหัว ชงไปแล้วรสไม่ถูกใจก็บีบกาแฟเพิ่ม ถ้าเข็มข้นไปก็ใส่นม หรือน้ำแข็งเพิ่มเท่านั้น ก็จะได้รสชาติกาแฟเย็นที่ถูกใจสุดๆ แล้ว