Blog: วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เล่าเรื่องแป้งโยคี

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าเรื่องที่น่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็เป็นเรื่องได้ อาทิตย์ก่อนแป้งที่ใช้หมดเลยแวะไปดูกระปุกเล็กที่เซเว่น รู้สึกว่าเคยเห็นผ่านตาว่ามีขายอยู่ หยิบมาดูขวดแรกที่เห็นคิดว่าอันนี้แหละ แต่เหลือบไปเห็นอีกขวดนึงอยู่ข้างๆ กันไม่มีสติ๊กเกอร์สวยๆ ติด คิดว่าเป็นรุ่นเก่าแต่ก็สงสัยเลยหยิบมาดูปรากฎว่ายี่ห้อมันคล้ายกัน แต่มันไม่เหมือนกัน เอ๊ะแล้วยังไงละทีนี้ แป้งที่ว่านี้คือ แป้งโยคี ที่ว่ามันคล้ายกันเพราะรูปร่างขวดเหมือนกัน ขนาดเท่าๆ กัน ยี่ห้อใหญ่ๆ เขียนว่า “แป้งโยคี” เหมือนกัน ต่างกันที่บริษัทที่ผลิต ด้วยความสงสัยเลยหยิบมาทั้ง 2 แบบ กลับมาอ่านดูมันไม่เหมือนกับขวดที่ใช้ประจำนี่ อันนั้นจำได้ว่าซื้อที่โลตัสเป็นขวดใหญ่ มันคาใจเย็นวันนั้นเลยแวะไปดูที่โลตัส มันคนละยี่ห้อจริงๆ ด้วย ส่วนผสมก็ต่างกัน สรุปแล้วแป้งโยคีนี่มันมี 3 แบบเลยละ

อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงได้มีปัญหากับแค่ซื้อแป้งโยคีนี่ เพราะว่ามันใช้แล้วได้ผลดี เลยอยากจะซื้อแบบเดิม กลัวเปลี่ยนรุ่นใช้แล้วจะเกิดสิ่งผิดพลาดได้ ผลที่ว่านี้ก็คือ “ใช้ระงับกลิ่น” ตัวบล็อกเองใช้โรยรองเท้ามันช่วยให้รองเท้า และเท้าเวลาใส่รองเท้านานๆ ไม่มีกลิ่น และได้ผลดีเลยด้วย ยังใช้ทาเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อีก เลยพยายามหาแป้งรุ่นเดิมเพราะแป้งที่ชื่อใหม่ (บริษัทที่ผลิตคนละบริษัท) มันมีส่วนประกอบต่างกับรุ่นที่ใช้อยู่บ้าง เลยเกิดอาการสับสน วันนี้เลยจะเอาทั้ง 3 แบบที่เจอมาให้ดู เผื่อใครที่สงสัยเหมือนกัน

รูปด้านบนเป็นรูปของแป้งโยคีทั้ง 3 แบบ

  • แบบแรก ขวดใหญ่ เป็นแป้งโยคีที่บล็อกใช้ประจำตัวนี้แหละที่หาซื้อ
  • แบบที่สอง เป็นแบบที่มีสวนผสมใกล้เคียงกับที่ใช้อยู่ แต่ยังไม่ได้ลองใช้
  • แบบที่สาม เป็นแป้งยาเอาไว้ทำอะไรก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

จะเห็นว่าทั้งสามแบบจะใช้ชื่อว่า “แป้งโยคี” รูปแบบของฉลากก็คล้ายกันอีก โทนสีส้ม รูปแบบขวด สีของขวด ทำไมมันคล้ายกันแบบนี้ มันเกี่ยวข้องกันใช่ไหมทั้ง 3 แบบ งงไปหมด แต่ก็รู้แล้วว่าแป้งโยคีที่ขายในเซเว่นไม่ใช่แบบที่ตามหา หมดข้อสงสัยแล้ว!

แป้งโยคี  บริษัท โยคี (1997) จำกัด น้ำหนัก 100 กรัม ราคา 55 บาท ผลิตโดย บ.ศิริบัญชา จำกัด

แป้งโยคี ในรัศมีวงกลม น้ำหนัก 60 กรัม ราคา 25 บาท ผลิตโดย บ.เฮอร์นิเทคอินเตอร์ คอสเมติกส์

ยาผงโยคี บริษัท โยคี (1997) จำกัด น้ำหนัก 60 กรัม ราคา 25 บาท ผลิตโดย บ.ศิริบัญชา จำกัด

Advertisements

Blog: วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เล่าเรื่องเดือนพฤศจิกายน

สวัสดีบล็อก! เดือนนี้ไม่ได้เขียนเล่าเรื่องอะไรลงบล็อกสักเท่าไหร่ อยากเขียนเล่าเรื่องหลายๆ เรื่่อง แต่พอเลิกงานแล้วกลับถึงบ้านก็หมดแรงจนไม่ได้ทำอะไรแล้ว  คิดว่าก่อนสิ้นเดือนพฤศจิิกายนนี้จะเขียนบล็อกให้ได้ วันนี้เลยแล้วกัน ช่วงนี้ที่โคราชอากาศหนาวกลับมาแล้วหลังจากหนาวไปสองสามวันแล้วก็กลับไปร้อนอีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าหนาวครั้งนี้จะนานเท่าไหร่

หลายๆ คนคงจะทราบแล้วว่าห้างเซนทรัลได้เปิิดไปเมื่อวันที่ 3 พฤศจิิกายน 2560 ที่ผ่านมา เปิดตัวอย่างยิิ่งใหญ่เป็นห้างเซ็นทรัลสาขาแรกในภาคอีสาน แต่บล็อกเองก็ยังไม่เคยไปนะ เลยไม่รู้ว่าใหญ่แบบไหน แต่จากการเปิดห้างใหม่ครั้งนี้ก็ทำให้ห้างเก่าๆ กลับมาเหงาได้อีกครั้งนึง เหมือนตอนที่ ห้างเทอมินอล 21 เปิดไปเมื่อปลายปีก่อน

กลางเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสแวะไปที่เดอะมอลล์ตอนเย็นๆ ก็ได้เห็นห้างที่ว่าง โล่ง ไม่ค่อยมีคน บล็อกชอบมาก เดินสะดวกดี เดินดูตามร้านอาหารต่างๆ ก็ไม่มีลูกค้านั่งทานเลย เห็นแล้วแปลกตา แต่ถือว่าโชคดีนะที่ได้เห็นเดอะมอลล์เป็นห้างโล่งแบบนี้เพราะวันอืนๆ คนก็เดินเยอะปกติ จากที่ถามมา

ในเมื่อไปเดิินเดอะมอลล์แล้วก็ไม่พลาดที่จะแวะไปหาลองชิมอาหารเมนูใหม่ๆ สักหน่อย ร้านแรกที่แวะไปก็เป็นร้านประจำ ร้านโออิชิราเมน ที่ไปประจำเพราะเป็นร้านอาหารที่ราคาไม่แพงและนั่งได้นาน (ไม่นับรวมฮาจิบังราเมนนะ ร้านนี้ขอผ่าน) ที่ร้านมีเมนูใหม่คือ ฟุกุโอกะ ราเมน ที่มีสโลแกนบอกว่า หมูชาบูหอมนุ่ม ซุปทงคตสึรสละมุน แถมน้ำซุปนำเข้ามาจากญี่ปุ่นขนาดนั้นเลย ลองสั่งมาดูในบะหมี่มีหมูชาบููกลมสไลด์บางๆ 2 ชิ้น ไข่ต้มผ่าครึ่ง 1 ชิ้น น้ำซุปเป็นแบบซุปข้นขาวขุ่น น้ำซุปมีกลิิ่นหอมมัน ดมแล้วน้ำลายไหล ลองชิมน้ำซุุปดูแล้วก็รู้สึกว่ามันคล้ายกับน้ำซุปของบะหมี่นิชชิน รสญี่ปุ่นแบบซองที่ขายในเซเว่นอย่างนั้นเลย รสหวานมันกลมกล่อม หอม อร่อย ที่ซดแล้วอยากซดต่อไปเรื่อยๆ เนื้อหมูชาบูก็โอเค นุุ่มดี เนื้อสัมผัสเหมือนเบค่อน กินรวมๆ พร้อมเส้นแล้วก็เป็นเมนููที่อร่อย น่าจะมีเป็นเมนูหลักของร้านเลย เพราะมันอร่อยหลายๆ คนน่าจะชอบ

ร้านต่อมาแวะมากินไอศกรีมที่ สเวนเซ่นส์ ลองเมนูใหม่เมนูโดมอะไรสักอย่าง เมนู คริสต์มาส ช็อคโกแลต โดม ที่เสริฟมาในแก้วสแตนเลส และช็อกโกแลตโดมจากยุโรป เป็นเมนูที่จะมีคาราเมลร้อนราดลงบนโดมแล้วก็เฝ้าดูช็อกโกแลตโดมละลายลงในแก้วเผยให้เห็นไอศกรีมข้างใน แต่พอได้ลองราดคาราเมลดูแล้วมันไม่เป็นอย่างที่วาดฝันไว้ ช็อกโกแลตมันละลายอีกด้านนึงเลยไม่เห็นวินาทีที่เผยให้เห็นไอศรีมภายในเลย 555 แถมรอนานไปไอศกรีมละลายไปครึ่งลูก ภายในเป็นไอศกรีมรสวนิลา กับสตรอเบอร์รี่รึไงนี่หละ มีกล้วย ถั่ว ข้างล่างสุดเป็นวิิปครีมหนาๆ อยู่ก้นแก้ว กินแล้วรู้สึกแปลกดีกับแก้วสแตนเลส ตักชิิมคำแรกได้รสเค็มของซอสคาราเมล คำต่อไปได้รสหวานจนหวานเจี๊ยบของไอศกรีม สรุปรวมรสชาติของเมนูนี้ก็อร่อยตามเรื่องตามราว ส่วนช็อกโกแลตจากยุโรปนั้นก็แยกไม่ออกไม่รู้สึกว่าอร่อยกว่าช็อกโกแลตปกตินะ กินเอาอารมณ์เทศกาลแค่นี้ก็พอแล้ว

แค่เดือนพฤศจิิกายนหลายๆ ที่ก็เริิ่มแต่งสถานที่เตรียมเทศกาลคริสต์มาสกันแล้ว หลายๆ ร้านก็เริ่มนำเอาสินค้าประจำเทศกาลมาขายกัน อย่างร้าน 60 บาท ไดโซะ นี่ก็เอาซานตาคลอสมาขายเรียบร้อย ภายในห้างก็นำต้นคริสต์มาส ของประดับเทศกาลมาวางขายแล้วเช่นกัน ภายในซุปเปอร์มาเก็ตก็มีสินค้าเตรียมเทศกาลขายแล้วเหมือนกัน พยายามไม่เดิินไปดู แต่ก็อดมองไม่ได้ พวกคุกกี้กล่องเหล็ก กาแฟกล่องเหล็ก ช็อกโกแลตในกล่องเหล็กสีทองสวยงาม คนบ้ากล่องเหล็กอย่างบล็อกนี้เห็นแล้วอยากซื้อมาซะทุกแบบ ช่วงนี้ตามห้างเดินไปทางไหนก็เป็นเทศกาลคริสต์มาส เทศกาลสิ้นปีกันทั้้งนั้นรู้สึกคึกคักดีจริงๆ

ก่อนจะจบบล็อกขอเล่าเรื่องนี้หน่อย อาทิตย์ที่ผ่านมาอาหารพวกน้ำชาเขียวทั้งหลายเริ่มปรับราคาขึ้นกันแล้วนะ เข้าเซเว่นมองดูน้ำชาเขียว เห็นปิดป้ายราคาทับกันแล้ว เพิ่มขึ้นหลายบาทอยู่ ขึ้นราคาเพราะอะไรไม่แน่ใจไม่ได้ติดตามข่าว ขึ้นเพราะภาษีน้ำตาลละมั้ง… โชคดีที่ไม่ได้ดื่มชาเขียวแล้ว รอดูต่อว่าจะมีน้ำหวาน หรืออะไรที่ขึ้นราคาอีกกันบ้าง หวังว่าพวกน้ำอัดลมใส่น้ำตาลเทียมจะไม่ขึ้นราคานะ ไม่งั้นละแย่เลย

Blog: วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ยาบรรเทาอาการริดสีดวง

ใครที่เคยเป็นริดสีดวงคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันเป็นโรคที่รักษาไม่หาย บางทีหาย และกลับมาเป็นอีก พออาการมันกำเริบแล้วชีวิตมันก็ไม่มีความสุขเพราะกว่าจะดีขึ้นนั้นนานมากๆ  วันนี้จะมาเล่าถึงยาที่บรรเทาอาการให้ดีขึ้น ยานั้นก็คือยา Dafomin 500 mg. คนที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วก็น่าจะรู้จักยานี้ดี แต่บล็อกก็อยากจะเขียนเล่าเอาไว้ให้คนที่กำลังหาข้อมูลรักษา หรือหาข้อมูลช่วยบรรเทาอาการ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์บ้าง

ตามที่บอกไปแล้วว่ายานั้นมีชื่อว่า Dafomin 500 mg. 1 กล่องมียา 3 แผง รวม 30 เม็ด ราคา 195 บาท มีสรรพคุณ “รักษาโรคริดสีดวงทวารหนักทั้งในระยะรุนแรงและเรื้อรัง” ตามที่เขียนไว้ข้างกล่อง บล็อกเองได้ใช้ยานี้มาหลายครั้งแล้วได้ผลค่อนข้างดี อาการดีขึ้นเร็วประมาณ 1 อาทิตย์ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

จากที่สังเกตครั้งล่าสุดเริ่มมีอาการประมาณวันอาทิตย์ (29 ต.ค.) วันถัดมาก็ซื้อยามาทาน ทานตามที่แจ้งไว้ข้างกล่องกรณีรุนแรง คือ วันละ 6 เม็ด นาน 4 วัน, ต่อด้วย วันละ 4 เม็ด อีก 3 วัน ก็ทานมาเรื่อยๆ ประมาณวันศุกร์ปลายอาทิตย์อาการก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดไม่มีการเจ็บ หรือปวดแล้ว แต่ยังคงมีอาการบวมอยู่ จากประสบการณ์ครั้งก่อนๆ ก็อีกไม่นานก็จะหายบวมและกลับสู่สภาวะปกติ ปกติแบบว่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนั้นเลยรวมแล้วระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 2 อาทิตย์ได้ ดูเหมือนจะนานแต่เมื่อการปวดหายไปแล้วก็เรียกว่าไม่มีปัญหาแล้วละก็ประมาณอาทิตย์นึง หลังจากหายดีแล้วก็ต้องดูแลเรื่องอาหารที่ทาน การขับถ่ายให้ดีเท่าที่จะทำได้ไม่อย่างนั้นอาการก็จะกำเริบขึ้นมาอีก ตัวบล็อกเองหลังจากหายดีครั้งก่อนหน้าก็หลายเดือนอยู่จนมาช่วงนี้ที่ทานอาหารไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เครียดเรื่องงานประจำค่อนข้างมากรวมๆ กันก็เลยทำให้อาการกำเริบขึ้นมา

ที่เล่ามาข้างต้นนี้เป็นประสบการณ์จากการใช้ยาตัวนี้จริง และเป็นประสบการณ์ส่วนตัว  ผลที่ได้อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนั้นปรึกษาแพทย์ดีที่สุดครับ และหวังว่าเรื่องที่เล่าไว้จะเป็นประโยชน์นะครับ ดูแลตัวเองกันดีๆ ละ

Blog: วันที่ 21 ตุลาคม 2560 สะสมแสตมป์แลกของรางวัลช้อปติดตาวของ Tesco Lotus

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าเรื่องสะสมแสมป์ของห้างโลตัสใหญ่ที่เพิ่งมีมาให้สะสมกัน เพียงแต่ต้องซื้อของถึง 200 บาท ถึงจะได้แสตมป์ 1 ดวง สะสมครบตามจำนวนก็เอาไปแลกของรางวัลได้ทันที่ที่ห้างเลย ของรางวัลเป็นของใช้พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า กล่องพลาสติก เรรียกว่าเป็นของชิ้นใหญ่ที่มีราคาอยู่ถึงต้องใช้แสตมป์แค่ 20 ดวงก็ต้องซื้อของเยอะหลายบาท แต่ก็มีโปรสำหรับสินค้าบางตัวที่ซื้อแล้วจะได้แสดมป์เพิ่ม 1 – 100 ดวงเลย จริงๆ ดูจากราคาของรางวัลแล้วถ้ามีเงินซื้อของจนได้แสดมป์ 20 ดวง หรือเท่าไหร่ก็ตามแล้วก็คงซื้อของที่จะแลกโดยไม่ต้องเก็บสะสมแสตมป์ได้เลยจะง่ายกว่า

จากที่เล่ามาข้างบนเอาเงินไปซื้อของที่อยากแลกนั้นง่ายกว่าก็จริง คิดอย่างนั้นเลยไม่คิดที่จะสะสมแสตมป์ของโลตัส แต่บังเอิญนั่งนับแสมป์จากการซื้อของที่โลตัสที่ผ่านมาดูแล้วได้เกือบ 80 ดวงแล้ว เลยมาหาดูโปรว่ามันแลกอะไรได้บ้างดูที่จำนวน 80 ดวงแลกได้หลายอย่างมีชั้นพลาสตติก หม้อ ผ้านวม กระเป๋าเด็ก พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีอยู่ไม่กี่อย่างหลายอย่างก็มีแล้ว แต่เห็นหม้อสุกี้ไฟฟ้า นึกอยากได้ขึ้นมา คิดว่าคงเอามาทำสุกี้ช่วงหน้าหนาวคงดีไม่น้อย เลยตัดสินใจที่จะแลกหม้อสุกี้แล้วกัน

ตกเย็นก็แวะห้างโลตัส ในสมุดสะสมแสตมป์ขาดแสตมป์อีก 13 ดวง วางแผนไว้ว่าจะซื้อสบู่กลิ่นแคนตาลูป ราคา 165 บาท ที่จะได้แสตมป์ 15 ดวง เป็นสินค้าราคาที่ถูกที่สุดและได้แสตมป์พอสำหรับ 80 ดวง เดินไปคิดเงินเรียบร้อยเราจะได้แสตมป์ 16 ดวงจากการซื้อครั้งนี้ พนักงานนับแสตมป์บนเคาน์เตอร์มี 4 ดวง และนับแสตมป์แผ่นใหม่ที่หยิบมาจากใต้เคาน์เตอร์อีก 12 ดวง แล้วหยิบแสตมป์พร้อมใบเสร็จให้เรา รับมาแล้วรีบตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อติดแสตมป์และแลกของรางวัลเลย ระหว่างติดแสตมป์อยู่นั้นติดไปจากสแตมป์ 12 ดวง เอ๊ะ!!! ทำไมขาด 1 ดวง ดูใบเสร็จเราต้องได้แสตมป์ 16 ดวงนี่ ทำไมมีแค่ 12 ดวง !!! พนักงานไม่ได้หยิบอีก 4 ดวง บนเคาน์เตอร์ให้ หรือเราทำหล่นหายกันแน่นะ ถ้าไปทวงกับพนักงานตอนนี้คงไม่ได้เรื่องเค้าคงคิดว่าเราทำหายแล้วไปขอใหม่แน่ เลยตัดสินใจฝากของกับพนักงานแล้วเดินเข้าไปซื้อของอีกครั้ง “ต้องซื้ออีก 200 เลยเหรอถึงจะได้ 1 ดวง” ดูไม่คุ้มค่่าที่จะทำเลย แต่นึกได้ว่ามีโปรโมชั่นสินค้าที่รับแสตมป์อยู่บนเว็บไซต์เปิดดูแล้วก็ได้เครื่องดื่มเกลือแร่ ราคา 16 บาท รับแสตมป์ 1 ดวงมา ค่อยโอเคหน่อย คิดเงินเอาแสตมป์ไปติดในสมุดแล้วก็แลกหม้อสุกี้มาเรียบร้อย

ผ่านไปกับการแลกแสตมป์โลตัสครั้งนี้ มีปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อยแต่ก็โอเค เพียงแต่มีข้อสังเกตจากโปรโมชั่นครั้งนี้คือตามชั้นวางสินค้าไม่มีป้ายบอกเลยว่าสินค้าตัวนี้ซื้อแล้วจะได้รับแสตมป์เพิ่มนะ หรือมีป้ายบอกก็ไม่บอกให้ละเอียดบอกแค่ว่า “สินค้านี้ได้รับแสมป์เพิ่ม” แล้วก็ติดป้ายไปทั้งชั้น ไม่ระบุว่าซื้อสินค้านี้ขนาดกี่กรัม กี่มล. จะได้รับแสตมป์ เพราะสินค้ามีหลายปริมาณหลายขนาดต้องคอยหาแผ่นโปรโมชั่นถือมาดูเทียบเองตลอด เหมือนจะไม่ค่อยอยากให้สะสมแสมป์เลย

มาดูหม้อสุกี้ที่แลกมากันบ้าง เป็นหม้อสุกี้ยี่ห้อ IMARFLEX “หม้อสุกี้เอนกประสงค์ รุ่น EP-740 มูลค่า 669 บาท” เป็นหม้อขนาดเล็กน่ารักดี แกะกล่องออกมาตกใจนิดหน่อย ไม่ได้ตกใจที่ขนาดมันเล็กนะ แต่ตกใจที่มันมีอุปกรณ์มาให้เยอะ คิดว่าจะมีแค่ตัวหม้อกับฝาเท่านั้น แต่ในชุดจะมีหม้อสุกี้ ฝาแก้ว กระทะสำหรับทอด กระทะสำหรับย่าง พลาสติกต้มไข่ ครบครันเลย เรียกว่าไม่่มีเงินซื้อแก๊สก็มีหม้อไฟฟ้าเอาไว้ทำอาหารได้ไม่อดแล้วคราวนี้ วัสดุของหม้อส่วนสีแดงเป็นพลาสติก ตัวหม้อกับกระทะเป็นโลหะคุณภาพปกติไม่ได้ดี หรือแย่กว่าที่เคยใช้ รวมๆ ดูน่าใช้งาน เอาไว้ใช้งานแล้วจะมาเล่าว่าใช้งานได้ดีหรือไม่อีกครั้งนึง

Blog: วันที่ 18 ตุลาคม 2560 อากาศเริ่มเย็นใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วเหรอ

สวัสดีบล็อก! เป็นยังไงกันบ้าง? ที่โคราชเมื่อวานนี้สภาพอากาศมืดครึ้มไปด้วยเมฆ มองไปทางไหนก็มืดมัว ทุกอย่างมองเป็นสีเทาพร้อมกับอุณหภูมิที่เย็นลงแบบไม่ทันตั้งตัว เป็นสภาพอากาศที่เหมือนจะเข้าฤดูหนาวแล้วอย่างนั้น และเป็นอย่างนั้นทั้งวันซะด้วย อากาศเย็น มีลมพัดแรงหน่อยๆ รู้สึกดีมาก ถึงจะรู้ว่ามันเป็นเมฆฝนก็เถอะ จากพยากรณ์อากาศก็ได้แจ้งว่าอาจจะมีฝนตกหนักช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. นี้

วันนี้ก็ยังคงมีเมฆมากเหมือนเมื่อวานพร้อมกับลมที่พัดเอาความเย็นมาด้วย เป็นช่วงวันที่มีสภาพอากาศที่ดีเลย แต่ก็ต้องคอยลุ้นเอาช่วงเย็นว่าจะมีฝนตกหรือไม่ แล้วหลังฝนหมดแล้วจะยังคงมีอากาศหนาวอยู่ หรือจะกลับมาที่สภาพอากาศร้อนมากเหมือนวันก่อนๆ

แต่ไม่รู้ทำไมถึงชอบอากาศแบบนี้จัง ชอบฤดูหนาว (ノ◕ヮ◕)ノ*:・゚✧

Blog: วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ลองใช้กล้องคอมแพค Casio EX-ZR3600

สวัสดีบล็อก! หายไปนานกับการเขียนบล็อกประจำวัน วันนี้มีเรื่องมาเล่าเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป วันนั้นกำลังถ่ายรูปงานอยู่ก็มีความคิดขึ้นมาในใจว่าถ้ามีกล้องที่พับหน้าจอขึ้นมาแล้วถ่ายรูปตัวเอง หรือถ่ายวีดีโอบล็อกได้ก็คงจะดีนะ… อาจจะใช้ถ่ายวีดีโอลงบล็อกได้อีกมุม ทำมุมมองตรงกันข้ามได้ด้วยคงจะสะดวกดีไม่น้อย… แต่ช่วงนี้ต้องประหยัดนี่นา ความคิดเรื่องกล้องก็พับไป จนมาอาทิตย์ก่อนนี้รู้มาว่าทางที่ทำงานกำลังจะมีโครงการไปเที่ยวพักผ่อนประจำปีในช่วงต้นปีหน้า ความคิดเรื่องกล้องที่มีจอพับได้ก็กลับมาอีกครั้ง แต่จะซื้อของใหม่เลยก็ราคาแพง เลยจะลองซื้อกล้องมือสองมาใช้ดู คิดแล้วก็เปิดเว็บ “ขายดี.com” เลื่อนไปเรื่อยๆ กล้องที่พับจอได้ที่คิดไว้ก็น่าจะเป็นกล้อง Canon รุ่น M10 รุ่นนี้เก่าแล้วคงจะหามือสองได้ไม่แพง แต่ดูๆ แล้วราคามือสองก็ยังอยู่ที่หมื่นต้นๆ เลื่อนไปเรื่อยไปเจอกล้องของ Casio เป็นกล้องคอมแพคธรรมดา หรือที่รู้จักกันว่ากล้องฟรุ้งฟริ๊ง มีราคามือสองที่ไม่แพง จอพับขึ้นมาได้ และก็คงถ่ายรูปสวยแน่ๆ เห็นสาวๆ ชอบใช้กัน แต่ลังเลอยู่ที่ว่าตัวเราชอบควบคุมกล้องมากกว่าจึงชอบใช้พวก DSLR เพราะคุณภาพของไฟล์รูปที่สวยตามที่เราควบคุม พอคิดจะมาใช้กล้องคอมแพคแล้วก็เลยลังเลกลัวจะถ่ายแล้วไม่ได้ดั่งใจ แต่ด้วยว่างบที่มีจำกัดและอยากเอามาลองใช้งาน ก็เลยตัดสินใจเลือกกล้อง Casio มา เลือกรุ่น EX-TR3600 เป็นรุ่นของปีที่แล้วที่ตอนนี้ราคามือสองไม่แพงนัก ได้มาจากประกาศลงไว้ที่ราคา 6,500 บาท ดูแล้วสภาพดี มีกล่อง และอุปกรณ์ครบ คิดว่าคงจะโอเค

ในที่สุดกล้องที่เลือกไว้ก็เดินทางมาถึงบ้าน ภายนอกถือว่าสภาพดีเลย น้ำหนักเบา ขนาดเล็ก ค่อนข้างถูกใจ แต่ลุ้นว่าระบบข้างในจะเป็นยังไงนะ? เปิดกล้องลองถ่ายรูปแรก โหมดปกติก็โอเค ลองถ่ายโหมดฟรุ้งฟริ๊งดูมันทำได้ดีเลยนะ ไม่คิดว่าถ่ายรูปตัวเองแล้วจะดูโอเคแบบนี้ ลองถ่ายแบบปิดโหมดปรับสีผิวทุกอย่างก็ยังดูดีอยู่ ทั้งหมดที่ลองถ่ายในโหมดอัตโนมัติแบบพิเศษ แต่พอเปลี่ยนโหมดเท่านั้นแหละมันปรับอะไรไม่ค่อยได้เลย ปรับได้ก็ค่อนข้างยากเพราะไม่ได้แสดงผลแบบทันที ต้องกดโฟกัสก่อนถึงจะแสดงผลที่ตั้งค่าไว้ในแต่ละครั้ง ลองเข้าโหมด M ก็ยังเป็นเหมือนกันถึงจะปรับค่าต่างๆ ได้ก็จริงแต่ดันไม่ได้แสดงผลทันทีเมื่อปรับค่า ต้องค่อยกดปุ่มโฟกัสเพื่อดูภาพพรีวิวก่อนถ่ายจากค่าที่ปรับไว้ก่อนตลอด แถมถ้าถ่ายโหมดอื่นๆ ที่ไม่ใช้โหมดอัตโนมัติพิเศษแล้ว ภาพที่ได้สีก็จะแห้งๆ น๊อยส์เยอะจัด ถ่ายกลางแจ้งก็ได้สีทึมๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเป็นแบบนี้ หรือว่าเราใช้ไม่เป็นเหรอ?  แต่การใช้พวกซีนโหมดที่มีให้ถ่ายถือว่าโอเคภาพสวยอยู่ แต่จะให้เปลี่ยนซีนโหมดไปตามสถานการณ์ก็ไม่ไหวนะ แต่เดี๋ยวก่อนกล้องตัวนี้มันมีจุดเด่นที่โหมดอัตโนมัติพิเศษนี่แหละ โหมดนี้ถ่ายภาพอะไรออกมาก็สวย ถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีมาก เพราะระบบของ Casio ที่จะถ่ายภาพหลายๆ ภาพมารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้ภาพที่ได้สีสวย คมชัด ไม่ค่อยมีน๊อยส์รบกวนเนียนกำลังดี และตัวกล้องจะเลือกซีนโหมดให้โดยอัตโนมัติ แต่ข้อเสียก็คือภาพถ่ายพวกวิวธรรมชาติ หรือซีนโหมดบางอย่างจะมีการปรับสีให้สดพิลึกเกินจริงไปมาก ถึงจะดูสวยก็เถอะ เรื่องการเชื่อมต่อ wifi ถ่ายรูปผ่านมือถือก็ทำได้ดีเลย ดีกว่า Canon EOS M10 อีก ภาพพรีวิวบนมือถือแสดงได้ลื่นไหลชัดเจน ของ Canon มันกระตุกดีเลย์ไม่ชัดเอาซะเลย แต่กล้อง Casio ตัวนี้เซนเซอร์มันเล็กแล้วระยะเลนส์ที่ให้มาสามารถซูมได้ก็จริง แต่มันให้มุมมองของเลนส์ที่ไม่ถูกใจถ่ายออกมาแล้วเหมือนเอากล้องมือถือมาถ่ายมากกว่า ภาพไม่นุ่ม ไม่มีความเบลอหลังสักเท่าไหร่ (เป็นความคิดเห็น และความชอบส่วนตัวนะครับ) เรื่องถ่ายวีดีโอรุ่นนี้ก็บอกว่าแค่ถ่ายได้ก็พอ ปรับอะไรไม่ได้ ปรับได้แค่ขนาดวีดีโอ กับปิดไมค์ คุณภาพโอเคในสภาพแสดงปกติ ถ้าแสงน้อยก็น๊อยส์กระจาย

สรุปแล้วสำหรับตัวเราเองที่ชอบควบคุมระบบกล้อง ชอบออกแบบมุมมองด้วยเลนส์นั้น ก็ค่อนข้างผิดหวังกับการเลือกของตัวเองนิดนึง แต่ก็เป็นความผิดของเราเองที่ลืมคิดเรื่องพวกนี้ไปตอนเลือกซื้อกล้อง แต่ก็ว่าเรื่องถ่ายรูปคน หรือถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องนี้ไม่ได้นะ กล้อง Casio EX-TR3600 ตัวนี้ถ่ายสวยมาก ถ้าปรับสีผิว ปรับความเนียนพอดีๆ นะ อึ้งไปเหมือนกันว่าถ่ายตัวเองแล้วออกมาดูดีอย่างนี้ได้ 555 บทเรียนครั้งนี้ต้องจำเอาไว้แล้วค่อยเก็บเงินซื้อกล้องใหม่เอาดีๆ ไปเลย!

ดังนั้นถ้าใครจะซื้อกล้องใหม่แล้วไม่อยากลองผิดลองถูกอะไรแล้ว ขอให้เลือกโดยยึดกับสิ่งที่ตัวเองถนัด หรือสิ่งที่ตัวเองชอบจะดีกว่า และคุ้มเงินกว่าด้วย ไม่ต้องเสียเงินหลายต่อให้เจ็บใจเปล่าๆ

Blog: วันที่ 14 กันยายน 2560 สภาพอากาศ + Wall’s Ice Cream Sandwich

เข้าเดือนกันยายนมาได้เกือบกลางเดือนแล้ว อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูหนาว แต่วันก่อนฝนตกหนัก เมื่อวานก็ร้อนจัด วันนี้ก็ยังคงร้อนจัดอยู่ เหมือนว่าช่วงนี้จะมีแค่ 2 ฤดู ถ้าในออฟฟิตไม่มีเครื่องปรับอากาศคงจะทำงานสนุกเลยทีเดียว วันนี้นึกอยากกินไอศกรีมขึ้นมาก็เดินไปร้านค้าใกล้ๆ มองดูในตู้ขายมีหลายแบบ แต่มองเห็นห่อสีแดงโดดเด่นออกมา หยิบมาดูเป็นไอศกรีมแซนวิชละ วอลล์มันมีไอศกรีมแบบนี้ขายตั้งแต่เมื่อไหร่นะ? ไม่ได้สนใจเรื่องไอศกรีมมานานมากแล้ว เลยหยิบเอาของใหม่มาลองชิมดูสักหน่อย

วอลล์ไอศกรีมแซนวิช [Wall’s Ice Cream Sandwich] อันละ 20 บาท เปิดห่อมาก็จะเจอตัวไอศกรีม ลักษณะเป็นขนมปังแผ่นประกบกับไอศกรีมหน้า-หลัง ตัวขนมปังเป็นขนมปังแบบนิ่มไม่กรอบทำให้เวลากัดไอศกรีมแล้วขนมปังไม่แตกร่วงเลอะเทอะ ไอศกรีมรสช็อกโกแล็ตและวนิลา รสชาตินั้นก็เป็นรสปกติทั่วๆ ไปของแต่ละรส กินคู่กับขนมปังกรอบแล้วอร่อยดีแปลกใหม่สำหรับตัวเอง ได้กินไอศกรีมเย็นๆ กับเดินผ่านอากาศร้อนๆ นี่มันเข้ากันดีนะ ใครไม่เชื่อก็ต้องลองทำดู

แต่! กลับมาที่ไอศกรีม ตัวขนมปังที่ประกบอยู่จะมีลายการ์ตูนทั้งด้านหน้าและหลัง ลายไม่เหมือนกัน มันมาสะดุดที่ลายด้านที่ถืออยู่นี้ เป็นลายที่น่าหดหู่เหลือเกิน ลายที่ว่าก็คือลายไก่กับลูกไก่กำลังดูทีวี แล้วเจอโฆษณาขายไก่ทอด เอ่อ… ไอเดียเหมือนจะตลกนะ ಠ~ಠ

Blog: วันที่ 2 กันยายน 2560 เลี้ยงอาหารเย็นคนว่างงาน

วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ไปทานข้าวเย็นนอกบ้าน เพราะวันนี้เพื่อนคนนึงไม่ได้ทำงานพิิเศษตอนเย็นแล้ว เพราะเพิ่งออกจากงานพิเศษเมื่อวานนนี้ วันนี้เลยไปเลี้ยงปลอบใจสักหน่อย คิดอยู่นานว่าจะไปกินที่ไหนดี เลือกที่ ฮาบิ บุฟเฟต์ปิ้งย่าง เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ที่มีอาหารให้เลือกเยอะใช้ได้เลย วันนี้เลยได้กินของที่อยากกินเกือบทุกอย่างอิ่มมาก ส่วนเพื่อนคนที่ว่างงานก็กินเยอะจนพอใจเหมือนกัน กลับออกมาจากร้านตัวเต็มไปด้วยกลิ่นควันเหม็นไปหมด กลิ่นควันเป็นกลิ่นของอาหารไหม้ๆ กลิ่นหวานเลี่ยนๆ บอกไม่ถูก ไม่ชอบกลิ่นแบบนี้เลยแต่ก็โอเคนะ

ปูตัวนี้ (ปูในภาพด้านบน) เป็นตัวตัวแรกที่กินในรอบ 5 ปีเลย นึกถึงปูตัวสุดท้ายที่กินไม่ออกเลยว่าเมื่อไหร่ เห็นกินปู กินกู้งย่าง อาหารทะเลแบบนี้มันดูน่ากิน น่าอร่อยก็จริง แต่พอกินจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้สนุก ไม่ได้อร่อยอย่างที่คิดเลยนะ มันลำบากตอนแกะเปลือกนี่แหละ เสียเวลาไปมาก พอเริ่มแกะปูก็ถามกับตัวเองว่า “จะแกะอย่างไร?” แกะไม่เป็นซะแล้ว นึกไม่ออกก็หักครึ่ง แล้วก็มีคำถามกับตัวเองอีกครั้ง “ปูนี่มันกินส่วนไหนได้บ้างนะ?” “แล้วมันกินได้หมดไหมเนี่ย?” สุดท้ายก็แกะกินส่วนที่เป็นเนื้อนิ่มๆ ที่ดึงออกมาได้เท่านั้น 555 เห็นในรูปแล้วอยากมากินปู แต่พอได้กินแล้วกลับกินไม่เป็นซะนี่ขำตัวเอง

ร้านฮาบิ บุฟเฟต์ปิ้งย่างนี้เดี๋ยวจะมีเขียนเล่าแนะนำร้านอาหารไว้อีกโพสนึงแล้วกัน เพราะเป็นร้านที่ดูแล้วโอเคใช้ได้เลยทีเดียว

Blog: วันที่ 28 สิงหาคม 2560 กำหนดเปิดจอง Samsung Galaxy Note8 ในไทย

 

ว่าจะไม่เขียนถึงแล้ว Samsung Galaxy Note8 ไม่อยากเพิ่มความอยากได้ให้ตัวเองไปมากกว่านี้ แต่ก็ขอเขียนถึงสักหน่อยเพราะเพิ่งเห็นราคาวางขายในไทยแล้วอยู่ที่ 33,900 บาท (ที่มา: iaumreview) ราคามันจะสูงไปไหน เปิดจองวันที่ 1 – 17 กันยายน 2560 นี้ และมีของแถมเมื่อจองแต่ละสถานที่อีก ถ้าจองผ่านทาง S-estore ก็จะได้แบตเตอร์รี่แพ็คเพิ่มไปอีก 1 ชิ้น (Samsung Battery Pack 5100mAh มูลค่า 1,590 บาท) นอกจากของแถมที่ได้จากประกาศแล้ว ยังมีลงทะเบียนสิทธิ์จากเครื่อง Galaxy Note รุ่น 1-5 แล้วจะได้ปากกา S Pen รุ่นพิเศษ (Staedtler® Noris® Digital Samsung Pencil มูลค่า 1,290 บาท) เพิ่มอีก 5,000 สิทธิ์

มองดูของแถมที่จะได้ถ้าสั่งจองเครื่อง Note8 แล้ว ดูคุ้มค่านะ แต่ก็ไม่เห็นเห็นสิ่งที่ตัวเองจะเอาไปใช้ประโยชน์จริงๆ ได้เลย ลำโพงก็คงไม่ได้ใช้ เคสปกติก็ไม่ใส่ ปากกา S Pen ขนาดใหญ่มีแล้วก็ยังไม่ได้ใช้เต็มที่เลย และยังไม่คิดถึงถ้าผ่านไปสักพัก Samsung จะทำการอัดโปรรุนแรงลดราคาสนั่นอย่างที่เคยเกิดกับ Galaxy S8, S8+ มาแล้วแน่นอน ตอนนี้คงยังไม่จอง รอดูโปรสิ้นปี และรอเผื่อดูแนวทางของ Galaxy S9 ก่อนดีกว่า จะได้เจ็บน้อยหน่อย…. คิดถึงปุ่ม Home พร้อมสแกนนิ้วจัง ಥ_ಥ

Blog: วันที่ 22 สิงหาคม 2560 ไข้หวัดใหญ่ + หัวต่อ Samsung Micro USB Connector

สวัสดีบล็อก! วันนี้เป็นวันแรกที่ได้กลับมาทำงานหลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ป่วยหนัก ตรวจแล้วพบว่าเป็น “ไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ A” ซึ่งต้องอยู่นอนที่โรงพยาบาลเลยทีเดียว แต่ด้วยห้องแยกโรคสำหรับผู้ป่วยโรคติดต่อเต็ม หมอเลยให้ไปพักอยู่ที่บ้านแทน ไข้หวัดใหญ่นี้มีอาการที่ทรมานมาก ไข้สูง หนาวสั่น ร้อน สลับไปมา ยังมีอาการพวกปวดหัวรุนแรงจนนอนไม่ได้ อาเจียน ไม่มีแรง แขนขาชา โดนกับตัวเองมาแล้ว สงสัยว่าไปติดหวัดมาตอนไหนเพราะตัวเองไม่ได้ป่วยมาเกือบ 5 – 6 ปี แล้ว ก็คิดได้อย่างเดียวคือวันเสาร์ก่อนที่ไปดูหนัง แอนนาเบล ที่เดอะมอลล์ เพราะคืนนั้นรู้สึกเจ็บคอขึ้นมา วันต่อมาก็เริ่มมีไข้ คงพลาดไปรับเชื้อมาตอนนั้นละ ฉะนั้นใครที่ไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยก็ระวังตัวกันไว้ด้วย พกเจลแอลกอฮอล์ขวดเล็กๆ ไว้ล้างมือก็ดี ช่วงนี้ไข้หวัดระบาดมากจริงๆ

วันนี้มีกล่องพัสดุวางรออยู่ที่โต๊ะทำงาน ของในกล่องก็คือหัวต่อ Micro USB Connector ของ Samsung แท้ๆ นั่นเอง ตัดสินใจสั่งซื้อเฉพาะหัวต่อนี้มาให้ครบชุดกับมือถือ Note FE ที่โดนเปลี่ยนของออกไปจากกล่องในบล็อกก่อน (อ่านบล็อกก่อนหน้า) ไม่งั้นจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเองต่อไปเรื่อยๆ ที่ไม่รอบคอบสำหรับการซื้อโทรศัพท์ในครั้งนี้ เปิดกล่องออกมาเจอหัวต่อสีขาวที่ต้องการ นี่ไงละของแท้! มันต้องเป็นแบบนี้สิ คิดแล้วก็อดโมโหร้านมือถือร้านนั้นไม่ได้ แต่ช่างมันซื้อมาใหม่ให้ครบชุดแล้วก็สบายใจ…

Blog: วันที่ 12 สิงหาคม 2560 วันแม่แห่งชาติ และ ไปดูหนัง Annabelle: Creation

สวัสดีวันแม่! วันนี้วันเสาร์เป็นวันแม่แห่งชาติ วางแผนไว้ว่าวันนี้จะไปดูหนังเรื่อง Annabelle: Creation จะไปดูรอบ 11.30 น. เป็นรอบเสียงอังกฤษ เพื่อหลีกเหลี่ยงคนเยอะในวันแม่แห่งชาติเลยตั้งใจว่าจะดูรอบเช้าๆ มาถึงโรงหนังประมาณ 11.10 น. เป็นเวลาก่อนฉายไม่มากไม่ต้องรอนาน รีบซื้อตัวแล้วก็นั่งรอ มองดูนาฬิกาเวลา 11.26 น. ใกล้เวลาแล้ว แต่ไม่เห็นมีประกาศแจ้งให้เข้าโรงภาพยนตร์อะไร แปลกใจเลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่หน้าโรงภาพยนตร์ว่าเข้าได้รึยัง ส่งตั๋วให้เจ้าหน้าที่แล้วก็เข้าไปในโรงภาพยนตร์ หนังตัวอย่างฉายไปแล้ว ไม่มีคนเลย เข้ามาเป็นคนแรก หนังตัวอย่างคงฉายมาหลายเรื่องแล้วเพราะพอนั่งลงก็เป็นโฆษณาก่อนยืนถวายความเคารพพอดี

เมื่อหนังเริ่มฉายมันน่าแปลกใจตรงที่หน้าจอกว้างมากเคยเข้ามาดูเรื่องอื่นๆ ก็ฉายกว้างปกติ แต่มาเรื่องนี้หน้าจอกลับปรับเข้ามาฉายตรงกลางจอเล็ก มีแถบดำด้านบนและล่าง เหมือนดูหนัง DVD ในทีวีที่บ้านยังไงยังงั้น  ดูอัตราส่วนของเนื้อภาพยนตร์ก็น่าจะเต็มจอกว้างๆ ได้ แต่กลับทำมาเป็นแถบบน-ล่าง คิดว่าน่าจะเป็นเฉพาะแบบที่ฉายเสียงอังกฤษสำหรับเรื่องนี้ เสียอรรถรสไปมากเลย

มาเล่าเรื่องหนังดีกว่า Annabelle: Creation ภาคนี้เป็นภาคที่ 2 เป็นภาคที่เล่าเรื่องต้นกำหนดของตุ๊กตา และครอบครัวที่สร้างตุ๊กตา ก่อนจะมาถึงเรื่องในภาคแรก เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากเข้าใจได้ง่าย แต่คนที่ไปดูเรื่องนี้แน่นอนต้องไปดูเพราะต้องการความน่ากลัวของตัวหนัง และก็ไม่ผิดหวังแน่ๆ หนังมีครบทุกรส มีอะไรให้ลุ้น ให้ตกใจตลอดทั้งเรื่อง มีมุกตลกให้พอขำลดความกลัวได้บ้าง เรียกว่าเป็นหนังผีที่สนุกได้เลย และตอนจบสามารถเชื่อมต่อเนื้อหาไปภาคแรกได้อย่างฉากต่อฉากลงตัวพอดี ไม่มีอะไรค้างคา สรุปแล้วชอบนะภาคนี้ เดี๋ยวต้องติดตามเรื่องอื่นๆ ที่แตกออกจาก The Conjuring ที่จะมีมาหลายเรื่อง คิดแล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

Blog: วันที่ 10 สิงหาคม 2560 บะหมี่นิชชินมีขายแบบยกแพ็คแล้วที่โลตัส

วันนี้ไปซื้อของกินของใช้ประจำเดือน ที่ห้างโลตัส แวะเข้าแผนกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เดิินไปหยิบ ยำยำ รสหมูสับ แสนอร่อย ระหว่างเดิินกลับไปที่รถเข็นนั้นเหลือบไปเห็นที่ชั้นบนสุดของชั้นวางมีบะหมี่่นิชชิน รสใหม่ ทั้ง 3 รส ขายที่โลตัสแล้ว แถมเป็นแบบจัดชุด 5 ซอง ราคาแพ็คละ 45 บาท ถูกกว่าซื้อที่เซเว่นถึงซองละ 1 บาท เลยเชียวนะ เลยหยิบรสทงคตสึมาเพิ่มอีก 1 แพ็ค

ซื้อของเสร็จก็สบายใจแล้วว่าวันหยุดยาวนี้จะมีบะหมี่อร่อยๆ กินระหว่างวันหยุด คิดเหมือนจะไม่ไปไหนเลย จริงๆ ก็ตั้งใจไว้ว่าวันเสาร์จะไปดูหนัง Annabelle Creation ด้วย ภาคต่อภาคนี้เป็นเรื่องเริ่มต้นของตุ๊กตาตัวนี้เลยน่าดูมากๆ ไปดูคนเดียวคงจะหลอนน่าดู

Blog: วันที่ 8 สิงหาคม 2560 ขายโทรศัพท์มือถือในเว็บ ขายดี Kaidee.com

เมื่อวานนี้ตอนเย็น มีนัดดูของที่ลงขายไว้ในเว็บ ขายดี (Kaidee.com) นัดดูที่เดอะมอลล์ ได้เวลาเลิกงานก็รีบเดินทางไปทันทีท่ามกลางสภาพอากาศที่มีเมฆครึ้ม ขึ้นรถเมล์ไปได้สักพักฝนก็เริ่มตก และตกแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไปถึงเดอะมอลล์ได้ปลอดภัยดี แค่ตัวเปียกไปหมด

มาเล่าเรื่องขายของในเว็บ “ขายดี” ดีกว่า ไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีหรืออย่างไร เวลาลงขายในเว็บ “ขายดี” ทีไรก็ขายออกได้เร็ว แถมเร็วมากอีกด้วย เคยเปิดเข้าดูของที่คนอื่นลงขายเรื่อยๆ ผ่านไปหลายอาทิตย์เข้าไปดูยังเห็นขายอยู่เลยก็มี ไม่รู้ว่าขายได้แล้วลืมลบรายการออก หรือไม่มีคนสนใจกันแน่ แต่ขอคิดว่าเราโชคดีมากกว่าที่ขายได้เร็ว แล้วก็เจอคนซื้อที่ไม่เรื่องมากเข้าใจคนขายตลอดๆ

ของส่วนใหญ่ที่ลงขายก็เป็นพวกโทรศัพท์มือถือนี่แหละ จะเป็นช่วงที่เราเปลี่ยนเครื่องใหม่ แล้วโอเคกับเครื่องใหม่แล้วก็จะทำการเอาเครื่องเก่าไปประกาศลงขายในเว็บ “ขายดี” ครั้งก่อนๆ ปล่อยเครื่องเก่าขายไปประมาณเครื่องละหมื่นต้นๆ ตั้งราคาไว้เป็นราคามือสองที่สมเหตุสมผลโดยเทียบราคากับมือถือรุ่นเดียวกันกับของคนอื่นที่ลงไว้หลายๆ ประกาศ แล้วเราก็มาตั้งราคาที่ต่ำกว่าของคนอื่นแต่ก็ต้องเป็นราคาที่เราพอใจและรับได้ด้วย นี่ละมั้งเลยทำให้เครื่องของเราขายได้เร็วกว่าประกาศของคนอื่น

มาครั้งล่าสุดก็เมื่อวานนี้ลงขายเครื่อง S8+ หลังจากได้ Note FE มาใช้ ก็ลงขายช่วงเที่ยงๆ ของวันอาทิตย์ ตั้งราคาไว้ สองหมื่นต้นๆ โดยเทียบราคากับประกาศอื่นๆ ในจังหวัดที่ลงขายไว้ ส่วนใหญ่ประมาณ 22,000 – 23,000 บาท เลยตั้งไว้ถูกกว่าคนอื่นๆ ประมาณ 1-2 พันบาท ตั้งถูกหน่อยกลัวว่าจะขายยาก เพราะคิดว่ามือถือมือสองเครื่องสองหมื่นกว่าๆ นี่จะมีกี่คนที่จะซื้อกันเชียว พอลงปุ๊ปก็มีข้อความเข้ามาสอบถามต่อราคาปั๊ปเลย ต่อไปหมื่นเจ็ดพัน โอ๊ยทำไมต่อเยอะจัง หลังจากลงประกาศก็มีคนเข้ามาถามเรื่อยๆ ส่วนมากจะกดข้อความด่วนถามมาว่า “ลดได้ไหม?” พอบอกราคาที่ลดให้ก็แค่อ่านแล้วก็เงียบไป… เกลียดไอ้ข้อความด่วนของเว็บจัง ได้แค่คิดในใจว่าราคานี้สำหรับรุ่น S8+ นี่ นี่ก็ถูกกว่าปกติ ถูกกว่าเจ้าอื่นมากแล้วนะยังขอต่อราคาอีก ถึงจะรู้ว่าเป็นปกติของคนที่จะขอลดราคาแม้ว่าของมันจะราคาถูกอยู่แล้วก็เถอะ (¬_¬) มันก็อดสงสัยไม่ได้ไง จนมาเจอคนซื้อที่เข้าใจและพร้อมจะซื้อจริงๆ เราจะรู้ทันที และก็จบลงที่นัดดูเครื่องกันในช่วงเย็นเมื่อวาน และก็ขายได้ในที่สุด ดูระยะเวลาก็เร็วมาก ลงไว้วันเดียวเอง

Blog: วันที่ 6 สิงหาคม 2560 ซื้อโทรศัพท์จากร้านดังในห้าง มาบุญครอง (MBK Center)

ช่วงปลายเดือนที่แล้ว Samsung ได้วางจำหน่าย Galaxy Note Fan Edition ซึ่งก็คือรุ่น Note 7 ที่ปรุงเรื่องแบตเตอรี่แล้ว วางจำหน่ายในเกาหลีใต้ตอนนี้ เห็นว่ามีวางขาย 400,000 เครื่อง และอาจจะไม่ได้วางขายในหลายๆ ประเทศด้วย เห็นแล้วนึกถึงตอนที่ Pre Order เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังนึกอยากได้อยู่  อาทิตย์ก่อนเห็นว่ามีร้านขายโทรศัพท์ในห้างมาบุญครอง ร้านนึงหิ้วเข้ามาขายจากเกาหลีแล้ว ราคาก็แพงใช้ได้อยู่ คิดว่าจะซื้อมาใช้ยาวเลยเพราะถูกใจตั้งแต่ Note 7 แล้ว แต่ก็คิดว่าถ้าสั่งซื้อไปจะได้ของไหม ของจะครบไหม จะเกิดปัญหาอะไรไหม ที่คิดแบบนี้หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินข่าวคราวที่ไม่ค่อยดีในส่วนของร้านตู้กระจกขายมือถือในห้างมาบุญครองมาบ้างไม่มากก็น้อย ตามกระทู้ในเว็บ Pantip ก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆ  แต่เป็นเพราะชื่อเสียงในทางบวกของร้านนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหิ้วจากต่างประเทศ อ่านเว็บ อ่านกระทู้ ผ่านตามาก็เห็นว่าได้มาจากร้านนี้เป็นส่วนมาก ( สงสัยใช่ไหมว่าร้านอะไร บอกตรงๆ ไม่ได้หรอก แต่คิดว่าคงจะรู้จักกันดีเลยละ ขอเรียกชื่อร้านนี้ว่า ร้าน “กบ โมบาย” แล้วกันเป็นคำใกล้เคียงสุดแล้ว ) ทำให้ตัดสินใจสั่งเครื่องไป เครื่องรอบใหม่จะเข้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และทางร้านจะจัดส่งผ่าน Kerry Express มา จนได้รับเครื่องมาเมื่อวานก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เลยจะเอามาเขียนเล่าไว้ในบล็อก

เครื่องที่ได้มาอยู่ในกล่องปกติ เพียงแต่กล่องได้ถูกเปิดมาแล้ว โดยมีฟิล์มกันรอยที่สั่งซื้อไปพร้อมเสียบมาในกล่อง พลาสติกกันรอยที่ติดมากับโทรศัพท์ข้างหน้าและหลังเครื่องถูกแกะออกไป เลยเช็คเครื่องดูรอบๆ เครื่องไม่มีรอย สติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดติดอยู่ข้างหลังเรียบร้อยดียังพอสบายใจได้ว่าเป็นเครื่องใหม่ เปิดเครื่องดูก็เห็นว่าหน้าต้อนรับตอนเปิดเครื่องใหม่ภาษาถูกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว คิดว่าทางร้านคงจะเปิดเช็คเครื่องดูก่อน เพราะตอนดู Unbox ของเมืองนอกเครื่องที่มาจากเครือข่ายนี้ของเกาหลี ภาษาจะเป็นภาษาเกาหลีเป็นภาษาเริ่มต้น

มาที่อุปกรณ์ในกล่องจะมีกล่องสีดำข้างในเป็นเคสสีฟ้า มีหูฟัง สายชาร์จ อแดปเตอร์ชาร์จ หัวปากกา S Pen ตัวต่อ OTG และ หัวแปลง Micro USB to USB C ตัวสุดท้ายนี่แหละที่เห็นว่าผิดปกติ ขนาดของหัวต่อมันเล็กกว่าพลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่อง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะเป็นแบบนี้ เลยเอามาเทียบกับตัวที่มากับ S8+ ที่ใช้อยู่ ขนาดต่างกันสิ้นเชิง พลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่องเทียบแล้วขนาดพอดีกับขนาดของหัวต่อที่มากับ S8+ เลย  ตัวพลาสติก และ ส่วนอลูมิเนียม วัสดุก็แตกต่างกันชัดเจน  หึ หึ หึ โดนเข้าจนได้ แค่นี้ก็โดนนะ เท่านั้นแหละรีบเช็คอุปกรณ์อื่นๆ ทันที เปิดเทียบดูกับวีดีโอ Unbox ใน Youtube เลย เท่าที่ทำได้และความรู้เท่าที่มี ก็เห็นว่ามีแค่อย่างเดียวที่ไม่ใช้ของแท้นะ ต่อไปก็ถามทางร้านละ

ส่งข้อความไปถามร้านทาง Line ที่สั่งซื้อ ส่งรูปและถามไปว่าทำไมมันไม่เหมือนกับของ Samsung เลย! เจ้าหน้าที่ตอบมาว่ามันมากับเครื่องคะ / มาแบบนี้ทุกเครื่อง และยังบอกอีกว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ ต่อเหมือนกันแค่แบบต่างกันค่ะ” เรื่องเปิดกล่องก็ตอบว่า “ก็ต้องเปิดเช็คเครื่องค่ะ” 

แค่เจอคำตอบว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ” ทำให้ความเชื่อมั่นว่า ร้านนี้ดี มีชื่อเสียง ขายมานาน ประสบการณ์เยอะ เจ้าของร้านมาพบปะลูกค้าตลอด เป็นกันเอง ซื้อกับร้านนี้ต้องมั่นใจได้แน่ๆ  เนี่ยหายไปทันที เรื่องเปิดเช็คเครื่องนี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกแต่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ อย่างน้อยก็ถามลูกค้าก่อนว่าจะให้เปิดเครื่องเช็คก่อนไหม ถ้าลูกค้าไปเปิดเองแล้วเครื่องพัง ของไม่ครบ ทางร้านไม่รับผิดชอบก็จะไม่ว่าอะไรเลย

สรุปแล้วเรื่องนี้ผมก็ต้องทำใจนะครับ เพราะผมเลือกร้านนี้เอง และเลือกซื้อแบบนี้เอง แนะนำสำหรับคนที่จะซื้อของแบบนี้ถ้าสะดวกก็เข้าไปซื้อที่ร้านให้เค้าแกะกล่องต่อหน้าเราเลยดีที่สุด ส่วนคนต่างจังหวัดแบบผมก็มีวิธีซื้อแล้วส่ง Kerry นี่แหละสะดวก แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแบบนี้เอง ทำไงได้ละก็อยากได้นี่ สุดท้ายแล้วเรื่องของร้านมือถือตู้กระจกห้างมาบุญครอง ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมๆ อยู่ดี ╭∩╮(︶︿︶)╭∩╮

เรื่องนี้คิดอยู่นานว่าจะเขียนลงบล็อกดีไหม แต่คิดว่าเขียนทิ้งเอาไว้เผื่อใครผ่านมาเจอจะได้ระวังตัวและรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะครับ

Blog: วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 วันหยุดพิเศษ และร้านขนมปัง

วันนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่หยุดกันเราเองก็หยุดด้วย ตื่นมาตอนเช้าก็นั่งคิดว่ามีอะไรกิน ได้เตรียมอาหารสำหรับวันหยุดไว้รึเปล่า ซึ่งก็ไม่ได้เตรียมซื้อของไว้ ทั้งบ้านมีแค่ขนมปังกรอบนิดหน่อยไม่พออิ่มแน่ บ่ายๆ เลยออกไปเดอะมอลล์ไปไปรษณีย์ส่งพัสดุพอดีและไปหาของกินด้วย จำได้ว่าวันนี้ร้าน Auntie Anne’s แจกเพรทเซลฟรี 1 ชิ้น สำหรับคนใช้มือ Samsung ผ่าน App Galaxy Gift คิดว่ายังไงก็ได้ของกินฟรีแล้วละ ไม่ต้องเสียเงินด้วย ที่เดอะมอลล์วันนี้คนไม่เยอะอย่างที่คิดมาถึงก็ตรงไปส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ เสร็จเรียบร้อยก็ไปเดินที่ซุปเปอร์ต่อหาซื้อของไว้กินพรุ่งนี้ เดินรอบซุปเปอร์ได้ช็อกโกแลตทาขนมปัง Nutella มาขวดนึง ไม่ได้ของกินจริงๆ มาเลย เพราะว่าของกินอะไรก็ราคาแพงช่วงนี้ แต่ออกมาจากซุปเปอร์ก็เจอร้านขนมปังร้านใหญ่ มีขนมปังหลากหลายดูน่ากินทุกอย่าง ทำไมไม่เคยเห็นร้านนี้มาก่อน ก็ไม่แปลกหลังจากห้างปรับปรุงใหม่แล้วส่วนพื้นที่ตรงนี้ก็เคยมาแค่ครั้งสองครั้งเอง ร้านนี้คือร้าน BreadTalk เป็นร้านขนมปังคล้ายกับร้าน Yamazaki ขนมปังในร้านส่วนใหญ่ราคา 30 บาทขึ้นไป มีบ้างบางชนิดชิ้นเล็กๆ ที่ราคา 19 บาท เรียกว่าเป็นรร้านขนมปังที่ราคาแพงใช้ได้เลย แต่เพราะความหิวเลยเดินเข้าไปเลือกมาหลายชิ้นจนได้แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปแลกแพรทเซลฟรีมา 1 ชิ้นด้วยนะ

ในเรื่องของรสชาติขนมปังนั้นลองกินหลายๆ ชิ้นที่เลือกมาแล้วก็คิดว่าอร่อยแบบปกติ ไม่ได้อร่อยพิเศษอะไรครั้งต่อไปจะซื้ออีกครั้งรึเปล่าก็ขอคิดก่อนตอนนั้นแล้วกัน

Blog: วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 สั่งสินค้า ส่งจากต่างประเทศ ผ่านเว็บ Lazada

ครั้งนี้จะมาเล่าถึงเรื่องสั่งซื้อของในเว็บ Lazada แล้วขึ้นการจัดส่งว่า “จัดส่งจากต่างประเทศ” ลองสั่งดูว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหนและได้ของจริงหรือไม่ ของที่สั่งก็คือ วิทยุ จากประเทศจีน แล้วทำไมมานึกซื้อวิทยุเอาตอนนี้หลายคนอาจสงสัย เรื่องมันก็มีอยู่ว่าส่วนตัวแล้วเป็นพวกชอบอุปกรณ์ฉุกเฉิน หรือพวกเตรียมพร้อมเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรแบบนี้ แล้วอาทิตย์ก่อนก็หาดูวิทยุไดนาโม แบบที่สามารถปั่นไฟใช้ได้เอง ว่าจะซื้อไว้สักตัวเผื่อฉุกเฉินบนโลกนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ ( ͡ᵔ ͜ʖ ͡ᵔ ) เปิดไปเปิดมาก็ไปเจอเว็บไซต์เกี่ยวกับวิทยุคลื่นสั้น อ่านไปก็สนใจที่ว่าวิทยุคลื่นสั้น (Shortwave Radio) นี้มันส่งสัญญาณได้ไกลมากๆ แบบส่งข้ามประเทศได้เป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมากสำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน แล้วก็ใช้คลื่นพวกนี้ส่งสัญญาณแบบพวกคลื่นวิทยุฉุกเฉินด้วย อ่านกระทู้อื่นๆ ก็จะมีคนไทยที่ลองเล่นวิทยุคลื่นสั้นฟังสถานีวิทยุที่ส่งสัญญาณมาจากญี่ปุ่นได้อีกต่างหาก น่าสนใจมาก เลยคิดว่าต้องหามาเล่นสักเครื่อง ลองค้นข้อมูลวิทยุรุ่นต่างๆ ที่ในเว็บนั้นแนะนำ ดูราคาที่ขายกันแล้วมันก็แพงมาก มีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายพันบาท เลยกลับไปดูกระทู้ที่คนไทยฟังคลื่นจากญี่ปุ่นดู เค้าใช้วิทยุ ยี่ห้อ TECSUN รุ่น R-9012 เค้าบอกว่าเป็นรุ่นที่ราคาไม่แพงและเหมาะกับคนที่เริ่มเล่นวิทยุคลื่นสั้น (แบบที่ไม่รู้จะจริงจังกับมันหรือไม่! เหมือนผมไง) ก็เอายี่ห้อ ชื่อรุ่น ไปค้นหาดู มีขายในไทยอยู่หลายเว็บแต่ก็ไม่มีสินค้าแล้ว มีแต่รุ่นแพงๆ จนไปเจอใน Lazada แต่เป็นร้านจากประเทศจีน ราคาไม่แพง จัดส่งฟรี ไหนๆ ก็เจอแล้วลองสั่งดูสักครั้ง ตัดสินใจกดสั่งซื้อแล้วก็รอ

สั่งซื้อไปวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ในระบบแจ้งว่าจะได้รับช่วงวันที่ 27 กรกฏาคม – 3 สิงหาคม 2560 ก็ดูไม่นาน ระหว่างรอก็คอยกดเช็คสถานะดูบ้างเรื่อยๆ จนวันที่ 21 กรกฎาคม สถานะในระบบก็ขึ้นว่ากำลังจัดส่งแล้ว และวันที่ 27 กรกฎาคม ก็จัดส่งถึงมือเรียบร้อย เรียกว่ารอสินค้าประมาณ 9 วัน ก็ไม่นานตรงตามระยะเวลาที่แจ้งแถมจัดส่งฟรีอีกด้วย

ระหว่างที่รอก็นึกขึ้นได้ว่าในระบบ Lazada เราลงข้อมูลที่อยู่จัดส่งเป็นภาษาไทย ไม่ได้เปลี่ยนเป็นที่อยู่ภาษาอังกฤษตอนเลือกที่อยู่เมื่อกดสั่งซื้อ ก็ลุ้นๆ อยู่ว่าจะส่งถึงมือไหม แต่สรุปว่าถึงมือเรียบร้อยดี โดยทางร้านค้าต้นทางที่ต่างประเทศเค้าจะส่งของมายังศูนย์ Lazada ในไทยก่อน แล้วทาง Lazada ในไทยจะดำเนินการจัดส่งต่อโดยตรวจสอบแล้วแปะชื่อที่อยู่ออเดอร์ของเราแล้วส่งให้เราเหมือนเราสั่งในประเทศปกติเลยสะดวกดี

Blog: วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 มื้อเย็น วันเงินเดือนออก

วันนี้นึกอะไรไม่รู้อยากกินชาบูชิขึ้นมา คงเพราะโฆษณาในทีวีนั่นแหละ คิดดูก็เป็นปีแล้วที่ไม่ได้ไปกินร้านชาบูชิเลย เพราะมันเป็นอาหารที่ราคาแพง และจับเวลาการนั่งทานด้วย เลยทำให้ไม่ได้เป็นตัวเลือกเวลาเลือกร้านอาหารทาน แต่ไหนๆ ก็นึงถึงแล้วและวันนี้ก็เป็นวันที่เงินเดือนออกก็แวะไปทานสักหน่อย เปลี่ยนบรรยากาศ หรือให้รางวัลกับตัวเองอะไรก็ว่ากันไป

ชาบูชิตอนนี้มีซุปออกใหม่เป็น ซุปมิโซะ มันปู แน่นอนที่ต้องเลือกน้ำซุปรสใหม่นี้มาลองและอยากจะบอกว่าทำใจก่อนไปกินน้ำซุปรสนี้นะ เพราะว่ากลิ่นของมันนี่เรียกว่าถ้าชอบก็คงจะชอบ ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบกลิ่นอะไรคาวๆ นี่คงจะบอกไม่ถูกกันเลย เพราะน้ำซุปมิโซะ มันปูเนี่ย กลิ่นมันออกจะคาว คาวมากเหมือนตลาดปลา อีกความคิดนึงก็เหมือนซุปสาหร่ายคาวๆ หน่ะ ตอนแรกคิดว่าทำไมร้านชาบูชิมันเหม็นอาหารสดแบบนี้ 555 ดมไปดมมาถึงได้รู้ว่ามันมาจากหม้อซุปของเราเองเนี่ยแหละ จนถึงเวลาซุปเดือดและต้องกินแล้วก็ตัดสินใจกินมันนี่แหละเหม็นก็เหม็น ใส่ผัก ใส่เนื้อลงไป แล้วชิม อืมมมันอร่อยนะ รสน้ำซุปกลมกล่อมออกไปทางเค็มกำลังดี รสเหมือนซุปสาหร่ายที่รสเข็มข้นหน่อย โอเคเลย เรื่องกลิ่นนี่รู้สึกว่าพอน้ำซุปเดือดจัดๆ แล้วจะไม่มีกลิ่นแรงเหมือนตอนแรกๆ แปลกดีคงเป็นส่วนประกอบซุปที่ใช้ มิโซะ และก็มันปู กลิ่นมันเลยผสมกันออกมาเป็นแบบนี้

ช่วงนี้อาการเปลี่ยนบ่อยมากในแต่ละวัน แข็งแรงขนาดไหนก็พลาดแพ้อากาศจนได้ไอแรง มีน้ำมูกตลอดเวลา อาการแบบนี้มันน่ารำคาญจริงๆ อยากจะกลับเป็นปกติเหมือนเดิม…

ดูแลสุขภาพกันด้วยละครับ ʕ•ᴥ•ʔ

Blog + แกะกล่อง เคสมือถือ Rhinoshield Bumper case for Samsung Galaxy S8 Plus

วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องเคสโทรศัพท์มือถือ แต่ไหนแต่ไรแล้วไม่เคยจะซื้อเคสใส่มือถือเลย มั่นใจว่าตัวเองจะไม่ทำตกแน่นอน ซึ่งก็ไม่เคยทำมือถือตกเลยนะ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองซื้อเคสมาหลายอันแล้ว แล้วทำไมเราถึงเริ่มซื้อเคสมือถือใช้ละ คงจะเริ่มช่วงใช้ S7 Edge นั่นแหละตอนแรกๆ ที่ได้เครื่องมาแล้วมันสวยบางมาก จนกลัวทำตกเลยไปหาซื้อเคสมาใส่ ได้เคสแรกมาเป็นของ UAG แต่ก็ไม่ถูกใจมันเท่ดูทนทานดีก็เถอะ แต่มันทำให้เครื่องหนาขึ้นมาก หลังจากนั้นมาก็เริ่มต้นในการซื้อเคสมือถือไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

พอมาได้เครื่อง S8+ มาก็ยังซื้อเคสมือถือมาอยู่เรื่อยๆ ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ จะว่าไปการที่ใส่เคสมันทำให้เรารู้สึกปลอดภัย พอไม่ใส่ก็รู้สึกว่าเครื่องจะตกตลอดเวลาเลยทำให้หาเคสใส่อีกครั้งจนได้ จนครั้งนี้ที่จะมาแกะกล่องให้ดูก็เป็นอันที่ได้มาล่าสุด และคงจะเป็นอันสุดท้าย (คิดว่านะ) ก่อนที่จะเริ่มรอการมาของ Samsung Galaxy Note 8 ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้แล้ว ถ้าใครอ่านบล็อกผมมาจะเห็นว่าใช้ Note Series มาตลอด จนเกิดมหากาพย์การ Pre-Order Samsung Galaxy Note 7 เมื่อปีก่อน เลยทำให้ต้องใช้ S Series รอ

ก่อนหน้านั้นก็ซื้อมาตลอดนะส่วนใหญ่จะซื้อแบบราคาถูกใช้ เพราะคิดว่าซื้อแบบแพงๆ แล้วจะเสียดายเงินถ้าเราใช้แล้วไม่ชอบ เคสที่ซื้อมาลองใช้กับ S8+ หลังจากบล็อกแกะกล่องอันก่อนก็มี 2 อันนี่แหละ

Nillkin Frosted Shield ราคา 230 บาท อันนี้ซื้อมาจาก Lazada ซื้อมาหลังจากผิดหวังกับเคสใสของ Samsung กะว่าจะซื้อมาเล่นๆ เพราะไม่แพง แต่ใช้แล้วเป็นเคสที่ใช้นานที่สุด เพราะมันเป็นเคสแข็งที่บาง กระชับตัวเครื่องแน่นดีมาก ด้านหลังก็มีลายให้จับง่ายแม้จะเคลือบซิลิโคนลื่นๆ ใช้มาจนถึงตอนนี้เลย แต่ที่ยังไม่พอใจก็เป็นด้านหลังนี่แหละมันไม่สวย ใส่แล้วดูไม่สมราคามือถือเลย

Baseus Wiing Case for Galaxy S8 Plus ราคา 130 บาท อันนี้ลองเสี่ยงซื้อมาจริงๆ จากในกลุ่มขายของในเฟสบุ๊ค เคยเห็นมีสมาชิกคนอื่นๆ ใช้กันแล้วเค้าว่ามันบาง มันสวย พอได้มาแล้วก็จริง บางมาก ดูเฉยๆ สวยดี แต่วัสดุมันแบบว่าเป็นพลาสติกบางขึ้นรูปธรรมดาเลย พลาสติกคล้ายๆ พวกปกหนังสือพลาสติกหน่ะ ลองใส่ 5 นาที แล้วก็ถอดออกเลย ตัวเคสลื่นมือมากจับแทบไม่ติดนิ้ว

Rhinoshield Bumper case for Samsung Galaxy S8 Plus ราคาประมาณ 800+ ได้มือสองมา 400 บาท

จนมาเจอเคสนี้ละเป็นเคส Bumper ที่ดูแล้วน่าใช้งานมาก แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงสำหรับเคสที่มีแค่ขอบเครื่องก็เลยได้แค่มองๆ จนมาเจอประกาศขายมือสองนี่แหละ ราคาสมเหตุสมผล สภาพยังดีอยู่เลยซื้อมาลองใช้ดูว่าจะโอเคไหม

ภายนอกแพ็คเกจดูดีมากสมราคาเค้าละ ภายในจะมีภาพคู่มือแนะนำการใช้งานและบอกถึงคุณสมบัติป้องกันการกระแทกในระดับความสูงเท่าไหร่ด้วย ตัวเคสเป็นพลาสติกเนื้อดีเลย ผิวด้าน ด้านในขอบเคสจะเป็นลายหกเหลี่ยมแบบรังผึ้ง มีการตัดช่องต่างๆ ได้กว้างและลงตัวดี ตัวเคสจะหนาช่วงหัว และท้ายเครื่อง

ลองใช้แล้วใส่ง่าย เคสพอดีเครื่องใส่แล้วจับกระชับมือดี ชอบเคสแบบ Bumper ตรงที่ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องใหญ่เกินไป และเปิดด้านหลังโชว์กระจกด้านหลังด้วย ตัวเคสพอวางกับโต๊ะแล้วจะยกสูงจากพื้นไม่ทำให้ด้านหลังเป็นรอยทั้งด้านหน้าและหลัง โดยรวมแล้วถูกใจมาก ได้โชว์เครื่อง พร้อมกับป้องกันเมื่อตกกระแทกได้ด้วย

มีข้อสังเกตตรงขอบเคสด้านข้างที่ไม่ได้กระชับไปกับเครื่อง สามารถดึงยืดออกมาได้พอสมควร ทำให้ขอบด้านข้างจะขยับไปมาเวลาถือ-จับเครื่อง น่ากลัวว่าจะขูดเครื่องเป็นรอยเพราะฝุ่นที่จะเข้าไปอยู่ข้างในเพราะขอบเคสมันขยับไปมาตลอด และปุ่มเปิดเครื่องด้านข้างนั้นแข็งมากๆ กดยากต้องตั้งใจกดมากถึงจะกดได้เป็นแค่ปุ่มเดียวเลย

ใครรับได้กับข้อสังเกตที่ว่ามาก็ดีเลยเพราะมันเป็นเคสที่ให้ครบกับความต้องการของเราที่ต้องการโชว์เครื่อง และ ป้องกันเครื่องเราได้ (กันตกแตก) พร้อมๆ กัน

เคส Rhinoshield นี้ถูกใจมากเลยนะ เป็นเคสที่ต้องการเลยแต่ติดที่เคสด้านข้างมันหลวมๆ และดิ้นในมือได้ตอนใช้งานนี่แหละ ทำให้ต้องคิดว่าจะใช้ต่อดีไหม ถ้าไม่ไหวคงจะเลิกใส่เคสแล้วกลับไปเหมือนเมื่อก่อนคงจะประหยัดเงินในส่วนตรงนี้ได้มาก

Blog: แกะกล่อง ยักษ์ดำในตำนาน Casio G-SHOCK GX-56BB-1DR

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แวะไปร้านนาฬิกาที่เดอะมอลล์ เห็นในเพจของร้านประกาศโปรโมชั่นลดราคา 50% เลยไปดูสักหน่อย นาฬิกาที่ใช้อยู่ก็ยังไม่พังนะแค่อยากได้ใหม่เฉยๆ อยากใส่ G-SHOCK เหมือนเดิม เคยมี G-SHOCK อยู่ตัวนึงซื้อตอนที่กำลังจะเรียนจบ ป.ตรี เก็บเงินซื้อเองจำไม่ได้ว่าราคาเท่าไรแล้ว แล้วมันเหมือนจะถ่านหมด พอเอาไปให้ที่ร้านซ่อมของ Casio ที่เดอะมอลล์ดูเขาบอกว่ามันเสียแล้ว เลยไปร้านนาฬิกาซื้อถ่านมาเปลี่ยนเอง เปลี่ยนถ่านใหม่มันก็ติดนะ ใช้ได้ วัน – สองวัน มันก็ดับไปเลย แล้วก็ไม่ติดอีก ก็เลยใช้ตัวนาฬิกาเครื่องคิดเลขของ Casio นี่แหละใช้อยู่เพราะมันถูกดี จนเห็นประกาศโปรลดราคาของทางร้านเลยทำให้คิดถึง G-SHOCK ขึ้นมา

เล่าย้อนอดีตไปแล้วก็มาดูที่ร้านลดราคากัน ร้านที่ว่านี้ก็คือ “ร้าน มี จง มี”  ร้านแว่นและนาฬิกาที่อยู่ชั้น 2 ในห้างเดอะมอลล์นครราชสีมา พอถามพนักงานก็ถึงรู้ว่าที่ลดราคา 50% นั้น ลดแค่เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น โดยรุ่นที่ลดราคาจะรวมอยู่ในตู้กระจกที่จัดไว้ ดูรวมๆ แล้วก็หลายสิบรุ่นอยู่นะ เลยขอดูตัวนึงเป็นรุ่นอะไรไม่รู้ เห็นเป็นแบบเข็มสีดำใหญ่ดี ห้าพันกว่าๆ ลด 50% ก็ไม่แพงมาก แต่ตาดันไปมองเห็นตัวดิจิตอลสีดำ หน้าเหลี่ยมๆ อยู่อีกตู้นึงที่ไม่ลดราคา มันคือยักษ์ดำในตำนานนั่นเอง ขอดูตัวนี้ด้วยเอามาเทียบกัน ไปไปมามา ก็ได้ตัวยักษ์ดำมาจนได้

ลืมบอกตัวที่ไม่ได้อยู่ในตู้กระจกลด 50% จะลดราคาที่ 25% อยู่ด้วย โดยปกติจะลด 20% และแอดร้านใน Line จะลดเพิ่มอีก 5% เป็น 25% แต่มีเงื่อนไข เรื่องการจ่ายเงินสด กับ รูดบัตรเครดิต ด้วยนะ โดยตัวยักษ์ดำที่ได้มานี้ ราคาป้ายอยู่ที่ 6,500 (ราคาเต็มไม่ค่อยแน่ใจมองไม่ถนัดแค่คิดว่าน่าจะเท่านี้) ลด 25% จ่ายเงินสดจะอยู่ที่ 4,875 บาท ถ้ารูดบัตรจะอยู่ที่ 5,006 บาท ทางร้านคิดแบบไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ก็เป็นปกติของร้านค้าบางร้านที่จะชาร์จค่ารูดบัตร …คิดว่านะ โดยโปรลด 50% ถ้ารูดบัตรจะลดแค่ 45% นะเท่าที่จับใจความได้

CASIO G-SHOCK GX-56BB-1DR หรือที่เรียกกันว่า “ยักษ์ดำ”

นาฬิกามาในกล่องกระดาษสีดำ ที่มีคู่มือภาษาอังกฤษเล่มเล็ก พร้อมกับใบรับประกันของทางร้าน ในกล่องกระดาษจะมีกล่องเหล็กหกเลี่ยมใส่นาฬิกาอยู่อีก 1 กล่อง มีฟองน้ำกันกระแทกแน่นหนา

นาฬิกาสีดำ ขนาดใหญ่ ก็เรียกว่าใหญ่นะสำหรับนาฬิกาดิจิตอล สายเรซินหนาดูแข็งแรง หน้าจอแสดงผลแบบสีดำ ตัวเลขสีขาว แสดงผลชัดเจน ในหน้าจอแสดงผลนี้รอบๆ จอจะเป็นแผงรับแสงอาทิตย์เพื่อใช้เป็นพลังงานโดยมีแบตเตอร์รี่เก็บพลังงานอยู่ภายใน สเป็กโดยละเอียดมีอะไรบ้างก็หาอ่านได้ในเว็บของ CASIO เลยนะ

ลองใส่ดูก็พอจะเห็นแล้วละว่ามันใหญ่ ใส่ที่ข้อมือแล้วก็ใหญ่จริงๆ แต่ด้วยความชอบก็ไม่สนใจหรอก เพราะมองดูมันแล้วมันสวยจริงๆ คิดถูกแล้วที่เลือกยักษ์ดำมา

Blog: ไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย นครราชสีมา

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวฟาร์มโชคชัย ฟาร์มโคนม คาวบอย ของจังหวัดนครราชสีมา ถึงจะเคยผ่านบ่อยแต่ก็ไม่เคยแวะไปเที่ยวสักครั้ง การไปเที่ยวครั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับฟาร์มโชคชัยนี่เรียกว่า ไม่มีความรู้เลย ก็ว่าได้ รู้แต่ว่าเป็นฟาร์มแบบคาวบอย กับขาย นมอัดเม็ด เท่านั้นเอง

เมื่อไปถึงจะเห็นว่าฟาร์มโชคชัยเป็นเหมือนชุมชนขนาดย่อมเลยก็ว่าได้ เพราะดูจากด้านหน้านั้นมีพื้นที่ยาวไกลมาก ด้านหน้าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของฝากจากฟาร์ม มีที่จอดรถบัสสะดวกสะบาย มีลานกลางแจ้งสำหรับทานอาหาร มีร้านค้าย่อยหลากหลายร้าน ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางผลิตภัณฑ์จากนมที่ได้จากฟาร์ม

ลงรถก็ต้องเดินผ่านหน้าร้านอาหารต่างๆ ไปยังจุดซื้อตัวด้านหน้าถนนใหญ่เลย การเข้าไปชมฟาร์มโชคชัยนี้ จะเป็นเหมือนการนำทัวร์ ประมาณดูโชว์ที่มีรอบการเข้าชมจำนวน 2 รอบ ต่อวัน รอบแรกคือเวลา 10.20 น. และรอบที่สอง 13.00 น.

เมื่อซื้อตัวแล้วก็นั่งรอเวลาเข้าชม จะมีการแบ่งกลุ่มการเข้าชมในรอบแรกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อแบ่งกันไปทำกิจกรรมภายในฟาร์ม เป็นการจัดการที่ดีเลยละ คนไม่เยอะไม่ต้องเบียดกัน จะเล่าถึงกิจกรรมที่เริ่มทำคร่าวๆ ด้านล่างเลยนะครับ

  • รับชมวีดีโอประวัติความเป็นมาของฟาร์มโชคชัย
  • เดินไปยังอาคารแสดงการเก็บน้ำเชื้อจากพ่อพันธ์ของวัว โดยการดูจากวีดีโอ และมีวัวพ่อพันธ์มาโชว์ตัวด้วย
  • เดินไปอาคารตรงกันข้าม ไปดูวิธีการเก็บน้ำนมจากแม่วัว มีการให้ตัวแทนไปทดลองรีดนมวัวด้วย
  • เดินไปอาคารผลิต ผลิตภัณฑ์จากนมวัวของฟาร์ม เพื่อชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ มีไอศรีมรสใหม่ให้ชิม
  • ขึ้นรถนำทัวร์เพื่อเดินทางไปชมการแสดงคาวบอย โดยระหว่างเดินทาง จะเป็นการนำชมพื้นที่ภายในฟาร์ม โดยรถจะขับผ่านไปยังแต่ละส่วนของฟาร์ม ที่มีการเพาะปลูกหญ้าเลี้ยงวัว เพาะปลูกข้าวโพด เพาะปลูกดอกไม้ ผลไม้ พื้นที่เลี้ยงสัตว์แต่ละชนิด โดยมีไกด์นำชมและอธิบายรายละเอียดตลอดเส้นทาง
  • ระหวางทางจอดรถให้ถ่ายรูปกับป้ายชื่อ ฟาร์มโชคชัยท่ามกลางทุ่งหญ้า มีพื้นหลังเป็นภูเขา สวยมาก
  • เดินทางถึงสส่วนการจัดแสดงคาวบอย รับชมการแสดงขี่ม้า การแสดงควงปืน การใช้แส้ ให้ผู้เข้าชมร่วมทำกิจกรรมด้วย ในส่วนการจัดแสดงนี้จะมีบูธเล่นเกมยิงปืน เกมอื่นๆ ให้เล่นด้วย มีการขี่ม้า ขายของที่ระลึก โดยจะให้เวลาทำกิจกรรมประมาณ 20 นาที ภายในบริเวณยังมีฟาร์มดอกไม้ ฟาร์มแก้วมังกร อีกด้วย
  • ขึ้นรถนำทัวร์เพื่อเดินทางกลับไปยังทางออก โดยเดินผ่านทางที่เป็นร้านขายของที่ระลึกแวะเลือกซื้อของที่ระลึก และเดินออกไปยังทางถนนใหญ่ด้านหน้าฟาร์ม

รายการเข้าชมฟาร์มโชคชัยในครั้งนี้ก็ประมาณนี้ เมื่อเข้าไปในฟาร์มจะเห็นได้ว่าฟาร์มมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีความสะอาดมาก ภายในฟาร์มจะมีการผลิตอาหารสัตว์เอง (ปลูกหญ้า ข้าวโพด) เอง โรงเก็บหญ้า มีอาคารซ่อมบำรุง รวมไปถึงการหมักแก๊สชีวภาพใช้เองอีกด้วย เรียกว่าสามารถบริหารจัดการกันเองได้เลย

อาหารที่ฟาร์มไม่ได้ลองชิม เพราะมีเวลาจำกัด แต่ก็ไปได้ลองชิมกาแฟทวิสจากร้าน Umm!… Milk มาชิมแก้วนึง รสอร่อยเลย เป็นกาแฟที่มีรสนมเข้มข้นขัดเจน หอมมันมาก แก้วนี้ราคา 85 บาท

ในเมื่อได้ไปเยี่ยมชมฟาร์มกันมาแล้วก็มาถึงในส่วนของฝากที่ได้มาจากการเยี่ยมชมในครั้งนี้

แน่นอนของฝากที่ได้มาจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากนมที่เป็นจุดเด่นของฟาร์มโชคชัย ใครมาถึงแล้วต้องซื้อกลับไปลองชิมกันบ้าง แต่บอกก่อนว่าราคาของแต่ละอย่างเนี่ยก็เป็นราคาของสถานที่ท่องเที่ยวนะราคาสูงหน่อย ได้กลับมา 3 – 4 อย่าง มาดูกัน

  • นมสดรสธรรมชาติ กับ รสสตรอเบอร์รี่ ขวดละ 55 บาท
  • นมอัดเม็ดรสวนิลา กับ รสช็อกโกแลต ขวดละ 55 บาท
  • เข็มกลัดนายอำเภอรูปดาว ชิ้นละ 150 บาท
  • แก้วพลาสติกใส่กาแฟทวิส แก้วละ 85 บาท (ดื่มหมดแล้วเก็บแก้วไว้เพราะพลาสติกเนื้อแข็งดี)

ฟาร์มโชคชัยนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตัวอย่างที่มีการบริหารจัดการภายในอย่างดีเลย มีการจัดระบบเข้าชมได้ดี เป็นระบบไม่มีการเบียดเสียดยัดเยี่ยดเข้าชม แถมบรรยากาศภายในก็ดี วิวก็สวย ได้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในฟาร์มของจริงอีกด้วย คุ้มจริง