Blog: วันที่ 29 มิถุนายน 2561 เล่าเรื่องเอา Windows 10 Pro ของแท้ มาใช้กับเครื่องคอมใหม่

วันนี้จะมาเล่าปัญหาเรื่องการนำเอา Windows 10 Pro ของแท้จากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า ไปใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ แต่ถ้าใครสังเกตว่าการซื้อ Windows 10 ผ่าน Microsoft Store นั้นมันจะไม่มีรหัสโปรแกรม (CD Key, Product Key) ที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรเป็นชุดๆ ยาวๆ มาให้ แต่มันจะเป็นแบบ Digital license ที่มีการ Activation ผ่านทางอีเมล์ที่เรา Log in บัญชีใน Windows 10 กับหมายเลขอะไรสักอย่างในเครื่องคอมพิวเตอร์ น่าจะเป็นหมายเลข CPU เองอัตโนมัติ แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้แหละ คืออยู่ดีๆ เราจะเอา Windows 10 ที่เราซื้อมาไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เลยไม่ได้ แม้เราจะเอาอีเมล์เราไปลงชื่อเข้าใช้บัญชีใน Windows 10 ของคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่แล้วก็ตาม ซึ่งตามระบบคือเราจะต้องทำการ Format เครื่องเก่าไปก่อน Digital License ของเราจึงจะสามารถใช้ได้ใหม่ โดยเข้าไปที่เมนู Activation ในเมนู Setting เลือก Go to Microsoft Store แล้วจะได้รับแจ้งให้อัพเกรดเป็นรุ่น Pro ฟรี แต่ถ้าวิธีนี้มันใช้ไม่ได้ละ ใช่แล้วมันเกิดขึ้นกับบล็อกและวันนี้จะมาเล่าให้ฟัง

ได้ซื้อ Windows 10 Pro ผ่านทาง Microsoft Store ตอนใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ได้ Windows 10 Home แถมมา เลยจะเอาตัว Pro ที่เคยซื้อไว้มาใช้กับเครื่องใหม่นี้ ทำตามวิธีที่ค้นหาทาง Internet คือการ Format เครื่องคอมพิวเตอร์เดิมซะ ก็จัดการ Format เครื่องเดิม แล้วก็ Log In เข้าบัญชี Microsoft ที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่กดตามขั้นตอน แต่มันอัพเกรดเป็น Pro ไม่ได้นี่สิ กดเข้าไปที่ Microsoft Store แล้วก็ไม่มีปุ่มให้อัพเกรดฟรี มีแต่กดให้อัพเกรดแบบเสียเงินเพิ่มตามรูปด้านบน ลองทำหลายๆ วิธีแล้วก็ไม่ได้เลยทำการถามคำถามไปที่ https://answers.microsoft.com ก็มีทีมงานของ Microsoft เข้ามาตอบแนะนำให้ทุกครั้ง เพียงแต่คำแนะนำแรกๆ จะเป็นแนวข้อความอัตโนมัติซะมากกว่า เป็นวิธีหลักๆ ที่เราค้นหาเจอในเว็บของ Microsoft นั่นแหละแต่เราถามกลับไปและบอกความคืบหน้าของเราทุกครั้งที่ตอบทีมงานไป ทีมงานจะกลับมาบอกวิธีใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาตลอด แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จนล่าสุดทีมงานแนะนำให้ติดต่อผ่านทาง Chat support วันนี้ว่างๆ เลยลองกดติดต่อไปแบบไม่คิดอะไรมาก ผิดคาด! ได้คิวติดต่อเป็นคิวที่ 1 ตอนเก้าโมงเช้า ตกใจนิดหน่อยเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

เริ่มแรกทีมงานจะถามข้อมูลส่วนตัวพวก ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และให้เราบอกปัญหาที่ต้องการให้ช่วยแก้ไข ทีมงานจะค่อยๆ ถามรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาไปเรื่อยๆ ถามพวกเราซื้อ Windows 10 Pro ที่มีปัญหาจากไหน ได้รหัสโปรแกรมมารึเปล่า แล้วลองกด Activation แล้วรึยัง ซื้อช่วงไหนของปี พอเราแจ้งรายละเอียดกลับไปเรื่อยๆ ทีมงานจะเสนอแนวทางแก้ไขให้เราทำ ถ้ายังไม่ได้ทีมงานจะขอรีโมทเข้าเครื่องของเราเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาให้ เพิ่งรู้เหมือนกันว่าทำแบบนี้ได้ด้วยสะดวกมากๆ ทีมงานจะให้รหัสตัวเลขเรามา 1 ชุด และให้ที่อยู่สำหรับโหลดโปรแกรมให้เราใส่รหัสเพื่อให้ทีมงานรีโมทเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ และหลังจากนั้นทีมงานก็ดำเนินการจัดการแก้ปัญหาให้เราเอง โดยครั้งนี้ทีมงานเริ่มแก้ประมาณช่วงเก้าโมงเช้า เราก็นั่งดูทีมงานแก้ปัญหาของเราไปเรื่อยๆ ด้วยนะเพลินดี ทีมงานก็ลองหลายวิธี ซึ่งก็เป็นวิธีที่เราได้ลองๆ ทำไปแล้วนั่นแหละเพื่อความชัวร์ แต่เค้าเหนือกว่าเราตรงที่เข้าถึงข้อมูลเบื้องหลังของระบบได้ด้วยนี่แหละ นั่งดูไปเรื่อยๆ ก็เห็นวิธีที่เราไม่เคยเห็นหลายอย่างเหมือนกัน ระหว่างแก้ปัญหาทีมงานจะคุยกับเราผ่านทางหน้า Chat support ไปด้วย คอยแจ้งด้วยว่าอย่าปิดหน้า Chat support นะ บางช่วงก็จะคอยบอกว่าระหว่างนี้ให้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ไปด้วยได้ และเมื่อทีมงานดำเนินการในส่วนนั้นเสร็จแล้วจะแจ้งให้เราทราบ และจะแจ้งของบังคับเมาส์ของเราอีกครั้ง จนช่วงบ่ายโมงกว่าๆ หน้า Chat support หยุดการทำงานไปแจ้งว่าให้ตรวจสอบสัญญาณ Internet แอบตกใจเล็กน้อย แต่ทีมงานก็ตอบกลับมาในโปรแกรมรีโมทว่าให้รออีก 15 นาที สักพักทีมงานก็เข้ามาดำเนินการ Activation โดยการใส่ Windows Key ให้ สักพักทำการ Restart Windows ก็เสร็จ ได้อัพเกรดเป็น Windows 10 Pro ที่เราเคยซื้อไว้เรียบร้อย สรุปแล้วเสร็จประมาณ บ่ายสองโมงกว่าๆ ได้ แต่นึกได้หลังจากเครื่อง Restart กลับมาโปรแกรมรีโมทก็ปิดตัวไปเลยยังไม่ได้ขอบคุณทีมงานเลย

 

วันนี้ปัญหาก็ได้รับการแก้ไขเรียบร้อย ทีมงานให้ความช่วยเหลือดีมาก เสียดายยังไม่ได้ขอบคุณทีมงานอีกครั้งเลย เครื่องดัน Restart ไปซะก่อน เลยเข้าไปเขียนตอบกลับความคืบหน้าในโพสที่ถามเอาไว้ในเว็บ https://answers.microsoft.com ทิ้งเอาไว้ให้คนอื่นๆ เข้ามาอ่านเผื่อจะได้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาแบบเรา และขอบคุณทีมงานคนที่ได้ช่วยในครั้งนี้เผื่อได้เข้ามาอ่านด้วย

 

จากที่เล่ามาถ้าใครเจอปัญหาแบบนี้และยังหาวิธีแก้ปัญหาไม่ได้ ดำเนินการตามวิธีที่แนะนำในเว็บ Microsoft แล้วไม่ได้ผล ติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์แล้วก็ยังไม่ได้ผลอีก ก็ยังมีอีกวิธีที่จะมีทีมงานของ Microsoft ให้ความช่วยเหลืออยู่คือทาง Chat support ที่น่าจะช่วยหลายๆ คนได้

Advertisements

Blog: วันที่ 24 มิถุนายน 2561 เล่าเรื่องซื้อน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบ [Paul Smith ROSE, Pure DKNY A Drop of Rose]

สวัสดีบล็อก หายไปนานไม่ได้เขียนอะไรลงบล็อกอีกแล้ว ที่หายไปช่วงนี้ก็ไปวุ่นวายกับเรื่องน้ำหอม มันเป็นช่วงฟุ้งซ่านของปีที่จะต้องหาเรื่องซื้อของรึว่าหาของสักอย่างนึง มันเริ่มมาจากที่ไปซื้อน้ำหอมขนาดทดลองมาสองสามกลิ่นนี่แหละดมไปดมมามันทำให้ความคิดของสี่ห้าปีที่แล้วกลับเข้ามาในหัว ความคิดนั้นคือการหาน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบดีๆ สักขวด เพราะบล็อกชอบกลิ่นของดอกกุหลาบสดมันหอมสดชื่นดี ได้กลิ่นแล้วทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย แต่ช่วงนั้นหาไม่ได้เลยล้มเลิกไป จนไปเจอมา 2 กลิ่นนี่แหละที่พอเข้าเค้าหน่อย เรื่องน้ำหอมนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีความรู้เท่าไหร่แต่ก็อยากจะเล่าประสบการณ์การหาน้ำหอมให้อ่านกันเล่นๆ นะ

 

ว่าด้วยเรื่องน้ำหอมมันเป็นเรื่องที่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่าซับซ้อนก็ได้ มันแตกต่างกันไปในแต่ละคน บล็อกเองก็ไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอมแต่อย่างใด เป็นแค่เพียงคนชอบน้ำหอมเท่านั้น ดมมาหลายกลิ่น หลายยี่ห้อก็ไม่สามารถแยกกลิ่นที่อยู่ในน้ำหอมได้เลย เพียงแต่วันนี้มาตามหาน้ำหอมกลิ่นกุหลาบในอุดมคติ กลิ่นนั้นคือกลิ่นกุหลาบสดที่มีความหอมแบบอมเปรี้ยวเหมือนเวลาที่ดมดอกกุหลาบแล้วจะได้กลิ่นแบบนั้น ซึ่งได้หามาลองหลายยี่ห้อแล้วก็ยังไม่เจอกลิ่นที่คิดไว้ เวลาผ่านไปก็ลืมๆ เรื่องน้ำหอมไปบ้าง จนปล่อยผ่านไปตามกาลเวลา จนเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีโอกาสหาซื้อน้ำหอมเลยได้ลองหาน้ำหอมกลิ่นดูอีกครั้ง ได้ค้นๆ ดูในเน็ตจนได้มา 2 กลิ่น 2 ยี่ห้อ เป็นรุ่นที่เค้าบอกมาว่าหอมเหมือนกุหลาบจริงด้วยนะ เค้าว่างั้น

กลิ่นแรกได้มาเป็นของกลิ่น ROSE ฉีดมาครั้งแรกได้กลิ่นหอมหวานๆ ถ้าไม่บอกว่าเป็นกลิ่นกุหลาบจากชื่อของกลิ่นนั้นก็อาจจะไม่คิดว่าเป็นกลิ่นกุหลาบก็ได้ มันเป็นเป็นกลิ่นหอมนุ่ม ละมุน เมื่อดมแล้วคิดถึงกลิ่นไปมันก็เป็นกลิ่นกุหลาบนั่นแหละเป็นกลิ่นกุหลาบแบบนุ่มๆ พร้อมกับกลิ่นที่คิดว่าเป็นกลิ่นชาเขียว เป็นสิ่งที่ได้กลิ่นมาคู่กัน เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกดีผ่อนคลายถ้าฉีดไม่เยอะเกินไป กลิ่นออกไปทางสดชื่น ไม่ฉุนไม่หืนแต่อย่างใด แต่กลิ่นรู้สึกว่าไม่ค่อยกระจายตัวเท่าไหร่ คนอื่นจะได้กลิ่นเมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ กลิ่นอยู่ได้ประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง รู้สึกได้ว่าฉีดตอนประมาณ 7 โมงเช้าก่อนไปทำงาน กลิ่นจะเริ่มจางลงจนไม่ค่อยได้กลิ่นอะไรในช่วงประมาณเที่ยง ยิ่งถ้าเหงือออกเยอะตัวร้อนบ่อยกลิ่นก็จางเร็ว สรุปกลิ่นนี้ก็ยังคงเป็นกลิ่นกุหลาบที่ยังไม่ตรงความต้องการอยู่ดี อาจจะเรียกว่าเป็นน้ำหอมกลิ่นหอมหวานด้วยซ้ำไม่เชิงเป็นกลิ่นกุหลาบจริงสักเท่าไหร่

กลิ่นที่สองเป็นของ Pure DKNY A Drop of Rose กลิ่นนี้ได้มาแบบเป็นน้ำหอมขนาดทดลองหลอดสเปรย์เล็กๆ เพราะหาขวดใหญ่ไม่ได้ ได้ลองกลิ่นครั้งแรกแล้วเหมือนจะใช่เลยนะเนี่ย หอมกุหลาบมาก ไม่หอมหวานละมุนเหมือนของ Paul Smith นะ หอมสดชื่นแบบกุหลาบสดแนวนี้ กลิ่นอมหวานอมเปรี้ยวรู้สึกสดชื่นบอกไม่ถูก กลิ่นให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนที่มีดอกกุหลาบกำลังบานอยู่แล้วลมพัดกลิ่นกุหลาบมาแบบนั้น กลิ่นหอมเบาๆ ไม่ฉุน กลิ่นกระจายตัวดีมาก ฉีด 2 ครั้ง กลิ่นก็ตีขึ้นมาให้ได้กลิ่นตลอดเวลา รู้สึกว่ากลิ่นจะไม่เปลี่ยนเลยด้วยนะเป็นกลิ่นกุหลาบแบบครั้งแรกที่ฉีดยาวเลย กลิ่นอยู่ได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมงเหมือนกับตัวแรกเพียงแต่ชั่วโมงหลังกลิ่นไม่ค่อยกระจายแล้วแต่ลองดมตรงที่ฉีดยังได้กลิ่นอยู่

ด้วยกลิ่นที่สองนี้เป็นกลิ่นที่ค่อนข้างถูกใจจึงหาซื้อดูในเน็ต อยากบอกว่าเป็นน้ำหอมรุ่นเก่าที่หายากและค่อนข้างทำให้หงุดหงิดในการหาซื้อพอสมควร เพราะหาร้านขายได้ มีโพสขาย มีสต๊อกเมื่อดูที่หน้าเว็บ แต่พอส่งข้อความถามไปแล้วทุกร้านจะบอกว่าไม่มีขาย – หมดแล้วทุกร้านเลยจริงๆ ร้านพวกนี้เค้าไม่ได้อัพเดทสต๊อกสินค้ากันบ้างรึไง ถ้ามีคนกดสั่งซื้อไปโอนเงินไปแล้ว ร้านพวกนี้คงจะบอกให้เลือกตัวอื่นแทนละมั้ง สรุปแล้วก็ยังหาแบบขวดใหญ่ไม่ได้ แต่มีโพสขายใน ราคาค่อนข้างสูงและมีค่าจัดส่งจากต่างประเทศ คงต้องเก็บเงินก่อนแล้วค่อยซื้อ ระหว่างนี้ก็เหมาสเปรย์ขนาดทดลองที่หาได้มาใช้ก่อนแล้วกัน

Blog: วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 แท่นวางมือถือตั้งโต๊ะ muqu

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องแท่นวางมือถือ แบบที่วางบนโต๊ะ ไม่รู้ช่วงนี้ไปเห็นอะไรมาถึงได้คิดแต่ว่าอยากได้แท่นวางมือถือดีๆ สักอันวางบนโต๊ะทำงานจังเลย… ความคิดนี้มันติดอยู่ในหัวมาหลายอาทิตย์แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้จะหาซื้อเพราะคิดว่ามันยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นเท่าไหร่ จนความอยากมันบังตา บังความคิด กด Google ค้นหาแล้วก็ได้มาจนได้ ถึงทำให้ได้รู้ว่าไอ้แท่นวางมือถือเนี่ยมันมีหลากหลายแบบมากๆ ทำไมของแบบนี้ถึงมีหลากหลายนักแต่ก็ดีมีให้เลือกเยอะ

 

และวันนี้แท่นวางที่เลือกไว้ก็มาถึง เลือกแท่นวางยี่ห้อ muqu อ่านว่า มูคู มั้ง เห็นว่าดูแปลกและน่าจะทนทานดี เพราะทำจากอลูมิเนียมทั้งอัน เข้าไปดูในเว็บก็มีให้เลือก 2 แบบ อีกแบบสำหรับวาง ipad ปรับระดับการเอียงได้ด้วยแต่คิดว่าคงไม่จำเป็นเลยเลือกแบบแท่นวางธรรมดามา เข้าเว็บของ muqu ครั้งแรกนั้นคิดว่าเป็นเว็บร้านค้าของจีนซะอีก มีสินค้าไม่เยอะ เว็บไซต์ออกแบบง่ายๆ เมนูมีให้เลือกนิดเดียว ก่อนกดสั่งก็ชั่งใจอยู่ว่าสั่งแล้วจะได้ชัวร์ไหมนี่ แถมมีให้จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตอีก แต่กดไปดูช่องทางติดต่อเลยเห็นว่าเป็นเว็บในไทยมีชองทางติดต่อชัดเจน เลยตัดสินใจกดสั่งซื้อไป 2 อัน รุ่น VIA อันละ 390 บาท ส่ง Kerry ฟรีด้วย เป็นช่วงลดราคา จากปกติราคา 650 บาท แล้วก็ลุ้นว่าของจะมาเมื่อไหร่

 

สรุปว่าวันเดียว Kerry ก็มาส่ง เรียกว่าเร็วมาก แกะออกดูแล้วก็เรียกว่าเป็นแทนวางที่ดูดีมีคุณภาพเลยละ ทำจากอลูมิเนียมทั้งอัน มีแผ่นซิลิโคนติดตรงที่วาง และพนักพิงกันรอยให้ด้วย ตัวแทนวางมีน้ำหนักอยู่ และมีแผ่นซิลิโคนกันลื่นที่ด้านล่างทำให้วางบนโต๊ะพร้อมกับทัชหน้าจอได้มั่นคงดีแท่นวางไม่เลื่อนไหล ถูกใจมากๆ แท่นวางอันนี้เลยจะเอาไว้ใช้ที่ทำงาน และอีกอันจะเอาไปใช้ที่บ้าน

 

ได้ของดีมาเลยอยากจะมาเล่าแนะนำคนที่กำลังหาแท่นวางดีๆ เหมือนกัน

หวังว่าจะช่วยได้นะครับ (ᵔᴥᵔ)

 

Blog: วันที่ 17 เมษายน 2561 วันทำงานวันแรกหลังหยุดยาว

สวัสดีบล๊อก! วันนี้เป็นวันแรกของการทำงานหลังจากได้หยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์กันมา แค่วันแรกก็ฝนตกเลย อากาศดีเย็นสบายแต่ฝนตกแรง เบา สลับกันไปตลอดวัน วันที่ฝนตกแบบนี้ทำให้รู้สึกเหงายังไงไม่รู้ แต่ก็นะ… มัวแต่เหงาไม่ได้ต้องทำงาน วันนี้ได้เคลียร์งานที่ค้างไว้ตั้งแต่ก่อนวันหยุดได้หลายงาน เวลาเราลงมือทำงาน และทำเสร็จไปเป็นงานๆ นั้นมันทำให้รู้สึกดีไม่น้อยเลย ยิ่งทำให้ต้องพยายามทำงานให้เสร็จเพิ่มมากขึ้นไปอีก เผลอแป๊บๆ ก็หมดวันแล้ว จะว่าไปหลังได้หยุดยาวก็ถือว่าไฟแรงใช้ได้อยู่ แต่ก็ยังเหลืองานกองอีกเยอะเหมือนกัน

แต่ แต่ วันนี้ไปเจออะไรในตู้แช่ของเซเว่นมา อาหารแช่แข็งใหม่ มันคือ ทาโกะยากิ นั่นเองดูในรูปแล้วน่าลองมากๆ ราคา 42 บาท อืม… แพงอยู่ แต่ไม่แพงเท่ากินที่ร้าน ถ้าอร่อยสูสีก็โอเคละนะ เดี๋ยวชิมแล้วเป็นอย่างไรพรุ่งนี้จะมาเล่า ลองชิม ให้อ่านกัน

เอาไว้เจอกันอีกคราวหน้านะครับ! ✍

#ทาโกะยากิเซเว่น #ของใหม่เซเว่น

Blog: วันที่ 16 เมษายน 2561 วันหยุดสงกรานต์วันสุดท้าย

สวัสดีบล็อก! วันนี้เป็นวันหยุดเทศกาลสงกรานต์วันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องไปใช้ชีวิตตามปกติกับการทำงาน รู้สึกว่าวันหยุดจะผ่านไปเร็วมาก หลับไปไม่กี่ตื่นก็วันสุดท้ายแล้ว อากาศยังคงร้อนเหมือนเดิมรอฝนตกก็ไม่ตกสักที ระหว่างที่นั่งว่างๆ อยู่นั้นก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงด้วยวันนี้เป็นวันหยุดวันสุดท้ายแล้ว อาหารที่ได้ซื้อตุนเก็บไว้ก่อนวันหยุดก็ได้หมดลง เหลือแค่พวกบะหมี่ กับปลากระป๋องที่นึกได้ แต่ก็ด้วยความขีัเกียจอากาศมันก็ร้อน ไม่อยากไปต้มน้ำร้อนทำบะหมี่ มองหาของใกล้ๆ ตัว เจอกล่องขนมปัง แยมบลูเบอร์รี่ และนมข้นหวานที่ซื้อไว้อาทิตย์ก่อน ไหนๆ ก็หิวแล้วเลยได้ขนมปังทาแยมบลูเบอร์รี่เป็นข้าวเที่ยง แต่เรื่องที่จะเล่านี้คืออยากเล่าว่า ขนมปัง+แยมบลูเบอร์รี่+นมข้นหวาน = อร่อยมาก จริงมันอร่อยเข้ากันมาก รสอมเปรี้ยวนิดๆของแยมบลูเบอร์รี่รวมกับรสหวานมันนของนมข้นหวานมันให้ความรู้สึกที่ “ฉ่ำ” รสหวานมันแบบสมูทตี้เลย ไม่คิดว่ากินรวมๆ กันแล้วมันจะอร่อยแบบนี้ มัวแต่กินทีละรสชาติมาตั้งนาน แนะนำให้ไปลองทำชิมกัน

Blog: วันที่ 20 มีนาคม 2561 โทรศัพท์ใหม่ Samsung Galaxy Note8 + เคส Spigen THIN FIT

สวัสดีบล็อก! ไม่ได้ลงอะไรในบล็อกมานานอีกแล้ว แต่ก็ไม่ได้หายไปไหนแวะเข้ามาบล็อกอยู่เรื่อยๆ วันนี้จะมาบอกว่าได้ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่แล้ว จากครั้งก่อนที่ได้ตัว Note FE เครื่องเกาหลีมาใช้ดีทีเดียวคิดเอาไว้ว่าจะใช้นาน แต่ก็ได้ Note8 มาจนได้ คิดไว้ว่าจะซื้อเอามาทำโปรเจคอะไรสักอย่าง เอาไว้ถ้าได้ทำจริงๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟังกัน

ซื้อ Note8 เครื่องนี้ก็ไม่คิดอะไรมากเลย เพราะเราชอบอยู่แล้วเพียงแต่รอเวลา และสีที่อยากได้มาขายเท่านั้น ใช่แล้วสีที่ซื้อมาก็คือสีน้ำเงิน Deepsea Blue สีใหม่นี่แหละ สีน้ำเงินนี้เห็นในเว็บรีวิวส่วนมากจะเห็นเป็นสีน้ำเงินสดสว่าง แต่จริงๆ แล้วมันเป็นสีน้ำเงินตุ่นๆ นะสีดูเป็นผู้ใหญ่เลยเชียวละ สีขอบของเครื่องนี่สวยสุดๆ สีน้ำเงินสดเงาวับ แต่ก็ชื่นชมสักพักก็คิดว่าจะหาเคสเหมาะๆ มาใช้ด้วยสักหน่อย

ได้เคสของ Spigen มา รุ่น THIN FIT เป็นเคสแข็งที่ไม่หนามากแถมมีสีน้ำเงิน Deepsea Blue ด้วย ตัวเคสเคลือบผิวสัมผัสนุ่มลื่นแบบซิลิโคน แต่จับได้ถนัดมือ ด้านหลังมีลาย 3 มิติ (มั้ง) ดูแปลกตา ปกติรุ่น THIN FIT ของ Spigen นี้จะเป็นแบบสีเรียบๆ ผิวพลาสติกเฉยๆ ส่วนตัวคิดว่าไม่สวยเลยไม่เคยลองซื้อมาใช้ แต่ THIN FIT ของ Note 8 นี้มันแปลกตาสวยใช้ได้เลย (แอบเห็น THIN FIT ของ S9, S9+ กลับไปใช้เป็นลายผิวพลาสติกสากๆ เหมือนเดิมอีกแล้วไม่สวยเลย)

เคสใส่ง่ายพอดีเป๊ะไม่หลวม ไม่แน่นไป อีกทั้งผิวสัมผัสทีดีจับถนัดมือ อันนี้เป็นความเห็นจากที่ได้ลองใช้จริงแล้วจากทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดเมื่ออาทิตย์ก่อน หยิบเข้า – ออก จากกระเป๋า ถ่ายรูปจับถนัดไม่ลื่นมือดีมาก ได้เคส Spigen THIN FIT อันนี้ราคาอยู่ที่ 650 บาท ซื้อจากร้านโซน Be Trend ชั้น 2 ตรงบันไดเลื่อนขึ้นชั้น 3 เป็นร้านที่ขายแตต่เคสของ Spigen

ขอแถมท้ายกับการสังเวยเงินค่าฟิล์มกันรอยซะหน่อย ฟิล์มกันรอยของพวกจอโค้งนี่หายากนะ มีขายแต่กระจกกันรอย ลองสั่งฟิล์มกันรอยของ Gorilla รุ่น NANO เป็นรุ่นพลาสติก กับ เรซิ่น อะไรนี่แหละ เห็นว่าเป็นฟิล์มพลาสติกเต็มจอรวมถึงขอบโค้งรุ่นเดียวที่มีขายแบบเป็นทางการตอนนี้อยู่ ในกล่องจะมีอุปกรณ์เตรียมมาให้พร้อมติดเลย ตัวฟิิล์มเป็นแบบฟิล์มใสขอบสีดำ เจาะเว้นรูกล้องและเซ็นเซอร์ ตัวฟิล์มพลาสติกดูหนาแปลกๆ กลัวจะติดขอบไม่อยู่จัง

คิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องมีปัญหาเรื่องติดตรงขอบแน่นอน เพราะเคยลองมาเยอะกับพวกฟิล์มพลาสติกแบบเต็มขอบของ S8+ เครื่องเก่า ที่ติดให้ดียังไงขอบก็จะเด้งไม่ขอบใดก็ขอบนึงละ แต่ที่ชอบแบบพลาสติกก็เพราะความใสของมันและราคาถูก ซึ่ง Gorilla NANO รุ่นนี้ได้มา 290 บาท จริงๆ มีร้านที่ขายถูกกว่านี้อีกถึง 200 ต้นๆ เลยก็มีแต่มาเห็นทีหลังแอบเสียดายเงินอยู่เหมือนกัน ลองติดดูแล้วก็เป็นอย่างที่คาดฟิล์มขอบเด้งทั้ง 2 ข้าง รีดยังไงก็ไม่ติดกับจอ เสียดายตัวฟิล์มนั้นใสดีไม่ทำให้จอเป็นจุดสีๆ แบบฟิล์ม TPU ด้วย แต่ถึงจะติดขอบได้ก็ไม่สวยอยู่ดี สังเกตว่าตรงขอบข้างของฟิล์มเล็กกว่าจอนะ ดูดีๆ จะเห็นว่าขอบสีดำกินเข้ามาในจอทุกด้านด้วยนิดนึง ยิ่งตรงขอบข้างเนี่ยส่องเห็นจอข้างใต้เลยไม่สวย และตัวฟิล์มก็หนามากไม่แปลกใจที่เด้งออกจากขอบ ตอนแรกคิดว่าดึงพลาสติกออกไม่หมดซะอีก

แต่ก็สั่งฟิล์มใสแบบไม่เต็มจอของ Focus เอาไว้แล้ว ติดแบบเต็มจอไม่ได้ก็เอาแบบไม่เต็มจอแล้วกัน

Blog: วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ตัดแว่นใหม่ที่ร้านหอแว่น

สวัสดีบล็อก! เมื่อวานนี้ไปรับแว่นใหม่ที่ตัดไว้ เลยอยากมาเล่าประสบการณ์ให้อ่านกัน จริงๆ แล้วแค่ไปตัดเลนส์ใหม่เพราะเอากรอบแว่นไปเอง พอดีไปเจอแว่นกันแดดของ Vans แบรนด์สตรีทที่กำลังนิยมกัน เป็นแว่นกันแดดเลนส์ปรอดพลาสติกธรรมดานี่แหละแต่ถูกใจรูปกรอบแว่นเลยว่าจะเอามาตัดเลนส์สายตาใส ร้านที่ตัดก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะตัดร้าน “หอแว่น” เพราะว่าครั้งล่าสุดได้ไปตัดร้านนี้มาเป็นครั้งแรกและก็ค่อนข้างประทับใจกับการตรวจวัดสายตา การบริการและการให้คำแนะนำของพนักงาน คราวนี้เลือกตัดเลนส์แบบย้อมสีที่ความเข้ม 20% ตอนพนักงานแนะนำก็ถามดูตัวอย่างนะ พนักงานก็ชี้ให้ดูว่าจะเข้มแบบนี้นะตอนปกติ (พนักงานชี้ให้ดูที่ป้ายโฆษณาเลนส์ Transitions® ข้างกำแพงร้าน รูปเลนส์ที่กำลังเปลี่ยนสี บอกว่าสีจะเข้มแบบรูปตรงกลางหน่ะคะ) แต่พอได้มาจริงมันไม่เห็นจะมีสีเทาที่ดูว่าจะย้อมสีอะไรเลย มันก็เป็นสีใสๆ ติดสีเทาอ่อนเหมือนแว่นที่ตัดครั้งก่อนแหละ ถามพนักงานไปว่ามันย้อมสีแล้วเหรอ พนักงานก็ตอบว่าย้อมแล้ว แล้วก็หยิบเอาแว่นไปใส่ตรงหลอดแบล็คไลท์เพื่อทำเลนส์ให้ดำว่ามันเป็นเลนส์ปรับแสงนะ อ้าวก็รู้อยู่ ไม่รูู้จะว่ายังไงถามกลับแล้วก็บอกว่าย้อมสีเป็นพื้นแล้ว 20% พอถูกแดดก็จะเข้มขึ้นไปอีกค่ะ  โอเคจะให้ทำไงถ้าพนักงานยืนยันจริงๆ มันอาจจะย้อมสีแล้วก็ได้แต่เราคิดไปเองว่าจะได้แบบสีเข้มๆ 555 คิดปลอบใจตัวเองแล้วกัน เราไม่มีความรู้นี่นา

ประสบการณ์ตัดเลนส์ครั้งนี้ค่อนข้างงุนงงในตัวเอง เลยเอามาเล่าให้อ่านกันเผื่อมีโอกาสไปตัวแว่นจะได้ถามพนักงานให้รู้เรื่องให้เข้าใจเห็นจริงก่อนตัดสินใจตัดแว่นจริงๆ เพราะราคามันไม่ได้ถูกๆ เลย

Blog: วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ไปชิมบิงซูร้านสเวนเซ่น

บิงซูที่มีขายตามร้านขนมหวานเป็นน้ำแข็งใสขนาดสูงใหญ่ในจาน ถ้วย หรือผลไม้ก็แล้วแต่ เป็นการทำน้ำแข็งใสที่ดูสวยดีแต่ไม่น่ากินเท่าไหร่ ตอนกินคงจะเลอะเทอะน่าดู แต่เมื่อไปกินไอศกรีมที่ร้านสเวนเซ่น เคยเห็นจากเมนูว่าที่สเวนเซ่นมีบิงซูขายแล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ไม่ค่อยชอบพวกน้ำแข็งใสแบบนั้นอยู่แล้ว แต่เมื่อมีโอกาสได้ลองชิมก็ไม่ปฏิเสธที่จะเลือกมาชิมสักเมนู

บิงซูในสเวนเซ่นจะไม่เชิงเป็นน้ำแข็งใสอย่างเดียวแต่จะใช้ชื่อเมนูว่า Swensen’s Ice Cream Bingsu สเวนเซ่นส์ ไอศกรีม บิงซู เป็นน้ำแข็งใสกับไอศกรีมนะ คิดว่างั้น

ได้ลองสั่งเมนู “บิงซู ชาเขียวถั่วแดง” สั่งแบบอันเล็กที่ทานได้ 2 คน มาลอง ตัวบิงซูที่เอามาเสริฟนั้นหน้าตาเหมือนรูปในเมนูเลย หน้าตาดี มีซอสรึน้ำราดมาให้ 2 แก้ว รสชาเขียว กับ นมข้น(มั้ง) ลองตักดูข้างในมันรู้สึกดีมากตรงที่น้ำแข็งสีขาวใต้ผงชาเขียวนั้นเป็นเกล็ดฟูนุ่มเหมือนหิมะ ลองชิมดูก็รู้สึกมันนุ่มฟูเย็นๆ รู้สึกดีเชียวละ แล้วก็ได้ราดซอสทั้ง 2 รสลงไป รสชาติซอสชาเขียวนั้นเป็นรสชาเขียวเฝื่อนๆ หวานๆ นมก็รสนมนั่นแหละ บนบิงซูมีถั่วแดงกวน มีก้อนเค้กรึขนมปังอะไรสักอย่างโรยบนน้ำแข็งให้เคี้ยวได้ด้วย

ด้านในบิงซูจะเป็นชั้นๆ มีไอศกรีมชาเขียว ไส้ดั่วแดงกวน แล้วก็น้ำแข็งใสฟูนุ่มอยู่ข้างล่าง ได้กินไอศกรีมและน้ำแข็งหิมะด้่วยกันแล้วรู้สึกดีมากๆ ถั่วแดงก็หวานอร่อย และเป็นไปอย่างที่คิดกับน้ำแข็งใสถ้วยสูงใหญ่ มันหกเลอะเทอะไปทั่วจริงๆ

สุดท้ายก็กินหมดโดยใช้เวลาไม่นาน สิ่งที่ชอบอย่างแรกก็เกล็ดน้ำแข็งนี่หละที่ให้สัมผัสที่นุ่มเบา และตัวบิงซูมีชิ้นเค้กใส่มาให้ทำให้มีอะไรเคี้ยวได้เรื่อยๆ ไม่ใช่แค่น้ำแข็งกับไอศกรีมเย็นๆ อย่างเดียว บิงซูชุดเล็กราคาอยู่ที่ 179 บาท สำหรับ 2 คน ก็โอเคนะไม่แพงไป แถมตัวบิงซูเองก็อร่อยด้วยสิ

Blog: วันที่ 16 มกราคม 2561 ไปลองชิม สุุกี้ MK ชีสซี๊ดแซ่บ และ ถังข้าวโพดหมีบราวน์

สวัสดีบล็อก! ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอีกอาทิตย์ที่อากาศเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หลังจากมีอากาศหนาวช่วงต้นปีแล้วก็ค่อยๆ ร้อนขึ้นจนปกติ และก็กลับมาหนาวอีกครั้ง เป็นสภาพอากาศที่แปรปรวนใช้ได้เลย เรื่องงานก็เรื่อยๆ มีงานที่จะต้องทำให้เสร็จก็เยอะหลายงานก็ต้องรอกระบวนการจากหลายส่วน กว่าจะเคลียร์ได็ก็ต้องรอไปก่อน แต่ก็ยังหวังว่าปีใหม่นี้จะทำงานได้คล่องขึ้นกว่าปีที่แล้วอยู่นะ

รอมานานที่จะไปกินสุกี้ MK ตั้งแต่ปีที่แล้ววันนี้ก็ได้ไปลองชิมเมน ชีสซี๊ดแซ่บ เป็นมนูเพิ่มชีสในซุปรสต้มยำ เลือกชุดซีฟูดมาชิม เครื่องดื่มก็สั่งชานมเย็นใส่ชีสอันนี้รสชาติก็คล้ายๆ กับชานมชีสของเซเว่นเหมือนกัน พอชุดซีฟูดมาถึงมีอะไรบ้างก็ดูได้ตามในรูปเลย ใส่ผัก และเนื้อสัตว์ลงไปทั้งหมดแล้วราดด้วยชีสขูด แล้วก็ลองคีบกุ้งมาดูสิมันจะเหมือนในโฆษณาไหม… มันไม่เหมือน มันไม่ยืดชีสมันโดนน้ำเดือดพลุ่งพล่านแล้วละลายไปกองที่ขอบหม้อหมดเลย 555 ตลกดี แต่ไม่เป็นไรได้รสชาติน้ำซุปต้มยำที่รสเปรี้ยวแซ๊บอร่อยมากมาแทน ส่วนตัวแล้วชอบน้ำซุปมากรสถึงเครื่องดี เปรี้ยวถูกใจ แต่ชุดซีฟูดที่่สั่งมาได้เยอะเหมือนรูปภาพก็จริงแต่ไม่อิ่ม น่าจะสั่งชุดเนื้อหมูน่าจะอิ่มมากกว่า

และวันนี้ก็ได้ไปดูหนังเรื่อง Insidious: the last key มาไม่เล่าเนื้อหาแล้วกัน แค่อยากบอกว่าเทียบกับภาคแรกไม่ได้เลย เนื้อหาวนไปวนมา ฉากก็ไม่น่าตื่นเต้นเหมือนภาคก่อนๆ รายละเอียดก็น้อยลง ผีก็มีกี่ตัวก็ตามตัวอย่างหนังเลยมีเท่านั้นจริงๆ แต่ที่จะเล่าอยู่ตรงที่ขายข้าวโพดคั่ว คิดมาตั้งแต่ก่อนไปดูแล้วว่าจะไปดูหนังเฉยๆ ไม่ซื้อข้าวโพดแน่นอนเพราะราคาแพง แต่ไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ก็มองเห็นหัวหมีบราวน์ที่วางอยู่ แล้วก็ตรงเข้าไปดูว่ามันคืออะไร หัวใหญ่มาก มันก็คือกระติกใส่ข้าวโพดคั่ว มีสายสะพายสีส้ม มีฝาเปิดปิดด้านหลัง “อยากได้จัง” คิดในใจ คิดต่อไปอีก “ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ก็อาจจะหาซื้อไม่ได้แล้วก็ได้” ไอ้ความคิดนี้แหละที่ทำให้ตรงไปซื้อมา 1 ชุด มีกระติกหมีพร้อมข้าวโพดอัดแน่นจนปิดฝาไม่ได้ 1 ถัง และน้ำอัดลมแก้วใหญ่ 1 แล้ว ราคา 340 บาท จ่ายเงินแล้วก็สบายใจไป หิ้วเข้าไปในโรงหนังดูหนังจนจบแล้วข้าวโพดก็ยังไม่หมด รู้แต่ว่าข้าวโพดรสเบคอนอร่อยดี

มาดูกระติก หรือ ถังข้าวโพดหัวหมีบราวน์กัน ชื่อเต็มๆ ว่า “บั๊คเก็ต ไลน์ บราวน์ [Line Brown Bucket Set]” ตัวถังเป็นพลาสติกที่โอเคเลยดูมีคุณภาพดี ส่วนของตา จมูก หู และปาก เป็นชิ้นพลาสติกประกอบเข้าไป ไม่ใช่พ่นสีเฉยๆ เพียงแต่ตรงสีขาวๆ รอบปากเป็นการพ่นสีทับพลาสติกสีน้ำตาล ตัวที่ได้มาเจอสีลอกด้วย เสียใจมากแต่ก็เอาสีอครีลิคทาทับไปเนียนใช้ได้อยู่ ฝาปิดด้านหลังเปิดเปิดได้ค่อนข้างดี สายสะพายปรับความยาวสายได้ ถอดออกได้ ดูแข็งแรงดี

Blog: วันที่ 4 มกราคม 2560 สวัสดีปีใหม่, เล่าเรื่องหมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา

สวัสดีปีใหม่บล็อก ขอสวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนที่ได้ผ่านมาอ่านบล็อกนี้ เดือนที่ผ่านไม่มีบล็อกลงให้อ่านเท่าไหร่ เป็นเดือนที่มีงานยุ่งเอาการ มีเรื่องให้คิดทบทวนวนไปวนมา จนไม่ได้ลงเรื่องในบล็อกเลย หวังว่าปีนี้คงจะดีกว่าปีที่ผ่านมานะ… (ᵔᴥᵔ) …

ปลายเดือนก่อนได้มีโอกาสไปจังหวัดสุรินทร์ และได้แวะไปเยี่ยมชม “หมู่บ้านช้างศูนย์คชศึกษา” ตอนแรกก็คิดว่าเป็นหมู่บ้านคนที่เลี้ยงช้างเยอะๆ แต่ไปถึงก็เป็นเหมือนศูนย์เลี้ยงช้างนั่นเอง หลักๆ แล้วจะเรียกว่าเป็นสถานที่แสดงโชว์ความสามารถของช้างเลี้ยงก็ว่าได้ ภายในแยกเป็นส่วนๆ มีส่วนให้อาหารช้าง ขึ้นนั่งหลังช้างที่เดินวนรอบศูนย์ ส่วนลานแสดงโชว์ ส่วนขายของที่ละลึก และส่วนอาคารแสดงความรู้เกี่ยวกับช้าง เท่าที่ดูก็มีประมาณนี้

ได้ดูโชว์แค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เห็นแค่มีช้างมาเดินวนรอบลานแสดงแล้วก็มาให้ผู้ชมป้อนอาหารที่ต้องซื้อป้อน แล้วก็ช้างวาดรูป แล้วเอารูปที่ช้างวาดมาให้ผู้ชมซื้อ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ดูเพราะไม่ค่อยชอบการที่เอาช้างมาแสดงเพราะส่วนตัวคิดว่ามันเหมือนเป็นการบังคับสัตว์ให้ทำอะไรที่ผิดปกติ ดูแล้วสงสารมากกว่าเลยไม่ได้ดูต่อ ก็เลยออกไปดูส่วนของขายของที่ระลึกที่มีพอสมควร ส่วนใหญ่จะขายเป็นเสื้อผ้า พวกผ้าไทยที่มีลายช้าง กระเป๋าย่าม เครื่องประดับ ส่วนตัวไปได้ผ้าพันคอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านช้างเลยมา 2 ผื่น กระเป๋าย่ามลายช้างใบเล็ก 1 ใบ และก็สร้อยคอรูปช้างสีขาวมา 1 เส้น ราคาของที่ระลึกก็เป็นราคาปกติไม่แพงเท่าไหร่

ก่อนกลับเดินผ่านคนขายล็อตเตอรี่ คิดว่าไหนๆ ก็มาต่างที่แล้วก็ลองเสี่ยงดวงสักหน่อย ปกติไม่ซื้อล็อตเตอรี่อยู่แล้วถ้าไม่ใช่โอกาสพิเศษ ครั้งนี้เลยซื้อมา 2 ใบ เพราะคนขายทำเอาไว้แบบ 2 ใบทั้งหมด ปลายปีที่ผ่านมาก็ตรวจรางวัลแล้วก็ไม่ได้ถูกรางวัลอะไรแต่ก็ได้ลุ้นตื่นเต้นดี

ส่วนหยุดยาวเทศกาลปลายปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหน พักอยู่บ้านยาวเลย เห็นข่าวการจราจรติดขัดช่วงปีใหม่แล้วก็แอบดีใจที่คิดถูกไม่ไปเที่ยวไหนช่วงนี้ไม่ชอบรถติดเลย

Blog: วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เล่าเรื่องแป้งโยคี

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าเรื่องที่น่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็เป็นเรื่องได้ อาทิตย์ก่อนแป้งที่ใช้หมดเลยแวะไปดูกระปุกเล็กที่เซเว่น รู้สึกว่าเคยเห็นผ่านตาว่ามีขายอยู่ หยิบมาดูขวดแรกที่เห็นคิดว่าอันนี้แหละ แต่เหลือบไปเห็นอีกขวดนึงอยู่ข้างๆ กันไม่มีสติ๊กเกอร์สวยๆ ติด คิดว่าเป็นรุ่นเก่าแต่ก็สงสัยเลยหยิบมาดูปรากฎว่ายี่ห้อมันคล้ายกัน แต่มันไม่เหมือนกัน เอ๊ะแล้วยังไงละทีนี้ แป้งที่ว่านี้คือ แป้งโยคี ที่ว่ามันคล้ายกันเพราะรูปร่างขวดเหมือนกัน ขนาดเท่าๆ กัน ยี่ห้อใหญ่ๆ เขียนว่า “แป้งโยคี” เหมือนกัน ต่างกันที่บริษัทที่ผลิต ด้วยความสงสัยเลยหยิบมาทั้ง 2 แบบ กลับมาอ่านดูมันไม่เหมือนกับขวดที่ใช้ประจำนี่ อันนั้นจำได้ว่าซื้อที่โลตัสเป็นขวดใหญ่ มันคาใจเย็นวันนั้นเลยแวะไปดูที่โลตัส มันคนละยี่ห้อจริงๆ ด้วย ส่วนผสมก็ต่างกัน สรุปแล้วแป้งโยคีนี่มันมี 3 แบบเลยละ

อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงได้มีปัญหากับแค่ซื้อแป้งโยคีนี่ เพราะว่ามันใช้แล้วได้ผลดี เลยอยากจะซื้อแบบเดิม กลัวเปลี่ยนรุ่นใช้แล้วจะเกิดสิ่งผิดพลาดได้ ผลที่ว่านี้ก็คือ “ใช้ระงับกลิ่น” ตัวบล็อกเองใช้โรยรองเท้ามันช่วยให้รองเท้า และเท้าเวลาใส่รองเท้านานๆ ไม่มีกลิ่น และได้ผลดีเลยด้วย ยังใช้ทาเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อีก เลยพยายามหาแป้งรุ่นเดิมเพราะแป้งที่ชื่อใหม่ (บริษัทที่ผลิตคนละบริษัท) มันมีส่วนประกอบต่างกับรุ่นที่ใช้อยู่บ้าง เลยเกิดอาการสับสน วันนี้เลยจะเอาทั้ง 3 แบบที่เจอมาให้ดู เผื่อใครที่สงสัยเหมือนกัน

รูปด้านบนเป็นรูปของแป้งโยคีทั้ง 3 แบบ

  • แบบแรก ขวดใหญ่ เป็นแป้งโยคีที่บล็อกใช้ประจำตัวนี้แหละที่หาซื้อ
  • แบบที่สอง เป็นแบบที่มีสวนผสมใกล้เคียงกับที่ใช้อยู่ แต่ยังไม่ได้ลองใช้
  • แบบที่สาม เป็นแป้งยาเอาไว้ทำอะไรก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

จะเห็นว่าทั้งสามแบบจะใช้ชื่อว่า “แป้งโยคี” รูปแบบของฉลากก็คล้ายกันอีก โทนสีส้ม รูปแบบขวด สีของขวด ทำไมมันคล้ายกันแบบนี้ มันเกี่ยวข้องกันใช่ไหมทั้ง 3 แบบ งงไปหมด แต่ก็รู้แล้วว่าแป้งโยคีที่ขายในเซเว่นไม่ใช่แบบที่ตามหา หมดข้อสงสัยแล้ว!

แป้งโยคี  บริษัท โยคี (1997) จำกัด น้ำหนัก 100 กรัม ราคา 55 บาท ผลิตโดย บ.ศิริบัญชา จำกัด

แป้งโยคี ในรัศมีวงกลม น้ำหนัก 60 กรัม ราคา 25 บาท ผลิตโดย บ.เฮอร์นิเทคอินเตอร์ คอสเมติกส์

ยาผงโยคี บริษัท โยคี (1997) จำกัด น้ำหนัก 60 กรัม ราคา 25 บาท ผลิตโดย บ.ศิริบัญชา จำกัด

Blog: วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เล่าเรื่องเดือนพฤศจิกายน

สวัสดีบล็อก! เดือนนี้ไม่ได้เขียนเล่าเรื่องอะไรลงบล็อกสักเท่าไหร่ อยากเขียนเล่าเรื่องหลายๆ เรื่่อง แต่พอเลิกงานแล้วกลับถึงบ้านก็หมดแรงจนไม่ได้ทำอะไรแล้ว  คิดว่าก่อนสิ้นเดือนพฤศจิิกายนนี้จะเขียนบล็อกให้ได้ วันนี้เลยแล้วกัน ช่วงนี้ที่โคราชอากาศหนาวกลับมาแล้วหลังจากหนาวไปสองสามวันแล้วก็กลับไปร้อนอีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าหนาวครั้งนี้จะนานเท่าไหร่

หลายๆ คนคงจะทราบแล้วว่าห้างเซนทรัลได้เปิิดไปเมื่อวันที่ 3 พฤศจิิกายน 2560 ที่ผ่านมา เปิดตัวอย่างยิิ่งใหญ่เป็นห้างเซ็นทรัลสาขาแรกในภาคอีสาน แต่บล็อกเองก็ยังไม่เคยไปนะ เลยไม่รู้ว่าใหญ่แบบไหน แต่จากการเปิดห้างใหม่ครั้งนี้ก็ทำให้ห้างเก่าๆ กลับมาเหงาได้อีกครั้งนึง เหมือนตอนที่ ห้างเทอมินอล 21 เปิดไปเมื่อปลายปีก่อน

กลางเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสแวะไปที่เดอะมอลล์ตอนเย็นๆ ก็ได้เห็นห้างที่ว่าง โล่ง ไม่ค่อยมีคน บล็อกชอบมาก เดินสะดวกดี เดินดูตามร้านอาหารต่างๆ ก็ไม่มีลูกค้านั่งทานเลย เห็นแล้วแปลกตา แต่ถือว่าโชคดีนะที่ได้เห็นเดอะมอลล์เป็นห้างโล่งแบบนี้เพราะวันอืนๆ คนก็เดินเยอะปกติ จากที่ถามมา

ในเมื่อไปเดิินเดอะมอลล์แล้วก็ไม่พลาดที่จะแวะไปหาลองชิมอาหารเมนูใหม่ๆ สักหน่อย ร้านแรกที่แวะไปก็เป็นร้านประจำ ร้านโออิชิราเมน ที่ไปประจำเพราะเป็นร้านอาหารที่ราคาไม่แพงและนั่งได้นาน (ไม่นับรวมฮาจิบังราเมนนะ ร้านนี้ขอผ่าน) ที่ร้านมีเมนูใหม่คือ ฟุกุโอกะ ราเมน ที่มีสโลแกนบอกว่า หมูชาบูหอมนุ่ม ซุปทงคตสึรสละมุน แถมน้ำซุปนำเข้ามาจากญี่ปุ่นขนาดนั้นเลย ลองสั่งมาดูในบะหมี่มีหมูชาบููกลมสไลด์บางๆ 2 ชิ้น ไข่ต้มผ่าครึ่ง 1 ชิ้น น้ำซุปเป็นแบบซุปข้นขาวขุ่น น้ำซุปมีกลิิ่นหอมมัน ดมแล้วน้ำลายไหล ลองชิมน้ำซุุปดูแล้วก็รู้สึกว่ามันคล้ายกับน้ำซุปของบะหมี่นิชชิน รสญี่ปุ่นแบบซองที่ขายในเซเว่นอย่างนั้นเลย รสหวานมันกลมกล่อม หอม อร่อย ที่ซดแล้วอยากซดต่อไปเรื่อยๆ เนื้อหมูชาบูก็โอเค นุุ่มดี เนื้อสัมผัสเหมือนเบค่อน กินรวมๆ พร้อมเส้นแล้วก็เป็นเมนููที่อร่อย น่าจะมีเป็นเมนูหลักของร้านเลย เพราะมันอร่อยหลายๆ คนน่าจะชอบ

ร้านต่อมาแวะมากินไอศกรีมที่ สเวนเซ่นส์ ลองเมนูใหม่เมนูโดมอะไรสักอย่าง เมนู คริสต์มาส ช็อคโกแลต โดม ที่เสริฟมาในแก้วสแตนเลส และช็อกโกแลตโดมจากยุโรป เป็นเมนูที่จะมีคาราเมลร้อนราดลงบนโดมแล้วก็เฝ้าดูช็อกโกแลตโดมละลายลงในแก้วเผยให้เห็นไอศกรีมข้างใน แต่พอได้ลองราดคาราเมลดูแล้วมันไม่เป็นอย่างที่วาดฝันไว้ ช็อกโกแลตมันละลายอีกด้านนึงเลยไม่เห็นวินาทีที่เผยให้เห็นไอศรีมภายในเลย 555 แถมรอนานไปไอศกรีมละลายไปครึ่งลูก ภายในเป็นไอศกรีมรสวนิลา กับสตรอเบอร์รี่รึไงนี่หละ มีกล้วย ถั่ว ข้างล่างสุดเป็นวิิปครีมหนาๆ อยู่ก้นแก้ว กินแล้วรู้สึกแปลกดีกับแก้วสแตนเลส ตักชิิมคำแรกได้รสเค็มของซอสคาราเมล คำต่อไปได้รสหวานจนหวานเจี๊ยบของไอศกรีม สรุปรวมรสชาติของเมนูนี้ก็อร่อยตามเรื่องตามราว ส่วนช็อกโกแลตจากยุโรปนั้นก็แยกไม่ออกไม่รู้สึกว่าอร่อยกว่าช็อกโกแลตปกตินะ กินเอาอารมณ์เทศกาลแค่นี้ก็พอแล้ว

แค่เดือนพฤศจิิกายนหลายๆ ที่ก็เริิ่มแต่งสถานที่เตรียมเทศกาลคริสต์มาสกันแล้ว หลายๆ ร้านก็เริ่มนำเอาสินค้าประจำเทศกาลมาขายกัน อย่างร้าน 60 บาท ไดโซะ นี่ก็เอาซานตาคลอสมาขายเรียบร้อย ภายในห้างก็นำต้นคริสต์มาส ของประดับเทศกาลมาวางขายแล้วเช่นกัน ภายในซุปเปอร์มาเก็ตก็มีสินค้าเตรียมเทศกาลขายแล้วเหมือนกัน พยายามไม่เดิินไปดู แต่ก็อดมองไม่ได้ พวกคุกกี้กล่องเหล็ก กาแฟกล่องเหล็ก ช็อกโกแลตในกล่องเหล็กสีทองสวยงาม คนบ้ากล่องเหล็กอย่างบล็อกนี้เห็นแล้วอยากซื้อมาซะทุกแบบ ช่วงนี้ตามห้างเดินไปทางไหนก็เป็นเทศกาลคริสต์มาส เทศกาลสิ้นปีกันทั้้งนั้นรู้สึกคึกคักดีจริงๆ

ก่อนจะจบบล็อกขอเล่าเรื่องนี้หน่อย อาทิตย์ที่ผ่านมาอาหารพวกน้ำชาเขียวทั้งหลายเริ่มปรับราคาขึ้นกันแล้วนะ เข้าเซเว่นมองดูน้ำชาเขียว เห็นปิดป้ายราคาทับกันแล้ว เพิ่มขึ้นหลายบาทอยู่ ขึ้นราคาเพราะอะไรไม่แน่ใจไม่ได้ติดตามข่าว ขึ้นเพราะภาษีน้ำตาลละมั้ง… โชคดีที่ไม่ได้ดื่มชาเขียวแล้ว รอดูต่อว่าจะมีน้ำหวาน หรืออะไรที่ขึ้นราคาอีกกันบ้าง หวังว่าพวกน้ำอัดลมใส่น้ำตาลเทียมจะไม่ขึ้นราคานะ ไม่งั้นละแย่เลย

Blog: วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ยาบรรเทาอาการริดสีดวง

ใครที่เคยเป็นริดสีดวงคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันเป็นโรคที่รักษาไม่หาย บางทีหาย และกลับมาเป็นอีก พออาการมันกำเริบแล้วชีวิตมันก็ไม่มีความสุขเพราะกว่าจะดีขึ้นนั้นนานมากๆ  วันนี้จะมาเล่าถึงยาที่บรรเทาอาการให้ดีขึ้น ยานั้นก็คือยา Dafomin 500 mg. คนที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วก็น่าจะรู้จักยานี้ดี แต่บล็อกก็อยากจะเขียนเล่าเอาไว้ให้คนที่กำลังหาข้อมูลรักษา หรือหาข้อมูลช่วยบรรเทาอาการ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์บ้าง

ตามที่บอกไปแล้วว่ายานั้นมีชื่อว่า Dafomin 500 mg. 1 กล่องมียา 3 แผง รวม 30 เม็ด ราคา 195 บาท มีสรรพคุณ “รักษาโรคริดสีดวงทวารหนักทั้งในระยะรุนแรงและเรื้อรัง” ตามที่เขียนไว้ข้างกล่อง บล็อกเองได้ใช้ยานี้มาหลายครั้งแล้วได้ผลค่อนข้างดี อาการดีขึ้นเร็วประมาณ 1 อาทิตย์ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

จากที่สังเกตครั้งล่าสุดเริ่มมีอาการประมาณวันอาทิตย์ (29 ต.ค.) วันถัดมาก็ซื้อยามาทาน ทานตามที่แจ้งไว้ข้างกล่องกรณีรุนแรง คือ วันละ 6 เม็ด นาน 4 วัน, ต่อด้วย วันละ 4 เม็ด อีก 3 วัน ก็ทานมาเรื่อยๆ ประมาณวันศุกร์ปลายอาทิตย์อาการก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดไม่มีการเจ็บ หรือปวดแล้ว แต่ยังคงมีอาการบวมอยู่ จากประสบการณ์ครั้งก่อนๆ ก็อีกไม่นานก็จะหายบวมและกลับสู่สภาวะปกติ ปกติแบบว่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนั้นเลยรวมแล้วระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 2 อาทิตย์ได้ ดูเหมือนจะนานแต่เมื่อการปวดหายไปแล้วก็เรียกว่าไม่มีปัญหาแล้วละก็ประมาณอาทิตย์นึง หลังจากหายดีแล้วก็ต้องดูแลเรื่องอาหารที่ทาน การขับถ่ายให้ดีเท่าที่จะทำได้ไม่อย่างนั้นอาการก็จะกำเริบขึ้นมาอีก ตัวบล็อกเองหลังจากหายดีครั้งก่อนหน้าก็หลายเดือนอยู่จนมาช่วงนี้ที่ทานอาหารไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เครียดเรื่องงานประจำค่อนข้างมากรวมๆ กันก็เลยทำให้อาการกำเริบขึ้นมา

ที่เล่ามาข้างต้นนี้เป็นประสบการณ์จากการใช้ยาตัวนี้จริง และเป็นประสบการณ์ส่วนตัว  ผลที่ได้อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนั้นปรึกษาแพทย์ดีที่สุดครับ และหวังว่าเรื่องที่เล่าไว้จะเป็นประโยชน์นะครับ ดูแลตัวเองกันดีๆ ละ

Blog: วันที่ 21 ตุลาคม 2560 สะสมแสตมป์แลกของรางวัลช้อปติดตาวของ Tesco Lotus

สวัสดีบล็อก! วันนี้จะมาเล่าเรื่องสะสมแสมป์ของห้างโลตัสใหญ่ที่เพิ่งมีมาให้สะสมกัน เพียงแต่ต้องซื้อของถึง 200 บาท ถึงจะได้แสตมป์ 1 ดวง สะสมครบตามจำนวนก็เอาไปแลกของรางวัลได้ทันที่ที่ห้างเลย ของรางวัลเป็นของใช้พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า กล่องพลาสติก เรรียกว่าเป็นของชิ้นใหญ่ที่มีราคาอยู่ถึงต้องใช้แสตมป์แค่ 20 ดวงก็ต้องซื้อของเยอะหลายบาท แต่ก็มีโปรสำหรับสินค้าบางตัวที่ซื้อแล้วจะได้แสดมป์เพิ่ม 1 – 100 ดวงเลย จริงๆ ดูจากราคาของรางวัลแล้วถ้ามีเงินซื้อของจนได้แสดมป์ 20 ดวง หรือเท่าไหร่ก็ตามแล้วก็คงซื้อของที่จะแลกโดยไม่ต้องเก็บสะสมแสตมป์ได้เลยจะง่ายกว่า

จากที่เล่ามาข้างบนเอาเงินไปซื้อของที่อยากแลกนั้นง่ายกว่าก็จริง คิดอย่างนั้นเลยไม่คิดที่จะสะสมแสตมป์ของโลตัส แต่บังเอิญนั่งนับแสมป์จากการซื้อของที่โลตัสที่ผ่านมาดูแล้วได้เกือบ 80 ดวงแล้ว เลยมาหาดูโปรว่ามันแลกอะไรได้บ้างดูที่จำนวน 80 ดวงแลกได้หลายอย่างมีชั้นพลาสตติก หม้อ ผ้านวม กระเป๋าเด็ก พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีอยู่ไม่กี่อย่างหลายอย่างก็มีแล้ว แต่เห็นหม้อสุกี้ไฟฟ้า นึกอยากได้ขึ้นมา คิดว่าคงเอามาทำสุกี้ช่วงหน้าหนาวคงดีไม่น้อย เลยตัดสินใจที่จะแลกหม้อสุกี้แล้วกัน

ตกเย็นก็แวะห้างโลตัส ในสมุดสะสมแสตมป์ขาดแสตมป์อีก 13 ดวง วางแผนไว้ว่าจะซื้อสบู่กลิ่นแคนตาลูป ราคา 165 บาท ที่จะได้แสตมป์ 15 ดวง เป็นสินค้าราคาที่ถูกที่สุดและได้แสตมป์พอสำหรับ 80 ดวง เดินไปคิดเงินเรียบร้อยเราจะได้แสตมป์ 16 ดวงจากการซื้อครั้งนี้ พนักงานนับแสตมป์บนเคาน์เตอร์มี 4 ดวง และนับแสตมป์แผ่นใหม่ที่หยิบมาจากใต้เคาน์เตอร์อีก 12 ดวง แล้วหยิบแสตมป์พร้อมใบเสร็จให้เรา รับมาแล้วรีบตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อติดแสตมป์และแลกของรางวัลเลย ระหว่างติดแสตมป์อยู่นั้นติดไปจากสแตมป์ 12 ดวง เอ๊ะ!!! ทำไมขาด 1 ดวง ดูใบเสร็จเราต้องได้แสตมป์ 16 ดวงนี่ ทำไมมีแค่ 12 ดวง !!! พนักงานไม่ได้หยิบอีก 4 ดวง บนเคาน์เตอร์ให้ หรือเราทำหล่นหายกันแน่นะ ถ้าไปทวงกับพนักงานตอนนี้คงไม่ได้เรื่องเค้าคงคิดว่าเราทำหายแล้วไปขอใหม่แน่ เลยตัดสินใจฝากของกับพนักงานแล้วเดินเข้าไปซื้อของอีกครั้ง “ต้องซื้ออีก 200 เลยเหรอถึงจะได้ 1 ดวง” ดูไม่คุ้มค่่าที่จะทำเลย แต่นึกได้ว่ามีโปรโมชั่นสินค้าที่รับแสตมป์อยู่บนเว็บไซต์เปิดดูแล้วก็ได้เครื่องดื่มเกลือแร่ ราคา 16 บาท รับแสตมป์ 1 ดวงมา ค่อยโอเคหน่อย คิดเงินเอาแสตมป์ไปติดในสมุดแล้วก็แลกหม้อสุกี้มาเรียบร้อย

ผ่านไปกับการแลกแสตมป์โลตัสครั้งนี้ มีปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อยแต่ก็โอเค เพียงแต่มีข้อสังเกตจากโปรโมชั่นครั้งนี้คือตามชั้นวางสินค้าไม่มีป้ายบอกเลยว่าสินค้าตัวนี้ซื้อแล้วจะได้รับแสตมป์เพิ่มนะ หรือมีป้ายบอกก็ไม่บอกให้ละเอียดบอกแค่ว่า “สินค้านี้ได้รับแสมป์เพิ่ม” แล้วก็ติดป้ายไปทั้งชั้น ไม่ระบุว่าซื้อสินค้านี้ขนาดกี่กรัม กี่มล. จะได้รับแสตมป์ เพราะสินค้ามีหลายปริมาณหลายขนาดต้องคอยหาแผ่นโปรโมชั่นถือมาดูเทียบเองตลอด เหมือนจะไม่ค่อยอยากให้สะสมแสมป์เลย

มาดูหม้อสุกี้ที่แลกมากันบ้าง เป็นหม้อสุกี้ยี่ห้อ IMARFLEX “หม้อสุกี้เอนกประสงค์ รุ่น EP-740 มูลค่า 669 บาท” เป็นหม้อขนาดเล็กน่ารักดี แกะกล่องออกมาตกใจนิดหน่อย ไม่ได้ตกใจที่ขนาดมันเล็กนะ แต่ตกใจที่มันมีอุปกรณ์มาให้เยอะ คิดว่าจะมีแค่ตัวหม้อกับฝาเท่านั้น แต่ในชุดจะมีหม้อสุกี้ ฝาแก้ว กระทะสำหรับทอด กระทะสำหรับย่าง พลาสติกต้มไข่ ครบครันเลย เรียกว่าไม่่มีเงินซื้อแก๊สก็มีหม้อไฟฟ้าเอาไว้ทำอาหารได้ไม่อดแล้วคราวนี้ วัสดุของหม้อส่วนสีแดงเป็นพลาสติก ตัวหม้อกับกระทะเป็นโลหะคุณภาพปกติไม่ได้ดี หรือแย่กว่าที่เคยใช้ รวมๆ ดูน่าใช้งาน เอาไว้ใช้งานแล้วจะมาเล่าว่าใช้งานได้ดีหรือไม่อีกครั้งนึง

Blog: วันที่ 18 ตุลาคม 2560 อากาศเริ่มเย็นใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วเหรอ

สวัสดีบล็อก! เป็นยังไงกันบ้าง? ที่โคราชเมื่อวานนี้สภาพอากาศมืดครึ้มไปด้วยเมฆ มองไปทางไหนก็มืดมัว ทุกอย่างมองเป็นสีเทาพร้อมกับอุณหภูมิที่เย็นลงแบบไม่ทันตั้งตัว เป็นสภาพอากาศที่เหมือนจะเข้าฤดูหนาวแล้วอย่างนั้น และเป็นอย่างนั้นทั้งวันซะด้วย อากาศเย็น มีลมพัดแรงหน่อยๆ รู้สึกดีมาก ถึงจะรู้ว่ามันเป็นเมฆฝนก็เถอะ จากพยากรณ์อากาศก็ได้แจ้งว่าอาจจะมีฝนตกหนักช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. นี้

วันนี้ก็ยังคงมีเมฆมากเหมือนเมื่อวานพร้อมกับลมที่พัดเอาความเย็นมาด้วย เป็นช่วงวันที่มีสภาพอากาศที่ดีเลย แต่ก็ต้องคอยลุ้นเอาช่วงเย็นว่าจะมีฝนตกหรือไม่ แล้วหลังฝนหมดแล้วจะยังคงมีอากาศหนาวอยู่ หรือจะกลับมาที่สภาพอากาศร้อนมากเหมือนวันก่อนๆ

แต่ไม่รู้ทำไมถึงชอบอากาศแบบนี้จัง ชอบฤดูหนาว (ノ◕ヮ◕)ノ*:・゚✧

Blog: วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ลองใช้กล้องคอมแพค Casio EX-ZR3600

สวัสดีบล็อก! หายไปนานกับการเขียนบล็อกประจำวัน วันนี้มีเรื่องมาเล่าเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป วันนั้นกำลังถ่ายรูปงานอยู่ก็มีความคิดขึ้นมาในใจว่าถ้ามีกล้องที่พับหน้าจอขึ้นมาแล้วถ่ายรูปตัวเอง หรือถ่ายวีดีโอบล็อกได้ก็คงจะดีนะ… อาจจะใช้ถ่ายวีดีโอลงบล็อกได้อีกมุม ทำมุมมองตรงกันข้ามได้ด้วยคงจะสะดวกดีไม่น้อย… แต่ช่วงนี้ต้องประหยัดนี่นา ความคิดเรื่องกล้องก็พับไป จนมาอาทิตย์ก่อนนี้รู้มาว่าทางที่ทำงานกำลังจะมีโครงการไปเที่ยวพักผ่อนประจำปีในช่วงต้นปีหน้า ความคิดเรื่องกล้องที่มีจอพับได้ก็กลับมาอีกครั้ง แต่จะซื้อของใหม่เลยก็ราคาแพง เลยจะลองซื้อกล้องมือสองมาใช้ดู คิดแล้วก็เปิดเว็บ “ขายดี.com” เลื่อนไปเรื่อยๆ กล้องที่พับจอได้ที่คิดไว้ก็น่าจะเป็นกล้อง Canon รุ่น M10 รุ่นนี้เก่าแล้วคงจะหามือสองได้ไม่แพง แต่ดูๆ แล้วราคามือสองก็ยังอยู่ที่หมื่นต้นๆ เลื่อนไปเรื่อยไปเจอกล้องของ Casio เป็นกล้องคอมแพคธรรมดา หรือที่รู้จักกันว่ากล้องฟรุ้งฟริ๊ง มีราคามือสองที่ไม่แพง จอพับขึ้นมาได้ และก็คงถ่ายรูปสวยแน่ๆ เห็นสาวๆ ชอบใช้กัน แต่ลังเลอยู่ที่ว่าตัวเราชอบควบคุมกล้องมากกว่าจึงชอบใช้พวก DSLR เพราะคุณภาพของไฟล์รูปที่สวยตามที่เราควบคุม พอคิดจะมาใช้กล้องคอมแพคแล้วก็เลยลังเลกลัวจะถ่ายแล้วไม่ได้ดั่งใจ แต่ด้วยว่างบที่มีจำกัดและอยากเอามาลองใช้งาน ก็เลยตัดสินใจเลือกกล้อง Casio มา เลือกรุ่น EX-TR3600 เป็นรุ่นของปีที่แล้วที่ตอนนี้ราคามือสองไม่แพงนัก ได้มาจากประกาศลงไว้ที่ราคา 6,500 บาท ดูแล้วสภาพดี มีกล่อง และอุปกรณ์ครบ คิดว่าคงจะโอเค

ในที่สุดกล้องที่เลือกไว้ก็เดินทางมาถึงบ้าน ภายนอกถือว่าสภาพดีเลย น้ำหนักเบา ขนาดเล็ก ค่อนข้างถูกใจ แต่ลุ้นว่าระบบข้างในจะเป็นยังไงนะ? เปิดกล้องลองถ่ายรูปแรก โหมดปกติก็โอเค ลองถ่ายโหมดฟรุ้งฟริ๊งดูมันทำได้ดีเลยนะ ไม่คิดว่าถ่ายรูปตัวเองแล้วจะดูโอเคแบบนี้ ลองถ่ายแบบปิดโหมดปรับสีผิวทุกอย่างก็ยังดูดีอยู่ ทั้งหมดที่ลองถ่ายในโหมดอัตโนมัติแบบพิเศษ แต่พอเปลี่ยนโหมดเท่านั้นแหละมันปรับอะไรไม่ค่อยได้เลย ปรับได้ก็ค่อนข้างยากเพราะไม่ได้แสดงผลแบบทันที ต้องกดโฟกัสก่อนถึงจะแสดงผลที่ตั้งค่าไว้ในแต่ละครั้ง ลองเข้าโหมด M ก็ยังเป็นเหมือนกันถึงจะปรับค่าต่างๆ ได้ก็จริงแต่ดันไม่ได้แสดงผลทันทีเมื่อปรับค่า ต้องค่อยกดปุ่มโฟกัสเพื่อดูภาพพรีวิวก่อนถ่ายจากค่าที่ปรับไว้ก่อนตลอด แถมถ้าถ่ายโหมดอื่นๆ ที่ไม่ใช้โหมดอัตโนมัติพิเศษแล้ว ภาพที่ได้สีก็จะแห้งๆ น๊อยส์เยอะจัด ถ่ายกลางแจ้งก็ได้สีทึมๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเป็นแบบนี้ หรือว่าเราใช้ไม่เป็นเหรอ?  แต่การใช้พวกซีนโหมดที่มีให้ถ่ายถือว่าโอเคภาพสวยอยู่ แต่จะให้เปลี่ยนซีนโหมดไปตามสถานการณ์ก็ไม่ไหวนะ แต่เดี๋ยวก่อนกล้องตัวนี้มันมีจุดเด่นที่โหมดอัตโนมัติพิเศษนี่แหละ โหมดนี้ถ่ายภาพอะไรออกมาก็สวย ถ่ายในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีมาก เพราะระบบของ Casio ที่จะถ่ายภาพหลายๆ ภาพมารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้ภาพที่ได้สีสวย คมชัด ไม่ค่อยมีน๊อยส์รบกวนเนียนกำลังดี และตัวกล้องจะเลือกซีนโหมดให้โดยอัตโนมัติ แต่ข้อเสียก็คือภาพถ่ายพวกวิวธรรมชาติ หรือซีนโหมดบางอย่างจะมีการปรับสีให้สดพิลึกเกินจริงไปมาก ถึงจะดูสวยก็เถอะ เรื่องการเชื่อมต่อ wifi ถ่ายรูปผ่านมือถือก็ทำได้ดีเลย ดีกว่า Canon EOS M10 อีก ภาพพรีวิวบนมือถือแสดงได้ลื่นไหลชัดเจน ของ Canon มันกระตุกดีเลย์ไม่ชัดเอาซะเลย แต่กล้อง Casio ตัวนี้เซนเซอร์มันเล็กแล้วระยะเลนส์ที่ให้มาสามารถซูมได้ก็จริง แต่มันให้มุมมองของเลนส์ที่ไม่ถูกใจถ่ายออกมาแล้วเหมือนเอากล้องมือถือมาถ่ายมากกว่า ภาพไม่นุ่ม ไม่มีความเบลอหลังสักเท่าไหร่ (เป็นความคิดเห็น และความชอบส่วนตัวนะครับ) เรื่องถ่ายวีดีโอรุ่นนี้ก็บอกว่าแค่ถ่ายได้ก็พอ ปรับอะไรไม่ได้ ปรับได้แค่ขนาดวีดีโอ กับปิดไมค์ คุณภาพโอเคในสภาพแสดงปกติ ถ้าแสงน้อยก็น๊อยส์กระจาย

สรุปแล้วสำหรับตัวเราเองที่ชอบควบคุมระบบกล้อง ชอบออกแบบมุมมองด้วยเลนส์นั้น ก็ค่อนข้างผิดหวังกับการเลือกของตัวเองนิดนึง แต่ก็เป็นความผิดของเราเองที่ลืมคิดเรื่องพวกนี้ไปตอนเลือกซื้อกล้อง แต่ก็ว่าเรื่องถ่ายรูปคน หรือถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องนี้ไม่ได้นะ กล้อง Casio EX-TR3600 ตัวนี้ถ่ายสวยมาก ถ้าปรับสีผิว ปรับความเนียนพอดีๆ นะ อึ้งไปเหมือนกันว่าถ่ายตัวเองแล้วออกมาดูดีอย่างนี้ได้ 555 บทเรียนครั้งนี้ต้องจำเอาไว้แล้วค่อยเก็บเงินซื้อกล้องใหม่เอาดีๆ ไปเลย!

ดังนั้นถ้าใครจะซื้อกล้องใหม่แล้วไม่อยากลองผิดลองถูกอะไรแล้ว ขอให้เลือกโดยยึดกับสิ่งที่ตัวเองถนัด หรือสิ่งที่ตัวเองชอบจะดีกว่า และคุ้มเงินกว่าด้วย ไม่ต้องเสียเงินหลายต่อให้เจ็บใจเปล่าๆ

Blog: วันที่ 14 กันยายน 2560 สภาพอากาศ + Wall’s Ice Cream Sandwich

เข้าเดือนกันยายนมาได้เกือบกลางเดือนแล้ว อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูหนาว แต่วันก่อนฝนตกหนัก เมื่อวานก็ร้อนจัด วันนี้ก็ยังคงร้อนจัดอยู่ เหมือนว่าช่วงนี้จะมีแค่ 2 ฤดู ถ้าในออฟฟิตไม่มีเครื่องปรับอากาศคงจะทำงานสนุกเลยทีเดียว วันนี้นึกอยากกินไอศกรีมขึ้นมาก็เดินไปร้านค้าใกล้ๆ มองดูในตู้ขายมีหลายแบบ แต่มองเห็นห่อสีแดงโดดเด่นออกมา หยิบมาดูเป็นไอศกรีมแซนวิชละ วอลล์มันมีไอศกรีมแบบนี้ขายตั้งแต่เมื่อไหร่นะ? ไม่ได้สนใจเรื่องไอศกรีมมานานมากแล้ว เลยหยิบเอาของใหม่มาลองชิมดูสักหน่อย

วอลล์ไอศกรีมแซนวิช [Wall’s Ice Cream Sandwich] อันละ 20 บาท เปิดห่อมาก็จะเจอตัวไอศกรีม ลักษณะเป็นขนมปังแผ่นประกบกับไอศกรีมหน้า-หลัง ตัวขนมปังเป็นขนมปังแบบนิ่มไม่กรอบทำให้เวลากัดไอศกรีมแล้วขนมปังไม่แตกร่วงเลอะเทอะ ไอศกรีมรสช็อกโกแล็ตและวนิลา รสชาตินั้นก็เป็นรสปกติทั่วๆ ไปของแต่ละรส กินคู่กับขนมปังกรอบแล้วอร่อยดีแปลกใหม่สำหรับตัวเอง ได้กินไอศกรีมเย็นๆ กับเดินผ่านอากาศร้อนๆ นี่มันเข้ากันดีนะ ใครไม่เชื่อก็ต้องลองทำดู

แต่! กลับมาที่ไอศกรีม ตัวขนมปังที่ประกบอยู่จะมีลายการ์ตูนทั้งด้านหน้าและหลัง ลายไม่เหมือนกัน มันมาสะดุดที่ลายด้านที่ถืออยู่นี้ เป็นลายที่น่าหดหู่เหลือเกิน ลายที่ว่าก็คือลายไก่กับลูกไก่กำลังดูทีวี แล้วเจอโฆษณาขายไก่ทอด เอ่อ… ไอเดียเหมือนจะตลกนะ ಠ~ಠ

Blog: วันที่ 9 กันยายน 2560 ดูหนังเรื่อง IT มันโผล่จากนรก

วันนี้ไปดูหนังเรื่อง IT มันโผล่จากนรก มา ดูที่ โคราช ซีนีเพล็กซ์ เดอะมอลล์โคราช ที่เดิมกับที่ได้ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A มานั่นแหละ ตอนแรกก็ระแวงอยู่ไม่กล้าไปดูที่นั่นแต่ก็ด้วยความอยากดูหนังมากเลยตัดสินใจไป เพียงแต่คราวนี้พยายามไม่เอามือไปจับอะไรแล้วเอามาจับหน้า และพกแอลกอฮอลล์ล้างมือไปด้วยเอามาถูมือบ่อยๆ ก็ช่วยให้สบายใจขึ้นมาบ้าง

มาคุยเรื่องหนังกันบ้างบอกตอนนี้เลยว่าเป็นหนังที่สนุก สำหรับตัวเองแล้วสนุกมาก ชอบเลยละ ตัวหนังมีเนื้อเรื่องที่เข้าใจง่ายไม่มีปมซับซ้อนเพราะมีการแก้ปมที่ผูกไว้ให้รู้ตลอดทั้งเรื่อง หนังดำเนินเรื่องโดยใช้เด็กกลุ่มหนึ่งที่เจอเหตุการณ์ประหลาดกับตัวตลกช่วงปิดเทอม เนื้อเรื่องหลักๆ ก็คือ ปีศาจ และ ความกลัว ซึ่งความกลัวของแต่ละคนก็แตกต่างกันทำให้เกิดเรื่องกับเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน แต่มีต้นเหตุจากสิ่งเดียวกัน หนังให้อารมณ์ตื่นเต้น ลุ้นตามเหตุการณ์ตลอดเวลา มีอารมณ์ขันแทรกเรื่อยๆ มีอารมณ์ซึ้ง ครบทุกรสเลยก็ว่าได้ เป็นหนังสยองขวัญนะเพียงแต่ไม่ได้เป็นแบบหนังผีเรื่องอื่นๆ เป็นหนังที่ให้อารมณ์แบบหนังช่วงสมัยปี 1990 – 2000 เพราะทั้งการดำเนินเรื่อง-เนื้อเรื่อง-บรรยากาศภายในภาพยนตร์-ดนตรีประกอบให้อารมณ์แบบหนังฮิตๆ ช่วงนั้นเลย ไม่รู้สิว่าทำไมคิดแบบนั้นเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ปิ๊งออกมาเมื่อดูไปตลอดเรื่อง ดูจบแล้วได้อารมณ์มีความสุข ไม่ค้างคา และยิ้มออกจากโรงหนัง สิ่งที่ทำให้คนดูลุ้นตามไปกับหนังก็น่าจะเป็นดนตรีประกอบที่เร้าอารมณ์แบบมีดนตรีอลังการทุกฉาก ไม่ค่อยมีแบบเงียบ แล้วดังตอนผีมาแบบนั้น เลยทำให้ลุ้นได้สนุกไม่ตกใจกับดนตรีและกับผีที่โผล่มา

หนังเรื่อง IT นี้เคยสร้างมาก่อนนานแล้วคิดว่าฉายทางทีวี เป็นหนังที่จะมีเรื่องราว 2 ส่วน เท่าที่อ่านมาจะเป็นการดำเนินเรื่องของผู้ใหญ่ที่คิดกลับไปถึงเหตุการณ์ตอนเป็นเด็กที่เจอมา และส่วนที่ 2 จะเป็นเรื่องปัจจุบันของเด็กที่โตแล้วมาเจอเหตุการณ์กับตัวตลกอีกตอนโต ประมาณนั้นเพราะยังไม่เคยดูเหมือนกัน เรื่องต้นฉบับที่เป็นหนังสือก็ไม่เคยอ่าน แต่หนังที่สร้างปัจจุบันนั้นก็ทำออกมาได้ดีนะไม่มีอะไรสงสัยถึงจะมีแค่เรื่องในตอนเด็ก แต่ก็มีลุ้นที่จะทำเรื่องที่เป็นช่วงที่โตกันแล้วด้วยเพราะท้ายภาพยนตร์มีขึ้นว่า “บทที่ 1” เหมือนจะมีบทต่อไปอีกด้วย

Blog: วันที่ 2 กันยายน 2560 เลี้ยงอาหารเย็นคนว่างงาน

วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ไปทานข้าวเย็นนอกบ้าน เพราะวันนี้เพื่อนคนนึงไม่ได้ทำงานพิิเศษตอนเย็นแล้ว เพราะเพิ่งออกจากงานพิเศษเมื่อวานนนี้ วันนี้เลยไปเลี้ยงปลอบใจสักหน่อย คิดอยู่นานว่าจะไปกินที่ไหนดี เลือกที่ ฮาบิ บุฟเฟต์ปิ้งย่าง เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ที่มีอาหารให้เลือกเยอะใช้ได้เลย วันนี้เลยได้กินของที่อยากกินเกือบทุกอย่างอิ่มมาก ส่วนเพื่อนคนที่ว่างงานก็กินเยอะจนพอใจเหมือนกัน กลับออกมาจากร้านตัวเต็มไปด้วยกลิ่นควันเหม็นไปหมด กลิ่นควันเป็นกลิ่นของอาหารไหม้ๆ กลิ่นหวานเลี่ยนๆ บอกไม่ถูก ไม่ชอบกลิ่นแบบนี้เลยแต่ก็โอเคนะ

ปูตัวนี้ (ปูในภาพด้านบน) เป็นตัวตัวแรกที่กินในรอบ 5 ปีเลย นึกถึงปูตัวสุดท้ายที่กินไม่ออกเลยว่าเมื่อไหร่ เห็นกินปู กินกู้งย่าง อาหารทะเลแบบนี้มันดูน่ากิน น่าอร่อยก็จริง แต่พอกินจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้สนุก ไม่ได้อร่อยอย่างที่คิดเลยนะ มันลำบากตอนแกะเปลือกนี่แหละ เสียเวลาไปมาก พอเริ่มแกะปูก็ถามกับตัวเองว่า “จะแกะอย่างไร?” แกะไม่เป็นซะแล้ว นึกไม่ออกก็หักครึ่ง แล้วก็มีคำถามกับตัวเองอีกครั้ง “ปูนี่มันกินส่วนไหนได้บ้างนะ?” “แล้วมันกินได้หมดไหมเนี่ย?” สุดท้ายก็แกะกินส่วนที่เป็นเนื้อนิ่มๆ ที่ดึงออกมาได้เท่านั้น 555 เห็นในรูปแล้วอยากมากินปู แต่พอได้กินแล้วกลับกินไม่เป็นซะนี่ขำตัวเอง

ร้านฮาบิ บุฟเฟต์ปิ้งย่างนี้เดี๋ยวจะมีเขียนเล่าแนะนำร้านอาหารไว้อีกโพสนึงแล้วกัน เพราะเป็นร้านที่ดูแล้วโอเคใช้ได้เลยทีเดียว

Blog: วันที่ 28 สิงหาคม 2560 กำหนดเปิดจอง Samsung Galaxy Note8 ในไทย

 

ว่าจะไม่เขียนถึงแล้ว Samsung Galaxy Note8 ไม่อยากเพิ่มความอยากได้ให้ตัวเองไปมากกว่านี้ แต่ก็ขอเขียนถึงสักหน่อยเพราะเพิ่งเห็นราคาวางขายในไทยแล้วอยู่ที่ 33,900 บาท (ที่มา: iaumreview) ราคามันจะสูงไปไหน เปิดจองวันที่ 1 – 17 กันยายน 2560 นี้ และมีของแถมเมื่อจองแต่ละสถานที่อีก ถ้าจองผ่านทาง S-estore ก็จะได้แบตเตอร์รี่แพ็คเพิ่มไปอีก 1 ชิ้น (Samsung Battery Pack 5100mAh มูลค่า 1,590 บาท) นอกจากของแถมที่ได้จากประกาศแล้ว ยังมีลงทะเบียนสิทธิ์จากเครื่อง Galaxy Note รุ่น 1-5 แล้วจะได้ปากกา S Pen รุ่นพิเศษ (Staedtler® Noris® Digital Samsung Pencil มูลค่า 1,290 บาท) เพิ่มอีก 5,000 สิทธิ์

มองดูของแถมที่จะได้ถ้าสั่งจองเครื่อง Note8 แล้ว ดูคุ้มค่านะ แต่ก็ไม่เห็นเห็นสิ่งที่ตัวเองจะเอาไปใช้ประโยชน์จริงๆ ได้เลย ลำโพงก็คงไม่ได้ใช้ เคสปกติก็ไม่ใส่ ปากกา S Pen ขนาดใหญ่มีแล้วก็ยังไม่ได้ใช้เต็มที่เลย และยังไม่คิดถึงถ้าผ่านไปสักพัก Samsung จะทำการอัดโปรรุนแรงลดราคาสนั่นอย่างที่เคยเกิดกับ Galaxy S8, S8+ มาแล้วแน่นอน ตอนนี้คงยังไม่จอง รอดูโปรสิ้นปี และรอเผื่อดูแนวทางของ Galaxy S9 ก่อนดีกว่า จะได้เจ็บน้อยหน่อย…. คิดถึงปุ่ม Home พร้อมสแกนนิ้วจัง ಥ_ಥ