แกะกล่อง Samsung Galaxy Tab A [2016] 10.1″ with S Pen

Samsung Galaxy Tab A [2016] 10.1″ with S Pen  + Book Cover  ราคา 12,900 บาท [Samsung Shop by Jay Mart]

สเป็คคร่าวๆ

  • หน้าจอ ความละเอียด 1920 x 1200 [10.1″] TFT LCD
  • ซีพียู 1.6 GHz Octa Core Processor
  • แรม 3GB
  • กล้อง 8.0 MP AF + 2.0 MP
  • แบตเตอรี่ 7,300 mAh
  • ปากกา S Pen

Samsung Galaxy Tab A [6] ตัวนี้คิดอยู่นานมากกว่าจะซื้อมา เพราะมี Note5 ใช้อยู่แล้ว สป็คของ Note5 ก็ดีกว่าด้วย แต่ด้วยความไม่สะดวกของหน้าจอ Note5 ที่มันเล็ก และความละเอียดสูง เวลาใช้งานวาดรูปมันจะต้อคอยขยายหน้าจอขึ้นมาบ่อยๆ วาดเส้นก็วาดได้นิดเดียวก็สุดหน้าจอแล้วไม่ค่อยสะดวก เลยอยากหาอะไรที่หน้าจอใหญ่ๆ มาใช้วาดรูปแทน มองไปมองมาก็มีแค่ตัวนี้จอขนาด 10.1 นิ้ว กำลังดี รุ่นใหม่ด้วย ไปลองเล่นที่ร้านแล้วค่อนข้างถูกใจ เลยจัดมาลองใช้งานดูสักพัก ถ้าไม่โอเคค่อยขายทิ้งก็แล้วกัน

Samsung Galaxy Tab A [6] ได้มาจากร้าน Samsung Shop by Jay Mart ที่เดอะมอลล์ ในราคา 12,900 บาท แถมเคสแบบ Book Cover สีขาว สีเดียวกับตัวเครื่อง ซึ่งถามพนักงานแล้วว่ามีแค่สีขาวสีเดียว ไม่ค่อยชอบสีขาวเท่าไหร่เพราะเปื้อนง่าย แต่ก็ไม่มีสีอื่นให้เลือก

วันที่เขียนแกะกล่องนี้ก็ใช้งานตัว Tab A [6] มาได้ 2 อาทิตย์พอดี ถือว่าใช้งานตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้ดีเลยทีเดียว ดังนั้นเลือกใช้ Tab A [6] ต่อ และก็ปล่อย Note5 ออกไปเรียบร้อย หลายคนอาจจะสงสัยว่าปล่อย Note5 ไปทำไมเสป็คดีกว่าเห็นๆ ก็อยากบอกว่ามันเป็นความชอบและความต้องการส่วนตัวครับ เหตุผลก็ตามด้านบนเลย และส่วนตัวก็ยังใช้ S7 Edge อยู่ เลยไม่ได้คิดว่าจะเสียอะไรที่ดีไปสักเท่าไรครับ

เล่าเรื่องส่วนตัวมาสักพักแล้วก็จะมาแกะกล่องดูด้านในกล่องกันว่ามีอะไรบ้าง บทความนี้จะไม่มีการรีวิวระบบการทำงาน เมนูต่างๆ ของเครื่องนะครับ มีแค่แกะกล่องเฉยๆ คิดว่าคงหาอ่านจากที่อื่นกันได้มากมาย

ตัวเครื่องทั้งหมดทำมาจากพลาสติกแบบด้าน สีขาวมุก การประกอบเครื่องแน่นหนาไม่มีเสียงกรอบแกรม กระจกหน้าจอเป็นแบบเรียบไม่มีตัดขอบติดฟิล์มใสธรรมดาได้ไม่มีขอบลอย (ผมติดฟิล์ม Focus แบบใสธรรมดา สั่งจาก Lazada 240 บาท) จอภาพสวย มีความละเอียดดี ไม่เนียนเท่า Note5 เพราะด้วยความละเอียดหน้าจอและขนาดของหน้าจอ สีจอสวยแต่ติดไปทางอมฟ้า ไม่เป็นปัญหาดีกว่าจอมเหลือง มุมมองกว้างพอสมควรเอียงจอดูได้สบาย เสียงลำโพงไม่ดังมากเวลาใช้งานนอกสถานที่ แต่ใช้งานในห้องได้เสียงดังปกติดี ปากกา S Pen แท่งหนามีลอนบนแท่ง จับถนัดมือดีกว่าปากกาของ Note5 หัวปากกาสัมผัสแรงกดได้ใกล้เคียงกับปากกาของ Note5 ของ Note5 เขียนลายเส้นได้ลื่นเนียนกว่านิดหน่อย เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ใช้งานเพราะผมไม่สามารถสัมผัสแรงกดได้ตามระดับของปากกา ปากกาใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ตัวเครื่องไม่มีไฟแสดงสถานะ LED ไม่มี NFC ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า

ตัวเคส Book Cover ที่แถมมา มีราคากว่า 1,600 กว่าบาทนั้นเรียกว่าคุ้มเลยเพราะให้ซื้อเองคงไม่ซื้อ ไปซื้อของไม่มียี่ห้อใช้แทนเพราะราคาถูกกว่ามาก แต่ตอนนี้แถมมาพร้อมกับเครื่องเลย ตัวเคสสีขาว ด้านนอกสัมผัสลื่น แต่หนืดจับนัดมือ ด้านในเคสเป็นพื้นผิวนุ่มๆ ดูกระชับดี เคสเป็นเคสแม่เหล็ก สามารถพับเคสเป็นแท่นวางเครื่องได้ ปรับความเอียงได้ 2 ระดับ ใส่กับเครื่องแล้วดูดีมีสกุลมาก ทำให้รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่ได้มามากเลย

Advertisements

Blog – ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge

ต่อจากบล็อกที่ผ่านมาไปตามหาฟิล์มกันรอยหน้าจอ Samsung Galaxy S7 Edge อยากจะเล่าว่าได้แกะฟิล์มออกหลังจากติดไม่กี่อาทิตย์เพราะหลายเหตุผล

  • อย่างแรก ฟิล์มที่ได้ติดมามันไม่ได้ตัดช่องเว้นตรงบริเวณกล้องหน้า เวลาถ่ายรูปผ่านกล้องหน้าออกมานั้นภาพมันมัวและซีดเสียคุณภาพกล้องไปหมดเลย
  • อย่างที่สอง ตัวฟิล์มมันทำให้ความคมชัดของจอลดลง และทำให้ภาพบนจอแสดงผลเป็นจุดสีๆ โดยเฉพาะเมื่อมองภาพสีขาวจะเห็นได้ชัด (ตัวที่ติดเป็นฟิล์มแบบ TPU ที่นิ่มๆ) เวลาปรับสีรูปภาพ ดูภาพ หรือวีดีโอบนมือถือ มันขัดตา น่าหงุดหงิดมาก

จากปัญหาที่เกิดโดยเฉพาะข้อที่สอง ก็แกะฟิล์มออกและใช้เครื่องแบบไม่ติดฟิล์มมาได้สักพักแล้ว จอก็ยังไม่มีรอยนะ และในที่สุดจนเจอสิ่งที่ตามหามานาน ฟิล์มกันรอยที่ชัดใส และที่สำคัญติดเองได้ง่าย ก็ฟิล์มของ Spigen นี่ไง ใช่แล้วยี่ห้อที่ขายเคสมือถือเยอะๆ นี่แหละ

ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge – 1 กล่อง ฟิล์ม 2 ใบ ราคา 690 บาท

ฟิล์มกันรอย Spigen รุ่น Curved Crystal HD ชื่อก็บอกแล้วว่าชัดใสแน่นอน ก็เพราะฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มพลาสติกเนื้อแข็ง เหมือนฟิล์มที่ติดมือถือจอแบบปกติทั่วไปหน่ะ เพียงแต่ของรุ่นนี้จะทำการขึ้นรูปขอบโค้งให้เข้ากับความโค้งของหน้าจอ S7 Edge เลย ทำให้ลดปัญหาฟิล์มเด้งออกจากจอหลังจากติดได้

และที่มันเป็นฟิล์มแบบพลาสติกแข็ง จึงทำให้มันติดเองได้ง่ายอย่างแน่นอน ไม่เหมือนฟิล์มพวกพลาสติกนิ่ม TPU ที่ต้องใช้ประสบการ์และฝีมือเท่านั้นถึงจะติดออกมาได้สวยใส ที่สำคัญตรงจุด และตำแหน่งต่างๆ บนหน้าจอ ฟิล์มของ Spigen นี้กะระยะได้ง่าย เพราะฟิล์มคงรูปตลอด แถมเอาเทปกาวดึงฝุ่นออกจากฟิล์มได้ได้วย ถ้าทำแบบนี้กับฟิล์ม TPU นะ มีหวังฟิล์มยืดย้วยแน่ ติดเองเสร็จภายในไม่กี่นาที

เรื่องใส่เคสแล้วดันฟิล์มหรือไม่นั้น ก็คิดว่าคงไม่ดัน เพราะตัวฟิล์มติดอยู่ในบริเวณพื้นที่ของหน้าจอเท่านั้น ตัวฟิล์มนั้นเว้นส่วนด้านบน ด้านล่าง และมุม 4 มุม เอาไว้

จึงอยากแนะนำคนทีใช้ Samsung Galaxy S7 Edge อยู่ และไม่ได้ติดฟิล์ม หรือติดฟิล์มแล้วไม่ถูกใจ  ให้ลองฟิล์มของ Spigen ดู น่าจะถูกใจไม่มากก็น้อย แถมกล่องนึงได้ฟิล์ม 2 ใบเลย

 

แกะกล่อง Samsung Keystone3 [SM-B109H] โครงการ “เอไอเอสจัดให้”

โครงการแลกเครื่องโทรศัพท์เก่า 2G เป็นเครื่องโทรศัพท์ใหม่แบบ 3G ของ AIS ที่ผ่านมานั้นเรียกได้ว่ามีคนให้ความสนใจเยอะเหมือนกัน แค่เอาเครื่องเก่าไปแลกเครื่องใหม่แบบ 3G มาใช้งานต่อ บนคลื่น 3G 2100MHz ของ AIS ซึ่งผมก็มีเบอร์อยู่หลายเบอร์นะ อยากแลกเหมือนกัน แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าต้องเอาเครื่อง 2G เก่าไปแลกด้วยนี่สิ เครื่องของเราก็เรียกได้ว่าเก่าและเหมือนเป็นเครื่องสะสมซะด้วย เลยตัดสินใจไม่เอาไปแลก แบบว่าเสียดายเครื่องเก่า รอให้ยุติสัญญาณ 2G 900MHz เมื่อไหร่ค่อยไปหาซื้อเครื่องใหม่ที่เป็น 3G เองก็ได้

แต่ว่าตอนนี้ (เดือนพฤษภาคม, 59) AIS ได้จัดโครงการใหม่อีกครั้ง โดยที่ไม่ต้องเอาเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่แล้ว เพียงแค่เติมเงินตามมูลค่าที่กำหนดไว้ตามเครื่องรุ่นต่างๆ เท่านั้นก็แลกได้เลยทันที ซึ่งก็คือโครงการ “เอไอเอสจัดให้” ที่ทราบเรื่องก็เพราะ SMS เชิญชวนให้ไปแลกเครื่อง ไอ้ SMS อันนี้มันส่งมาเบอร์ที่อยู่ในเครื่อง 2G ทุกเบอร์เกือบทุกวัน มีแนะนำสถานที่ตั้งบูธแลกเครื่องอีก ก็เลยจะไปลองแลกดูครั้งนี้หละ

แกะกล่อง Samsung Keystone3 [SM-B109H] โครงการ "เอไอเอสจัดให้"

บูธที่จัดไว้สำหรับแลกเครื่องใหม่ที่ AIS Shop เดอะมอลล์ โคราช

แกะกล่อง Samsung Keystone3 [SM-B109H] โครงการ "เอไอเอสจัดให้"

ครั้งนี้ไปติดต่อแลกเครื่องที่ AIS Shop สาขา เดอะมอลล์ นครราชสีมา อยู่ชั้น 3 สอบถามพนักงานได้ที่จุดรับแลกซึ่งอยู่ภายใน AIS Shop เลย มีพนักงานประจำจุดอยู่แล้ว สำหรับใครที่สนใจจะไปแลก น่าจะมีขั้นตอนคล้ายๆ กัน จะเล่าเป็นข้อๆ ด้านล่าง

สิ่งที่ต้องเตรียมไปแลก

  • เครื่องโทรศัพท์ 2G ที่ใส่ Sim เบอร์ที่จะแลกอยู่ (เจ้าหน้าที่แนะนำให้เป็นเครื่อง 1Sim เพราะจะให้สิทธิ์แลกแค่ 1 เครื่อง 2G/เบอร์ ต่อ 1 เครื่องใหม่ 3G ฉะนั้นถ้ามีหลายเบอร์ต้องนำเครื่องที่ใส่เบอร์มาด้วยทั้งหมด)
  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • เงินสำหรับเติมเงินตามแต่ละรุ่นที่เลือก

ขั้นตอนการแลกคร่าวๆ

  • ติดต่อเจ้าหน้าที่
  • เจ้าหน้าที่จะขอบัตรประชาชน + เครื่อง และเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสิทธิ์การแลก โดยการกดเบอร์ตรวจสอบจากเครื่องของเรา ตรวจสอบสิทธิ์ในเบอร์นั้นๆ, ตรวจสอบการลงทะเบียนซิมเบอร์กับบัตร และกดขอรหัสสำหรับไปกรอกในเอกสาร
  • เมื่อตรวจสอบสิทธิ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะคืนบัตรประชาชน เครื่องโทรศัพท์ 2G ของเรา และให้เอกสารเป็นกระดาษขนาดครึ่ง A4 ซึ่งระบุชื่อของเรา, รุ่นของโทรศัพท์ที่แลก, หมายเลข IMEI ของโทรศัพท์, เบอร์โทรศัพท์, รหัสการแลกที่ขอเอาไว้ (ทั้งหมดนี้เจ้าหน้าที่จะเป็นคนดำเนินการให้ทั้งหมด เราแค่ยืนรอเฉยๆ)
  • เจ้าหน้าที่จะให้เราไปเติมเงินที่ตู้เติมเงินอัตโนมัติ ด้านหน้า AIS Shop และนำใบเสร็จที่ได้ไปแนบกับเอกสารที่ได้มา
  • กดบัตรคิวเพื่อรอรับเครื่อง และรอคิว
  • เมื่อถึงคิวก็ยื่นเอกสารทั้งหมด คือ เอกสารกระดาษขนาดครึ่ง A4 + ใบเสร็จการเติมเงิน + บัตรคิว ให้กับเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์
  • เจ้าหน้าที่จะออกใบเสร็จ และเครื่องโทรศัพท์ 3G ที่เลือกเอาไว้ ก็เป็นอันเสร็จ

แกะกล่อง Samsung Keystone3 [SM-B109H] โครงการ "เอไอเอสจัดให้"

เอกสาร 3 รายการที่นำไปแลกรับเครื่อง 3G ใหม่

จากขั้นตอนการแลกเรียกได้ว่าไม่ยากเลย ได้เครื่องมาใช้ในเครือข่าย 3G ได้เกือบฟรี หรือเรียกได้ว่าฟรี เพราะเงินที่เติมก็อยู่ในเบอร์ของเรานั่นแหละ เพียงแต่มีเงื่อนไขว่า ต้องไม่ย้ายค่ายภายในระยะเวลา 1 ปีนี้ เท่านั้นเอง

เครื่องที่แลกมาเลือกเป็นเครื่อง Samsung Keystone3 [SM-B109H] หรืออาจจะเรียกว่า ซัมซุงฮีโร่  ก็ได้ สเป็คคร่าวๆ ก็ประมาณนี้

  • ระบบ 3G WCDMA 850/2100MHz
  • จอสีแบบ TN TFT ขนาด 1.5 นิ้ว
  • Micro USB Charging
  • ไฟฉาย
  • วิทยุ FM
  • หูฟังแบบแจ็ค 3.5 mm
  • อุปกรกรณ์ในกล่อง

Samsung Keystone3 [SM-B109H]

Samsung Keystone3 [SM-B109H]

ตัวเครื่องหน้าตาเรียบๆ แต่ละบุชัดเจน 3G กับ FM Rddio

Samsung Keystone3 [SM-B109H]

ในกล่องจะมีตัวเครื่อง แบตเตอรี่ สายชารจ์แบบ MicroUSB หูฟังแบบมีรีโมท คู่มือ กับใบรับประกัน ครบเครื่องเหมือนกันนะ

Samsung Keystone3 [SM-B109H]

ด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟังขนาดปกติ และไฟฉาย

ที่เลือกรุ่นนี้ก็เป็นเป็นรุ่นที่พอจะรู้จักบ้าง ถึงจะจอเล็ก ไม่มีกล้องก็ไม่เป็นไร แค่เอาไว้สแตนบายเบอร์ก็พอ เพราะรุ่นที่เติมเงิน 100 บาท อีกรุ่นจะมี AIS Lava ซึ่งขอละไม่อธิบายเหตุผลลึกๆ น่าจะเข้าใจนะครับ