Blog: วันที่ 9 กันยายน 2560 ดูหนังเรื่อง IT มันโผล่จากนรก

วันนี้ไปดูหนังเรื่อง IT มันโผล่จากนรก มา ดูที่ โคราช ซีนีเพล็กซ์ เดอะมอลล์โคราช ที่เดิมกับที่ได้ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A มานั่นแหละ ตอนแรกก็ระแวงอยู่ไม่กล้าไปดูที่นั่นแต่ก็ด้วยความอยากดูหนังมากเลยตัดสินใจไป เพียงแต่คราวนี้พยายามไม่เอามือไปจับอะไรแล้วเอามาจับหน้า และพกแอลกอฮอลล์ล้างมือไปด้วยเอามาถูมือบ่อยๆ ก็ช่วยให้สบายใจขึ้นมาบ้าง

มาคุยเรื่องหนังกันบ้างบอกตอนนี้เลยว่าเป็นหนังที่สนุก สำหรับตัวเองแล้วสนุกมาก ชอบเลยละ ตัวหนังมีเนื้อเรื่องที่เข้าใจง่ายไม่มีปมซับซ้อนเพราะมีการแก้ปมที่ผูกไว้ให้รู้ตลอดทั้งเรื่อง หนังดำเนินเรื่องโดยใช้เด็กกลุ่มหนึ่งที่เจอเหตุการณ์ประหลาดกับตัวตลกช่วงปิดเทอม เนื้อเรื่องหลักๆ ก็คือ ปีศาจ และ ความกลัว ซึ่งความกลัวของแต่ละคนก็แตกต่างกันทำให้เกิดเรื่องกับเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน แต่มีต้นเหตุจากสิ่งเดียวกัน หนังให้อารมณ์ตื่นเต้น ลุ้นตามเหตุการณ์ตลอดเวลา มีอารมณ์ขันแทรกเรื่อยๆ มีอารมณ์ซึ้ง ครบทุกรสเลยก็ว่าได้ เป็นหนังสยองขวัญนะเพียงแต่ไม่ได้เป็นแบบหนังผีเรื่องอื่นๆ เป็นหนังที่ให้อารมณ์แบบหนังช่วงสมัยปี 1990 – 2000 เพราะทั้งการดำเนินเรื่อง-เนื้อเรื่อง-บรรยากาศภายในภาพยนตร์-ดนตรีประกอบให้อารมณ์แบบหนังฮิตๆ ช่วงนั้นเลย ไม่รู้สิว่าทำไมคิดแบบนั้นเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ปิ๊งออกมาเมื่อดูไปตลอดเรื่อง ดูจบแล้วได้อารมณ์มีความสุข ไม่ค้างคา และยิ้มออกจากโรงหนัง สิ่งที่ทำให้คนดูลุ้นตามไปกับหนังก็น่าจะเป็นดนตรีประกอบที่เร้าอารมณ์แบบมีดนตรีอลังการทุกฉาก ไม่ค่อยมีแบบเงียบ แล้วดังตอนผีมาแบบนั้น เลยทำให้ลุ้นได้สนุกไม่ตกใจกับดนตรีและกับผีที่โผล่มา

หนังเรื่อง IT นี้เคยสร้างมาก่อนนานแล้วคิดว่าฉายทางทีวี เป็นหนังที่จะมีเรื่องราว 2 ส่วน เท่าที่อ่านมาจะเป็นการดำเนินเรื่องของผู้ใหญ่ที่คิดกลับไปถึงเหตุการณ์ตอนเป็นเด็กที่เจอมา และส่วนที่ 2 จะเป็นเรื่องปัจจุบันของเด็กที่โตแล้วมาเจอเหตุการณ์กับตัวตลกอีกตอนโต ประมาณนั้นเพราะยังไม่เคยดูเหมือนกัน เรื่องต้นฉบับที่เป็นหนังสือก็ไม่เคยอ่าน แต่หนังที่สร้างปัจจุบันนั้นก็ทำออกมาได้ดีนะไม่มีอะไรสงสัยถึงจะมีแค่เรื่องในตอนเด็ก แต่ก็มีลุ้นที่จะทำเรื่องที่เป็นช่วงที่โตกันแล้วด้วยเพราะท้ายภาพยนตร์มีขึ้นว่า “บทที่ 1” เหมือนจะมีบทต่อไปอีกด้วย

Advertisements

Blog: วันที่ 12 สิงหาคม 2560 วันแม่แห่งชาติ และ ไปดูหนัง Annabelle: Creation

สวัสดีวันแม่! วันนี้วันเสาร์เป็นวันแม่แห่งชาติ วางแผนไว้ว่าวันนี้จะไปดูหนังเรื่อง Annabelle: Creation จะไปดูรอบ 11.30 น. เป็นรอบเสียงอังกฤษ เพื่อหลีกเหลี่ยงคนเยอะในวันแม่แห่งชาติเลยตั้งใจว่าจะดูรอบเช้าๆ มาถึงโรงหนังประมาณ 11.10 น. เป็นเวลาก่อนฉายไม่มากไม่ต้องรอนาน รีบซื้อตัวแล้วก็นั่งรอ มองดูนาฬิกาเวลา 11.26 น. ใกล้เวลาแล้ว แต่ไม่เห็นมีประกาศแจ้งให้เข้าโรงภาพยนตร์อะไร แปลกใจเลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่หน้าโรงภาพยนตร์ว่าเข้าได้รึยัง ส่งตั๋วให้เจ้าหน้าที่แล้วก็เข้าไปในโรงภาพยนตร์ หนังตัวอย่างฉายไปแล้ว ไม่มีคนเลย เข้ามาเป็นคนแรก หนังตัวอย่างคงฉายมาหลายเรื่องแล้วเพราะพอนั่งลงก็เป็นโฆษณาก่อนยืนถวายความเคารพพอดี

เมื่อหนังเริ่มฉายมันน่าแปลกใจตรงที่หน้าจอกว้างมากเคยเข้ามาดูเรื่องอื่นๆ ก็ฉายกว้างปกติ แต่มาเรื่องนี้หน้าจอกลับปรับเข้ามาฉายตรงกลางจอเล็ก มีแถบดำด้านบนและล่าง เหมือนดูหนัง DVD ในทีวีที่บ้านยังไงยังงั้น  ดูอัตราส่วนของเนื้อภาพยนตร์ก็น่าจะเต็มจอกว้างๆ ได้ แต่กลับทำมาเป็นแถบบน-ล่าง คิดว่าน่าจะเป็นเฉพาะแบบที่ฉายเสียงอังกฤษสำหรับเรื่องนี้ เสียอรรถรสไปมากเลย

มาเล่าเรื่องหนังดีกว่า Annabelle: Creation ภาคนี้เป็นภาคที่ 2 เป็นภาคที่เล่าเรื่องต้นกำหนดของตุ๊กตา และครอบครัวที่สร้างตุ๊กตา ก่อนจะมาถึงเรื่องในภาคแรก เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากเข้าใจได้ง่าย แต่คนที่ไปดูเรื่องนี้แน่นอนต้องไปดูเพราะต้องการความน่ากลัวของตัวหนัง และก็ไม่ผิดหวังแน่ๆ หนังมีครบทุกรส มีอะไรให้ลุ้น ให้ตกใจตลอดทั้งเรื่อง มีมุกตลกให้พอขำลดความกลัวได้บ้าง เรียกว่าเป็นหนังผีที่สนุกได้เลย และตอนจบสามารถเชื่อมต่อเนื้อหาไปภาคแรกได้อย่างฉากต่อฉากลงตัวพอดี ไม่มีอะไรค้างคา สรุปแล้วชอบนะภาคนี้ เดี๋ยวต้องติดตามเรื่องอื่นๆ ที่แตกออกจาก The Conjuring ที่จะมีมาหลายเรื่อง คิดแล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

แกะกล่อง สมุดบันทึกบิลโบ้ แบ็กกิ้นส์ จากภาพยนตร์ The Hobbit [Bilbo Baggins Journal]

คราวนี้ได้ของสะสมจากภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit มา เป็นสมุดบันทึกของบิลโบ้ แบ็กกิ้นส์ ปกหนังเล่มสีแดงที่บิลโบ้ บันทึกเรื่องราวการผจญภัยเล่าเป็นนิทานที่เราเห็นในภาพยนตร์ แต่เล่มที่ได้มาเป็นเล่มขนาดเล็ก เพราะเป็นของแถมมาเมื่อซื้อ Blu Ray ภาพยนตร์ The Hobbit โชคดีที่ได้มาอีกเล่ม เพราะเล่มที่แถมกับ Blu Ray ยังไม่ได้แกะออกจากแพ็คเกจ เลยยังไม่เคยเปิดดูด้านในสมุดบันทึก วันนี้เลยจะเอามาเปิดให้ดูกัน

ตัวสมุดบันทึกปกสีแดง ปั้มลายเส้นแบบในภาพยนตร์ ด้านในจะมาภาพวาดของบิลโบ กับแผนที่ WilderLand และ แผ่นที่ The Desolation of Smaug กระดาษโน๊ตด้านในไม่มีลายเส้นบรรทัด มีแถบริบบิ้นผ้าคั่นด้วย สังเกตตัวปกเป็นลายหนังสีแดงทำจากหนังเทียมแบบบาง เพราะเวลาเปิดเล่มแล้วมีรอยยับตรงสันดูบอบบางเหมือนจะขาด หรือเพราะว่ามันเก่าแล้วไม่รู้

Fantastic Beasts And Where To Find Them: Magical Movie Handbook – Book Preview

Fantastic Beasts And Where To Find Them: Magical Movie Handbook 

  • Author: Michael Kogge
  • Publisher: Scholastic Inc.
  • Publication: 18/11/2016
  • Page Count: 96 Pages
  • Dimensions: 5.9 x 8.8 x 0.2 inches
  • Language: English
  • ISBN: 9781338116830
  • Price: $7.99 / 223 บาท (Kinokuniya)

เล่มนี้เป็นหนังสือที่ความหมายเหมือนกับชื่อเล่มเลย “Magical Movie Handbook” เพราะภายในเล่มจะมีเนื้อหาของตัวละคร สถานที่ต่างๆ ภายในภาพยนต์ แบบข้อมูลเบื้องต้นโดยสังเขป ข้อมูลจะแบ่งเป็นหัวข้อๆ เช่น ข้อมูลพื้นเพของตัวละคร เหตุการณ์สำคัญที่ตัวละครเคยผ่านมา การร่ายมนต์ของตัวละคร อุปกรณ์ของตัวละครนั้นๆ ซึ่งก็เป็นข้อมูลปูพื้นฐานให้คนที่กำลังจะไปดูตัวภาพยนตร์ในโรงภาพพยนตร์ประมาณนั้น แต่ข้อมูลก็มีรายละเอียดมากพอที่จะทำให้คนที่ไม่รู้จักตัวละครเข้าใจตัวละครมากขึ้นทั้งก่อน และหลังไปดูภาพยนตร์มาแล้ว

ดังที่ได้เล่ามาด้านบน ภายในหนังสือเล่มนี้จะไม่มีเบื้องหลัง หรือบทสัมภาษณ์นักแสดงเลย เหมือนจะเป็นหนังสือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับตัวละครเท่านั้น

ตัวหนังสือเป็นหนังสือเล่มเล็ก กระดาษบาง พิมพ์สีทั้งเล่มก็จริง แต่ภาพพิมพ์ไม่ค่อยเนียนสวย ออกจะหยาบด้วยซ้ำ แต่ก็สมกับราคาที่ไม่แพงมาก

DailyBlog: 12 มิถุนายน 2559

อาทิตยที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลา 1 อาทิตย์ที่ไม่ดีเท่าไรนัก ทั้งเรื่องงาน และเรื่องจัดการตัวเอง แต่ก็ผ่านมาแล้ว ลองมาคิดย้อนกลับไปดูว่าทำอะไรมาบ้างดีกว่า

กลับไปลองชิม KFC CHIZZA พิซซ่าไก่กรอบ

ได้ไปลองชิมพิซซ่าไก่กรอบขอ KFC ที่ชื่อ KFC CHIZZA พิซซ่าไก่กรอบ จริงๆ ก็เคยลองกินดูแล้วละตั้งแต่ครั้งแรกที่เอามาทดลองขาย แต่ลืมไปแล้ว ดูหน้าตาก็ดูน่ากินดีแต่พูดตรงๆ มันก็คือไก่ไม่มีกระดูกชิ้นใหญ่ที่ราดด้วยซอสเผ็ดกับโรยชีสนิดหน่อยนั่นแหละ ข้างในก็ไม่ได้คลุกอะไรลงในเนื้อไก่ แค่ใส่ซอสด้านนอกเท่านั้น รสชาติก็ไก่ทอดกับซอสนะ ไม่ได้รู้สึกเหมือนกินพิซซาเลย เห็นโฆษณาของ KFC ที่ประมาณว่ามีแต่คนถามหาถึงพิซซ่าไก่กรอบว่ามันอร่อย อยากกินอีก อะไรทำนองนี้ เราก็คิดว่าจะทำเป็นอะไรใหม่ๆ มาขายซะอีก ทำไมเดี๋ยวนี้อะไร อะไรก็ใส่ชีส เพิ่มชีส ทั้งนั้นเลย ทำไมนะ

ได้โทรศัพท์เสริมเครื่องใหม่ Asus Zenfone GO TV

ซื้อมาจนได้คิดว่าจะไม่ซื้อแล้วนะ เดินไปเดินมาไปเจอบู๊ทของ Asus ที่เดอะมอลล์ ไปเจอรุ่นนี้พอดีเป็นรุ่นที่ดูดิจิตอลทีวีได้ อยากได้โทรศัพท์ดูทีวีได้ที่ราคาไม่แพงเอามาไว้ดูที่ทำงานมานานแล้ว ที่ผ่านมามีแต่ iMobile ที่ทำโทรศัพท์แบบนี้ออกมาแต่ไม่กล้าซื้อมาใช้กลัวพัง กลัวระบบรวน จนมาเจอพรีวิวของ Asus ในงานมือถือเมื่อเดือนก่อนนี่แหละ ทำมือถือที่ดูทีวีได้ออกมาแล้ว ราคาไม่แพง (5,990 บาท) ยี่ห้อก็น่าเชื่อถืออยู่ โทรศัพท์ในเครือ Zenfone ก็ดังใช่ย่อย ครั้งนี้เดินผ่านไปตาพาเสียเงินไปเห็นเข้าก็เลยได้ติดมือกลับมา 1 เครื่อง แถมยังใช้บัตร KTC แบ่งจ่าย 0% ยังไม่ได้อีกแนะ พนักงานบอกว่าเป็นรุ่นมาใหม่ Code ยังไม่ออก ก็เลยต้องรูดเต็มจำนวนไป เฮ้อ…

ลองชิม โออิชิ ราเมน บูตะซอสสุกี้ นาเบะราเมน

นาเบะราเมนรสใหม่จาก โออิชิ ราเมน มาก็ไปลองชิมอีกครั้ง รอบนี้มาเป็นรส บูตะซอสสุกี้ ยังคงเสิร์ฟมาหม้อสุกี้ขนาดจัมโบ้บนเตาแอลกอฮอล์ร้อนๆ เหมือนเดิม เป็นเมนูที่ดูยิ่งใหญ่คุ้มราคาเหมือนเดิม เรื่องรสชาติรสใหม่นี้ก็ยังมีน้ำซุปที่กลมกล่อมรสหวานๆ เค็มๆ แต่มีรสเผ็ดของซอสสุกี้มาด้วยอร่อยดี มีผักเยอะ ใส่ไข่ เนื้อหมู กับเส้นราเมน กินตอนจุดไฟร้อนๆ นี่มันอร่อยจริงๆ

เจอขนมปัง Sun Merry ลดราคาที่ Lotus Express

ไปเจอขนมปังที่ขายใน Lotus Express มันอร่อยมาก ยี่ห้อ Sun Merry แป้งขนมปังของเค้ามันนุ่ม หอม อร่อยจริงๆ นะ ราคาก็ไม่แพงกว่าเซเว่นเท่าไร ลองชิมหลายๆ แบบแล้วก็อร่อยเกือบทุกแบบเลย อีกอย่างที่คิดว่ามันดีมากๆ ก็ตรงที่ขายใน Lotus Express นี่แหละ เพราะตอนขนมปังใกล้หมดอายุทาง Lotus จะมีการเอามาลดราคา ลดเยอะด้วยนะ แต่ก็ต้องดูวันหมดอายุดีๆ ด้วย บางอันก็หมดอายุวันถัดไป บางอันก็จะหมดอายุอีก 2 วันก็มี แต่ถ้าซื้อแล้วกินเลยก็ถือว่าคุ้มนะ

ไปดูหนัง The Conjuring 2

the conjuring ภาคแรกเป็นหนังที่สนุก น่ากลัว และทำให้มีความรู้สึกร่วมกับหนังอย่างบอกไม่ถูก มาภาค 2 นี้เป็นเรื่องที่สร้างบนโครงเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเหมือนภาคแรก เป็นเรื่องของ the Enfield Poltergeist haunting ที่เป็นเรื่องที่เกิดที่ประเทศอังกฤษ ตัวหนังดำเนินเรื่องได้เร็ว และเข้าใจง่าย เหมือนภาคแรก แต่ภาคนี้มีความน่ากลัวแบบตื่นเต้น มีเรื่องให้ลุ้น ให้สะดุ้งแบบตกใจ(มาก)บ้าง แบบว่าความน่ากลัวจะมาตอนที่เราคิดว่าทุกอย่างปลอดภัย ทุกอย่างเรียบร้อยดี มาพร้อมกับความเงียบ ตามมาด้วยดนตรีประกอบที่ส่งอารมณ์สุดๆ ตามแบบฉบับของผู้กับกับคนนี้เลยคุ้มค่ากับการติดตามผลงานมากๆ ที่ชอบอีกอย่างจะเป็นตอนจบของหนังแล้วขึ้นเครดิต จะมีภาพของตัวละครในภาพยนต์ และภาพถ่ายของเรื่องจริงขึ้นมาให้เราดู พร้อมกับดนตรีที่หลอนๆ ทำให้คนในโรงภาพยนต์ยังนั่งดูเครดิตหลักจนจบได้นี่สุดๆ เลย เป็นเสน่ห์ของเค้าเลยละ

Auntie Anne’s ชุด Healthy Up Your Feeling รส ทูน่าข้าวโพด [Tuna Corn]

ลองซื้อ Auntie Anne’s ชุดใหม่ ชื่อชุด Healthy Up Your Feeling มี 2 รส ไส้กรอกผักโขม กับ ทูน่าข้าวโพด ที่เลือกมาเป็นขนมปังไส้ทูน่ากับข้าวโพด รสเค็มๆ มันๆ หอมตัวแป้งที่หุ้มอร่อยดี แต่มันมันมากไป หยิบขึ้นมาน้ำมันไหลเยิ้มเลย

//end.

HarryPotter Magical Places from the Films – Hogwarts, Diagon Alley and Beyond

ครั้งนี้ได้มีโอกาสนำหนังสือเบื้องหลังของภาพยนตร์ HarryPotter มาแนะนำ เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้าง การออกแบบ และข้อมูลต่างๆ ของภาพยนต์ ซึ่งเล่มนี้เป็นเล่มแรกที่ได้มาแต่ไม่ใช่เล่มแรกที่วางจำหน่ายนะ เลยถือโอกาสมาแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ

HarryPotter Magical Places from the Films

HarryPotter Magical Places from the Films Hogwarts, Diagon Alley and Beyond 

  • Author: Jody Revenson
  • Publisher: Harper Design / Insight Edions
  • Publication: 12/05/2015
  • Page Count: 208 Pages
  • Dimensions: 240 x 285 x 24mm / Hardcover
  • Language: English
  • ISBN: 9780062385659
  • Price: $45.00 / 1,645.00 บาท (AsiaBook)

Contents – เนื้อหาภายในเล่ม

  • Introduction
  • CHAPTER 1: The Dursleys’ Housee
  • CHAPTER 2: Diagon Alley
  • CHAPTER 3: King’s Cross Station
  • CHAPTER 4: Hogwarts Castle
  • CHAPTER 5: Hogwarts Classrooms and Offices
  • CHAPTER 6: Hogwarts Grounds
  • CHAPTER 7: Hogsmeade
  • CHAPTER 8: Ministry of Magic
  • CHAPTER 9: Wizarding Homes

HarryPotter Magical Places from the Films แค่ชื่อหนังสือก็บอกอยู่แล้วว่าเล่มนี้จะเป็นเล่มที่กล่าวถึงสถานที่ภายในภาพยนตร์ แต่ไม่ใช่แค่ภาคเดียว จะเป็นการกล่าวถึงสถานที่ในภาพยนตร์ตั้งแต่ภาคแรกถึงภาคสุดท้ายเลย

ในเล่มนี้จะได้พบกับเนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่ และรูปภาพมากมาย โดยจะมีรูปและเนื้อหาบางส่วนที่เราอาจจะยังไม่เคยเห็น ไม่เคยทราบมาก่อนอีกด้วย ฟังแค่นี้ก็ดูน่าสนใจแล้ว จริงๆ ใครเป็นแฟนภาพยนตร์ชุดนี้ก็คงสนใจอยู่แล้วละ

ภายในเล่มจะแบ่งเนื้อหาออกเป็นบทย่อยๆ โดยบทย่อยนี้จะพูดถึงสถานที่ภายในภาพยนตร์ มีเนื้อหาของแต่ละสถานที่ที่พูดถึง มีรายละเอียดย่อยซึ่งบอกเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ ว่าเป็นสถานที่สำหรับอะไรมีตัวละครใดบ้าง สถานที่ที่ใช้ถ่ายทำ และปรากฎในภาพยนต์ภาคใดบ้าง แต่ที่ชอบมากกว่าข้อมูลทั่วๆ ไปก็คือ ในเนื้อหาจะมีการแทรกความคิดเห็นของผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับฝ่ายต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มออกแบบฉาก ออกแบบมุมมอง ไปจนถึงการถ่ายทำ ถาพประกอบส่วนมากเป็นภาพคอนเซ็ปอาร์ตหรือภาพวาดร่างที่ใช้เป็นแนวทางก่อนนำไปสร้างฉากหรือนำไปถ่ายภาพยนตร์ โดยภาพประกอบทุกภาพในแต่ละบทจะมีข้อความกำกับบอกทุกครั้ง ถึงรายละเอียดสถานที่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพด้วย

เรียกได้ว่าเป็นหนังสือเบื้องหลังที่ให้ข้อมูลที่ค่อนข้างละเอียด ถึงละเอียดมาก มีความคิดเห็นของผู้กำกับแทรก ที่สามารถทำให้เรารู้สึกเข้าถึง และเข้าใจฉากนั้นๆ เข้าใจการเลือกสถานที่ที่ทางผู้กำกับต้องการจะถ่ายทอดออกมาได้ลึกขึ้น และอย่างที่บอกตั้งต้น ในหนังสือมีข้อมูลที่เรา(หรือผม)ไม่เคยทราบมาก่อน ข้อมูลนี้แหละที่ทำให้เราเข้าใจฉากนั้นๆ มากขึ้น

สำหรับหนังสือเล่มนี้เหมาะกับแฟนๆ ภาพยนตร์และรวมไปถึงหนังสือ HarryPotter อย่างแน่นอน ใครที่มองๆ อยู่แนะนำว่าไม่ต้องลังเลที่จะนำมาเก็บสะสม จริงๆ ก็อยากรอให้นำเข้ามาแปลเป็นภาษาไทยและวางขายในไทยหรอก แต่ก็ได้แค่คิดเพราะไม่ค่อยเห็นนำหนังสือพวกนี้มาแปลขายกันซักเท่าไรเลย เลยตัดสินใจที่จะเก็บแบบฉบับภาษาอังกฤษ ถึงความสามารถในการอ่านภาษาองกฤษของผมจะแค่พออ่านออกก็ตาม ใครที่สนใจสามารถดูวีดีโอพรีวิวภายในหนังสือได้ด้านล่างเลยครับ

มีข้อติอยู่หน่อยนึง ตรงการเข้าสันหนังสือที่ใช้กาวติดกับแถบผ้า แบบหนังสือปกแข็งเพื่อให้เปิดอ่านได้ง่ายนี่ ไม่รู้เพราะอะไรตัวหน้ากระดาษมันหลุดออกจากสันหมดเลยนี่สิเหลือแต่ส่วนเชือกที่เย็บกันเอาไว้เท่านั้น คิดว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศร้อนรึเปล่ากาวเลยเสื่อมสภาพไวไปหน่อย 555 อาการที่บอกไม่ได้เป็นแค่เล่มนี้นะครับ เป็นทุกเล่มที่ซื้อมาเลย ใช่ครับเบื้องหลังภาพยนต์ HarryPotter นี้ มีอีกหลายเล่มเอาไว้จะมาพรีวิวให้ชมกันอีกเร็วๆ นี้ครับ

IMG_7032-003

IMG_7033-004

IMG_7034-005

IMG_7035-006

IMG_7036-007

IMG_7037-008 Continue reading

แกะกล่อง Blu-Ray 3D The Hobbit Desolation of Smaug Boxset

The Hobbit: Desolation of Smaug เป็นตอนที่ 2 ของหนัง แต่ถึงจะเป็นตอนที่เคยซื้อเก็บไว้เป็น DVD แล้ว แต่รุ่นนี้เป็นรุ่น Box Set แถมโมเดลที่เอาไว้กั้นหนังสือ มองอยู่นานจนหนังจบภาค 3 ไปแล้วก็ยังไม่ได้ซื้อ จนเหลืออยู่ชุดเดียวที่ร้านก็ตัดสินใจเอามาเก็บไว้ คิดว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ก็จะหาไม่ได้แล้ว

81vrSvF0jSL._SL1500_

The Hobbit: The Desolation of Smaug Limited Edition with Book Ends (Blu-ray 3D + Blu-ray + DVD)

ประกอบด้วย 

  • แผ่นหนังที่เป็น Blu-ray 3D, 2D และ DVD จำนวน 5 แผ่น
  • ตัวโมเดลคนเคระขนาดใหญ่ 1 คู่ สำหรับใช้กั้นหนังสือ
  • ราคา 3,xxx บาท

2015-11-25 06.52.30 2-007

2015-11-25 06.52.31 1-008

2015-11-25 06.52.32 1-009

2015-11-25 06.52.32 2-010

2015-11-25 06.52.33 2-012

2015-11-25 06.52.29 2-005

2015-11-25 06.52.30 1-006

2015-11-25 06.52.27 1-001

ตัวโมเดลเป็นรูปสลักคนแคระที่เฝ้าอยู่หน้าเหมืองเอเรบอร์ (the Dwarf Kingdom of Erebor) ทำจากพลาสติกน่าจะเป็นเรซิ่น ที่หนักมากซึ่งก็น่าจะเหมาะกับเอาไว้กั้นหนังสือบนชั้นได้ดี รายละเอียดของโมเดลคมชัด ละเอียดสมจริง ไม่เสียดายเลยที่เลือกเก็บชุดนี้เอาไว้

ใครยังหาไม่ได้ ปลายปีก่อนมีงานลดราคาของในสต็อกของ Catalyst มี Boxset รุ่นนี้ด้วยอยู่หลายชุด ราคาไม่แพงด้วยแค่พันต้นๆ เท่านั้นเอง คิดว่าตามร้านในกรุงเทพฯ น่าจะยังมีอยู่เหมือนกัน

2015-11-25 06.52.28 1-003

2015-11-25 06.52.27 2-002

2015-11-25 06.52.29 1-004

Unbox: Titanic 3D Blu-Ray Collector’s Limited Edition

จากบล็อกก่อนหน้าที่บ่นถึงเรื่องแย่งซื้อ BD หนังเรื่องหนึ่ง วันนี้ตัวหนังก็ได้จัดส่งมาถึงเรียบร้อยแล้ว เป็นของมือสองนะเนี่ย แต่สภาพยังดีอยู่เลย เอาจริงๆ ตอนเซ็ตนี้ออกไม่รู้เรื่องกับเค้าเลย ออกปี 2012 น่าจะเป็นช่วงที่ Titanic เข้าฉายใหม่ตอนเป็น 3D มั้ง ตอนนั้นทำอะไรอยู่นะ ถ้าได้ซื้อตอนออกใหม่ๆ คงจะไม่แพงขนาดนี้ แต่ยังดีที่ไปเจอมาและได้มาเก็บไว้จนได้ ได้ล็อตแรกด้วยในเว็บบอกว่ามีไม่เยอะ และเป็นล็อตที่แถมเอกสารสำเนารายละเอียดของเรือ สำเนาจากตัวจริงด้วย เพราะไอ้เอกสารนี่แหละที่ทำให้อยากได้มาก ครั้งนี้เลยจัดการแกะกล่องมาให้ดูกัน

Continue reading