เล่าเรื่องไปซื้อน้ำหอม [CHANEL BLEU DE CHANEL]

สองสามวันที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปซื้อน้ำหอมใหม่มาใช้ เป็นน้ำหอมผู้ชายของ CHANEL ซึ่งปกติแล้วส่วนตัวจะชอบน้ำหอมกลิ่นของผู้หญิงมากกว่าเพราะไม่ชอบกลิ่นพวกไม้หอมในตอนท้ายที่น้ำหอมผู้ชายส่วนใหญ่ใส่มากัน แต่ได้ขนาดทดลองของ CHANEL มาลองสักพักแล้วกลับชอบกลิ่นหอมช่วงท้ายๆ ของมัน เลยตัดสินใจไปจัดขวดใหญ่มา กลิ่นที่ว่านี้ก็คือตัว BLEU DE CHANEL PARIS PARFUM POUR HOMME ที่เป็นตัวออกมาเมื่อปีก่อน ที่ต้องไปซื้อถึงเคารน์เตอร์ก็เพราะยี่ห้อนี้นี่แหละไม่กล้ากดซื้อตามร้านพวก Shopee หรือร้านค้าออนไลน์ เพราะกลัวได้ของปลอมมายิ่งช่วงหลังๆ ของปลอมทำออกมาเหมือนจริงซะด้วย แต่จะซื้อออนไลน์ผ่านเว็บของห้างก็มีเชื่อถือได้แต่จะรอทำไม เดินเข้าไปซื้อในห้างเองเลยดีกว่า เรื่องของกลิ่นนั้นแล้วแต่คนเลยว่าจะได้กลิ่นหอมหรือเปล่า ส่วนตัวแล้วกลิ่นตอนฉีดใหม่ๆ นั้นเหมือนกับกลิ่นของผลิตภัณฑ์พวกโลชั่น เจลใส่ผมของผู้ชายทั่วไปด้วยซ้ำ คงเพราะเป็นกลิ่นพวกมะนาวสดชื่น กลิ่นสะอาดๆ แบบนั้น แต่พอผ่านไปจะเป็นกลิ่นหอมที่ดูภูมิฐานแนวๆ นี้ ที่ตีขึ้นมาให้ได้กลิ่นแบบนี้ตลอดทั้งวัน กลิ่นออกไปทางแป้งหอมด้วยนะบางที

ที่มาเล่าในบล็อกก็จะมาเล่าถึงขนาดพกพาที่ไปได้มา อันนี้ไม่เคยรู้จริงๆ เลยนะว่าทำแบบขนาดพกพาขวดเล็กๆ มาขายด้วยเห็นแต่ขวดใหญ่ที่ซื้อกันมา ขนาดพกพานี้เป็นขวดเล็กขนาด 20มล. จำนวน 3 ขวด รวมแล้วก็ 60 มล. เท่าๆ กับน้ำหอมขวดปกติขนาดเล็กสุดที่ขายขนาด 50ml. นั่นแหละ เลยเอามา 1 ชุด เป็นตัว EAU DE PARFUM  เพราะตัวใหม่ยังไม่มีขวดพกพาแบบนี้มาขาย ชอบขวดแบบนี้เพราะขนาดเล็กและพกง่ายเอาไว้ฉีดเวลาฉุกเฉินได้ แต่จริงๆ ก็ว่าจะซื้อีกขนาดที่เป็นขนาด 50ml. นั่นแหละ แต่เห็นอันนี้แปลกดีมีหลายขวด

BLEU DE CHANEL PARIS EAU DE PARFUM POUR HOMME Travel Spray and 2 Refills 20ml. x3 ราคา 4,030.-

 

BLEU DE CHANEL PARIS PARFUM POUR HOMME 150ml. ราคา 6,700.-

Advertisements

Blog: วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 เปิดกล่องน้ำหอมเทสเตอร์ หรือ น้ำหอมกล่องขาว ข้างในมันเป็นยังไงนะ

วันนี้จะมาเปิดกล่องน้ำหอมเทสเตอร์ หรือว่า น้ำหอมกล่องขาว ว่าข้างในมันเป็นยังไง มันเป็นของแท้รึเปล่า? ขวดมันจะเหมือนตัวที่ขายจริงไหม? มันจะหอมกว่ารุ่นขายจริงไหม? แล้วทำไมถึงเอามาขายในราคาถูก? คำถามพวกนี้แหละที่สงสัยและบางข้อก็พอจะมีคำตอบ ข้อแรกเลยมันเป็นน้ำหอมของแท้นี่แหละ มีโค้ดใต้ขวดตรงกลับโค้ดบนกล่องเอาไปตรวจสอบได้ เพียงแต่ไม่ได้เป็นกล่องสีสวยๆ แบบขายจริง ขวดของมันก็เป็นแบบขวดขายจริงเลย แต่บางทีจะมาแค่ขวดไม่มีฝามาให้ บนกล่องและก้นขวดน้ำหอมจะระบุไว้ว่า Tester Not For Sale เท่านั้น มันก็หอมเหมือนกับตัวที่ขายจริงแหละ เพียงแต่ข้อนี้รู้สึกไปเองจากน้ำหอมขวดทดลองใช้ที่ได้มามันดันหอมกว่าแบบขวดขายจริงเลยสงสัย ส่วนข้อสุดท้ายนั้นไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมถึงเอามาขายได้ หรือเอามาขายราคาถูกเหมือนกัน เค้าบอกแค่ว่า BA ของแบรนด์ในห้างหามา แค่นั้นแหละรายละเอียดก็ไม่รู้อยู่ดี

น้ำหอมที่เอามาเปิดกล่องเป็นน้ำหอมใหม่ของ Dolce&Gabbana The only One ตัวนี้เพิ่งวางขายประมาณเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ลองซื้อหลอดเล็กทดลองมาใช้แล้วดันชอบกลิ่นก็ไปหาขวดใหญ่มาใช้ต่อยาวๆ อีก 1 ได้มาก็แพงอยู่เพราะมันเพิ่งออกยังไม่มีตัวทดลองมาขายเยอะแต่ไม่ใช่ราคาที่ติดอยู่บนกล่องนะ ราคาบนล่องรู้สึกว่าจะเป็นราคเต็มที่ขายจริงของตัวนี้เลยไม่รู้เหมือนกันทำไมมีป้ายราคาของห้างติดอยู่ กลิ่นของรุ่นนี้เป็นกลิ่นแบบดอกไม้ กับกลิ่นขนมหวานๆ ส่วนตัวรู้สึกว่ากลิ่นเปิดมันหอมเหมือนดอกไม้หอมฟุ้งๆ บางทีก็รู้สึกเหมือนกลิ่นของถังพลาสติกที่ซื้อมาใหม่แบบนั้นเลย สักพักไปจะเป็นกลิ่นหอมประมาณกลิ่นวนิลลา กลิ่นคาราเมลแบบชัดเจน แล้วก็เป็นกลิ่นหอมแบบนั้นไปเรื่อยๆ เพราะชอบฉีดใส่เสื้อผ้ากลิ่นเลยไม่ค่อยเปลี่ยนไปแบบฉีดบนผิวสักเท่าไหร่ ความทนก็อยู่ได้ตั้งแต่เช้าจนเย็น เพียงแต่กลิ่นประมาณชั่วโมงที่ 4-5 ไปแล้ววจะอ่อนลงแบบต้องเข้ามาใกล้ๆ ถึงจะได้กลิ่น ตอนพิมพ์อยู่ตอนนี้ก็ค่ำแล้วยังไงได้กลิ่นบนเสื้ออยู่เลย

Blog: เล่าเรื่องน้ำหอม Miniso

ลืมไปแล้วว่าจะเล่าเรื่องได้น้ำหอม Miniso รุ่นนึงมาแล้วดันชอบ เลยไปตามเก็บมาทั้งชุดที่มีเลย มันคือน้ำหอม Miniso BRITISH PEAR ซื้อมาเพราะเค้าว่ากันว่ามันเป็นกลิ่นคู่แฝดกับน้ำหอม Jo Malone English Pear And Freesia นั่นเอง ซึ่งเป็นกลิ่นที่นิยมกันมากเลยได้ซื้อมาลองใช้

ลองฉีดครั้งแรกรู้สึกได้กลิ่นหอมหวานของผลไม้ฉ่ำๆ ให้ความรู้สึกหอมเย็นเบาสบายไม่ฉุน กลิ่นออกไปแนวสดชื่น ฉีดทิ้งไว้ก็ไม่มีกลิ่นหืนหรือกลิ่นเปลี่ยนไปเป็นกลิ่นแปลกๆ แต่อย่างใด ความทนของกลิ่นแตกต่างกันไปตามจุดที่ฉีด ถ้าฉีดที่ผิวเรากลิ่นจะจางหายไปเร็วมาก ประมาณ 3-4 ชั่วโมงกลิ่นก็จางแล้ว แต่ถ้าฉีดบนเสื้อ หรือบนผ้า กลิ่นจะอยู่ได้ค่อนข้างนานประมาณ 5-6 ชั่วโมงยังคงได้กลิ่นอยู่ และสามารถฉีดเพิ่มระหว่างวันได้โดยไม่ทำให้กลิ่นฉุนขึ้น ชอบนะกลิ่นแบบนี้ฉีดได้ไม่ต้องกลัวคนอื่นเหม็นฉีดได้เรื่อยๆ แต่กลิ่นจะเหมือนหรือคล้ายกับของ Jo Malone หรือไม่นั้นเรื่องนี้ยังตอบไม่ได้เพราะด้วยความที่ว่า Jo Malone เป็นน้ำหอมราคาแพง และหาซื้อน้ำหอมตัวอย่างขนาดเล็กไม่ได้ และไม่อยากซื้อแบบแบ่งขายเลยยังไม่มีโอกาสได้ซื้อมาลองกลิ่นว่าเหมือนกันรึเปล่า

มาเล่าถึงเรื่องน้ำหอมกลิ่นอื่นๆ ที่ไปได้มาเพราะกลิ่น English Pear มันหอมเบาๆ ดี คิดว่ากลิ่นอื่นๆ น่าจะเป็นกลิ่นแนวเดียวกัน อีกอย่างแพ็กเกจก็สวยอีกด้วยเลยไปตามหามาจนได้ครบทุกกลิ่นในชุดนี้ แต่เรื่องแพ็คเกจที่ได้มาเป็นรุ่นเก่าเพราะได้มานานแล้ว ตอนนี้รู้สึกว่าจะเปลี่ยนกล่องใหม่แล้วเป็นกล่องสีขาวกับตัวหนังสือธรรมดาเฉยๆ ไม่มีลายดอกไม้หน้ากล่องแล้ว จะเล่าเรื่องกลิ่นแต่ละกลิ่นคร่าวๆ นะ เพราะบล็อกเองบอกได้แค่ว่าหอมหรือไม่หอมเท่านั้น

ITALY BERGAMOT กลิ่นหอมนุ่ม ที่มีติดกลิ่นสดชื่นหน่อยๆ แต่โดยรวมของกลิ่นออกเป็นกลิ่นแป้งหอมแบบสมัยก่อน

CEDARWOOD LEMON กลิ่นนี้หอมสดชื่นแบบกลิ่นมะนาว ให้ความรู้สึกแบบกลิ่นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของผู้ชาย

PEONY BAMBOO กลิ่นหอมดอกไม้ผู้หญิงๆ กลิ่นแนวสว่างสดชื่น มีติดกลิ่นเขียวๆ แบบใบไม้หน่อยๆ

SUBTLE LOTUS กลิ่นหอมที่ทำให้นึกถึงดอกบัวสด กลิ่นเขียวๆ เหมือนดอกไม้โดนขยี้และกลิ่นหอมหวานแสบจมูก เป็นกลิ่นที่หอมแบบโบราณหน่อยๆ

WILD STRAWBERRY กลิ่นหอมน่ารัก กลิ่นทำให้นึกถึงสตรอเบอร์รี่ป่าลูกเล็กจริงๆ นะ กลิ่นหวานน่ากิน

โดยรวมกลิ่นของทุกตัวจะเป็นกลิ่นคล้ายกับน้ำหอมยี่ห้อแพงบางยี่ห้อนะที่รู้สึกได้ Cedarwood Lemon นี่กลิ่นคล้ายกับพวกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผู้ชายมากๆ คงเป็นเพราะกลิ่นแนวผลไม้พวกมะนาวเป็นหลักตามด้วยกลิ่นหอมนุ่มและสดชื่นแบบ Sport กลิ่นที่แนะนำให้ซื้อนอกจาก British Pear แล้วก็คงเป็น Wild Strawberry ที่เป็นกลิ่นหอมแบบมีมิติจริง บอกไม่ถูก กลิ่นมันให้อารมณ์เดินเล่นตอนฝนตก อากาศชื้นๆ แบบนั้น อีกกลิ่นก็ Cedarwood Lemon เพราะกลิ่นไม่ฉุนสดชื่นใครๆ ก็น่าจะชอบ Peony Bamboo นี่ต้องลองฉีดเองดูก่อนเพราะมันหอมหวานแบบแสบจมูกเลยแต่พอทิ้งไว้สักพักมันจะหอมฟุ้งๆ หอมใช้ได้อยู่ อีก 2 กลิ่นที่เหลือมันเป็นกลิ่นสไตล์เก่าๆ โบราณไม่ค่อยชอบ

Blog: เล่าเรื่องซื้อน้ำหอมจากความบังเอิญ [Dolce & Gabbana The One EDP]

ต่อจากครั้งก่อนที่มาเล่าเรื่องซื้อน้ำหอม มันก็เลยยืดยาวต่อเนื่องกับน้ำหอมขวดต่อๆ มา กลิ่นนี้ได้มาแบบบังเอิญแบบว่าเลือกซื้อกลิ่นอีกกลิ่นแต่มันหมดเหลือแค่กลิ่นนี้เหลือกลิ่นสุดท้ายเลยซื้อมาแบบไม่ได้คิดอะไร กลิ่นที่ว่านี้เป็นน้ำหอมของ Dolce & Gabbana The One EDP ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำหอมผู้ชายเพราะเคยผ่านตากับ The One รุ่นผู้ชายที่ขวดสีทองๆ น้ำตาล ยังไม่เคยเห็นรุ่นของผู้หญิงที่ขวดสีทองอร่าม เพราะกลิ่นที่ซื้อมาเป็นแบบน้ำหอมทดลอง คือมันเป็นขวดแก้วหัวลูกกลิ้งที่เค้าแถมตามเคาน์เตอร์เขียนแค่ชื่อรุ่นกับฝาสีทอง เลยคิดไปว่าเป็นรุ่นผู้ชายที่เคยเห็นแหละ จริงๆ ฝาขวดมันต่างกันมากกกก ไม่น่าสับสนแต่ก็สับสนไปแล้ว

 

จนเมื่อได้ลองใช้สักพักก็ประมาณเดือนนึง (ขวดที่ซื้อหัวลูกกลิ้งขนาด 7ml. นี่ก็ใช้ได้นานนะ) ก็รู้สึกชอบใจกลิ่นมันหอมแบบที่ว่าใส่แล้วคนจะรู้ว่าใส่น้ำหอมนะ ไม่ใช่ใส่แล้วเป็นกลิ่นหอมๆ ติดตัวเฉยๆ อะไรแบบนั้น 555 เข้าใจรึเปล่าเนี่ย… นี่แหละก็เลยจะซื้อขวดใหญ่มาใช้ ค้นหาร้านใน Shopee ก็ถึงเห็นว่ามันมี The One รุ่นผู้หญิง ที่ฝาสีทองด้วย เกิดความลังเลขึ้นมาว่าที่เราใช้อยู่มันรุ่นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็ไปซื้อ The One รุ่นผู้ชายแบบแบ่งขายมา 10ml. สรุปไม่ใช่นะจ๊ะ รุ่นที่เราชอบมันเป็นรุ่นของผู้หญิง แต่ทำไงได้ก็คนมันชอบ แถมขวดรุ่นผู้หญิงก็สวยสุดยอดอีกด้วยก็เลยจัดมา 1 ขวดใหญ่ ได้มาราคาดีอีกต่างหาก ราคาป้าย Kingpower อยู่ที่ 3,000 กว่าๆ ได้มา 1,590 เอง แถมได้เป็นกล่องขายจริงกล่องสีทองสวยดีเข้ากับฝากขวดที่มีสีทองอร่ามจริงๆ

 

ขวดของ The One รุ่นนี้สวยดี เป็นขวดน้ำหอมในแบบอุดมคติ ที่ต้องเป็นขวดแก้วสี่เหลี่ยมกับฝาสี่เหลี่ยมเงาวับดูดี มันเข้ากับขวดของ The One รุ่นนี้จริงๆ รุ่นนี้เป็นรุ่น Eau De Parfum ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุด(คิดว่างั้น) รุ่นก่อนหน้าเป็นรุ่น Eau De Toilette ที่เป็นขวดแก้วทรงสูงเขาว่ารุ่นนี้กลิ่นดี แต่ติดไม่ทนเลยทำรุ่น EDP ออกมา เรื่องนี้ไม่รู้เพราะยังไม่เคยลองรุ่น EDT ไว้เจอจะเอามาลองใช้ดู

 

มาถึงเรื่องกลิ่นกันบ้าง กลิ่นนี้ส่วนตัวแล้วจะได้กลิ่นหอมหวานๆ ปนกลิ่นหอมสังเคราะห์หน่อยๆ อันนี้เล่าแบบไม่มีความรู้เรื่องน้ำหอมที่จะอธิบายท๊อบโน๊ต มิดเดิลโน๊ต เบสโน๊ต อะไรเลยนะ ครั้งแรกที่ใช้เลยคิดว่าเป็นกลิ่นที่เลี่ยนๆ เอียนๆ แบบคนแก่ ผู้หญิงแก่ประมาณนั้น แต่พอผ่านไปสักพักมันจะเป็นกลิ่นหอมอวลๆ แบบดอกไม้ ที่กลิ่นกระจายตัวตีขึ้นมาให้รู้สึกตลอด จนผ่านไปนานเลยกลิ่นจะกลายเป็นกลิ่นหอมแบบแห้งๆ เหมือนไม้หอม รึดอกไม้แห้งในถุงหอมแบบนั้นละที่จะอธิบายได้ ไอ้กลิ่นหลังจากฉีดไปสักพักนี่แหละมันติดใจ เพราะมันเป็นกลิ่นที่ฉ่ำ และให้ความรู้สึกดีแบบไม้หอม หรือกลิ่นดอกไม้แห้งๆ ในเวลาเดียวกัน กลิ่นแบบนี้ที่ตอนแรกไม่คิดว่าเป็นกลิ่นของรุ่นผู้หญิงแอบคิดว่ากลิ่นผู้ชายก็ทำกลิ่นดอกไม้แบบนี้ด้วยนะ 555

 

เล่าถึงกลิ่นรุ่นของผู้ชายสักหน่อย มันให้กลิ่นแบบหอมแบบภูมิฐาน หอมนุ่มเข้มไปถึงฉุนได้เลย เริ่มแรกเป็นกลิ่นเป็นกลิ่นหอมแบบไม้หอมฉ่ำๆ หวานหน่อยๆ เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แบบน่าจะใส่ช่วงฤดูหนาวหรือทำงานในห้องแอร์ ส่วนตัวไม่ชอบกลิ่นรุ่นผู้ชายนี้เท่าไหร่คิดว่ากลิ่นมันฉุนไปหน่อยแสบจมูกนิดๆ เลยละ

 

Blog: วันที่ 24 มิถุนายน 2561 เล่าเรื่องซื้อน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบ [Paul Smith ROSE, Pure DKNY A Drop of Rose]

สวัสดีบล็อก หายไปนานไม่ได้เขียนอะไรลงบล็อกอีกแล้ว ที่หายไปช่วงนี้ก็ไปวุ่นวายกับเรื่องน้ำหอม มันเป็นช่วงฟุ้งซ่านของปีที่จะต้องหาเรื่องซื้อของรึว่าหาของสักอย่างนึง มันเริ่มมาจากที่ไปซื้อน้ำหอมขนาดทดลองมาสองสามกลิ่นนี่แหละดมไปดมมามันทำให้ความคิดของสี่ห้าปีที่แล้วกลับเข้ามาในหัว ความคิดนั้นคือการหาน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบดีๆ สักขวด เพราะบล็อกชอบกลิ่นของดอกกุหลาบสดมันหอมสดชื่นดี ได้กลิ่นแล้วทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย แต่ช่วงนั้นหาไม่ได้เลยล้มเลิกไป จนไปเจอมา 2 กลิ่นนี่แหละที่พอเข้าเค้าหน่อย เรื่องน้ำหอมนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีความรู้เท่าไหร่แต่ก็อยากจะเล่าประสบการณ์การหาน้ำหอมให้อ่านกันเล่นๆ นะ

 

ว่าด้วยเรื่องน้ำหอมมันเป็นเรื่องที่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่าซับซ้อนก็ได้ มันแตกต่างกันไปในแต่ละคน บล็อกเองก็ไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอมแต่อย่างใด เป็นแค่เพียงคนชอบน้ำหอมเท่านั้น ดมมาหลายกลิ่น หลายยี่ห้อก็ไม่สามารถแยกกลิ่นที่อยู่ในน้ำหอมได้เลย เพียงแต่วันนี้มาตามหาน้ำหอมกลิ่นกุหลาบในอุดมคติ กลิ่นนั้นคือกลิ่นกุหลาบสดที่มีความหอมแบบอมเปรี้ยวเหมือนเวลาที่ดมดอกกุหลาบแล้วจะได้กลิ่นแบบนั้น ซึ่งได้หามาลองหลายยี่ห้อแล้วก็ยังไม่เจอกลิ่นที่คิดไว้ เวลาผ่านไปก็ลืมๆ เรื่องน้ำหอมไปบ้าง จนปล่อยผ่านไปตามกาลเวลา จนเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีโอกาสหาซื้อน้ำหอมเลยได้ลองหาน้ำหอมกลิ่นดูอีกครั้ง ได้ค้นๆ ดูในเน็ตจนได้มา 2 กลิ่น 2 ยี่ห้อ เป็นรุ่นที่เค้าบอกมาว่าหอมเหมือนกุหลาบจริงด้วยนะ เค้าว่างั้น

กลิ่นแรกได้มาเป็นของกลิ่น ROSE ฉีดมาครั้งแรกได้กลิ่นหอมหวานๆ ถ้าไม่บอกว่าเป็นกลิ่นกุหลาบจากชื่อของกลิ่นนั้นก็อาจจะไม่คิดว่าเป็นกลิ่นกุหลาบก็ได้ มันเป็นเป็นกลิ่นหอมนุ่ม ละมุน เมื่อดมแล้วคิดถึงกลิ่นไปมันก็เป็นกลิ่นกุหลาบนั่นแหละเป็นกลิ่นกุหลาบแบบนุ่มๆ พร้อมกับกลิ่นที่คิดว่าเป็นกลิ่นชาเขียว เป็นสิ่งที่ได้กลิ่นมาคู่กัน เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกดีผ่อนคลายถ้าฉีดไม่เยอะเกินไป กลิ่นออกไปทางสดชื่น ไม่ฉุนไม่หืนแต่อย่างใด แต่กลิ่นรู้สึกว่าไม่ค่อยกระจายตัวเท่าไหร่ คนอื่นจะได้กลิ่นเมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ กลิ่นอยู่ได้ประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง รู้สึกได้ว่าฉีดตอนประมาณ 7 โมงเช้าก่อนไปทำงาน กลิ่นจะเริ่มจางลงจนไม่ค่อยได้กลิ่นอะไรในช่วงประมาณเที่ยง ยิ่งถ้าเหงือออกเยอะตัวร้อนบ่อยกลิ่นก็จางเร็ว สรุปกลิ่นนี้ก็ยังคงเป็นกลิ่นกุหลาบที่ยังไม่ตรงความต้องการอยู่ดี อาจจะเรียกว่าเป็นน้ำหอมกลิ่นหอมหวานด้วยซ้ำไม่เชิงเป็นกลิ่นกุหลาบจริงสักเท่าไหร่

กลิ่นที่สองเป็นของ Pure DKNY A Drop of Rose กลิ่นนี้ได้มาแบบเป็นน้ำหอมขนาดทดลองหลอดสเปรย์เล็กๆ เพราะหาขวดใหญ่ไม่ได้ ได้ลองกลิ่นครั้งแรกแล้วเหมือนจะใช่เลยนะเนี่ย หอมกุหลาบมาก ไม่หอมหวานละมุนเหมือนของ Paul Smith นะ หอมสดชื่นแบบกุหลาบสดแนวนี้ กลิ่นอมหวานอมเปรี้ยวรู้สึกสดชื่นบอกไม่ถูก กลิ่นให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนที่มีดอกกุหลาบกำลังบานอยู่แล้วลมพัดกลิ่นกุหลาบมาแบบนั้น กลิ่นหอมเบาๆ ไม่ฉุน กลิ่นกระจายตัวดีมาก ฉีด 2 ครั้ง กลิ่นก็ตีขึ้นมาให้ได้กลิ่นตลอดเวลา รู้สึกว่ากลิ่นจะไม่เปลี่ยนเลยด้วยนะเป็นกลิ่นกุหลาบแบบครั้งแรกที่ฉีดยาวเลย กลิ่นอยู่ได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมงเหมือนกับตัวแรกเพียงแต่ชั่วโมงหลังกลิ่นไม่ค่อยกระจายแล้วแต่ลองดมตรงที่ฉีดยังได้กลิ่นอยู่

ด้วยกลิ่นที่สองนี้เป็นกลิ่นที่ค่อนข้างถูกใจจึงหาซื้อดูในเน็ต อยากบอกว่าเป็นน้ำหอมรุ่นเก่าที่หายากและค่อนข้างทำให้หงุดหงิดในการหาซื้อพอสมควร เพราะหาร้านขายได้ มีโพสขาย มีสต๊อกเมื่อดูที่หน้าเว็บ แต่พอส่งข้อความถามไปแล้วทุกร้านจะบอกว่าไม่มีขาย – หมดแล้วทุกร้านเลยจริงๆ ร้านพวกนี้เค้าไม่ได้อัพเดทสต๊อกสินค้ากันบ้างรึไง ถ้ามีคนกดสั่งซื้อไปโอนเงินไปแล้ว ร้านพวกนี้คงจะบอกให้เลือกตัวอื่นแทนละมั้ง สรุปแล้วก็ยังหาแบบขวดใหญ่ไม่ได้ แต่มีโพสขายใน ราคาค่อนข้างสูงและมีค่าจัดส่งจากต่างประเทศ คงต้องเก็บเงินก่อนแล้วค่อยซื้อ ระหว่างนี้ก็เหมาสเปรย์ขนาดทดลองที่หาได้มาใช้ก่อนแล้วกัน