แกะกล่อง Samsung GALAXY Note Fan Edition

เครื่อง GALAXY Note Fan Edition ที่ได้มานี้เป็นเครื่องจากเครือข่าย KT จากประเทศเกาหลีใต้ เป็นเครื่องแบบ 1 ซิม แพ็คเกตของ Samsung GALAXY Note Fan Edition ยังคงเป็นกล่องสีดำตัวหนังสีสีน้ำเงินเหมือนกับรุ่น  GALAXY S7 Edge โดยมีกล่องสวมชั้นนอกที่ด้านหน้ากล่องมีรูปหัวใจสีน้ำเงิน พร้อมกับชื่อรุ่น Fan Edition ชัดเจน ด้านในเป็นกล่องที่เปิดออกด้วยระบบแม่เหล็ก เปิดออกมาก็จะพบกับตัวเครื่อง และอุปกรณ์ภายในกล่อง

Samsung Galaxy Note Fan Edition วางขายในเกาหลีเมื่อวันที่ 7/7/2017 อ้างอิง Samsung KR

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง
  • เคส Clear View Cover สีเดียวกับตัวเครื่อง
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบขากลม
  • สายเคเบิลแบบ USB C
  • ตัว USB OTG สำหรับเสียบอุปกรณ์ USB
  • หัวแปลง Micro USB to USB C
  • หัวปากกา S Pen 5 หัว พร้อม แหนบ
  • หูฟังรุ่่นเดิมในกล่องพลาสติกสีดำใส

 

สีของตัวเครื่องที่เลือกมาคือ สีฟ้า (Blue Coral) มีขอบอลูมิเนียมตัวเครื่องเป็น สีทองชมพู (Rose Gold) ด้านหน้าไม่มีโลโก้ Samsung แล้ว มองดูด้านล้างหน้าจอก็จะเห็นปุ่ม Home พร้อมกับระบบสแกนนิ้วมือ แบบดั้งเดิม สะดวกใช้งานมาก

ด้านหลังจะมีเลนส์กล้อง เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ โลโก้ Samsung พร้อมกับชื่อรุ่นอยู่ด้านล่าง

ด้านข้างซ็ายจะมีแค่ปุ่มปรับระดับเสียง ด้านขวามีแค่ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ด้านบนเป็นช่องใส่ซิมการ์ด และ การ์ดหน่วยความจำแบบ Micro SD Card  ด้านล่างจะช่องเชื่อมต่อแบบ USB C ช่องลำโพง และ ปากกา S Pen

 

ปากกา S Pen ของ Note FE นี้จะมีสีเดียวกับตัวเครื่อง หัวปากกาจะเป็นแบบหัวแหลมเล็กกว่า Note 5  ตรงที่กดปลายปลากกาจะเป็นอลูมิเนียมสีเดียวกับขอบตัวเครื่องกลมกลืนกันดี

ดูจากภายนอกแล้วมันก็คือ Note 7 นั่นแหละ เพียงแค่ปรับปรุงเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ที่มีความจุน้อยกว่าเดิม จาก 3,500mAh เป็น 3,200mAh นั่นเอง

สิ่งที่ชอบ

  • ชอบสีฟ้าของตัวเครื่องมากๆ ด้านหน้าของเครื่องเป็นสีเหมือนด้านหลัง ไม่ชอบ S8+ ตรงที่กระจกด้านหน้าเป็นสีดำเหตุผลที่เค้าบอกมาก็เพราะจะซ่อนช่องเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่มีเยอะมาก พอเลือกตัวเครื่องด้านหลังเป็นสีดำกลับทำให้ทุกอย่างดำไปหมดเลยดูไม่สวย ส่วน Note FE ก็มีเซ็นเซอร์เยอะเหมือนกับ S8+ นะ ที่เห็นมีแค่ 3 ช่องด้านบนนั้น เซ็นเซอร์ตัวอื่นๆ อยู่ใต้ฟิล์มสีฟ้านั่นเอง ถามว่ามีปัญหากับพวกเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีฟ้าไหม? ไม่มีปัญหาใช้งานได้ปกติ เรียกว่าออกแบบได้ฉลาดมากซ่อนเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีทำให้ด้านหน้าเครื่องดูไม่รกแต่ไม่รู้ทำไมไม่ทำกับ S8+ แบบนี้บ้าง
  • ชอบปุ่ม Home และ สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหน้าที่เดิมคุ้นเคย
  • มีปากกา S Pen
  • ชอบสแกนม่านตาเร็วมากไม่ตั้งใจมองก็สแกนได้ ข้อนี้อยากบอกว่าสแกนม่านตามันเร็วกว่าของ S8+ ที่ใช้อีกนะ กดปุ๊ปมองจอก็ปลดล็อกปั๊ป ของ S8+ มันสแกนได้บ้างไม่ได้บ้างต้องเอามือไปจิ้มสแกนนิ้วข้างหลังแทนน่าหงุดหงิด ข้อนี้เป็นความรู้สึกตัวตัวนะครับ

ข้อสังเกต

  • กล้องถ่ายรูป ปิดเสียงชัตเตอร์ไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนเป็นโหมดไม่ใช้เสียงแล้ว ซึ่งเสียงชัตเตอร์นี่ดังมากกก ปรับระดับเสียงให้เบาลงไม่ได้ด้วย / แก้ปัญหาโดยใช้ App ถ่ายรูปตัวอื่นโหลดใน Play Store
  • ใช้ Samsung Pay ในไทยไม่ได้ ต้องใส่ซิมเกาหลีเท่านั้นถึงจะใช้งานได้
  • หาฟิล์มกันรอยดีๆ ในไทยไม่ได้ / ตอนนี้ยังหาฟิล์มที่คลุมขอบโค้งแบบที่ไม่ใช่ TPU และขายในไทยไม่ได้ ต้องสั่งจากต่างประเทศ

หลังจากรอคอยมานานเรียกว่าถูกใจมาก รูปร่าง สีสันตัวเครื่อง ที่สำคัญคือ S Pen นี่แหละสิ่งที่ต้องการ ตอนนี้ได้เอามาใช้แทน S8+ เครื่องเดิมแล้ว การใช้งานหลังจากนี้มีปัญหาอะไรจะเขียนเล่าไว้ในบล็อกต่อๆ ไปครับ

 

Advertisements

Blog: วันที่ 6 สิงหาคม 2560 ซื้อโทรศัพท์จากร้านดังในห้าง มาบุญครอง (MBK Center)

ช่วงปลายเดือนที่แล้ว Samsung ได้วางจำหน่าย Galaxy Note Fan Edition ซึ่งก็คือรุ่น Note 7 ที่ปรุงเรื่องแบตเตอรี่แล้ว วางจำหน่ายในเกาหลีใต้ตอนนี้ เห็นว่ามีวางขาย 400,000 เครื่อง และอาจจะไม่ได้วางขายในหลายๆ ประเทศด้วย เห็นแล้วนึกถึงตอนที่ Pre Order เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังนึกอยากได้อยู่  อาทิตย์ก่อนเห็นว่ามีร้านขายโทรศัพท์ในห้างมาบุญครอง ร้านนึงหิ้วเข้ามาขายจากเกาหลีแล้ว ราคาก็แพงใช้ได้อยู่ คิดว่าจะซื้อมาใช้ยาวเลยเพราะถูกใจตั้งแต่ Note 7 แล้ว แต่ก็คิดว่าถ้าสั่งซื้อไปจะได้ของไหม ของจะครบไหม จะเกิดปัญหาอะไรไหม ที่คิดแบบนี้หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินข่าวคราวที่ไม่ค่อยดีในส่วนของร้านตู้กระจกขายมือถือในห้างมาบุญครองมาบ้างไม่มากก็น้อย ตามกระทู้ในเว็บ Pantip ก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆ  แต่เป็นเพราะชื่อเสียงในทางบวกของร้านนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหิ้วจากต่างประเทศ อ่านเว็บ อ่านกระทู้ ผ่านตามาก็เห็นว่าได้มาจากร้านนี้เป็นส่วนมาก ( สงสัยใช่ไหมว่าร้านอะไร บอกตรงๆ ไม่ได้หรอก แต่คิดว่าคงจะรู้จักกันดีเลยละ ขอเรียกชื่อร้านนี้ว่า ร้าน “กบ โมบาย” แล้วกันเป็นคำใกล้เคียงสุดแล้ว ) ทำให้ตัดสินใจสั่งเครื่องไป เครื่องรอบใหม่จะเข้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และทางร้านจะจัดส่งผ่าน Kerry Express มา จนได้รับเครื่องมาเมื่อวานก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เลยจะเอามาเขียนเล่าไว้ในบล็อก

เครื่องที่ได้มาอยู่ในกล่องปกติ เพียงแต่กล่องได้ถูกเปิดมาแล้ว โดยมีฟิล์มกันรอยที่สั่งซื้อไปพร้อมเสียบมาในกล่อง พลาสติกกันรอยที่ติดมากับโทรศัพท์ข้างหน้าและหลังเครื่องถูกแกะออกไป เลยเช็คเครื่องดูรอบๆ เครื่องไม่มีรอย สติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดติดอยู่ข้างหลังเรียบร้อยดียังพอสบายใจได้ว่าเป็นเครื่องใหม่ เปิดเครื่องดูก็เห็นว่าหน้าต้อนรับตอนเปิดเครื่องใหม่ภาษาถูกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว คิดว่าทางร้านคงจะเปิดเช็คเครื่องดูก่อน เพราะตอนดู Unbox ของเมืองนอกเครื่องที่มาจากเครือข่ายนี้ของเกาหลี ภาษาจะเป็นภาษาเกาหลีเป็นภาษาเริ่มต้น

มาที่อุปกรณ์ในกล่องจะมีกล่องสีดำข้างในเป็นเคสสีฟ้า มีหูฟัง สายชาร์จ อแดปเตอร์ชาร์จ หัวปากกา S Pen ตัวต่อ OTG และ หัวแปลง Micro USB to USB C ตัวสุดท้ายนี่แหละที่เห็นว่าผิดปกติ ขนาดของหัวต่อมันเล็กกว่าพลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่อง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะเป็นแบบนี้ เลยเอามาเทียบกับตัวที่มากับ S8+ ที่ใช้อยู่ ขนาดต่างกันสิ้นเชิง พลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่องเทียบแล้วขนาดพอดีกับขนาดของหัวต่อที่มากับ S8+ เลย  ตัวพลาสติก และ ส่วนอลูมิเนียม วัสดุก็แตกต่างกันชัดเจน  หึ หึ หึ โดนเข้าจนได้ แค่นี้ก็โดนนะ เท่านั้นแหละรีบเช็คอุปกรณ์อื่นๆ ทันที เปิดเทียบดูกับวีดีโอ Unbox ใน Youtube เลย เท่าที่ทำได้และความรู้เท่าที่มี ก็เห็นว่ามีแค่อย่างเดียวที่ไม่ใช้ของแท้นะ ต่อไปก็ถามทางร้านละ

ส่งข้อความไปถามร้านทาง Line ที่สั่งซื้อ ส่งรูปและถามไปว่าทำไมมันไม่เหมือนกับของ Samsung เลย! เจ้าหน้าที่ตอบมาว่ามันมากับเครื่องคะ / มาแบบนี้ทุกเครื่อง และยังบอกอีกว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ ต่อเหมือนกันแค่แบบต่างกันค่ะ” เรื่องเปิดกล่องก็ตอบว่า “ก็ต้องเปิดเช็คเครื่องค่ะ” 

แค่เจอคำตอบว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ” ทำให้ความเชื่อมั่นว่า ร้านนี้ดี มีชื่อเสียง ขายมานาน ประสบการณ์เยอะ เจ้าของร้านมาพบปะลูกค้าตลอด เป็นกันเอง ซื้อกับร้านนี้ต้องมั่นใจได้แน่ๆ  เนี่ยหายไปทันที เรื่องเปิดเช็คเครื่องนี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกแต่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ อย่างน้อยก็ถามลูกค้าก่อนว่าจะให้เปิดเครื่องเช็คก่อนไหม ถ้าลูกค้าไปเปิดเองแล้วเครื่องพัง ของไม่ครบ ทางร้านไม่รับผิดชอบก็จะไม่ว่าอะไรเลย

สรุปแล้วเรื่องนี้ผมก็ต้องทำใจนะครับ เพราะผมเลือกร้านนี้เอง และเลือกซื้อแบบนี้เอง แนะนำสำหรับคนที่จะซื้อของแบบนี้ถ้าสะดวกก็เข้าไปซื้อที่ร้านให้เค้าแกะกล่องต่อหน้าเราเลยดีที่สุด ส่วนคนต่างจังหวัดแบบผมก็มีวิธีซื้อแล้วส่ง Kerry นี่แหละสะดวก แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแบบนี้เอง ทำไงได้ละก็อยากได้นี่ สุดท้ายแล้วเรื่องของร้านมือถือตู้กระจกห้างมาบุญครอง ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมๆ อยู่ดี ╭∩╮(︶︿︶)╭∩╮

เรื่องนี้คิดอยู่นานว่าจะเขียนลงบล็อกดีไหม แต่คิดว่าเขียนทิ้งเอาไว้เผื่อใครผ่านมาเจอจะได้ระวังตัวและรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะครับ