แกะกล่อง เคส Nillkin Samsung Galaxy Note 7 + Fan Edition

ตอนนี้ Samsung Galaxy Note 7 ได้กลับมาจำหน่ายใหม่ในชื่อ Samsung Galaxy Note Fan Edition และมีจำหน่ายในไทยแล้วเช่นกัน คิดว่าหลังจากขายในไทยแล้วจะหาอุปกรณ์เสริมได้ง่ายขึ้น แต่ก็เปล่าเลยยังคงหาอุปกรณ์พวกเคสได้ยากอยู่ดี เคสของ Samsung แท้ที่ใช้พวก NFC ก็นำมาใช้กับ Note FE ไม่ได้ เคสธรรมดาก็หายากซะเหลือเกิน แต่ก็ยังไม่หมดช่องทางเสียทีเดียวใน Lazada ยังมีร้าน Nillkin Shop ที่ยังเอาเคสของ Note 7 มาขายอยู่เลือกมา 2 แบบ แบบแรกเป็นแบบ TPU ใส อีกแบบเป็นแบบคือแบบพลาสติกแข็ง

Nillkin Nature TPU Case Samsung Galaxy Note 7 ราคา 199 บาท

ส่วนตัวไม่ชอบเคสแบบ TPU นี้สักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นแบบบางเฉียบอีกคิดว่ามันคงจะย้วยไป ย้วยมา เหมือนที่เคยซื้อของยี่ห้ออื่น แต่ก็อยากลองของ Nillkin ดูว่าจะแตกต่างจากเคส TPU อื่นๆ ไหม ตัวเคสอย่างที่บอกเป็น TPU ที่มีความยืดหยุ่น เลือกสีโปรงใสธรรมดามาลอง ตัวเคสมีจุกปิดช่องเสียบสายชาร์จ และช่องเสียบหูฟังมาให้ ด้านหลังจะมีลายจุดเล็กๆ อยู่เพื่อไม่ให้เคสดูดติดกับกระจกด้านหลังเครื่อง จับดูแล้วรู้สึกว่าจะเหมือนกับเคส TPU ของยี่ห้ออื่นที่ขายทั่วๆ ไป

ลองใส่เข้ากับเครื่องแล้วดูสวยดี ไม่ทำให้เครื่องหนาขึ้น เหมือนไม่ได้ใส่ แต่ก็พบว่ามันย้วยจริงๆ ทั้งด้านข้าง และด้านหลัง ด้านหลังนี่เคสไม่ได้แนบสนิทกับตัวเครื่องมันโป่งเป็นช่องอยู่ ด้านข้างก็โป่งออกมานิดๆ ไม่อยากจะคิดว่าเอาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วพวกฝุ่น หรือทรายหลุดเข้าไปได้นี่จะขูดกับตัวเครื่องแค่ไหน เคส TPU รุ่นนี้คงไม่ใช้ไม่อยากกังวลเรื่องฝุ่น

Nillkin Frosted Shield Samsung Galaxy Note 7 ราคา 279 บาท

เคสรุ่นนี้เคยใช้มากับเครื่อง Galaxy S8+ เครื่องก่อน เป็นเคสพลาสติกสีด้าน ผิวสัมผัสนุ่มมือแต่กระชับมือ เคสออกแบบมาให้กระชับพอดีกับตัวเครื่องมากๆ ใส่แล้วมั่นใจว่าจะไม่มีอาการขยับของตัวเครื่องทำให้เกิดรอยแน่นอน ตัวเคสคลุมทั้งตัวเครื่อง เว้นช่องไว้สำหรับปุ่มปรับประดับเสียง ปุ่มเปิดเครื่อง ลำโพง และช่องเชื่อมต่อต่างๆ เมื่อกดเคสเข้ากับเครื่องแล้วเคสจะคลุมพอดีเป๊ะกับตัวเครื่องเลย

หลังจากใส่แล้วก็จะได้เครื่องที่มีการป้องกันอย่างดี แต่คงไม่กันการตกกระแทกหรอก กันรอยได้อยู่ ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องดูหนามากขึ้น แต่ทำให้จับกระชับมือมากขึ้น เป็นเคสที่เอามาใช้บ่อยๆ แนะนำให้ลองใช้ดูราคาไม่แพงด้วย แต่อยากให้รุ่นนี้ทำเป็นแบบพลาสติกใสมาบ้างเพราะอยากเห็นสีของตัวเครื่องมากกว่า ใส่เคสแล้วมันคลุมมิดดูเป็นโทรศัพท์พลาสติกไปเลย

Advertisements

Blog: วันที่ 28 สิงหาคม 2560 กำหนดเปิดจอง Samsung Galaxy Note8 ในไทย

 

ว่าจะไม่เขียนถึงแล้ว Samsung Galaxy Note8 ไม่อยากเพิ่มความอยากได้ให้ตัวเองไปมากกว่านี้ แต่ก็ขอเขียนถึงสักหน่อยเพราะเพิ่งเห็นราคาวางขายในไทยแล้วอยู่ที่ 33,900 บาท (ที่มา: iaumreview) ราคามันจะสูงไปไหน เปิดจองวันที่ 1 – 17 กันยายน 2560 นี้ และมีของแถมเมื่อจองแต่ละสถานที่อีก ถ้าจองผ่านทาง S-estore ก็จะได้แบตเตอร์รี่แพ็คเพิ่มไปอีก 1 ชิ้น (Samsung Battery Pack 5100mAh มูลค่า 1,590 บาท) นอกจากของแถมที่ได้จากประกาศแล้ว ยังมีลงทะเบียนสิทธิ์จากเครื่อง Galaxy Note รุ่น 1-5 แล้วจะได้ปากกา S Pen รุ่นพิเศษ (Staedtler® Noris® Digital Samsung Pencil มูลค่า 1,290 บาท) เพิ่มอีก 5,000 สิทธิ์

มองดูของแถมที่จะได้ถ้าสั่งจองเครื่อง Note8 แล้ว ดูคุ้มค่านะ แต่ก็ไม่เห็นเห็นสิ่งที่ตัวเองจะเอาไปใช้ประโยชน์จริงๆ ได้เลย ลำโพงก็คงไม่ได้ใช้ เคสปกติก็ไม่ใส่ ปากกา S Pen ขนาดใหญ่มีแล้วก็ยังไม่ได้ใช้เต็มที่เลย และยังไม่คิดถึงถ้าผ่านไปสักพัก Samsung จะทำการอัดโปรรุนแรงลดราคาสนั่นอย่างที่เคยเกิดกับ Galaxy S8, S8+ มาแล้วแน่นอน ตอนนี้คงยังไม่จอง รอดูโปรสิ้นปี และรอเผื่อดูแนวทางของ Galaxy S9 ก่อนดีกว่า จะได้เจ็บน้อยหน่อย…. คิดถึงปุ่ม Home พร้อมสแกนนิ้วจัง ಥ_ಥ

Blog: วันที่ 22 สิงหาคม 2560 ไข้หวัดใหญ่ + หัวต่อ Samsung Micro USB Connector

สวัสดีบล็อก! วันนี้เป็นวันแรกที่ได้กลับมาทำงานหลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ป่วยหนัก ตรวจแล้วพบว่าเป็น “ไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ A” ซึ่งต้องอยู่นอนที่โรงพยาบาลเลยทีเดียว แต่ด้วยห้องแยกโรคสำหรับผู้ป่วยโรคติดต่อเต็ม หมอเลยให้ไปพักอยู่ที่บ้านแทน ไข้หวัดใหญ่นี้มีอาการที่ทรมานมาก ไข้สูง หนาวสั่น ร้อน สลับไปมา ยังมีอาการพวกปวดหัวรุนแรงจนนอนไม่ได้ อาเจียน ไม่มีแรง แขนขาชา โดนกับตัวเองมาแล้ว สงสัยว่าไปติดหวัดมาตอนไหนเพราะตัวเองไม่ได้ป่วยมาเกือบ 5 – 6 ปี แล้ว ก็คิดได้อย่างเดียวคือวันเสาร์ก่อนที่ไปดูหนัง แอนนาเบล ที่เดอะมอลล์ เพราะคืนนั้นรู้สึกเจ็บคอขึ้นมา วันต่อมาก็เริ่มมีไข้ คงพลาดไปรับเชื้อมาตอนนั้นละ ฉะนั้นใครที่ไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยก็ระวังตัวกันไว้ด้วย พกเจลแอลกอฮอล์ขวดเล็กๆ ไว้ล้างมือก็ดี ช่วงนี้ไข้หวัดระบาดมากจริงๆ

วันนี้มีกล่องพัสดุวางรออยู่ที่โต๊ะทำงาน ของในกล่องก็คือหัวต่อ Micro USB Connector ของ Samsung แท้ๆ นั่นเอง ตัดสินใจสั่งซื้อเฉพาะหัวต่อนี้มาให้ครบชุดกับมือถือ Note FE ที่โดนเปลี่ยนของออกไปจากกล่องในบล็อกก่อน (อ่านบล็อกก่อนหน้า) ไม่งั้นจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเองต่อไปเรื่อยๆ ที่ไม่รอบคอบสำหรับการซื้อโทรศัพท์ในครั้งนี้ เปิดกล่องออกมาเจอหัวต่อสีขาวที่ต้องการ นี่ไงละของแท้! มันต้องเป็นแบบนี้สิ คิดแล้วก็อดโมโหร้านมือถือร้านนั้นไม่ได้ แต่ช่างมันซื้อมาใหม่ให้ครบชุดแล้วก็สบายใจ…

แกะกล่อง Samsung GALAXY Note Fan Edition

เครื่อง GALAXY Note Fan Edition ที่ได้มานี้เป็นเครื่องจากเครือข่าย KT จากประเทศเกาหลีใต้ เป็นเครื่องแบบ 1 ซิม แพ็คเกตของ Samsung GALAXY Note Fan Edition ยังคงเป็นกล่องสีดำตัวหนังสีสีน้ำเงินเหมือนกับรุ่น  GALAXY S7 Edge โดยมีกล่องสวมชั้นนอกที่ด้านหน้ากล่องมีรูปหัวใจสีน้ำเงิน พร้อมกับชื่อรุ่น Fan Edition ชัดเจน ด้านในเป็นกล่องที่เปิดออกด้วยระบบแม่เหล็ก เปิดออกมาก็จะพบกับตัวเครื่อง และอุปกรณ์ภายในกล่อง

Samsung Galaxy Note Fan Edition วางขายในเกาหลีเมื่อวันที่ 7/7/2017 อ้างอิง Samsung KR

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง
  • เคส Clear View Cover สีเดียวกับตัวเครื่อง
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบขากลม
  • สายเคเบิลแบบ USB C
  • ตัว USB OTG สำหรับเสียบอุปกรณ์ USB
  • หัวแปลง Micro USB to USB C
  • หัวปากกา S Pen 5 หัว พร้อม แหนบ
  • หูฟังรุ่่นเดิมในกล่องพลาสติกสีดำใส

 

สีของตัวเครื่องที่เลือกมาคือ สีฟ้า (Blue Coral) มีขอบอลูมิเนียมตัวเครื่องเป็น สีทองชมพู (Rose Gold) ด้านหน้าไม่มีโลโก้ Samsung แล้ว มองดูด้านล้างหน้าจอก็จะเห็นปุ่ม Home พร้อมกับระบบสแกนนิ้วมือ แบบดั้งเดิม สะดวกใช้งานมาก

ด้านหลังจะมีเลนส์กล้อง เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ โลโก้ Samsung พร้อมกับชื่อรุ่นอยู่ด้านล่าง

ด้านข้างซ็ายจะมีแค่ปุ่มปรับระดับเสียง ด้านขวามีแค่ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ด้านบนเป็นช่องใส่ซิมการ์ด และ การ์ดหน่วยความจำแบบ Micro SD Card  ด้านล่างจะช่องเชื่อมต่อแบบ USB C ช่องลำโพง และ ปากกา S Pen

 

ปากกา S Pen ของ Note FE นี้จะมีสีเดียวกับตัวเครื่อง หัวปากกาจะเป็นแบบหัวแหลมเล็กกว่า Note 5  ตรงที่กดปลายปลากกาจะเป็นอลูมิเนียมสีเดียวกับขอบตัวเครื่องกลมกลืนกันดี

ดูจากภายนอกแล้วมันก็คือ Note 7 นั่นแหละ เพียงแค่ปรับปรุงเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ที่มีความจุน้อยกว่าเดิม จาก 3,500mAh เป็น 3,200mAh นั่นเอง

สิ่งที่ชอบ

  • ชอบสีฟ้าของตัวเครื่องมากๆ ด้านหน้าของเครื่องเป็นสีเหมือนด้านหลัง ไม่ชอบ S8+ ตรงที่กระจกด้านหน้าเป็นสีดำเหตุผลที่เค้าบอกมาก็เพราะจะซ่อนช่องเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่มีเยอะมาก พอเลือกตัวเครื่องด้านหลังเป็นสีดำกลับทำให้ทุกอย่างดำไปหมดเลยดูไม่สวย ส่วน Note FE ก็มีเซ็นเซอร์เยอะเหมือนกับ S8+ นะ ที่เห็นมีแค่ 3 ช่องด้านบนนั้น เซ็นเซอร์ตัวอื่นๆ อยู่ใต้ฟิล์มสีฟ้านั่นเอง ถามว่ามีปัญหากับพวกเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีฟ้าไหม? ไม่มีปัญหาใช้งานได้ปกติ เรียกว่าออกแบบได้ฉลาดมากซ่อนเซ็นเซอร์ใต้ฟิล์มสีทำให้ด้านหน้าเครื่องดูไม่รกแต่ไม่รู้ทำไมไม่ทำกับ S8+ แบบนี้บ้าง
  • ชอบปุ่ม Home และ สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหน้าที่เดิมคุ้นเคย
  • มีปากกา S Pen
  • ชอบสแกนม่านตาเร็วมากไม่ตั้งใจมองก็สแกนได้ ข้อนี้อยากบอกว่าสแกนม่านตามันเร็วกว่าของ S8+ ที่ใช้อีกนะ กดปุ๊ปมองจอก็ปลดล็อกปั๊ป ของ S8+ มันสแกนได้บ้างไม่ได้บ้างต้องเอามือไปจิ้มสแกนนิ้วข้างหลังแทนน่าหงุดหงิด ข้อนี้เป็นความรู้สึกตัวตัวนะครับ

ข้อสังเกต

  • กล้องถ่ายรูป ปิดเสียงชัตเตอร์ไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนเป็นโหมดไม่ใช้เสียงแล้ว ซึ่งเสียงชัตเตอร์นี่ดังมากกก ปรับระดับเสียงให้เบาลงไม่ได้ด้วย / แก้ปัญหาโดยใช้ App ถ่ายรูปตัวอื่นโหลดใน Play Store
  • ใช้ Samsung Pay ในไทยไม่ได้ ต้องใส่ซิมเกาหลีเท่านั้นถึงจะใช้งานได้
  • หาฟิล์มกันรอยดีๆ ในไทยไม่ได้ / ตอนนี้ยังหาฟิล์มที่คลุมขอบโค้งแบบที่ไม่ใช่ TPU และขายในไทยไม่ได้ ต้องสั่งจากต่างประเทศ

หลังจากรอคอยมานานเรียกว่าถูกใจมาก รูปร่าง สีสันตัวเครื่อง ที่สำคัญคือ S Pen นี่แหละสิ่งที่ต้องการ ตอนนี้ได้เอามาใช้แทน S8+ เครื่องเดิมแล้ว การใช้งานหลังจากนี้มีปัญหาอะไรจะเขียนเล่าไว้ในบล็อกต่อๆ ไปครับ

 

Blog: วันที่ 6 สิงหาคม 2560 ซื้อโทรศัพท์จากร้านดังในห้าง มาบุญครอง (MBK Center)

ช่วงปลายเดือนที่แล้ว Samsung ได้วางจำหน่าย Galaxy Note Fan Edition ซึ่งก็คือรุ่น Note 7 ที่ปรุงเรื่องแบตเตอรี่แล้ว วางจำหน่ายในเกาหลีใต้ตอนนี้ เห็นว่ามีวางขาย 400,000 เครื่อง และอาจจะไม่ได้วางขายในหลายๆ ประเทศด้วย เห็นแล้วนึกถึงตอนที่ Pre Order เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังนึกอยากได้อยู่  อาทิตย์ก่อนเห็นว่ามีร้านขายโทรศัพท์ในห้างมาบุญครอง ร้านนึงหิ้วเข้ามาขายจากเกาหลีแล้ว ราคาก็แพงใช้ได้อยู่ คิดว่าจะซื้อมาใช้ยาวเลยเพราะถูกใจตั้งแต่ Note 7 แล้ว แต่ก็คิดว่าถ้าสั่งซื้อไปจะได้ของไหม ของจะครบไหม จะเกิดปัญหาอะไรไหม ที่คิดแบบนี้หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินข่าวคราวที่ไม่ค่อยดีในส่วนของร้านตู้กระจกขายมือถือในห้างมาบุญครองมาบ้างไม่มากก็น้อย ตามกระทู้ในเว็บ Pantip ก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆ  แต่เป็นเพราะชื่อเสียงในทางบวกของร้านนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหิ้วจากต่างประเทศ อ่านเว็บ อ่านกระทู้ ผ่านตามาก็เห็นว่าได้มาจากร้านนี้เป็นส่วนมาก ( สงสัยใช่ไหมว่าร้านอะไร บอกตรงๆ ไม่ได้หรอก แต่คิดว่าคงจะรู้จักกันดีเลยละ ขอเรียกชื่อร้านนี้ว่า ร้าน “กบ โมบาย” แล้วกันเป็นคำใกล้เคียงสุดแล้ว ) ทำให้ตัดสินใจสั่งเครื่องไป เครื่องรอบใหม่จะเข้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และทางร้านจะจัดส่งผ่าน Kerry Express มา จนได้รับเครื่องมาเมื่อวานก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เลยจะเอามาเขียนเล่าไว้ในบล็อก

เครื่องที่ได้มาอยู่ในกล่องปกติ เพียงแต่กล่องได้ถูกเปิดมาแล้ว โดยมีฟิล์มกันรอยที่สั่งซื้อไปพร้อมเสียบมาในกล่อง พลาสติกกันรอยที่ติดมากับโทรศัพท์ข้างหน้าและหลังเครื่องถูกแกะออกไป เลยเช็คเครื่องดูรอบๆ เครื่องไม่มีรอย สติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดติดอยู่ข้างหลังเรียบร้อยดียังพอสบายใจได้ว่าเป็นเครื่องใหม่ เปิดเครื่องดูก็เห็นว่าหน้าต้อนรับตอนเปิดเครื่องใหม่ภาษาถูกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว คิดว่าทางร้านคงจะเปิดเช็คเครื่องดูก่อน เพราะตอนดู Unbox ของเมืองนอกเครื่องที่มาจากเครือข่ายนี้ของเกาหลี ภาษาจะเป็นภาษาเกาหลีเป็นภาษาเริ่มต้น

มาที่อุปกรณ์ในกล่องจะมีกล่องสีดำข้างในเป็นเคสสีฟ้า มีหูฟัง สายชาร์จ อแดปเตอร์ชาร์จ หัวปากกา S Pen ตัวต่อ OTG และ หัวแปลง Micro USB to USB C ตัวสุดท้ายนี่แหละที่เห็นว่าผิดปกติ ขนาดของหัวต่อมันเล็กกว่าพลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่อง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะเป็นแบบนี้ เลยเอามาเทียบกับตัวที่มากับ S8+ ที่ใช้อยู่ ขนาดต่างกันสิ้นเชิง พลาสติกหุ้มที่หลุดอยู่ในกล่องเทียบแล้วขนาดพอดีกับขนาดของหัวต่อที่มากับ S8+ เลย  ตัวพลาสติก และ ส่วนอลูมิเนียม วัสดุก็แตกต่างกันชัดเจน  หึ หึ หึ โดนเข้าจนได้ แค่นี้ก็โดนนะ เท่านั้นแหละรีบเช็คอุปกรณ์อื่นๆ ทันที เปิดเทียบดูกับวีดีโอ Unbox ใน Youtube เลย เท่าที่ทำได้และความรู้เท่าที่มี ก็เห็นว่ามีแค่อย่างเดียวที่ไม่ใช้ของแท้นะ ต่อไปก็ถามทางร้านละ

ส่งข้อความไปถามร้านทาง Line ที่สั่งซื้อ ส่งรูปและถามไปว่าทำไมมันไม่เหมือนกับของ Samsung เลย! เจ้าหน้าที่ตอบมาว่ามันมากับเครื่องคะ / มาแบบนี้ทุกเครื่อง และยังบอกอีกว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ ต่อเหมือนกันแค่แบบต่างกันค่ะ” เรื่องเปิดกล่องก็ตอบว่า “ก็ต้องเปิดเช็คเครื่องค่ะ” 

แค่เจอคำตอบว่า “อันนี้ถูกแล้วค่ะ” ทำให้ความเชื่อมั่นว่า ร้านนี้ดี มีชื่อเสียง ขายมานาน ประสบการณ์เยอะ เจ้าของร้านมาพบปะลูกค้าตลอด เป็นกันเอง ซื้อกับร้านนี้ต้องมั่นใจได้แน่ๆ  เนี่ยหายไปทันที เรื่องเปิดเช็คเครื่องนี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกแต่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ อย่างน้อยก็ถามลูกค้าก่อนว่าจะให้เปิดเครื่องเช็คก่อนไหม ถ้าลูกค้าไปเปิดเองแล้วเครื่องพัง ของไม่ครบ ทางร้านไม่รับผิดชอบก็จะไม่ว่าอะไรเลย

สรุปแล้วเรื่องนี้ผมก็ต้องทำใจนะครับ เพราะผมเลือกร้านนี้เอง และเลือกซื้อแบบนี้เอง แนะนำสำหรับคนที่จะซื้อของแบบนี้ถ้าสะดวกก็เข้าไปซื้อที่ร้านให้เค้าแกะกล่องต่อหน้าเราเลยดีที่สุด ส่วนคนต่างจังหวัดแบบผมก็มีวิธีซื้อแล้วส่ง Kerry นี่แหละสะดวก แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแบบนี้เอง ทำไงได้ละก็อยากได้นี่ สุดท้ายแล้วเรื่องของร้านมือถือตู้กระจกห้างมาบุญครอง ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมๆ อยู่ดี ╭∩╮(︶︿︶)╭∩╮

เรื่องนี้คิดอยู่นานว่าจะเขียนลงบล็อกดีไหม แต่คิดว่าเขียนทิ้งเอาไว้เผื่อใครผ่านมาเจอจะได้ระวังตัวและรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะครับ

Blog + แกะกล่อง เคสมือถือ Rhinoshield Bumper case for Samsung Galaxy S8 Plus

วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องเคสโทรศัพท์มือถือ แต่ไหนแต่ไรแล้วไม่เคยจะซื้อเคสใส่มือถือเลย มั่นใจว่าตัวเองจะไม่ทำตกแน่นอน ซึ่งก็ไม่เคยทำมือถือตกเลยนะ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองซื้อเคสมาหลายอันแล้ว แล้วทำไมเราถึงเริ่มซื้อเคสมือถือใช้ละ คงจะเริ่มช่วงใช้ S7 Edge นั่นแหละตอนแรกๆ ที่ได้เครื่องมาแล้วมันสวยบางมาก จนกลัวทำตกเลยไปหาซื้อเคสมาใส่ ได้เคสแรกมาเป็นของ UAG แต่ก็ไม่ถูกใจมันเท่ดูทนทานดีก็เถอะ แต่มันทำให้เครื่องหนาขึ้นมาก หลังจากนั้นมาก็เริ่มต้นในการซื้อเคสมือถือไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

พอมาได้เครื่อง S8+ มาก็ยังซื้อเคสมือถือมาอยู่เรื่อยๆ ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ จะว่าไปการที่ใส่เคสมันทำให้เรารู้สึกปลอดภัย พอไม่ใส่ก็รู้สึกว่าเครื่องจะตกตลอดเวลาเลยทำให้หาเคสใส่อีกครั้งจนได้ จนครั้งนี้ที่จะมาแกะกล่องให้ดูก็เป็นอันที่ได้มาล่าสุด และคงจะเป็นอันสุดท้าย (คิดว่านะ) ก่อนที่จะเริ่มรอการมาของ Samsung Galaxy Note 8 ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้แล้ว ถ้าใครอ่านบล็อกผมมาจะเห็นว่าใช้ Note Series มาตลอด จนเกิดมหากาพย์การ Pre-Order Samsung Galaxy Note 7 เมื่อปีก่อน เลยทำให้ต้องใช้ S Series รอ

ก่อนหน้านั้นก็ซื้อมาตลอดนะส่วนใหญ่จะซื้อแบบราคาถูกใช้ เพราะคิดว่าซื้อแบบแพงๆ แล้วจะเสียดายเงินถ้าเราใช้แล้วไม่ชอบ เคสที่ซื้อมาลองใช้กับ S8+ หลังจากบล็อกแกะกล่องอันก่อนก็มี 2 อันนี่แหละ

Nillkin Frosted Shield ราคา 230 บาท อันนี้ซื้อมาจาก Lazada ซื้อมาหลังจากผิดหวังกับเคสใสของ Samsung กะว่าจะซื้อมาเล่นๆ เพราะไม่แพง แต่ใช้แล้วเป็นเคสที่ใช้นานที่สุด เพราะมันเป็นเคสแข็งที่บาง กระชับตัวเครื่องแน่นดีมาก ด้านหลังก็มีลายให้จับง่ายแม้จะเคลือบซิลิโคนลื่นๆ ใช้มาจนถึงตอนนี้เลย แต่ที่ยังไม่พอใจก็เป็นด้านหลังนี่แหละมันไม่สวย ใส่แล้วดูไม่สมราคามือถือเลย

Baseus Wiing Case for Galaxy S8 Plus ราคา 130 บาท อันนี้ลองเสี่ยงซื้อมาจริงๆ จากในกลุ่มขายของในเฟสบุ๊ค เคยเห็นมีสมาชิกคนอื่นๆ ใช้กันแล้วเค้าว่ามันบาง มันสวย พอได้มาแล้วก็จริง บางมาก ดูเฉยๆ สวยดี แต่วัสดุมันแบบว่าเป็นพลาสติกบางขึ้นรูปธรรมดาเลย พลาสติกคล้ายๆ พวกปกหนังสือพลาสติกหน่ะ ลองใส่ 5 นาที แล้วก็ถอดออกเลย ตัวเคสลื่นมือมากจับแทบไม่ติดนิ้ว

Rhinoshield Bumper case for Samsung Galaxy S8 Plus ราคาประมาณ 800+ ได้มือสองมา 400 บาท

จนมาเจอเคสนี้ละเป็นเคส Bumper ที่ดูแล้วน่าใช้งานมาก แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงสำหรับเคสที่มีแค่ขอบเครื่องก็เลยได้แค่มองๆ จนมาเจอประกาศขายมือสองนี่แหละ ราคาสมเหตุสมผล สภาพยังดีอยู่เลยซื้อมาลองใช้ดูว่าจะโอเคไหม

ภายนอกแพ็คเกจดูดีมากสมราคาเค้าละ ภายในจะมีภาพคู่มือแนะนำการใช้งานและบอกถึงคุณสมบัติป้องกันการกระแทกในระดับความสูงเท่าไหร่ด้วย ตัวเคสเป็นพลาสติกเนื้อดีเลย ผิวด้าน ด้านในขอบเคสจะเป็นลายหกเหลี่ยมแบบรังผึ้ง มีการตัดช่องต่างๆ ได้กว้างและลงตัวดี ตัวเคสจะหนาช่วงหัว และท้ายเครื่อง

ลองใช้แล้วใส่ง่าย เคสพอดีเครื่องใส่แล้วจับกระชับมือดี ชอบเคสแบบ Bumper ตรงที่ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องใหญ่เกินไป และเปิดด้านหลังโชว์กระจกด้านหลังด้วย ตัวเคสพอวางกับโต๊ะแล้วจะยกสูงจากพื้นไม่ทำให้ด้านหลังเป็นรอยทั้งด้านหน้าและหลัง โดยรวมแล้วถูกใจมาก ได้โชว์เครื่อง พร้อมกับป้องกันเมื่อตกกระแทกได้ด้วย

มีข้อสังเกตตรงขอบเคสด้านข้างที่ไม่ได้กระชับไปกับเครื่อง สามารถดึงยืดออกมาได้พอสมควร ทำให้ขอบด้านข้างจะขยับไปมาเวลาถือ-จับเครื่อง น่ากลัวว่าจะขูดเครื่องเป็นรอยเพราะฝุ่นที่จะเข้าไปอยู่ข้างในเพราะขอบเคสมันขยับไปมาตลอด และปุ่มเปิดเครื่องด้านข้างนั้นแข็งมากๆ กดยากต้องตั้งใจกดมากถึงจะกดได้เป็นแค่ปุ่มเดียวเลย

ใครรับได้กับข้อสังเกตที่ว่ามาก็ดีเลยเพราะมันเป็นเคสที่ให้ครบกับความต้องการของเราที่ต้องการโชว์เครื่อง และ ป้องกันเครื่องเราได้ (กันตกแตก) พร้อมๆ กัน

เคส Rhinoshield นี้ถูกใจมากเลยนะ เป็นเคสที่ต้องการเลยแต่ติดที่เคสด้านข้างมันหลวมๆ และดิ้นในมือได้ตอนใช้งานนี่แหละ ทำให้ต้องคิดว่าจะใช้ต่อดีไหม ถ้าไม่ไหวคงจะเลิกใส่เคสแล้วกลับไปเหมือนเมื่อก่อนคงจะประหยัดเงินในส่วนตรงนี้ได้มาก

เคส Samsung Galaxy S8+ จากงาน Samsung x LINE FRIENDS Pop Up Event

ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงาน Samsung x LINE FRIENDS Pop Up Event ที่ สยามสแควร์วัน โดยเป็นงานที่ Samsung ร่วมกับ LINE FRIENDS จัดขึ้นสำหรับโทรศัพท์ S8, S8+ เป็นหลัก ภายในงานจะมีเคสมือถือ S8, S8+ ตัวคาแรคเตอร์ไลน์ให้ซื้อกันด้วย รู้สึกว่าจะมี 4 ลาย 4 แบบ เคสชิ้นละ 650 บาท เป็นแบบเคสพลาสติกใส 2 แบบ และแบบพลาสติกสีทึบ 2 แบบ

เพราความอยากได้เคสใสๆ อยู่แล้วแต่ไม่มีโอกาสไปกรุงเทพฯ เท่าไหร่ ก็เห็นประกาศขายเคสรุ่นนี้ ลายหมีบราว มือสองอยู่ ก็ไม่รออะไรกดซื้อไปทันที เดี๋ยวมาดูกันว่าเป็นยังไง

ตัวเคสเป็นพลาสติกใส เรียบ พิมพ์ลายด้านล่าง เคสเป็นแบบเกาะมุม 4 มุม เปิดหัวท้าย ด้านข้าง ทั้งหมด ลองใส่ดูก็สวยดีนะ แต่ดูเหมือนจะใส่เพื่อความสวยงามเฉยๆ ไม่ได้มีการปกป้องเครื่องเท่าไหร่ มุมส่วนที่เกาะเครื่องไว้แค่ดันนิดหน่อยก็หลุดออกได้ง่าย ดังนั้นถ้าตกพื้นก็คงแยกส่วนเครื่องกับเคสแน่นอน

มาดูส่วนที่เป็นข้อสังเกตกันบ้าง

  • ตัวเคสแบบพลาสติกใสธรรมดาปกติ เนื้อพลาสติกไม่ได้ดูมีคุณภาพแต่อย่างใด เป็นพลาสติกอ่อน ไม่แข็งบิดตัวได้ง่าย ซึ่งตอนได้มาด้านหลังส่วนที่เป็นพลาสติกใสก็เป็นรอยขนแมวอยู่แล้ว หลังจากใส่ใช้งานไปเพียง 1 ครั้ง ขนแมวขึ้นพรึบ ลายพร้อยเลย
  • ตัวเคสด้านหลังนั้นเหมือนจะยกสูงจากด้านหลังของตัวเครื่องนิดนึง และฝุ่นสามารถเข้าไปอยู่ข้างในได้ ดังนั้นเวลาเกิดการกดทับเคสกับเครื่องอาจจะถูฝุ่นที่อยู่ด้านในทำให้ด้านหลังเครื่องเป็นรอยได้

จากที่ได้ใช้ดูแล้ววัสดุคุณภาพไม่สมราคา 650 บาท เลย ถึงจะซื้อมือสองมาไม่ใช่ราคาเต็มก็ยังเสียดายเงิน แต่ก็ถือว่าเป็นเคสที่ดูแล้วสวยน่าใช้นะ เก็บเป็นของสะสมได้อยู่

แกะกล่อง ปากกา S PEN Samsung Galaxy Tab S3

S PEN Samsung Galaxy Tab S3 ราคา 1,290 บาท

ปากกา S PEN รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเครื่อง Samsung Galaxy Tab S3 เป็นปากกา S PEN แบบแยก เห็นตอนเปิดตัวก็ลุ้นว่าจะมาเข้ามาขายแยกรึเปล่า คิดว่าน่าจะเอามาวาดกับ Samsung Tab A 10 ที่มีอยู่ คงจะจับวาดถนัดมือดีไม่น้อย

ปากกา S PEN รุ่นนี้หาซื้อยากจริงๆ ตาม Shop Samsung ในห้างไปถามทีไรก็ไม่มีขายสักที คอยจ้องดูในเว็บ S-eStore เรื่อยๆ มาแป๊บๆ ก็หมด แต่ในที่สุดก็ได้มา

แพ็กเกจเป็นกล่องฝาพลาสติกใส แบบอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ๆ ในกล่องจะมีแหนบ และ หัวปากกา สำหรับเปลี่ยนมาให้ในชุดเลย

ตัวปากกาขนาดเท่าๆ กับปากกาปกติ ความกว้างกำลังดี จับถนัดมือ ปุ่มกดได้ดี ตัวปากกาทำจากพลาสติก เคลือบพื้นผิวหนีด ลื่นหน่อยๆ แบบผิวซิลิโคน ตัวคลิบหนีบเป็นโลหะพิมพ์โลโก้ Samsung หัวปากกาเป็นแบบหัวแหลมขนาดเล็ก ตามกล่องบอกว่ารองรับแรงกดได้ที่ 4096 ระดับ

จากที่ได้ลองใช้คู่กับ Samsung Galaxy Tab A และคู่กับตัวปากกา S PEN เดิม แล้วก็พอจะรู้สึกถึงความแตกต่างนะ รู้สึกถึงแรงกดที่ใช้แรงกดน้อยๆ ก็วาดเส้นบางๆ ได้ง่ายขึ้น คงเป็นเพราะหัวปากกาที่เล็กลง แรงเสียดทานเลยน้อยลงไปด้วย ทำให้ลงน้ำหนักได้เบาขึ้นได้  และสิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนคือ ความถนัดมือในการวาด หรือเขียน เพราะขนาดปากกาเหมือนกับปากกาขนาดปกตินั่นเอง

สรุปแล้วก็พอใจกับตัวปากกา S PEN รุ่นนี้นะ วาดรูปได้สนุกขึ้นเยอะ แต่ก็ยังติดอยู่ที่มันเป็นปากกาแบบแยกชิ้น เวลาพกไปใช้นอกสถานที่จะไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะเวลาใช้ร่วมกับ Tab A 10 นี้ จะต้องดึงปากกาที่อยู่กับตัวเครื่องออกก่อนถึงจะใช้ปากกา S PEN Tab S3 นี้ได้ ใช้ไปก็กลัวจะลืมปากกาเดิมทิ้งเอาไว้ที่ไหนอีก  Update: ได้ลองปิดฟังก์ชั่นประหยัดแบตในส่วนของการปิดการตรวจจับปากกา S PEN เมื่อมีปากกาเสียบอยู่ในเครื่องดู พบว่าสามารถใช้ปากกา S PEN Tab S3 ได้โดยไม่ต้องดึงปากกาของเครื่องออกมาแล้ว แต่เวลาใช้นอกบ้านก็คงจะใช้ปากกาที่เสียบมากับเครื่องจะสะดวกรวดเร็วมากกว่า

แกะกล่อง เคส UAG PLASMA Samsung Galaxy S8+

UAG PLASMA Samsung Galaxy S8+ ราคา 1,590 บาท (True Shop)

ร้าน True Shop เปิดใหม่ที่เดอะมอลล์โคราช ร้านใหญ่ กว้างขวาง มีบูธขายเคสของ UAG ด้วยหลังจากรอมานาน ตอนนี้มีให้เลือกหลายรุ่นส่วนใหญ่จะเป็นของ iPhone ของ Samsung มีแค่ 2 รุ่นเห็นจะได้ ของ S7 กับ S8, S8+ แต่ก็มีแค่สีใสให้เลือกซื้อ มีสีดำอยู่อันเดียว

แพ็คเกจกล่องเป็นแบบใหม่มีบอกชื่อรุ่น PLASMA แล้ว นี่ก็เพิ่งจะสังเกตว่ามันชื่อรุ่นนี้ตัวเคสยังใช้วัสดุแบบเดิม คือเป็นพลาสติก เป็นพลาสติกที่ให้ผิวสัมผัสว่ามันมีคุณภาพ ส่วนรอยต่อระหว่างพลาสติกสีดำกับแบบใสต่อกันได้เรียบเนียน จับตัวเคสแล้วรู้สึกถึงความแข็ง ไม่เสียรูปทรง

ใส่เครื่อง S8+ ลงไปรู้สึกว่าจะแน่นกว่าเคสของตัว S7 Edge ตัวก่อนนะ แน่นกระชับแนบไปกับตัวเเครื่องดี ปุ่มกดทั้งสองด้านกดง่ายนิ่ม กดแล้วเคสไม่ย้วยเสียรูป ตัวเคสมีความหนานิดหน่อยแต่ทำให้จับเครื่องได้กระชับขึ้นมาก ถือตัวเครื่องเปล่าๆ แล้วจับลำบาก พิมพ์ข้อความก็ลำบางเพราะตัวเครื่องยาวแถมยังบางอีก ใส่เคสแล้วช่วยได้เยอะ

โดยรวมแล้วชอบมากเลย แต่ยังคงมีปัญหาตอนเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ที่พอดีตัว หัวเคสมันหนาเวลายัดลงกระเป๋ามันติดเนื้อผ้าไม่ลื่นเหมือนพลาสติกธรรมดา แต่ก็ยอมรับได้

แกะกล่อง ฟิล์มกันรอย กับ เคสใส Samsung Galaxy S8+

เคยเห็นมาบ้างกับฟิล์มกันรอยของ Samsung แต่ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในไทยเห็นแล้วอยากลองซื้อมาติดดู รุ่นที่มีขายเหมือนจะเป็นรุ่น S7, S7 Edge อยากหากซื้อมาลองกับ S7 Edge มาก แต่ก็หยุดหาไปเพราะเจอฟิล์มที่ใช้ดีมาติดแล้ว คราวนี้ไม่พลาดในเมื่อ Samsung ได้นำฟิล์มของ Galaxy S8 มาจำหน่าย น่าจะติดดีเพราะ Samsung ออกแบบและผลิตมาจำหน่ายเอง จะได้ลดภาระเรื่องการหาฟิล์มดีๆ ติด โดยเฉพาะพวกจอโค้งแบบนี้  กับอีกอย่างคือ เคสใส หรือ Clear Cover ของ Samsung ที่ได้ใช้กับ S7 Edge มา เรียกได้ว่าเป็นเคสที่ดีเคสนึงเลยก็ว่าได้ ตัวเคสบาง ใส ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องเป็นรอย และยังดูสวยอยู่ เลยไม่พลาดที่จะหยิบมาใช้อีกเหมือนกัน

Samsung Screen Protection from External shock SCREEN PROTECTOR ราคา 290 บาท

ในแพ็คจะมีฟิล์มให้ 2 แผ่น กับชุดอุปกรณ์ติดฟิล์ม ติดค่อนข้างง่ายเพราะบนฟิล์มจะมีเส้นบอกตำแหน่งให้ติด ตัวฟิล์มใส ติดแล้วแสดงภาพได้สวยไม่มีจุดๆ ของเนื้อฟิล์ม ติดลงขอบโค้งได้ ฟิล์มไม่เด้ง เรียกว่าโอเคเลยละ แต่มีข้อสังเกตดังนี้

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถเอาเทปใสดึงฝุ่นออกจากฟิล์มด้านในได้ เมื่อดึงออกมาแล้วตัวฟิล์มจะเป็นรอยทันทีปิดฟิล์มบนจอแล้วแสดงผลมีรอยเทปกาว เลยคิดว่าตัวฟิล์มน่าจะเป็นแบบ TPU แต่เนื้อไม่นิ่มเหมือน TPU ยี่ห้ออื่น
  • ตัวฟิล์มสะท้อนแสงมาก พอติดแล้วทำให้หน้าจอสะท้อนแสดงเป็นฝ้าขาวมากขึ้นมองจอลำบางเวลาแสดงจ้า
  • ตัวฟิล์มจะมีขอบขาวล้อมลอบฟิล์ม ทำให้เห็นขอบฟิล์มชัดเจนมากหลังจากติดเสร็จแล้ว ขอบขาวนี้จริงๆ ไม่มีสีเป็นฟิล์มใสๆ นี่หละ แต่เมื่อใช้งานไปฝุ่นจะเข้าไปติดในขอบนี้ทำให้ขอบเป็นสีขาว และเห็นเศษฝุ่นติดอยู่เต็มไปหมด เพราะขอบนี้ไม่ได้ติดลงบนจอมันบานอยู่แบบนั้นเอานิ้วลูบก็สัมผัสได้ถึงขอบที่เปิดออกมาน่ารำคาญมาก ด้วยปัญหานี้แหละถึงดึงฟิล์มออกใช้แบบไม่ติดฟิล์มสบายตา สบายใจกว่าเยอะ

Samsung Ultra-thin and translucent CLEAR COVER ราคา 690 บาท

เคสใสอันนี้ซื้อมาเพราะประสบการณ์การใช้งานที่ดีกับเคสใสรุ่นก่อนหน้าที่ใช้กับ S7 Edge เลย เคสใสสำหรับ S8+ รุ่นนี้ตัวเคสเป็นพลาสติกใสสีเทาสำหรัรบใช้กับเครื่องสีดำ ตัวเคสทำจากพลาสติกแข็งใส บาง ด้านหลังเคสมีจุดเล็กๆ ด้านในเพื่อไม่ให้เคสแนบกับเครื่องแล้วเกิดลายน้ำ ผิวด้านนอกเรียบมันเงาเหมือนพลากสติกทั่วไป เมื่อใส่กับตัวเครื่องแล้วค่อนข้างพอดีแต่รู้สึกได้ถึงตัวเครื่องมีการขยับอยู่ด้านในเคสตลอด ใส่แล้วจับกระชับมือไม่ทำให้เครื่องใหญ่เกินไป และยังคงความสวยของเครื่องเอาไว้ได้ แต่มีข้อสังเกตดังนี้

ข้อสังเกต

  • ตัวเคสขนาดไม่พอดี ใส่แล้วไม่แนบไปกับตัวเครื่องเหมือนกับเคสใสรุ่นก่อนที่ใช้กับ S7 Edge ที่เคสแน่นพอดีกับตัวเครื่อง 100% ใส่แล้วรู้สึกได้ว่าแน่นกระชับปลอดภัยไม่ทำให้ตัวเครื่องเป็นรอย แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เคสใสสำหรับ S8+ รุ่นนี้ มันหลวมๆ ตรงช่วงบน กับมุมด้านล่าง เครื่องสามารถขยับขึ้นลงภายในเคสได้ ขอบด้านข้างกว้างกว่าตัวเครื่อง ทำให้ฝุ่นเข้าไปและถูกับขอบเครื่อง ซึ่ง S8+ ของผมตอนนี้เป็นรอยเรียบร้อยแล้วเพราะเคสตัวนี้เซ็งมาก เป็นรอยตรงบริเวณขอบด้านข้าง กับส่วนบนที่มันขยับไปมาได้ ทั้งตัวเครื่อง และเคสก็เกิดรอยบริเวณเดียวกันเพราะการเสียดสีกัน
  • พลาสติกตัวเคสคุณภาพไม่เหมือนกับเคสใสรุ่นก่อน รุ่นนี้เป็นพลาสติกใสแข็ง ไม่ค่อยยืดหยุ่น ขอบเคสคม เหมือนเคสพลาสติกถูกๆ ที่ขายทั่วไป เคสใสรุ่นเก่าเป็นพลาสติกที่ไม่บางมากมีความยืดหยุ่นดี ทำสีสวยไม่ลอกเวลาใสกับเครื่องแล้วกระชับพอดีตัวเครื่อง
  • จากข้อสังเกตสองข้อข้างบนก็ทำให้ผมถอดเคสเก็บกลับเข้ากล่องไปเรียบร้อย ใช้แบบไม่ใส่เคสแบบนี้สบายใจกว่า

จะว่ายังไงดีกับการซื้ออุปกรณ์เสริมแท้จาก Samsung ในครั้งนี้ กับการที่คาดหวังเอาไว้มากกับอุปกรณ์เสริมของแท้ว่าจะต้องดีกับตัวเครื่อง S8+ ที่ซื้อมาแน่นอน เพราะคิดว่าน่าจะออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง แต่ก็ผิดหวังจนได้ ทำไงได้ละก็ที่ผ่านมาทาง Samsung ทำอุปกรณ์เสริมออกมาใช้งานได้ดีมากเลยคาดหวังไว้ว่าน่าจะดีเหมือนเดิม

Blog: วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 Samsung Galaxy S8Plus

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา 1 พฤษภาคม 2560 ไปเดอะมอลล์จะแวะไปลองเล่น Samsung S8 ที่เพิ่งออกมาใหม่ที่ Shop ดูสักหน่อย แต่ไปถึงก็มีแต่เครื่องของปลอมให้ลองจับเฉยๆ ยังไม่มีเครื่องจริงให้ลองเล่น เลยได้แค่จับจับดูเที่ยบขนาด ทั้ง 2 รุ่น ลองเทียบกับ S7 Edge ดูกับตัว S8+ ขนาดยาวกว่า S7 Edge นิดหน่อย ความกว้างเท่าๆ กัน แต่กับตัว S8 ปกติความสูงเท่ากัน แต่หน้าแคบกว่าทำให้เหมือนว่า S8 เครื่องเล็กมากไปเลย

S8 จะวางขายวันที่ 5 พ.ค. นี้ วันนี้เลยมาดูเครื่องให้หายอยากก่อนจะได้ไม่ต้องซื้อ คิดว่าถ้ามาเล่นตอนวันที่วางขายจะต้องได้กลับไปแน่นอน แต่ด้วยความอยากรู้เลยถามพนักงานไปว่า เครื่องมาขายวันไหน พนักงานบอกว่าเครื่องเข้าแล้วสามารถซื้อได้เลยทุกรุ่นทุกสี เล่นมีขายก่อนวันวางขายจริงเลย เหมือนว่าคนเราจะเสียเงินยังไงก็ต้องเสีย วันนั้นเลยได้ S8+ สีดำ กลับบ้านมา พร้อมกับฟิล์มกันรอยของ Samsung กับ เคสพลาสติกใสของ Samsung มาครบชุด

ได้เครื่องมาก็เช็คเครื่องก่อนเลยว่ามีปัญหาจอชมพูเหมือนคนอื่นๆ ที่เจออยู่รึเปล่า แต่ไม่เจอปัญหานี้เทียบจอกับ S7 Edge เดิมแล้วจอขาวปกติดี ลองเล่นดูคืนนั้นบอกได้ว่าไม่เสียดายที่ซื้อมาเลย

แกะกล่อง Samsung Galaxy Tab A [2016] 10.1″ with S Pen

Samsung Galaxy Tab A [2016] 10.1″ with S Pen  + Book Cover  ราคา 12,900 บาท [Samsung Shop by Jay Mart]

สเป็คคร่าวๆ

  • หน้าจอ ความละเอียด 1920 x 1200 [10.1″] TFT LCD
  • ซีพียู 1.6 GHz Octa Core Processor
  • แรม 3GB
  • กล้อง 8.0 MP AF + 2.0 MP
  • แบตเตอรี่ 7,300 mAh
  • ปากกา S Pen

Samsung Galaxy Tab A [6] ตัวนี้คิดอยู่นานมากกว่าจะซื้อมา เพราะมี Note5 ใช้อยู่แล้ว สป็คของ Note5 ก็ดีกว่าด้วย แต่ด้วยความไม่สะดวกของหน้าจอ Note5 ที่มันเล็ก และความละเอียดสูง เวลาใช้งานวาดรูปมันจะต้อคอยขยายหน้าจอขึ้นมาบ่อยๆ วาดเส้นก็วาดได้นิดเดียวก็สุดหน้าจอแล้วไม่ค่อยสะดวก เลยอยากหาอะไรที่หน้าจอใหญ่ๆ มาใช้วาดรูปแทน มองไปมองมาก็มีแค่ตัวนี้จอขนาด 10.1 นิ้ว กำลังดี รุ่นใหม่ด้วย ไปลองเล่นที่ร้านแล้วค่อนข้างถูกใจ เลยจัดมาลองใช้งานดูสักพัก ถ้าไม่โอเคค่อยขายทิ้งก็แล้วกัน

Samsung Galaxy Tab A [6] ได้มาจากร้าน Samsung Shop by Jay Mart ที่เดอะมอลล์ ในราคา 12,900 บาท แถมเคสแบบ Book Cover สีขาว สีเดียวกับตัวเครื่อง ซึ่งถามพนักงานแล้วว่ามีแค่สีขาวสีเดียว ไม่ค่อยชอบสีขาวเท่าไหร่เพราะเปื้อนง่าย แต่ก็ไม่มีสีอื่นให้เลือก

วันที่เขียนแกะกล่องนี้ก็ใช้งานตัว Tab A [6] มาได้ 2 อาทิตย์พอดี ถือว่าใช้งานตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้ดีเลยทีเดียว ดังนั้นเลือกใช้ Tab A [6] ต่อ และก็ปล่อย Note5 ออกไปเรียบร้อย หลายคนอาจจะสงสัยว่าปล่อย Note5 ไปทำไมเสป็คดีกว่าเห็นๆ ก็อยากบอกว่ามันเป็นความชอบและความต้องการส่วนตัวครับ เหตุผลก็ตามด้านบนเลย และส่วนตัวก็ยังใช้ S7 Edge อยู่ เลยไม่ได้คิดว่าจะเสียอะไรที่ดีไปสักเท่าไรครับ

เล่าเรื่องส่วนตัวมาสักพักแล้วก็จะมาแกะกล่องดูด้านในกล่องกันว่ามีอะไรบ้าง บทความนี้จะไม่มีการรีวิวระบบการทำงาน เมนูต่างๆ ของเครื่องนะครับ มีแค่แกะกล่องเฉยๆ คิดว่าคงหาอ่านจากที่อื่นกันได้มากมาย

ตัวเครื่องทั้งหมดทำมาจากพลาสติกแบบด้าน สีขาวมุก การประกอบเครื่องแน่นหนาไม่มีเสียงกรอบแกรม กระจกหน้าจอเป็นแบบเรียบไม่มีตัดขอบติดฟิล์มใสธรรมดาได้ไม่มีขอบลอย (ผมติดฟิล์ม Focus แบบใสธรรมดา สั่งจาก Lazada 240 บาท) จอภาพสวย มีความละเอียดดี ไม่เนียนเท่า Note5 เพราะด้วยความละเอียดหน้าจอและขนาดของหน้าจอ สีจอสวยแต่ติดไปทางอมฟ้า ไม่เป็นปัญหาดีกว่าจอมเหลือง มุมมองกว้างพอสมควรเอียงจอดูได้สบาย เสียงลำโพงไม่ดังมากเวลาใช้งานนอกสถานที่ แต่ใช้งานในห้องได้เสียงดังปกติดี ปากกา S Pen แท่งหนามีลอนบนแท่ง จับถนัดมือดีกว่าปากกาของ Note5 หัวปากกาสัมผัสแรงกดได้ใกล้เคียงกับปากกาของ Note5 ของ Note5 เขียนลายเส้นได้ลื่นเนียนกว่านิดหน่อย เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ใช้งานเพราะผมไม่สามารถสัมผัสแรงกดได้ตามระดับของปากกา ปากกาใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ตัวเครื่องไม่มีไฟแสดงสถานะ LED ไม่มี NFC ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า

ตัวเคส Book Cover ที่แถมมา มีราคากว่า 1,600 กว่าบาทนั้นเรียกว่าคุ้มเลยเพราะให้ซื้อเองคงไม่ซื้อ ไปซื้อของไม่มียี่ห้อใช้แทนเพราะราคาถูกกว่ามาก แต่ตอนนี้แถมมาพร้อมกับเครื่องเลย ตัวเคสสีขาว ด้านนอกสัมผัสลื่น แต่หนืดจับนัดมือ ด้านในเคสเป็นพื้นผิวนุ่มๆ ดูกระชับดี เคสเป็นเคสแม่เหล็ก สามารถพับเคสเป็นแท่นวางเครื่องได้ ปรับความเอียงได้ 2 ระดับ ใส่กับเครื่องแล้วดูดีมีสกุลมาก ทำให้รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่ได้มามากเลย

แกะกล่อง UAG Phone Case for Samsung Galaxy S7 Edge

UAG Phone Case for Samsung Galaxy S7 Edge ราคา 34.95$ ใช้ Code ลด 6.99$ เหลือ 27.96$ จ่ายด้วย PayPal เป็นเงิน 1,044.10 บาท

เคสโทรศัพท์ที่ชึ้นชือเรื่องการออกแบบที่ดูสมบุกสมบันและดูดี พร้อมกับการปกป้องโทรศัพท์ที่ดีเยี่ยม ในที่สุดก็มีโอกาสได้เอามันมาลองใช้กับ S7Edge เสียทีหลังจากเคยสั่งมารอใช้กับ Note7 เมื่อครั้งก่อน แต่ก็อดใช้ไปเหลือแต่ตัวเคสเอาไว้ดูต่างหน้า

เคส UAG อันนี้สั่งตอนมีลดราคาช่วงสิ้นปีที่แล้วแต่ติดช่วงวันหยุดปีใหม่เลยทำให้ได้ของล่าช้ากว่าปกติไปหน่อย ครั้งที่แล้วสั่งรอประมาณ 1 อาทิตย์ก็ได้แล้ว คราวนี้รอนานประมาณ 2 อาทิตย์เลยทีเดียว ยังไงก็มาดูหน้าตาเคส กับเครื่อง S7 Edge ตอนใส่เคสกัน

ความคาดหวังกับเคสอันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องการจับถือเครื่องโทรศัพท์ที่ถนัดมือขึ้น พร้อมกับให้ความรู้สึกว่าเคสามารถปกป้องโทรศัพท์ของเราได้ และดูสวยงาม เพราะปกติเป็นคนที่ไม่ใส่เคสให้โทรศัพท์มือถือมาก่อนจะกี่เครื่องที่ใช้มาก็ไม่เคยใส่เคส แต่เครื่องนี้อยากได้เคสที่หยิบจับถนัดมือ และปลอดภัยเวลาไปทำงานนอกสถานที่ จะได้ไม่ต้องห่วงเครื่องมากเวลาใช้งาน จากแกะกล่องครั้งก่อนกับเคส Nillkin Synthetic Fiber ที่ได้ซื้อมาลองใส่แล้วผิดหวังไปนั้น จะมาดูว่าอันนี้จะใช้งานได้ดีอย่างที่คิดไว้หรือเปล่า

ตัวเคสเป็นพลาสติกใส ไม่นิ่มออกจะแข็งแต่บิดโค้งได้ ขอบเคสเป็นพลาสติกสีดำแข็งแต่ยืดหยุ่นคล้ายผสมยาง มีการตัดช่องสำหรับปุ่มเปิดเปิด ปุ่มปรับเสียงไว้ ดูโดยรวมแล้ววัสดุดูแข็งแรงดี จุดเด่นของตัวเคสจะเป็นลวดลายด้านหลัง พร้อมโลโก้ UAG ของเคสที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งสำหรับคนที่ชอบแนวลุยๆ แล้วดูยังไงก็ดูสวย น่าใช้ดี ซึ่งเมื่อเอามาใส่กับโทรศัพท์แล้วก็สวยจริงๆ นะ ใส่กับ S7 Edge แล้วเป็นแบบไหนดูรูปด้านล่าง หลังจากนี้ขอใช้งานดูก่อนสักพักแล้วจะมาสรุปข้อที่ชอบ แลไม่ชอบ อัพเดทให้ด้านล่างครับ

เคสมือถือ Nillkin Synthetic Fiber for Samsung Galaxy S7 Edge

เคสมือถือ Nillkin Synthetic Fiber for Samsung Galaxy S7 Edge ราคา 390 บาท (ลดราคา)

เป็นเคสกึ่งแข็ง-นิ่ม ตัวเคสบาง น้ำหนักเบา กรอบเป็นพลาสติกสีดำด้าน พื้นผิวนุ่มๆ ลื่นๆ เหมือนเคลือบยางแต่ก็ไม่ใช่ สัมผัสแล้วรู้สึกดี จะลอกเหมือนพวกพลาสติกเคลือบยางนุ่มรึเปล่ายังไม่รู้ ต้องลองใช้งานไปสักพักก่อน ลายเคฟล่าด้านหลังเป็นพื้นผิวสัมผัสตามลาย สีด้านไม่มันเงา และให้สัมผัสนุ่มเหมือนกัน ใส่กับโทรศัพท์ได้ง่ายเพราะมันลื่น และความลื่นของตัวเคสก็ทำให้เวลาจับใช้เครื่องก็ลื่นขึ้นตามไปด้วย เหมือนจะทำให้โทรศัพท์หลุดมือง่ายกว่าตอนไม่ใส่เคสอีก

ข้อสังเกต – ขอบเคสไม่ได้คลุมมาถึงด้านหน้าจอ เกาะแค่ส่วนบนกับล่างของเครื่องเท่านั้น อาศัยเพียงความฟิตพอดีของเคสกับตัวเครื่องเกาะเอาไว้ ดูแล้วไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่ถ้าตกลงพื้น แล้วยิ่งตัวเคสออกจะลื่นมือไปหน่อยคงต้องระวังการถือเครื่องมากขึ้น แต่เคสออกแบบมาสวยใส่แล้วเนียนไปกับเครื่อง เพราะเคสบางเลยดูเหมือนไม่ได้ใส่ แถมมีลายเคฟล่าด้านหลังดูดีทำให้เครื่องดูแปลกใหม่ไม่เหมือนเดิมข้อดีข้อนี้ก็คิดว่าแทนกันได้นะ

มาอัพเดทหลังจากใช้งานมา 3 วัน

ข้อที่ถูกใจ

  • เคสบาง ใส่แล้วดูเนียนไปกับเครื่อง ทำให้เครื่องดูสวยแปลกตา
  • ลายเคฟล่าสวยดี

ข้อที่ไม่ถูกใจ

  • ตัวเคสลื่นมาก เพราะเป็นเคสแบบด้าน ด้านหลังลายเคฟล่าเหมือนจะทำให้ผิวสัมผัสมันลืนเนียน เลยทำให้จับไม่ถนัด รวมไปถึงขอบเคสด้านข้างที่เป็นสีแบบด้านและสัมผัสนุ่มลื่นนี่ทำเอาเกือบหลุดมือไปหลายรอบแล้ว
  • ขอบเคสด้านข้างคลุมมาไม่ถึงขอบบนสุดของเครื่อง ทำให้เวลาหยิบเครื่องขึ้นมาใช้งานหยิยไม่สะดวก เพราะเป็นช่วงขอบของเคส จับใช้ยากกว่าเครื่องตอนไม่ใส่เคสอีก
  • ด้านหลังเคสไม่ได้โค้งไปตามขอบหลังของเครื่องโทรศัพท์ แต่เป็นแบบเรียบไปกับพื้นเวลาถือจะรู้สึกถึงขอบเคสแข็งๆ อยู่ในมือไม่โอเคเท่าไหร่

ตามข้อที่ไม่ถูกใจก็ได้ถอดเคสเก็บเรียบร้อย จากที่จะหาเคสมาช่วยให้ใช้งานได้ถนัดมือกลับทำให้ต้องระวังในการใช้งานมากขึ้น กลัวว่าจะลื่นหลุดมือตลอดมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

Blog – ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge

ต่อจากบล็อกที่ผ่านมาไปตามหาฟิล์มกันรอยหน้าจอ Samsung Galaxy S7 Edge อยากจะเล่าว่าได้แกะฟิล์มออกหลังจากติดไม่กี่อาทิตย์เพราะหลายเหตุผล

  • อย่างแรก ฟิล์มที่ได้ติดมามันไม่ได้ตัดช่องเว้นตรงบริเวณกล้องหน้า เวลาถ่ายรูปผ่านกล้องหน้าออกมานั้นภาพมันมัวและซีดเสียคุณภาพกล้องไปหมดเลย
  • อย่างที่สอง ตัวฟิล์มมันทำให้ความคมชัดของจอลดลง และทำให้ภาพบนจอแสดงผลเป็นจุดสีๆ โดยเฉพาะเมื่อมองภาพสีขาวจะเห็นได้ชัด (ตัวที่ติดเป็นฟิล์มแบบ TPU ที่นิ่มๆ) เวลาปรับสีรูปภาพ ดูภาพ หรือวีดีโอบนมือถือ มันขัดตา น่าหงุดหงิดมาก

จากปัญหาที่เกิดโดยเฉพาะข้อที่สอง ก็แกะฟิล์มออกและใช้เครื่องแบบไม่ติดฟิล์มมาได้สักพักแล้ว จอก็ยังไม่มีรอยนะ และในที่สุดจนเจอสิ่งที่ตามหามานาน ฟิล์มกันรอยที่ชัดใส และที่สำคัญติดเองได้ง่าย ก็ฟิล์มของ Spigen นี่ไง ใช่แล้วยี่ห้อที่ขายเคสมือถือเยอะๆ นี่แหละ

ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge – 1 กล่อง ฟิล์ม 2 ใบ ราคา 690 บาท

ฟิล์มกันรอย Spigen รุ่น Curved Crystal HD ชื่อก็บอกแล้วว่าชัดใสแน่นอน ก็เพราะฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มพลาสติกเนื้อแข็ง เหมือนฟิล์มที่ติดมือถือจอแบบปกติทั่วไปหน่ะ เพียงแต่ของรุ่นนี้จะทำการขึ้นรูปขอบโค้งให้เข้ากับความโค้งของหน้าจอ S7 Edge เลย ทำให้ลดปัญหาฟิล์มเด้งออกจากจอหลังจากติดได้

และที่มันเป็นฟิล์มแบบพลาสติกแข็ง จึงทำให้มันติดเองได้ง่ายอย่างแน่นอน ไม่เหมือนฟิล์มพวกพลาสติกนิ่ม TPU ที่ต้องใช้ประสบการ์และฝีมือเท่านั้นถึงจะติดออกมาได้สวยใส ที่สำคัญตรงจุด และตำแหน่งต่างๆ บนหน้าจอ ฟิล์มของ Spigen นี้กะระยะได้ง่าย เพราะฟิล์มคงรูปตลอด แถมเอาเทปกาวดึงฝุ่นออกจากฟิล์มได้ได้วย ถ้าทำแบบนี้กับฟิล์ม TPU นะ มีหวังฟิล์มยืดย้วยแน่ ติดเองเสร็จภายในไม่กี่นาที

เรื่องใส่เคสแล้วดันฟิล์มหรือไม่นั้น ก็คิดว่าคงไม่ดัน เพราะตัวฟิล์มติดอยู่ในบริเวณพื้นที่ของหน้าจอเท่านั้น ตัวฟิล์มนั้นเว้นส่วนด้านบน ด้านล่าง และมุม 4 มุม เอาไว้

จึงอยากแนะนำคนทีใช้ Samsung Galaxy S7 Edge อยู่ และไม่ได้ติดฟิล์ม หรือติดฟิล์มแล้วไม่ถูกใจ  ให้ลองฟิล์มของ Spigen ดู น่าจะถูกใจไม่มากก็น้อย แถมกล่องนึงได้ฟิล์ม 2 ใบเลย

 

Blog: วันที่ 13 ตุลาคม 2559

ว่าด้วยเรื่องติดฟิล์มกันรอยหน้าจอให้ Samsung Galaxy S7 Edge เป็นการหาฟิล์มกันรอยที่ยากมากจริงๆ เริ่มแรกก็สั่งชุดฟิล์มกันรอย TPU  หน้า-หลัง จากเว็บเดิมที่เคยสั่งฟิล์มมาติดด้านหลังของ Note5 พอได้ฟิล์มมารู้สึกว่าจะเป็นคนละยี่ห้อกัน ไม่รอช้าจัดการติดเองเลย ด้านหน้า ผลคือ ไม่สำเร็จ ฟิล์มมีฟองอากาศเยอะ เนื้อฟิล์มนิ่มและดูดติดกับกระจกแน่นมาก แทบจะแก้รีดอากาศ เอาฝุ่นออกไม่ได้เลย ด้านหน้าเสียไป ช่างมันไปติดด้านหลังก็ได้ ด้านหลังเหมือนจะง่ายหน่อยกะระยะตรงกล้องและติดสำเร็จ แต่ด้วยเป็นความคิดมากขัดตากับฝุ่นที่ติดอยู่ใต้ฟิล์มนิดหน่อย จัดการดึงฟิล์มและเอาเทปใสดึงฝุ่นออก ปรากฎว่าเทปใสทิ้งคราบกาวเอาไว้กับฟิล์มซะนี่่ ดึงไปดึงมาอ้าวฟิล์มยืด สรุปด้านหลังติดเองก็ไม่สำเร็จ ตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้นจะไปซื้อฟิล์มและให้ร้านติดให้เลย

วันถัดมาก็คือวันนี้ ตั้งใจไปหาซื้อฟิล์มและให้ร้านติดให้ ไปถามจากคนอื่นๆ ที่ใช้พวกจอโค้งก็ได้ความว่าไปติดที่ IT หรือ “นอรีส เก่า” ร้านที่ติดป้ายซัมซุงใหญ่ๆ ซึ่งเกือบทุกร้านที่นี่ติดป้ายซัมซุงทั้งนั้น เดินเลือกร้านที่น่าเชื่อถือหน่อยก็เข้าไปติด 490 บาทร้านขอค่าติดอีก 50 บาท เพราะบอกว่า “รุ่นนี้มันติดยาก” ติดได้ก็จ่ายให้นะ (อันนี้คิดในใจ) ยืนรอสักพัก สักพักกลายเป็นนานสักพัก ก็ติดเสร็จ ก็เห็นสภาพตอนเค้ากำลังติดแล้วละดูไม่โอเคเลย ผลงานออกมาก็อย่างที่คิด ฟิล์มเป็นรอยขูด รอยฟิล์มพับ รอยรีดฟองอากาศเต็ม ไม่อยากจะบ่นอะไรตอนนั้นต้องรีบกลับไปทำงาน คิดว่าตัวฟิล์มคงจะดีขึ้นเองแค่ปล่อยไปสักพัก เหมือนของ Note5 กลับมานั่งดูจอเวลาสะท้อนแสงแล้วเห็นรอยยับ มันทำใจไม่ได้อ่ะนะ โทรศัพท์สวยแต่ฟิล์มเหมือนเอาพลาสติกแร๊ปมาแป๊ะจออย่างไงอย่างงั้นเลย ไม่ไหวนะแบบนี้

ไม่รอช้าเลิกงานมุ่งตรงไปเดอะมอลล์ ตั้งเป้าไว้ว่าจะไปซื้อฟิล์มมาติดเอง ตรงไปร้าน PA PHONE ร้านขายอุปกรณ์โทรศัพท์สารพัด พนักงานถามว่าเอาเครื่องมาติดเลยไหมมีบริการติดให้ เพราะเป็นฟิล์ม TPU ติดยากร้านเลยจะติดให้ เราก็โอเคลองดูอีกสักครั้งว่าจะดีไหม พนักงานก็เรียกพนักงานอีกคนมาจัดการติดให้ ใช้เวลาไม่นานก็ติดเสร็จ พอดูที่เครื่องเท่านั้นแหละ เพิ่งจะรู้ว่ามืออาชีพเป็นอย่างไร ติดฟิล์มเรียบกริบ เข้ามุมทุกมุม ช่องหูฟัง ช่องปุ่มโฮม ลงล็อคพอดีเป๊ะๆ ไม่มีรอยยับบนฟิล์มด้วย แถมราคาฟิล์ม 390 บาท ติดฟรีอีกต่างหาก (แอบดูยี่ห้อ เป็นฟิล์มยี่หอ BS เผื่ออยากทราบยี่ห้อ) ใครจะติดฟิล์มกันรอยให้กับพวกจอโค้งทั้งหลาย ที่โคราชแนะนำร้าน PA PHONE บนเดอะมอลล์ชั้น 3 เลย

Blog: วันที่ 11 ตุลาคม 2559

ผ่านมาแล้วเป็นเวลากว่า 2 เดือน ที่ได้สั่งจอง Samsung Galaxy Note7 เอาไว้ และเกิดปัญหากับตัวผลิตภัณฑ์มากมายจนเกิดการเลื่อนการส่งมอบเครื่องไปอีก รวมๆ เกือบ 4 เดือน และปัจจุบันสถานการณ์ยังคงไม่ดีขึ้น ยิ่งแย่ลงไปอีกกับปัญหาเครื่องล็อตใหม่ที่ทาง Samsung เปลี่ยนให้ลูกค้าเกิดไฟลุกขึ้นอีกครั้ง และ Samsung Global ได้ประกาศระงบการจำหน่าย และเปลี่ยนเครื่องใหม่ มีผลทั่วโลกแล้ววันนี้

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 59) มีข่าวว่า Samsung ได้หยุดการผลิต Note7 ลงชั่วคราว หลังจากเกิดเหตุเครื่อง Note7 ไฟลุกขึ้นเองขณะใช้งาน, ไม่ได้ใช้งาน ในต่างประเทศ ต่อๆ กัน ที่อเมริกา ไต้หวัน และเกาหลี ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน เหมือนว่าตัวเราจะรู้ว่าการรอครั้งนี้อาจจะจบลงอย่างไร เลยจะกลับไปหาซื้อ Note5 รุ่นเก่ามาใช้ใหม่ หลังจากปล่อยขายต่อไปแล้วเพราะคิดว่าจะได้รับ Note7 ในเร็ววันนี้ (ซึ่งคิดผิดพลาดไปอย่างมาก) เดินถามตามศูนย์ Samsung ที่เดอะมอลล์ ทุกร้านที่ถามไม่มี Note5 ขายแล้ว ที่ไปหาซื้อเพราะคิดว่าคงจะอีกนานกว่าเรื่องจะจบลงและคิดว่าจะไม่ยกเลิกการจอง Note7 กับทาง Samsung ไทยด้วย อยากรู้ว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร

แต่ระหว่างรอนี่ก็ต้องมีเครื่องใช้ด้วยนะ เลยไปเลือกเอา Samsung Galaxy S7 Edge มาใช้ เลือกเอารุ่นที่ปัจจุบันที่สุดดแล้วกันเผื่อ Note7 เกิดยกเลิกการขายขึ้นมากจะได้ใช้เครื่องนี้ต่อไปยาวๆ ถึง Note8 เลย

ตัว Samsung Galaxy S7 Edge ตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ คือมี 2 ราคา

  • แบบ ราคา 26,900 บาท จะมี Samsung Galaxy S7 Edge + Samsung Galaxy TabA6 7″
  • แบบ ราคา 23,900 บาท จะมีแค่ตัวเครื่อง Samsung Galaxy S7 Edge อย่างเดียว
  • ถ้าเปิดเบอร์ AIS ใหม่พร้อมโปรที่กำหนด สามารถลดราคาเครื่องได้อีก 1000 บาท (ที่ Samsung by Jaymart)

เลยเลือกเอาแบบราคาเต็มมา เผื่อจะเอา Tab มาใช้ หรือเอาไปขายต่อ เดี๋ยวค่อยคิดอีกที และถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรเกี่ยวกับ Note7 จะพยายามอัพเดทเก็บเอาไว้ในบล็อกอันเดิมนะครับ (Blog: จอง รอ และ เลื่อน ของ Samsung Galaxy Note 7 [ S-eStore.Com ])

ซื้อ S7 Edge เมื่อวานปุ๊บ วันนี้ Samsung Global ประกาศหยุดจำหน่าย Note7 ปั๊ปเลย 555 ถึงจะยังไม่มีอะไรออกมาจากซัมซุงไทย แต่ซัมซุงไทยคงจะปฏิบัติตามประกาศเหมือนกันละนะ

Blog: จอง รอ และ เลื่อน ของ Samsung Galaxy Note 7 [ S-eStore.Com ]

ไม่เคยคิดว่าการมาจองซื้อโทรศัพท์สักเครื่องจะยุ่งยาก และมีอุปสรรค์เยอะอะไรขนาดนี้ ถ้าจะเล่าคงจะต้องเริ่มเล่ามาตั้งแต่จองเครื่องเลยแล้วกัน

ตั้งแต่ Samsung Galaxy Note 7 ประกาศเปิดตัวที่ New York ไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และทาง Samsung ไทย, ค่ายมือถือ และเว็บร้านค้าออนไลน์อีกหลายเว็บ ประกาศจองเครื่องรอบแรกในวันที่ 5 – 14 สิงหาคม 2559 และรับเครื่องได้วันที่ 19 สิงหาคม 2559 โดยมีโปรโมชั่น ผู้ที่จองเครื่องจะได้รับ

  • รับส่วนลดทันที 1,000 บาท
  • Backpack battery มูลค่า 2,590 บาท
  • ประกันจอแตกเป็นเวลา 1 ปี โดยกดรับสิทธิ์จากเครื่อง Samsung Galaxy Note 1-5 ใน App Galaxy Gift
  • Wireless Charger (Line Edition) + สายเคเบิ้ล มูลค่า 1,890 บาท (รายการนี้ตามมาทีหลัง สำหรับลูกค้าที่จองเครื่องผ่านบริการ Online)

ในการจองครั้งนี้ด้วย เราก็เลยเลือกจองกับทาง S-eStore เพราะเห็นว่าเป็นร้านค้า Online ของ Samsung ในไทยโดยตรง คิดว่าน่าจะเชื่อมั่น และไว้วางใจได้มากที่สุด (ซึ่งเป็นการคิดผิดอย่างมาก) จองวันแรกที่เปิดจองเลย วันที่ 5 สิงหาคม 2559 จองตอนเที่ยงๆ ปัญหาแรกก็มาเลย สีเครื่องที่เหมือนทาง Samsung บอกว่าจองได้จะมี 3 สี สีดำ สีทอง สีเงิน แต่ในหน้าเว็บกลับมีให้เลือกแค่ สีดำ กับ สีทอง (มีแค่ 2 สี เหมือนกันทุกที่ที่เปิดรับจอง) มันเลือกการจ่ายเงินแบบแบ่งชำระไม่ได้ หรือว่าเราไม่เห็นเองก็ไม่รู้ เพราะเข้าจองแบบเป็นบุคคลทั่วไป ไม่ได้เป็นสมาชิกเว็บ ก็เลยเลือกรูดบัตรจ่ายเต็มไป ก็เป็นเสร็จสิ้นการจอง มี e-mail ตอบกลับมาเรียบร้อย (ตอนหลังมันคาใจเลยลองทำการสั่งซื้อเข้าไปเพื่อดู การชำระเงินแบบแบ่งชำระ มันก็มีให้กดเลือกบริษัทบัตรเครดิตด้านล่าง แต่คิดว่าตอนที่ทำการจองไปตอนแรกมันไม่มีให้เลือกบริษัทพวกนี้นะ)

ระหว่างนี้ก็รอเครื่องอย่างมีความสุข แต่ก็มีความสุขได้ไม่นานหรอก หลังจากจองไป 2 – 3 วัน ก็เริ่มมีข่าวเกี่ยวกับเลื่อนส่งมอบเครื่องในกลุ่ม Note 7 ใน Facebook แล้ว และทาง Samsung ก็ประกาศเลื่อนจริงๆ

วันที่ 11 สิงหาคม 2559 

  • Samsung ไทย ประกาศ “การเลื่อนกำหนดรับ Samsung Galaxy Note 7” จากเดิม วันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2559 เป็น วันที่ 2 – 4 กันยายน 2559 โดยยังสามารถทำการจองได้จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2559

เรียกว่าจองเครื่องครั้งแรกก็โดนเลื่อนรับเครื่องเลย เลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่ไม่กี่วันนะ เลื่อนเป็น 2 อาทิตย์เลย จากวันที่ประกาศรวมๆ 3 อาทิตย์ ก็ทำให้โมโหได้เหมือนกัน ติดตามข่าวมาประมาณว่า Note 7 มีกระแสตอบรับดีมาก ก็เรียกว่าขายดีทำให้ผลิตไม่ทัน เลยต้องเอาเครื่องที่มีอยู่ทุ่มไปกับตลาดที่มีความต้องการสูงและขายยาก อย่างฝั่ง ยุุโรป – อเมริกา และเอเชียเด่นๆ ก่อน และก็เร่งการผลิตอยู่ในตอนนี้ อืมๆ ยังไงก็ต้องรอทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว บัตรเครดิตก็ตัดยอดไปหมดแล้ว ถ้าทำเรื่องคืนเงินก็ใช้เวลาเป็นเดือนอยู่ดี ก็เลยรอต่อไป

วันที่ 17 สิงหาคม 2559

  • Samsung ไทย เปิดตัว Samsung Galaxy Note 7 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

ติดตามดูถ่ายทอดสดเปิดตัวจากกลุ่ม Note 7 ใน Facebook ภายในงานมีการพูดแนะนำตัว Note 7 เหมือนกับที่เปิดตัวใน New York นั่นแหละวีดีโออะไรก็เหมือนๆ กัน มีตลกตรงเอาดารามายืนถามประสบการณ์การใช้ ตลกดีเหมือนไม่ได้เตี๊ยมกันมา หลังจากนั้นมีให้ผู้ร่วมงานทดลองเล่นเครื่อง Note 7 มีมาให้ลองถึง 3 สีเลย

ระหว่างรอรับเครื่องที่เลื่อนออกไปก็ตามข่าวในกลุ่มบ้าง ดูรีวิวของเมืองนอกบ้าง และก็มีข่าว Note 7 ระเบิดตอนชาร์จแบต ข่าวนี้รู้สึกว่าจะเกิดที่จีนที่เห็นเป็นข่าวแรกที่ใช้ตัวแปลง USB C กับสายไม่มียี่ห้อ ก็ไม่ได้คิดอะไรเห็นระเบิดเป็นครั้งคราวอยู่แล้วสำหรับโทรศัพท์ในปัจจุบัน

Facebook ในกลุ่ม Note 7 ก็เริ่มมีคนพูดถึงเครื่องที่เอามาขายในไทยจะมีโลโก้ Duos ด้านหลัง และก็เป็นเรื่องอยู่สัก 2 – 3 วัน จนมีข่าวที่ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กไปเลย

วันที่ 31 สิงหาคม 2559

ช่วงอาทิตย์สุดท้ายไม่แน่ใจว่าวันไหน (วันที่ 31 สิงหาคม 2559) มีเหตุการณ์ผู้ที่จองเครื่องกับ Wemall ได้รับเครื่องกันแล้ว ซึ่งยังไม่ถึงกำหนดรับเครื่องเลย ก็มาโพสแจ้งกันในกลุ่ม ก็เป็นเหตุการณ์ที่วุ่นวายป่วงกันทั้งกลุ่มเลย ทำไมที่ Wemall ได้แล้ว แต่ที่อื่นยังไม่ได้ Admin ใน Page Samsung Mobile Thailand ตอบมาว่าเป็นความผิดพลาดของระบบการขนส่งบางประกาศทำให้จัดส่งไปก่อนวันที่ 2 กันยายน

ใกล้วันที่ 2 กันยายน ที่เป็นวันรับมอบเครื่อง (วันที่ 31 สิงหาคม 2559) เริ่มมีข้อความ SMS เข้ามาแจ้งการขนส่ง สำหรับคนที่จองทาง Online บ้างแล้ว คนที่จองกับค่ายมือถือต่างๆ ก็ทยอยมีข้อความแจ้งว่าเครื่องมาถึงแล้ว ให้มาติดต่อรับเครื่องกันบ้างแล้ว สมาชิกแต่ละคนก็โพสอวดกันในกลุ่มอย่างสนุกสนาน ส่วนตัวเราเองไม่มีอะไรจะโพสเพราะ “เงียบมาก” ไม่มีอะไรแจ้งเตือนทั้งนั้น ทั้ง e-mail ทั้ง ข้อความ SMS ในโทรศัพท์ ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเราจะได้รับเครื่องมาเลย หึ หึ หึ เราก็นั่งอ่านโพส ร่วมยินดีกับคนอื่นต่อไป จนมาสะกิดที่ข้อความนึงเข้ามาโพสใต้โพสของสมาชิกท่านนึง ประมาณว่า “แน่ใจเหรอว่าจะไม่มีการเลื่อนอีก” แล้วก็หัวเราะ แต่ตอนนั้นยังไม่คิดอะไรก็เลื่อนผ่านๆ ไป จนวันรุ่งขึ้นเท่านั้นแหละเรื่องเดิมๆ ก็กลับมาอีกครั้ง

ตอนห้าโมงเย็น (วันที่ 31 สิงหาคม 2559) มีข้อความแจ้ง Code ของ Galaxy Gift เพื่อเอาไว้กรอกรรับสิทธิ์ประกันจอแตก 1 ปี เข้ามา ก็คิดว่าออเดอร์ของเรากำลังเข้ากระบวนการจัดส่งแล้วมั้ง แต่ไม่มี SMS อะไรเข้ามาอีกเลย ไม่มีจาก Samsung จาก aCommerce (บริษัทที่ดูแล S-eStore) เลย

วันที่ 1 กันยายน 2559

ทนความเงียบของ S-eStore ไม่ไหวเลยลองโทรไปที่ Call Center ดูว่าจะได้คุยกับพนักงานไหม โชคดีมาก รอไม่นานพนักงานรับสาย (นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้คุยกับพนักงาน Call Center  S-eStore เพราะโทรไปไม่เคยมีคนรับเลย อยากรู้ก็ลองโทรเล่นๆ ดูนะ) ถามพนักงานว่าคนที่จองทางในเว็บจะจัดส่งให้วันไหน เพราะไม่เห็นมีข้อความอะไรแจ้ง พนักงานก็ตอบกลับมาว่า “จัดส่งช่วงระหว่างวันที่ 2 – 4 กันยายน นี้คะ คอยรับโทรศัพท์จากพนักงานส่งของนะค๊ะ , ถามต่อแล้วส่งโดยบริษัทอะไร พนักงานเงียบไปพักนึง เราเลยช่วยพูดไปว่าใช้บริษัทขนส่งภายนอกด้วยใช่ไหม พนักงานถึงตอบกลับมาว่า “ใช่คะ” แค่นั้นก็วางสายไป ช่วงบ่ายๆ เริ่มมีคนได้รับโทรศัพท์จากค่ายมือถือที่ได้ทำการจองเครื่อง Note 7 ไว้ โทรมาแจ้งเลื่อนรับเครื่อง ก็มีคนเอาไปถาม Admin Samsung Mobile Thailand ว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ทางเพจก็ตอบมาประโยคเดียวว่า “รายละเอียดการรับเครื่อง Note 7 ทางเราจะมีการแถลงการณ์เย็นนี้ครับผม” แถลงการอีกแล้ว ไม่อยากจะคิดเลยแถลงการอะไรอีก

ประมาณ 17.00 น. มีสมาชิกในกลุ่มโทรไปถาม Call Center S-eStore ว่ากำหนดการจัดส่งยังคงเป็นวันที่ 2 – 4 กันยายน 2559 อยู่เหมือนเดิม (มันอัพเดทอะไรบ้างไหมเนี่ย)

ประมาณ 18.00 น. มีภาพประกาศของ Samsung ไทย หลุดออกมาจากสมาชิกในกลุ่มท่านหนึ่งก่อนเวลา ทำให้มานั่งขบคิดกันต่อ

ประมาณ 18.44 น. Samsung ไทย ประกาศ “ชี้แจงการรับสินค้า Samsung Galaxy Note 7” ขอเลื่อนกำหนดรับสินค้าากวันที่ 2 – 4 กันยายน 2559 ออกไป และจะแจ้งกำหนดการรับใหม่โดยเร็วที่สุด ซึ่งก็คือเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดนั่นเอง การเยียวยา – ชดเชย ในครั้งนี้ทาง Samsung ไทย เสนอมาคือ

  • รับส่วนลดเพิ่มเป็น 2,000 บาท จากเดิม 1,000 บาท
  • รับชุด Galaxy Note 7 Value Pace มูลค่า 3,190 บาท แทนแท่นชาร์จไร้สาย Stand Wireless Charger (Line edition) มูลค่า 1,890 บาท แต่ยังได้ Backpack batter มูลค่า 2,590 บาท กับประกันจอแตก เหมือนเดิม
  • ส่วนคนที่ต้องการยกเลิก สามารถรับคืนเงินมัดจำ และรับ Voucher เงินสด มูลค่า 2,000 บาท (จะได้รับภายใน 30 กันยายน 2559)

นั่นไง เอาแล้ว แค่มีโทรศัพท์จากค่ายมือถือที่จองเอาไว้มาเลื่อนรับเครื่อง กลุ่ม Note 7 ใน Facebook ก็จะระเบิดอยู่แล้ว นี่มีประกาศออกมาก็เหมือนจะทำให้ในกลุ่ม Note 7 สงบลงได้บ้าง ตัวเราเองไม่ได้โวยวายอะไรในกลุ่ม แค่คอยอ่านข้อมูล ดูความเคลื่อนไหวเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมันพูดไม่ออกไง มันมึนๆ เหมือนเรากำลังจะหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ซื้อมาเมื่อกี้แล้วมีคนวิ่งเข้ามาเอาไม้ตีหัวเราแย่งโทรศัพท์เราไปอย่างไง อย่างงั้นเลย

ประมาณ 21.25 น. ก็มี SMS จาก “Galaxy Gift” แจ้งถึงการเลื่อนรับเครื่องไปอย่างไม่มีกำหนด ตอกย้ำถึง 2 ข้อความซ้อน

วันที่ 2 กันยายน 2559

ในกลุ่มมีคนโพสแจ้งมาว่าได้รับเครื่องที่จองผ่าน S-eStore มาบ้างแล้ว แอบเห็นหมายเลขออเดอร์ หมายเลขออเดอร์ของเราลำดับก่อนของเขานี่ ทำไมเค้าได้ก่อนเราแถมมี SMS แจ้งว่ากำลังจัดส่งมาด้วย งงสิ มาตรฐานของ S-eStore นี่เป็นยังไงนะ

ประมาณ 20.00 น. Samsung ไทย ประกาศ “คำแถลงการณ์เกี่ยวกับกรณีการเลื่อนกำหนดการรับเครื่อง Samsung Galaxy Note 7” ซึ่งเป็นการแปลคำแถลงข่าวจากเว็บใหญ่ของ Samsung

วันที่ 3 กันยายน 2559

คนที่ได้รับเครื่องมาจากความผิดพลาดในการส่งของเริ่มมีปัญหากับตัวเครื่องกันแล้ว เป็นปัญหาเกี่ยวกับการค้างของระบบ และรีบู๊ตตัวเองหลายๆ ครั้ง เหมือนกับที่ต่างประเทศเคยรายงานปัญหานี้มาก่อนแล้ว

มีรายงานจากสมาชิกในกลุ่ม Note7 ที่จองจาก S-estore แล้วได้รับเครื่องก่อน ว่าบริษัทขนส่งจะมารับสินค้าคืน เนื่องจากเป็นคำสั่งจากทาง Samsung เรียกสินค้าคืน โดยของแถมที่ได้รับก็ต้องคืนกลับไปด้วย

วันที่ 5 กันยายน 2559

ประมาณ 11.45 น. Facebook เพจของ S-eStore ประกาศ “แนวทางดูแลลูกค้า Pre-Booking Samsung Galaxy Note7” โดยใช้ผู้ที่จะยืนยันการจอง – ยกเลิกการจอง เข้าไปกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์ม เพื่อรับสิทธิ์ชดเชยทั้งในกรณีรับส่วนลด และของแถมเพิ่ม สำหรับผู้ที่ยืนยันการรอสินค้า และการรับชดเชยแบบคูปอง 2,000 บาท และรับเงินมัดจำคืน สำหรับผู้ที่ยกเลิกการจอง โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 8 กันยายน 2559 นี้

  • การชดเชยกรณีที่ยืนยันรอรับสินค้า ที่ได้รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท จะทำการโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ได้ให้ระบุเอาไว้ในแบบฟอร์ม โดยจะโอนให้ภายใน 3 สัปดาห์ หลังจากรับสินค้าแล้ว .. นี่แหละปัญหา ได้ส่วนลดแต่ก็ไม่รู้จะได้เมื่อไหร เพราะเครื่องก็ไม่รู้จะได้เมื่อไหร
  • การชดเชยกรณีที่ขอยกเลิกการจอง จะได้รับเงินมัดจำคืนจากร้านที่จองไว้ และ รับ Voucher เงินสด 2,000 บาท ภายใน 30 กันยายน 2559

พอเห็นโพสก็ดีใจนิดนึงที่ว่า S-eStore มีความเคลื่อนไหวบ้างแล้ว ถึงจะแค่นิดหน่อยก็ตาม ก็เข้าไปกรอกรายละเอียด เลือก “ยืนยันรอรับสินค้า” เพราะถึงอยากจะยกเลิก ไม่รู้ว่าจะต้องรอนานแค่ไหนถึงจะได้เครื่อง แต่ก็ไม่มีโทรศัพท์รุ่นไหนที่อยากได้และตอบโจทย์เราได้เท่า Note7 เลย ก็เลยเลือกที่จะรอ

วันที่ 6 กันยายน 2559

ประมาณ 10.18 น. ได้รับ e-mail จาก S-eStore <no-reply@s-estore.com> ให้กรอกข้อมูลแจ้งความประสงค์ยืนยัน หรือยกเลิก

ประมาณ 12.15 น. มี SMS จาก Galaxy Gift แจ้งให้ลูกค้าที่สั่งจองผ่าน S-eStore กับ ShopAt7 กรอกข้อมูลยืนยัน หรือยกเลิก

เห็นได้ว่ามีความเคลื่อนไหวจาก S-eStore บ้าง ทีตอนจองแล้วเลื่อนนี่ไม่มีข่าวคราวเงียบหาย พอมีปัญหาส่งข้อความรัวๆ เลย

ประมาณ 20.35 น. Facebook Samsung Mobile Thailand ได้ลงประกาศ “การขอใช้สิทธิ์ยกเลิกการสั่งจองล่วงหน้า Samsung Galaxy Note7” ซึ่งก็เป็นอันเดียวกับที่ประกาศแจ้งทางหน้า Facebook S-eStore

มีคำตอบจาก Admin Samsung Mobile Thailand ตอบคำถามเอาไว้น่าสนใจดีทีเดียว เหมือนจะทำให้รู้ว่าเครื่องที่เรากำลังจะได้รับเป็นเครื่องเก่าที่รอส่งมอบเมื่อวันที่ 2 กันยา หรือเป็นเครื่องใหม่จากโรงงานผลิต

วันที่ 7 กันยายน 2559

วันนี้มีความเคลื่อนไหวเล็กๆ จากสมาชิกใน คลับ Note7 ใน Facebook แจ้งมาว่า “ทาง Samsung ไทย กำลังทยอยเรียกเครื่องที่อยู่ตามร้านรอส่งมอบทั่วประเทศกลับไปตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์นี้”

อ่านแล้วเกือบจะดีใจ แต่เพิ่งจะทยอยเรียกกลับไปตรวจเหรอ นึกว่าเรียกกลับไปตรวจได้หมดแล้วซะอีก สรุปแล้วกว่าจะได้เครื่องที่สมบูรณ์คงจะอีกนาน

วันที่ 8 กันยายน 2559 

วันนี้มีกรณีที่ได้จองเครื่องกับทาง Lazada แล้วโดนยกเลิกออเดอร์ และทำเรื่องคืนเงินให้เอง โดยมีเหตผลประมาณว่า (กระทู้ต้นเรื่อง)

ความคิดเห็นที่ 3-1: หลังจากโทรไปถามมาครับ ทาง Lazada แจ้งว่าทาง Samsung บอกว่าไม่มีกำหนดส่งของ ทาง Lazada จึงทำการ Refund เงินคืน และให้คูปองมา 1,000 บาท ส่วนของแถมที่ทาง Samsung ให้ทางตอน Pre Booking และให้เพิ่มเติมเป็น Value Pack ฯ  Lazada บอกว่าจะไม่ได้ในส่วนนี้ ให้ลูกค้าติดต่อกับทาง Samsung เอาเองครับ สรุปแล้วยังไงครับ Samsung

เหมือนกรณีนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับคนที่จองเครื่องจากค่าย AIS แล้วเมื่อประมาณวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา มีสมาชิกในเพจแจ้งว่ามี เจ้าหน้าที่จาก AIS โทรมาให้ยกเลิกการจองเครื่อง Note7  (กระทู้ต้นเรื่อง) ซึ่งคำตอบก็น่าจะเคลียร์แล้วในกระทู้ครับ

วันที่ 9 กันยายน 2559

มีความเคลื่อนไหวมาอีกนิด มาจากเว็บPantip มีคนตั้งกระทู้ถาม Samsung ที่ส่งมอบล่าช้า และ Samsung ประจำเว็บได้มาตอบ ประมาณว่ากำลังหาบริษัทผลิตแบตเพิ่ม สำหรับการผลิตเครื่อง Note7 ใหม่ทั้งหมดอยู่ (กระทู้ต้นเรื่อง) ซึ่งก็แปลว่ามันต้องใช้เวลาอีกนานแน่ๆ ไอ้ที่ว่าผลิตใหม่ทั้งหมดเนี่ย ทั้งหมดที่สั่งจองในไทย หรือว่าทั้งหมดที่จะขายทั่วโลก จะใช้เวลาอีกเท่าไหร่ เป็นเดือนเหรอ?

วันที่ 10 กันยายน 2559

มีคำแถลงการณ์จาก Samsung Global เรื่องให้นำเครื่อง Note7 ที่ซื้อไปแล้วมาเปลี่ยนทันที โดย Samsung ไทย ได้แปลงและเพิ่มแถลงการณ์เกี่ยวกับเครื่องที่จะจำหน่ายในไทยลงไปในท้ายแถลงการด้วย โดยระบุถึงเครื่องที่จะขายในไทยจะเป็นเครื่องที่ผลิตใหม่ทั้งหมด และคนที่จองเครื่องจะได้ก่อนวางจำหน่ายทั่วประเทศแน่นอน แต่ก็ไม่ระบุช่วงเวลาแค่ปล่อยให้รอไปเรื่อยๆ

วันที่ 17 กันยายน 2559

วันนี้มีแถลงการออกมาอีก 1 ฉบับ เป็นเรื่องการส่งเครื่องเก่ากับไปยังเกาหลี และยืนยันเครื่องที่จะนำเข้ามาจำหน่ายจะเป็นเครื่องที่ผลิตใหม่ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ได้ทราบมาก่อนหน้านี้แล้วในข่าวตามเว็บไซต์ต่างๆ

จากแถลงการวันนี้ก็ยังไม่มีกำหนดการส่งมอบเครื่องจากทาง Samsung เลย เลยทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทาง Samsung กำลังยื้อเวลาจนได้เครื่องมาส่งมอบซึ่งน่าจะหลายอาทิตย์ หรือเป็นเดือน คนที่โดนผลกระทบที่สุดคงจะเป็นคนที่สั่งจองเครื่องนั่นแหละ เพราะจองก็ต้องหวังจะได้เครื่องก่อนคนอื่น ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาเรื่องแบตระเบิดมาคนจองก็รอต่อ เพราะคิดว่าคงไม่มีปัญหา และคงไม่ได้ใช้เวลานานจึงเลือกยืนยันรอต่อทั้งๆ ที่ทาง Samsung ไม่ได้แจ้งกำหนดเวลาในประกาศเมื่อวันที่ 1 กันยายน หลังจากนั้นก็มีแถลงการณ์จาก Samsung มาอีกหลายฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับก็ไม่ได้มีความคืบหน้าเรื่องกำหนดเวลาส่งมอบ มีแต่แถลงการณ์เพื่อแจ้งความปลอดภัย แจ้งเรื่องที่ทาง Samsung Global แถลงออกมาก่อนแล้วเท่านั้น

ก็อยากให้ Samsung แจ้งลูกค้าที่จองไปตรงๆ เลยว่าทราบระยะเวลาส่งมอบหรือไม่ ไม่ทราบวัน ก็บอกช่วงระยะเวลาเป็นเดือนก็ยังดี เพื่อให้ลูกค้าที่จองทราบ และพิจารณาเอาเอง ว่าจะยืนยันจองต่อเพื่อรอรับเครื่อง หรือยกเลิกการจอง มันเสียเวลา เสียโอกาสมากๆ ที่เอาเงินไปจ่ายให้ความว่างเปล่าที่ไม่มีความชัดเจนแบบนี้  บอกมาเลยไม่ว่าจะนานแค่ไหน คนที่จะรอเค้าก็รอแน่นอน คนที่ไม่อยากรอจะได้ไม่เสียเวลา เสียความรู้สึก

แล้วยิ่งมาออกแถลงการณ์ที่ไม่ได้ชัดเจนกับคนที่จองเครื่องแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ทำให้คิดไปว่าทาง Samsung รู้เวลาที่ได้รับเครื่องมาจำหน่ายอยู่แล้วละ แต่มันเป็นระยะเวลาที่นานมาก เลยไม่กล้าแถลงการณ์บอกลูกค้าตรงๆ เพราะกลัวจะเสียยอดที่จองไป เลยให้ลูกค้าที่จองทำการยืนยันรับเครื่องอีกครั้งเป็นการบังคับตัดสินใจไปในตัว ทั้งๆ ที่ลูกค้าก็ไม่รู้ว่าจะได้เครื่องในเดือนนี้หรือไม่ ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ ก็เหมือนเป็นการทำลายความรู้สึกดีของลูกค้าที่มีกับ Samsung ไปเลยละ

วันที่ 21 กันยายน 2559

มีกระทู้ใน Pantip ตั้งสอบถามเรื่องจะยกเลิกการจองเครื่อง Note7 ที่สั่งจาก S-eStore และได้มีความคิดเห็นของผู้ที่ประสบชะตากรรมการสั่งคจองเครื่อง Note7 มาร่วมแสดงความคิดเห็นและโหวตกระทู้ขึ้นเป็นกระทู้แนะนำในห้องมาบุญครอง (กระทู้ต้นเรื่อง) เข้าไปดูในเพจของ Samsung Mobile Thailand มีคนส่งกระทู้นี้ไปให้แอดมินเพจรับทราบด้วย

วันที่ 22 กันยายน 2559

ทาง Samsung ไทย ได้ออกแถลงการณ์เรื่องการส่งมอบเครื่องแล้ว น่าจะได้รับแรงกดดันจากคนที่จองเอาไว้มาก ทั้งทาง Facebook Page ทั้งทาง Pantip และจาก สคบ. (มีคนที่จองเครื่องไว้ได้แจ้งไป) โดยกำหนดที่จะส่งมอบคือ ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 พร้อมมอบหูฟังไร้สาย Samsung Level Active มูลค่า 2,990 บาท ให้อีก 1 อัน และที่สำคัญเครื่องล็อตใหม่จะไม่มีโลโก้ DUOS ที่ด้านหลังเครื่องแล้ว

ไม่มีอะไรมากไปกว่าที่ได้ทราบกำหนดการส่งมอบเครื่องสักที มันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ลูกค้าสั่งจองเครื่องทุกคนต้องการ ถึงมันจะอีกนานแค่ไหน ก็จะได้มีกำหนดการรอคอยให้มันสิ้นสุดลง ความสงสัยก็ยังมีอยู่ถ้า Samsung ไทยไม่ได้ถูกกดดันขนาดนี้จะมาบอกกำหนดการที่มีเวลายาวนานแบบนี้ไหม จากที่คิดเอาไว้ก็เหมือนจะมีเค้าความเป็นจริงที่ทาง Samsung ไทย ไม่กล้าบอกลูกค้าเพราะกลัวเสียยอดจองไป… และต่อจากนี้คงจะต้องมอง Samsung ไทย ใหม่โดยที่ความเชื่อมั่นในตัว Samsung ไทยนั้นได้หายไปหมดแล้ว

วันที่ 5 ตุลาคม 2559

มีข่าวจากสื่อดังอย่าง The Verge ได้เสนอข่าวเกิดการลุกไหม้ของ Note7 ล็อตใหม่ที่เปลี่ยนให้กับลูกค้า (Link ข่าว: Replacement Samsung Galaxy Note 7 phone catches fire on Southwest plane ) ซึ่งเป็นข่าวที่ Note7 เครื่องรุ่นที่เอาไปเปลี่ยนเป็นรุ่นปลอดภัยเกิดควันขึ้น และลุกไหม้บนเครื่องบิน ก่อนเครื่องจะขึ้น เป็นข่าวแรกๆ ของการเกิดลุกใหม้ในเครื่องที่แก้ไขแล้วเลย

วันที่ 7 ตุลาคม 2559

วันนี้มีบางคนที่ได้จองเครื่อง Note7 เอาไว้ ได้รับข้อความขยายเวลาการยกเลิกการจอง จากเดิมสามารถยกเลิกได้ถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2559 นี้ ขยายเวลาไปเป็นวันที่ 31 ตุลาคม 2559 ซึ่งข้อความนี้ไม่ได้รับทุกคนที่จอง ถ้าคนไม่ได้อยู่ในกลุ่ม ในคลับต่างๆ ก็จะไม่ทราบเลยว่ามีการเลื่อนเวลาการยกเลิกจอง ตัวผมเองจองกับ S-eStore ก็ไม่ได้รับข้อความอะไรเช่นกัน ถ้าเผื่อผมใจร้อนไปยกเลิกแล้วละ แล้วเครื่องกำลังจะส่งมอบกลางเดือนนี้ผมก็ซวยไปสิ

การเลื่อนครั้งนี้มองในแง่ดีของซัมซุงไทย น่าจะเกี่ยวกับการระเบิดรอบใหม่ คงต้องการให้ผู้ที่จองได้ติดตามสาเหตุการระเบิดก่อนให้เวลาตัดสินใจเพิ่มว่างั้นเถอะ

มองอีกมุมนึงก็น่าเสียใจคือ ภายในเดือนตุลาคมนี้ จะไม่มีการส่งมอบเครื่อง Note7 ให้กับลูกค้าที่จองเอาไว้อย่างแน่นอน ซัมซุงไทยคงจะถือโอกาสลากยาวไปจนถึงช่วงเวลาที่ตัวเองบอกเผื่อเอาไว้ซึ่งก็คือ 30 พฤศจิกายน 2559 ละมั้ง

วันที่ 8 ตุลาคม 2559

วันนี้ยังมีข่าวการลุกไหม้ของเครื่อง Note7 ล็อตปลอดภัยอยู่ คราวนี้เกิดที่ไต้หวัน เกิดกับผู้หญิงคนนึงขณะเครื่อง Note7 อยู่ในกางเกงยืนของเธอ (Link ข่าว Focus Taiwan, Appledaily.com )

วันที่ 9 ตุลาคม 2559

วันนี้ก็มีข่าวการลุกไหม้ของ Note7 มารัวๆ เลย วันนี้เป็นเครื่อง Note7 เกิดการลุกไหม้ขณะเด็กอายุ 13 ปี กำลังใช้งานเครื่องอยู่  (Link ข่าว kstp.com, The Verge )

ดูเหมือนว่ายังเกิดการลุกไหม้ตัวเองของ Note7 อยู่ แม้จะเป็นเครื่องที่ทาง Samsung บอกว่าปลอดภัยแล้วก็ตาม รึว่านี่จะถึงจุดจบของ Note7 แล้ว ตอนนี้ทาง Samsung ยังไม่ได้ออกมาบอกอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ส่วน Samsung ไทย ก็ยังไม่มีอะไรชี้แจงเพิ่ม กำหนดส่งมอบยังคงอยู่ที่ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 นี้อยู่

วันที่ 10 ตุลาคม 2559

วันนี้ยังมีเหตุ Note7 เกิดไฟลุกขึ้นอีกหลายเคส

สำนักข่าว Yonhap รายงานว่า Samsung หยุดการผลิต Samsung Galaxy Note7 ชั่วคราว (Link ข่าว)

Samsung US ประกาศหยุดจำหน่าย และเปลี่ยนเครื่อง รวมถึงเสนอให้เปลี่ยนเครื่อง Note7 ที่ใช้อยู่เป็นเครื่องรุ่น Galaxy S7 และ S7 Edge แทน (Link ข่าว)

วันที่ 11 ตุลาคม 2559

Samsung Global ได้ประกาศหยุดการจำหน่าย และเปลี่ยนเครื่อง Samsung Galaxy Note7  ทั่วโลกแล้ว แนะนำให้คนที่ใช้อยู่หยุดใช้งาน ทำการปิดเครื่อง และติดต่อศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด (Link ข่าว)

Samsung will ask all carrier and retail partners globally to stop sales and exchanges of the Galaxy Note7 while the investigation is taking place.

ส่วน Samsung ไทย ยังไม่มีประกาศอะไรออกมา ยังคงแจ้งกำหนดการรับเครื่องภายใน 30 พฤศจิกายน 2559 เหมือนเดิม

มีรายงานจาก The Wall Street Journal. ว่าทาง Samsung ที่เกาหลีประกาศหยุดการจำหน่าย Samsung Galaxy Note7 อย่างเป็นทางการแล้ว (Link ข่าว)

 Samsung Electronics Co. said Tuesday that it would permanently discontinue production and sales of its embattled Galaxy Note 7 smartphone, pulling the plug on a premium product whose botched recall has brought headaches to consumers and inflicted damage on the Samsung brand.

18.26 น. ยังไม่มีประกาศอะไรจากเพจ Samsung Mobile Thailand

วันที่ 12 ตุลาคม 2559

Samsung ไทย ได้ประกาศแนวทางปฏิบัติและการชดเชยสำหรับผู้ที่ทำการจองซื้อ Samsung Galaxy Note7 เรียบร้อยแล้ว คร่าวๆ มี 2 แนวทาง คือ

  • ผู้ที่จองสามารถเลือกซื้อเครื่องใหม่แทน Note7 มีรุ่นให้เลือกคือ Samsung Galaxy S7, S7Edge, Note5 ได้ในราคา 10,000 บาท พร้อมรับ หูฟังไร้สาย Samsung Level Active มูลค่า 2,990 บาท
  • สามารถยกเลิกการจอง โดยได้รับชดเชยเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท

จบแล้วนะครับสำหรับ Samsung Galaxy Note7 ที่ได้เปิดจองในประเทศไทย

วันที่ 18 ตุลาคม 2559

ผ่านมาจะครบอาทิตย์แล้วหลังจากประกาศยกเลิกการจำหน่าย Note7 คนที่จองอย่างเราก็รอข่าวจากทางสถานที่ที่เราจองไว้ว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป พวกที่จองกับช็อปซัมซุง หรือเครือข่ายโทรศัพท์ต่างๆ ก็มีโทรศัพท์มา, มี SMS มาแจ้งสิทธิ์การชดเชยจากการจองครั้งนี้กันแล้ว ส่วนของเรา S-eStore ยังคงไม่มีข่าวคราว ไม่มีการประกาศแจ้งสิทธิ์ ไม่มีข้อความ SMS แจ้งคนที่จองอะไรเลย เงียบเหมือนไม่มีบริษัทนี้อยู่ ในเฟสบุ๊คเพจก็มีแต่แชร์ประกาศของ Samsung Mobile Thailand มา และมีตอบคอมเม้นข้อความเดิมๆ ที่ Copy แล้ว  Paste อย่างเดียว มีคนถามถึงเรื่องจะใช้สิทธิ์ได้เมื่อไหร ก็ตอบแค่ว่าตามประกาศให้ใช้สิทธิ์ได้วันที่ 21 ต.ค. – 31 พ.ย. 59 อะไรนะ! ต้องรอตั้งวันที่ 21 ต.ค. เลยเหรอ แล้วถ้าจะใช้สิทธิ์ซื้อเครื่องตามประกาศจะได้รับเครื่องวันไหนละ ที่อื่นๆ ที่เปิดจองเค้าทยอยถามลูกค้าที่จองแล้วว่าจะเลือกเครื่องรุ่นไหน และจะได้รับเครื่องวันที่ 21 ต.ค. นี้ แล้วนี่ร้านของซัมซุงไทยเองแท้ๆ ไม่สำรวจความต้องการล่วงหน้าเหรอ รอให้ไปกรอกบนหน้าเว็บวันที่ 21 ต.ค. เลยเนี่ยนะ แล้วรุ่นที่คนจะเลือกเยอะๆ หมดเนี่ยก็เหมือนกับไปแข่งกันกดซื้อของหน่ะสิ ไม่ได้ใจลูกค้าเลย คนที่จองกับที่อื่นได้รับเครื่องกันแล้ว เหลือพวกที่จองกับเว็บของซัมซุงไทยเองได้ช้ากว่าคนอื่นซะนี่ คนจองกับ S-eStore ก็หน้าหงายเลยละสิ

ดังนั้นโปรดจำเอาไว้เลยว่าถ้าไม่เดือดร้อนมากมายอะไรจะสั่งจองมือถือใหม่คราวหน้าไปติดต่อ Shop ติดต่อศูนย์เครือข่ายต่างๆ ดีกว่ามาก มองผ่าน S-eStore ไปเลย ไม่ต้องเอาชื่อเว็บนี้มาใส่ใจเพราะมันไม่ได้ดีเหมือนที่ว่าเป็น Online Shop โดยตรงของทาง Samsung ไทย เรียกว่าไม่มีมาตรฐานอะไรเลย ติดต่อ CallCenter แต่ละครั้งถ้าไม่มีบุญจริงก็ไม่ได้คุย รอสาย 10 นาที แล้วตัดสายเฉยๆ ก็มี โดยเฉพาะการแจ้งข่าวสาร ปัญหา หรือแจ้งการใช้สิทธิ์ต่อลูกค้า ที่แทบจะไม่มีมา หรือมีจะได้รับไม่ครบทุกคน เป็นสิ่งที่แย่มากๆ

วันที่ 21 ตุลาคม 2559

วันนี้เป็นวันที่รับลงทะเบียนใช้สิทธิ์ชดเชยการจอง Samsung Galaxy Note7 จาก Samsung ไทย โดยไปติดต่อที่ศูนย์ หรือ ช็อป ที่ได้ทำการจองเอาไว้

สำหรับคนที่จอง Online กับ S-eStore สามารถเข้าไปกรอกข้อมูลใช้สิทธิ์ได้ในเว็บไซต์ แนวทางการดูแลลูกค้า Pre-Booking Samsung Galaxy Note7 ขั้นตอนจะมีตามภาพด้านล่างเลยครับ

เครื่อง Note5 ที่มีมาให้ใช้สิทธิ์นั้นตอนแรกคิดว่าจะมีแค่สีทอง กับ สีเงิน เพราะในหน้าเว็บของ S-eStore เองที่เปิดขายก็มีแค่ 2 สีนี้ แต่วันนี้มี “สีดำ” มาให้เลือกด้วยซะงั้น เคยได้ยินมาว่าสีดำเป็นสีที่มีเฉพาะช่วงเปิดขาย Note5 ใหม่ๆ เท่านั้นและหมดไปนานแล้วแปลกดีเหมือนกัน ใครที่จองเอาไว้ก็ไปเลือกใช้สิทธิ์ได้ตามสะดวก ส่วนตัวเลือกเอา Note5 สีดำ เพราะมี S7 Edge แล้ว เอา Note5 มาใช้งานปากกาแทน Note7 ระหว่างรอ Note รุ่นต่อไปแล้วกัน

เงินส่วนต่างนั้นถ้าดูในเว็บไม่ได้แจ้งอะไร แต่ในเพจของ S-eStore แอดมินแจ้งว่าจะทำการโอนเงินคืนตามเลขที่บัญชีที่เคยให้แจ้งไปในครั้งก่อน ต้องรอดูอีกที แล้วจะมาแจ้งข้อมูลต่อในโพสนี้

วันที่ 22 ตุลาคม 2559

วันนี้พบว่า S-eStore มี 2 มาตรฐานซะแล้ว สมาชิกที่ได้สั่งจองจาก S-eStore และได้โทรติดต่อไปยัง S-eStore ช่วงหลังจากมีประกาศชดเชยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ติดต่อไปสามารถยืนยันการใช้สิทธิ์ก่อนกำหนดเวลา (วันที่ให้ใช้สิทธิ์คือ 21 ตุลาคม 2559) โดยไม่ต้องไปกรอกข้อมูลในวันที่ 21 ตุลาคม 2559 นี้อีก แถมมีการแจ้งวันที่จะดำเนินการจัดส่งเครื่องในวันที่ 21 ตุลาคม 2559 อีกต่างหาก และได้รับเครื่องที่เลือกรับแทนกันแล้วในวันนี้ แล้วไอ้คนที่ไม่ได้โทรไปถามเรื่องใช้สิทธิ์ก่อนนี่ก็รอต่อไปอีกสิ คือคนที่ไม่โทรก็ไม่ได้เครื่องเร็วในช่วงวันหยุดนี้ แต่คนที่ปฏิบัติใช้สิทธิ์ถูกต้องตามประกาศกลับต้อง “รอ” ใช่รอจัดส่งของอีก 3 – 7 วัน บอกได้คำเดียวว่า “แย่มาก” แล้วอย่าหาว่าทำไมอยากได้เร็วไม่โทรไปขอใช้สิทธิ์ล่วงหน้าละ? คิดว่าไม่โทรเหรอไอ้เบอร์ Call Center หน่ะ โทรสิ โทรหลายครั้ง หลายรอบ กี่ครั้งก็ไม่มีคนรับสาย รอสายเป็นสิบนาที เลยล้มเลิกไป ไม่คิดว่า S-eStore จะทำแบบนี้

วันที่ 26 ตุลาคม 2559

รอลุ้นว่าเครื่องจะส่งมาให้วันไหนตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ยังไม่มา โทรไปหา Call Center ก็แล้วรอสายเป็นครึ่งชั่วโมงก็ไม่ได้คุย ฝากข้อความให้ติดต่อกับบน Facebook Page ตั้งแต่เมื่อวานกว่าจะอ่านก็บ่ายๆ วันนี้ และติดต่อกลับมาเมื่อตอนห้าโมงเย็น แจ้งว่าเครื่อง Samsung Galaxy Note5 สีดำ ที่ได้เลือกเอาไว้ ไม่มีสินค้า เนื่องจากสินค้าขาดตลาด จึงขอเสนอให้เปลี่ยนไปรับ Note5 สีทอง หรือ Samsung Galaxy S7 หรือ S7Edge แทน หืมมม.. เลยถามกลับไปว่า Note5 สีดำ ถ้ารอจะมาตอนไหน ตอบกลับมาว่า “ยังไม่มีกำหนดว่าจะมาวันไหน” คือไม่มาแล้วใช้ไหม ก็เลยเปลี่ยนเอา Note5 สีทอง มาแทน ผมถามต่อว่าจะได้เครื่องวันไหนละ ตอบกลับมาว่า ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ใช่หรือไม่? ตอบมาว่า “ใช่ ไม่เกินวันศุกร์หน้าจะได้เครื่อง” สรุปรอมา 2 วัน ยังไม่ไปถึงไหนเลย ยังไม่ได้จัดส่ง แถมเหมือนจะไม่มีของมาส่งด้วย

คำถามที่สงสัยคือ

  • ระบบกรอกใช้สิทธ์ไม่ได้อิงตามสต็อกเครื่องแต่ละรุ่น แต่ละสี ของ S-eStore เหรอ?
  • มีระบบสต็อกสินค้าหรือไม่?
  • ได้จัดเครื่องให้ตามคิวที่ลงทะเบียนรึเปล่า? (อันนี้ผมลงทะเบียนตอนประมาณ 8 โมงเช้า แสดงว่าเครื่อง Note5 สีดำมีน้อยมาก แล้วทำไมไม่จำกัดการเลือกก่อนลงทะเบียน)
  • ในระหว่างวัน ของวันที่ 21 ต.ค. วันที่ลงทะเบียน ไม่มีการตรวจสอบออเดอร์เหรอว่าใช้สิทธิ์เลือกรุ่น เลือกสีที่ไม่มีสต็อกแล้ว?
  • ทำไมวันนี้ ยังคงให้ใช้สิทธิ์เลือก Note5 สีดำ อยู่บนหน้าเว็บที่ให้กรอกใช้สิทธิ์อยู่? (ในเมื่อแจ้งมาว่าไม่มีกำหนดการนำเข้า)
  • S-eStore มีระบบบริหารจัดการหลังบ้านรึเปล่า?

ปัญหาที่คล้ายกันก็เกิดขึ้นกับรุ่น Galaxy S7Edge สีดำ ที่คนนิยมเลือกกันด้วย มีการติดต่อกลับมาแจ้งว่าสีดำหมด ให้เปลี่ยนสีแทน หรือยังคงต้องการสีดำจะต้องรอเครื่องถึงวันที่ 21 พ.ย. 59 เลย

จะเห็นได้ว่าระบบบริหารจัดการการใช้สิทธิ์ของ S-eStore นี้ไม่มีการบริหารจัดการเลย เพียงแค่ให้กรอกข้อมูลไปเรื่อยๆ แล้วค่อยโทรกลับมาแจ้งปัญหากับลูกค้าทีละคน ทีละคน เป็นระบบที่มีประสิทธิ์ภาพประเภทไหนกัน ผู้อ่านที่ได้มาอ่านข้อมูลในครั้งนี้คงจะมีข้อมูลในการตัดสินใจที่จะเลือกใช้บริการกับ S-eStore หรือไม่แล้วนะ

วันที่ 27 ตุลาคม 2559

มีการติดต่อมาจาก S-eStore อีกครั้ง โดยมาแจ้งเรื่องเดิม คือ Note5 สีดำหมด และให้เปลี่ยนเป็นสีทอง คือทาง S-eStore ไม่ได้มีการบันทึกรายการติดต่อลูกค้าแต่ละออเดอร์ไว้เหรอ ถึงได้ทำงานซ้ำซ้อนกันแบบนี้ พออธิบายว่าได้แจ้งเปลี่ยนสีเครื่องไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก็เลยถามกลับไปว่าออเดอร์ของผมนี่ไปถึงไหนแล้ว พนักงานหายไปสักพักก็กลับมาบอกว่า ออเดอร์นี้อยู่ในรายการที่จัดส่งเมื่อวานนี้แล้ว คือน่าจะเตรียมการจัดส่งแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ แล้วก็วางสายไป

วันที่ 28 ตุลาคม 2559

S-eStore ติดต่อกลับมาอีกครั้งคราวนี้เป็นการติดต่อโดยแอดมินจากเฟสบุ๊คแจ้งให้ติดต่อกลับมาที่เรา ซึ่งเราได้ถามความคืบหน้าของออเดอร์ไปทางเพจ เลยถามไปว่าออเดอร์เราเนี่ยส่งไปถึงไหนแล้ว อยากทราบสถานะ เจ้าหน้าที่รับเรื่องเอาไว้ แล้วจะติดต่อกลับมาอีกครั้ง

20 นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาแจ้งว่าออเดอร์อยู่ในกระบวนการจัดส่งแล้ว เลยถามกลับว่ากระบวนการจัดส่งนี่ได้จัดส่งหรือยัง พนักงานตอบกลับมาว่ายัง เป็นกระบวนการแพ็คของสำหรับจัดส่งอะไรแบบนี้ ไหนเมื่อวานบอกว่าดำเนินการไปแล้วไง เจ้าหน้าที่ก็ตอบไม่ได้ ถามกลับไปอีกว่าทาง S-eStore ไม่มีระบบแจ้งลูกค้าทางเมล์เมื่อสินค้าได้ถูกจัดส่งแล้วเหมือนร้านค้าออนไลน์อื่นๆ เหรอ? เจ้าหน้าที่ตอบกลับมาว่า ไม่มี จะให้รออีกกี่วันก็ตอบแค่ จัดส่ง 3-7 วันทำการ แล้วก็สิ้นสุดการคุย

นี่จะให้นับวันรอ 7 วันใหม่ทุกครั้งที่ติดต่อไปรึไง แล้วสรุปออเดอร์ก็ยังไม่ได้จัดส่งอีก

มีข้อมูลในเฟสบุ๊คเพจเห็นว่าแอดมินของเพจ S-eStore หรือ Samsung Mobile Thailand ไม่รู้แจ้งข้อมูลมาว่าออเดอร์ของพวกเขาจะถูกจัดส่งวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 นี้ หลายๆ คนก็ได้แจ้งข้อมูลเดียวกันนี้เช่นกัน

ถ้าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง มันน่าข้องใจที่ทาง S-eStore จะจัดส่งวันที่ 4 พ.ย. ไม่มีของ หรืออะไร ทำไมต้องใช้เวลาอีกเป็นอาทิตย์กว่าจะจัดส่งให้ลูกค้า ซึ่งได้จ่ายเงินให้แล้ว ในทางกลับกันถ้าเห็นความสำคัญของลูกค้าน่าจะเร่งดำเนินการจัดส่งให้ถึงมือโดยเร็วที่สุดไม่ใช่รึอย่างไร

วันที่ 31 ตุลาคม 2559

ได้สอบถามสถานะของการจัดส่งไปทางเพจของ S-eStore  และได้รับการตอบกลับมาว่า

จากที่ผมดู ออเดอร์ลูกค้ารอระบุรอบอยู่ครับ
เนื่องจากมาการแจ้งเปลี่ยนสีเข้ามาครับ
ถ้าหากทราบวันที่จัดส่งจะแจ้งให้ทราบครับ

“รอ” ยังต้องรออะไรอีก และไอ้ที่ว่าแจ้งเปลี่ยนสีเข้าไปเนี่ย คุณนั่นแหละเป็นคนมา(เชิงบังคับ)ให้เปลี่ยนสี เราไม่ได้เป็นคนขอเปลี่ยนสีเข้าไป ทาง S-eStore จะใช้คำว่ามีการแจ้งเปลี่ยนสีเลยทำให้ออเดอร์ต้องอยู่ในสถานะรอจัดส่งไม่ได้นะ

ระหว่างนี้ยังคงสอบถามและบ่นไปยังเพจ S-eStore เป็นระยะ แต่ก็ไม่มีการอ่าน หรือตอบกลับแต่อย่างใด

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559

แอดมินเพจ S-eStore ตอบกลับมาแล้วครับ แจ้งว่าออเดอร์จะถูกจัดส่งวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 นี้ โดยต่างจังหวัดจะใช้เวลาส่งประมาณ 2 วันทำการ

มีใครสงสัยเหมือนกันไหมว่าทำไมถึงไม่ส่งทุกวัน ทุก 2 วันก็ยังดี เอาไปส่งวันที่ 4 พ.ย. ซึ่งหลายๆ คนก็ได้รับแจ้งว่าจะจัดส่งวันที่ 4 นี้ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ส่งทีเดียวเยอะๆ ประหยัดกว่าเหรอ? คิดว่าน่าจะเป็นออเดอร์ที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนสีเครื่องกันส่วนมาก แล้วทำไมถึงใช้เวลาดำเนินการหาเครื่องหรือไงนานขนาดนี้

ไม่มีอะไรที่จะพูดให้รู้สึกดีขึ้นได้เลยตอนนี้ การบริการของ S-eStore นั้นแย่มากๆ

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559

วันนี้เป็นวันที่ทาง S-eStore จะดำเนินการจัดส่งเครื่องโทรศัพท์ที่ลูกค้าเลือกใช้สิทธิ์ซื้อราคาพิเศษไว้ แต่มีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ช่วงบ่ายๆ ได้ลองส่งข้อความไปยังเพจ S-eStore ขอหมายเลข Tracking ของพัสดุที่จัดส่ง ในใจคิดว่าแค่ขอเล่นๆ ไม่คิดว่าจะได้จริง แต่ทางแอดมินได้ส่งหมายเลข Tracking มาให้ เป็นหมายเลขของทางขนส่ง Kerry ลองเอาหมายเลขไปเช็คสถานะดูขึ้นว่าส่งออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ วันนี้นั้นถึงศูนย์กระจายพัสดุที่โคราชแล้ว เลยติดต่อไปยังศูนย์ Kerry ที่โคราช เจ้าหน้าที่แจ้งว่าพัสดุอยู่บนรถสำหรับจัดส่งแล้ว จะดำเนินการจัดส่งให้วันนี้ รอรับโทรศัพท์จากคนส่งของที่จะโทรสอบถามด้วย และตอนบ่ายสาม ก็มีเจ้าหน้าที่โทรมาสอบถามที่อยู่ และก็ได้พัสดุวันนี้พอดี เป็นครั้งแรกที่แปลกใจกับ S-eStore ที่ดำเนินการจัดส่งก่อนวันที่แจ้ง เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้วเมื่อมีของพร้อมที่จะจัดส่ง สรุปว่ารอเครื่องหลังจากกรอกใช้สิทธิ์ไปราวๆ 2 อาทิตย์ ถ้านับแค่วันทำการก็ 9 วัน ซึ่งไม่อยู่ในช่วง 3-7 วันหลังกรอกข้อมูลใช้สิทธิ์ตามที่ประกาศแจ้งนะ

เครื่องที่ได้มาเป็นเครื่องล็อตใหม่เอี่ยม ล็อต “2016.10.19” เพิ่งผลิตก่อนวันที่จะให้ลงทะเบียนในวันที่ 21 ต.ค. 59 แค่ 2 วัน สายการผลิต Note5 นี่ยังมีผลิตอยู่เหรอเนี่ย หรือว่าผลิตเป็นกรณีพิเศษก็ไม่อาจจะรู้ได้ เพียงแต่เสียดาย Note5 เครื่องสีดำ ที่อยากได้มากกว่า แต่ได้มาเป็นสีทองแทนเสียใจนิดหน่อยนะเนี่ย ยิ่งรู้ว่าเป็นเครื่องผลิตใหม่ๆ แต่ทำไมไม่มีกำหนดของเข้ามาใหม่ละ เสียดายเครื่องสีดำจริงๆ

ต่อจากนี้ก็ยังมีการรอคอยต่อ ต่อไปก็รอยอดเงินส่วนต่างที่ได้จ่ายไปแล้วคืนเข้าบัญชีธนาคาร ซึ่งได้ระบุจากครั้งก่อนๆ ว่า หลังจากได้รับเครื่องแล้วประมาณ 14 วัน และ รอหูฟังที่จะเริ่มจัดส่งวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 นี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559

วันนี้มีเจ้าหน้าที่ของ S-eStore ติดต่อมาขอสำเนาบัตรประชาชน กับสมุดบัญชีธนาคารอีกครั้ง เนื่องจากได้รับแจ้งมาจากอีกส่วนว่าได้รับเอกสารไม่ครบ ก็ถามกลับไปว่าเอกสารที่เคยส่งเข้าไปยืนยันใช้ไม่ได้เหรอ? เจ้าหน้าที่ตอบมาว่าใช้ไม่ได้ เพราะไม่ได้ระบุว่า “ขอรับเงินค่าส่วนต่าง”. แล้วทำไมเพิ่งมาขอตอนนี้ ตอบมาว่าได้รับแจ้งจากอีกส่วนงานเลยติดต่อมา โดยให้ส่งเอกสารทั้งหมดไปยัง e-mail ที่จะส่ง SMS มาให้ โดยใช้เวลาคืนเงินประมาณ 7 วันทำการ

ยืดออกไปอีกกับการรับเงินคืน รู้ว่าหน่วยงานตัวเองเรื่องมากขนาดนี้แล้วทำไมไม่ขอเอกสารที่ระบุอะไรที่ต้องการให้ครบตั้งแต่วันที่เปิดให้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ก็ไม่รู้ มีปัญหามาให้ตลอดๆ

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559

วันนี้ยอดเงินคืน 17,900.00 บาท ได้คืนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เวลาการคืนเงินหลังจากได้รับเครื่องเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมาก็ประมาณ 13 วัน โดยต้องเริ่มนับวันรอใหม่ตอนที่แจ้งให้ส่งเอกสารอีกรอบเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ก็เป็นเวลา 8 วัน หรือ 6 วัน นับจากวันปกติเวลาราชการ

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559

วันนี้ได้รับหูฟัง Samsung Level Active เรียบร้อยแล้ว ถึงจะช้ากว่าคนที่จองจาก่ช่องทางอื่นๆ หน่อย แต่ก็ยังได้ในอาทิตย์แรกที่ประกาศส่งมอบละ

หมดแล้วครบทุกอย่างสำหรับเรื่องราวการจองซื้อเครื่อง Note7 ในครั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มจองวันที่ 5 ส.ค. 59 จนมาถึงวันนี้ก็ 3 เดือนกว่า เกือบๆ 4 เดือน

ขอสรุปความรวมไว้ตรงนี้ว่า

เป็นการจองเครื่อง Note7 กับทาง S-eStore ร้านค้าตัวแทนของทาง Samsung ไทย ที่ได้จองแบบจ่ายเงินจองเต็มจำนวน และเกิดปัญหาการเลื่อนส่งมอบเครื่องให้แก่ลูกค้า ทั้งแบบมีเหตุผล และแบบไม่มีเหตุผลต่างๆ ทาง S-eStore ไม่มีความสามารถในการปฏิบัติ ชี้แจง แก้ปัญหาได้รวดเร็ว และเหมาะสม เหมือนกับการสั่งจองผ่านช่องทางอื่นๆ CallCenter ติดต่อไม่ได้เมื่อต้องการ ทั้งที่เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของ Samsung ไทย ในการขายเครื่อง และอุปกรณ์ของ Samsung เอง ดังนั้นควรจะมองหาตัวแทนอื่นๆ น่าจะดีกว่าในการสั่งจองหรือซื้อสินค้าในอนาคต

ส่วนคนที่กำลังอ่านอยู่คงต้องตัดสินใจเองว่าจะใช้บริการหรือไม่ เพราะบทความทั้งหมดนี้เป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้เจอมาเท่านั้น


อ้างอิง

Blog: 19 สิงหาคม 2559

จริงๆ วันนี้น่าจะได้รับเครื่อง Samsung Galaxy Note 7 แล้วตามกำหนดการส่งมอบเครื่องเดิม แต่ก็อย่างที่รู้กันมาตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วว่า Samsung ไทย เลื่อนการส่งมอบไปเป็นวันที่ 2 – 4 กันยายน 2559 โน่นเลย ตอนนี้ก็ได้แค่ถอนหายใจยาวๆ จองเครื่องก็วันแรก ( 5 สิงหาคม 2559) จ่ายก็รูดจ่ายเต็ม จองผ่าน s-estore ของ Saumsung ไทยเองเลย เสียความรู้สึกนิดหน่อยนะเนี่ย ยังดีที่เปิดขายทั่วไปวันที่ 9 กันยายน 2559 ได้เครื่องก่อนอาทิตย์นึงก็ยังดี แถมยังไม่รู้จะส่งเครื่องมาก่อนเพื่อให้ได้รับวันที่ 2 พอดี หรือ เริ่มจัดส่งให้วันที่ 2 กันแน่นะ

DailyBlog: 29 พฤษภาคม 2559

เมื่อวานเป็นวันหยุดที่มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น และเป็นหนึ่งในหลายๆ วันหยุดที่ได้ออกไปเดินห้างที่คนเยอะอย่าบอกใคร เลยอยากเล่าเก็บเอาไว้ เผื่อได้กลับมาอ่าน

ได้บัตรใบใหม่เป็นของ TMB รุ่น So Smart ที่กลับไปทำบัตรใบนี้อีกเพราะตัวบัตรมีการคืนเงิน 1% ของยอดใช้จ่ายในบัตร ซึ่งเคยลองใช้แล้วเมื่อปีก่อนมันมียอดกลับมาจริงๆ ยอดกลับเข้ามาในบัญชีเงินฝากของ TMB เลย ไม่ใช่ยอดเงินคืนวงเงินในบัตรซึ่งมัันดีมากๆ

สั่งฟิล์มติดกระจกด้านหลังของ Samsung Note 5 มาจากร้าน EZ Case Shop บริษัทส่งของโทรมาตั้งแต่ 7 โมง แต่มาส่งสายๆ (โทรมาเช้าไปนะ) บริษัทส่งของส่งปุ๊บ ฉีกห่อจับติดทันที ฟิล์มติดง่ายเข้ามุมแนบสนิทกับขอบโค้งทั้ง 2 ด้าน อยากได้แบบใสแต่มันเป็นอะไรที่หายากมาก แต่ถึงจะเป็นลายเคฟล่าแต่ก็ยังเป็นแบบใส ติดเอาไว้กันรอยก็โอเค ราคาไม่แพง 180 บาท เพราะใช้งานแบบไม่ใส่เคสตลอด

สายๆ แวะไปเดอะมอลล์ไปเจอลดราคากระเป๋าของ Herschel มีกระเป๋าหลายๆ แบบลดราคาถึง 60% ในบางรุ่นเลย ไปได้กระเป๋าเงินแบบบางๆ มาจากกะบะที่มีกระเป๋าเล็กๆ อยู่เต็มไปหมด ได้ Raven Wallet Khaki Polka Dot มา 1 ใบ มีช่องใส่บัตร 3 ช่อง ช่องใหญ่ด้านหลัง 1 ช่อง มีคลิปหนีบเงินอีกด้านหลัง อีกใบเป็นกระเป๋าเงินแบบซิป Johnny Wallet สีขาวๆ ที่ซื้อ 2 ใบเพราะซื้อคู่ได้ในราคา 990 บาท ซึ่งก็ถูกนะสำหรับยี่ห้อนี้ ราคาปกติต่อใบก็ใบละ 900+ แล้ว

แวะซื้อวิตามินที่ร้าน Watsons แล้วไปเจอ ปากกาเซเลอร์มูน เป็นดินสอเขียนตารึไงนี่แหละมีหลายแบบแต่เลือกแบบปากกานี้มาเพราะในการ์ตูนก็เป็นปากกาไม่ไม่คฑา ดูสมเหตุสมผลดีก็เลือกมา อีกอย่างอันละ 549 บาท คงจะซื้อหลายแบบไม่ได้มันแพง และซื้อมาก็ไม่รู้จะเอาไปใช้อะไร รู้สึกว่าจะอยู่ในไลน์เครื่องสำอางค์ Sailor Moon Miracle Romance Pencil Eyeliner Change Rod ปี 2016 นะ

แวะหาของกินที่ Auntie Anne’s พอเห็นไอ้ที่อยูในตู้ก็ชี้เอาเลย ได้มาเป็นชุด Wake Up – Almond Praline Pretzel+Lemonade 79 บาท เพรทเซลราดคาราเมล โรยอัลมอน หอม อร่อยมาก นานๆ จะมีโอกาสได้มาซื้อสักครั้ง

//end.