แกะกล่อง ปากกา S PEN Samsung Galaxy Tab S3

S PEN Samsung Galaxy Tab S3 ราคา 1,290 บาท

ปากกา S PEN รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเครื่อง Samsung Galaxy Tab S3 เป็นปากกา S PEN แบบแยก เห็นตอนเปิดตัวก็ลุ้นว่าจะมาเข้ามาขายแยกรึเปล่า คิดว่าน่าจะเอามาวาดกับ Samsung Tab A 10 ที่มีอยู่ คงจะจับวาดถนัดมือดีไม่น้อย

ปากกา S PEN รุ่นนี้หาซื้อยากจริงๆ ตาม Shop Samsung ในห้างไปถามทีไรก็ไม่มีขายสักที คอยจ้องดูในเว็บ S-eStore เรื่อยๆ มาแป๊บๆ ก็หมด แต่ในที่สุดก็ได้มา

แพ็กเกจเป็นกล่องฝาพลาสติกใส แบบอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ๆ ในกล่องจะมีแหนบ และ หัวปากกา สำหรับเปลี่ยนมาให้ในชุดเลย

ตัวปากกาขนาดเท่าๆ กับปากกาปกติ ความกว้างกำลังดี จับถนัดมือ ปุ่มกดได้ดี ตัวปากกาทำจากพลาสติก เคลือบพื้นผิวหนีด ลื่นหน่อยๆ แบบผิวซิลิโคน ตัวคลิบหนีบเป็นโลหะพิมพ์โลโก้ Samsung หัวปากกาเป็นแบบหัวแหลมขนาดเล็ก ตามกล่องบอกว่ารองรับแรงกดได้ที่ 4096 ระดับ

จากที่ได้ลองใช้คู่กับ Samsung Galaxy Tab A และคู่กับตัวปากกา S PEN เดิม แล้วก็พอจะรู้สึกถึงความแตกต่างนะ รู้สึกถึงแรงกดที่ใช้แรงกดน้อยๆ ก็วาดเส้นบางๆ ได้ง่ายขึ้น คงเป็นเพราะหัวปากกาที่เล็กลง แรงเสียดทานเลยน้อยลงไปด้วย ทำให้ลงน้ำหนักได้เบาขึ้นได้  และสิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนคือ ความถนัดมือในการวาด หรือเขียน เพราะขนาดปากกาเหมือนกับปากกาขนาดปกตินั่นเอง

สรุปแล้วก็พอใจกับตัวปากกา S PEN รุ่นนี้นะ วาดรูปได้สนุกขึ้นเยอะ แต่ก็ยังติดอยู่ที่มันเป็นปากกาแบบแยกชิ้น เวลาพกไปใช้นอกสถานที่จะไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะเวลาใช้ร่วมกับ Tab A 10 นี้ จะต้องดึงปากกาที่อยู่กับตัวเครื่องออกก่อนถึงจะใช้ปากกา S PEN Tab S3 นี้ได้ ใช้ไปก็กลัวจะลืมปากกาเดิมทิ้งเอาไว้ที่ไหนอีก  Update: ได้ลองปิดฟังก์ชั่นประหยัดแบตในส่วนของการปิดการตรวจจับปากกา S PEN เมื่อมีปากกาเสียบอยู่ในเครื่องดู พบว่าสามารถใช้ปากกา S PEN Tab S3 ได้โดยไม่ต้องดึงปากกาของเครื่องออกมาแล้ว แต่เวลาใช้นอกบ้านก็คงจะใช้ปากกาที่เสียบมากับเครื่องจะสะดวกรวดเร็วมากกว่า

แกะกล่อง เคส UAG PLASMA Samsung Galaxy S8+

UAG PLASMA Samsung Galaxy S8+ ราคา 1,590 บาท (True Shop)

ร้าน True Shop เปิดใหม่ที่เดอะมอลล์โคราช ร้านใหญ่ กว้างขวาง มีบูธขายเคสของ UAG ด้วยหลังจากรอมานาน ตอนนี้มีให้เลือกหลายรุ่นส่วนใหญ่จะเป็นของ iPhone ของ Samsung มีแค่ 2 รุ่นเห็นจะได้ ของ S7 กับ S8, S8+ แต่ก็มีแค่สีใสให้เลือกซื้อ มีสีดำอยู่อันเดียว

แพ็คเกจกล่องเป็นแบบใหม่มีบอกชื่อรุ่น PLASMA แล้ว นี่ก็เพิ่งจะสังเกตว่ามันชื่อรุ่นนี้ตัวเคสยังใช้วัสดุแบบเดิม คือเป็นพลาสติก เป็นพลาสติกที่ให้ผิวสัมผัสว่ามันมีคุณภาพ ส่วนรอยต่อระหว่างพลาสติกสีดำกับแบบใสต่อกันได้เรียบเนียน จับตัวเคสแล้วรู้สึกถึงความแข็ง ไม่เสียรูปทรง

ใส่เครื่อง S8+ ลงไปรู้สึกว่าจะแน่นกว่าเคสของตัว S7 Edge ตัวก่อนนะ แน่นกระชับแนบไปกับตัวเเครื่องดี ปุ่มกดทั้งสองด้านกดง่ายนิ่ม กดแล้วเคสไม่ย้วยเสียรูป ตัวเคสมีความหนานิดหน่อยแต่ทำให้จับเครื่องได้กระชับขึ้นมาก ถือตัวเครื่องเปล่าๆ แล้วจับลำบาก พิมพ์ข้อความก็ลำบางเพราะตัวเครื่องยาวแถมยังบางอีก ใส่เคสแล้วช่วยได้เยอะ

โดยรวมแล้วชอบมากเลย แต่ยังคงมีปัญหาตอนเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ที่พอดีตัว หัวเคสมันหนาเวลายัดลงกระเป๋ามันติดเนื้อผ้าไม่ลื่นเหมือนพลาสติกธรรมดา แต่ก็ยอมรับได้

แกะกล่อง ฟิล์มกันรอย กับ เคสใส Samsung Galaxy S8+

เคยเห็นมาบ้างกับฟิล์มกันรอยของ Samsung แต่ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในไทยเห็นแล้วอยากลองซื้อมาติดดู รุ่นที่มีขายเหมือนจะเป็นรุ่น S7, S7 Edge อยากหากซื้อมาลองกับ S7 Edge มาก แต่ก็หยุดหาไปเพราะเจอฟิล์มที่ใช้ดีมาติดแล้ว คราวนี้ไม่พลาดในเมื่อ Samsung ได้นำฟิล์มของ Galaxy S8 มาจำหน่าย น่าจะติดดีเพราะ Samsung ออกแบบและผลิตมาจำหน่ายเอง จะได้ลดภาระเรื่องการหาฟิล์มดีๆ ติด โดยเฉพาะพวกจอโค้งแบบนี้  กับอีกอย่างคือ เคสใส หรือ Clear Cover ของ Samsung ที่ได้ใช้กับ S7 Edge มา เรียกได้ว่าเป็นเคสที่ดีเคสนึงเลยก็ว่าได้ ตัวเคสบาง ใส ใส่แล้วไม่ทำให้เครื่องเป็นรอย และยังดูสวยอยู่ เลยไม่พลาดที่จะหยิบมาใช้อีกเหมือนกัน

Samsung Screen Protection from External shock SCREEN PROTECTOR ราคา 290 บาท

ในแพ็คจะมีฟิล์มให้ 2 แผ่น กับชุดอุปกรณ์ติดฟิล์ม ติดค่อนข้างง่ายเพราะบนฟิล์มจะมีเส้นบอกตำแหน่งให้ติด ตัวฟิล์มใส ติดแล้วแสดงภาพได้สวยไม่มีจุดๆ ของเนื้อฟิล์ม ติดลงขอบโค้งได้ ฟิล์มไม่เด้ง เรียกว่าโอเคเลยละ แต่มีข้อสังเกตดังนี้

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถเอาเทปใสดึงฝุ่นออกจากฟิล์มด้านในได้ เมื่อดึงออกมาแล้วตัวฟิล์มจะเป็นรอยทันทีปิดฟิล์มบนจอแล้วแสดงผลมีรอยเทปกาว เลยคิดว่าตัวฟิล์มน่าจะเป็นแบบ TPU แต่เนื้อไม่นิ่มเหมือน TPU ยี่ห้ออื่น
  • ตัวฟิล์มสะท้อนแสงมาก พอติดแล้วทำให้หน้าจอสะท้อนแสดงเป็นฝ้าขาวมากขึ้นมองจอลำบางเวลาแสดงจ้า
  • ตัวฟิล์มจะมีขอบขาวล้อมลอบฟิล์ม ทำให้เห็นขอบฟิล์มชัดเจนมากหลังจากติดเสร็จแล้ว ขอบขาวนี้จริงๆ ไม่มีสีเป็นฟิล์มใสๆ นี่หละ แต่เมื่อใช้งานไปฝุ่นจะเข้าไปติดในขอบนี้ทำให้ขอบเป็นสีขาว และเห็นเศษฝุ่นติดอยู่เต็มไปหมด เพราะขอบนี้ไม่ได้ติดลงบนจอมันบานอยู่แบบนั้นเอานิ้วลูบก็สัมผัสได้ถึงขอบที่เปิดออกมาน่ารำคาญมาก ด้วยปัญหานี้แหละถึงดึงฟิล์มออกใช้แบบไม่ติดฟิล์มสบายตา สบายใจกว่าเยอะ

Samsung Ultra-thin and translucent CLEAR COVER ราคา 690 บาท

เคสใสอันนี้ซื้อมาเพราะประสบการณ์การใช้งานที่ดีกับเคสใสรุ่นก่อนหน้าที่ใช้กับ S7 Edge เลย เคสใสสำหรับ S8+ รุ่นนี้ตัวเคสเป็นพลาสติกใสสีเทาสำหรัรบใช้กับเครื่องสีดำ ตัวเคสทำจากพลาสติกแข็งใส บาง ด้านหลังเคสมีจุดเล็กๆ ด้านในเพื่อไม่ให้เคสแนบกับเครื่องแล้วเกิดลายน้ำ ผิวด้านนอกเรียบมันเงาเหมือนพลากสติกทั่วไป เมื่อใส่กับตัวเครื่องแล้วค่อนข้างพอดีแต่รู้สึกได้ถึงตัวเครื่องมีการขยับอยู่ด้านในเคสตลอด ใส่แล้วจับกระชับมือไม่ทำให้เครื่องใหญ่เกินไป และยังคงความสวยของเครื่องเอาไว้ได้ แต่มีข้อสังเกตดังนี้

ข้อสังเกต

  • ตัวเคสขนาดไม่พอดี ใส่แล้วไม่แนบไปกับตัวเครื่องเหมือนกับเคสใสรุ่นก่อนที่ใช้กับ S7 Edge ที่เคสแน่นพอดีกับตัวเครื่อง 100% ใส่แล้วรู้สึกได้ว่าแน่นกระชับปลอดภัยไม่ทำให้ตัวเครื่องเป็นรอย แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เคสใสสำหรับ S8+ รุ่นนี้ มันหลวมๆ ตรงช่วงบน กับมุมด้านล่าง เครื่องสามารถขยับขึ้นลงภายในเคสได้ ขอบด้านข้างกว้างกว่าตัวเครื่อง ทำให้ฝุ่นเข้าไปและถูกับขอบเครื่อง ซึ่ง S8+ ของผมตอนนี้เป็นรอยเรียบร้อยแล้วเพราะเคสตัวนี้เซ็งมาก เป็นรอยตรงบริเวณขอบด้านข้าง กับส่วนบนที่มันขยับไปมาได้ ทั้งตัวเครื่อง และเคสก็เกิดรอยบริเวณเดียวกันเพราะการเสียดสีกัน
  • พลาสติกตัวเคสคุณภาพไม่เหมือนกับเคสใสรุ่นก่อน รุ่นนี้เป็นพลาสติกใสแข็ง ไม่ค่อยยืดหยุ่น ขอบเคสคม เหมือนเคสพลาสติกถูกๆ ที่ขายทั่วไป เคสใสรุ่นเก่าเป็นพลาสติกที่ไม่บางมากมีความยืดหยุ่นดี ทำสีสวยไม่ลอกเวลาใสกับเครื่องแล้วกระชับพอดีตัวเครื่อง
  • จากข้อสังเกตสองข้อข้างบนก็ทำให้ผมถอดเคสเก็บกลับเข้ากล่องไปเรียบร้อย ใช้แบบไม่ใส่เคสแบบนี้สบายใจกว่า

จะว่ายังไงดีกับการซื้ออุปกรณ์เสริมแท้จาก Samsung ในครั้งนี้ กับการที่คาดหวังเอาไว้มากกับอุปกรณ์เสริมของแท้ว่าจะต้องดีกับตัวเครื่อง S8+ ที่ซื้อมาแน่นอน เพราะคิดว่าน่าจะออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง แต่ก็ผิดหวังจนได้ ทำไงได้ละก็ที่ผ่านมาทาง Samsung ทำอุปกรณ์เสริมออกมาใช้งานได้ดีมากเลยคาดหวังไว้ว่าน่าจะดีเหมือนเดิม

ลองใช้ L’Oréal ELSEVE Extraordinary Oil Eclat Imperial สีชมพู

L’Oréal ELSEVE Extraordinary Oil Eclat Imperial สีชมพู ขนาด 100 มล. ราคา 279 บาท (จาก Watsons)

สีนี้มาในกล่องขนาดใหญ่ และหนักกว่าปกติ ทั้งที่ปริมาณเท่ากัน คือ 100 มล.  ดูที่ฉลากจะเห็นว่าเป็นรุ่นนำเข้า แกะกล่องออกมาก็จะพบว่าขวดนั้นเป็นแก้ว ไม่ใช้ขวดพลาสติกเหมือนสีปกติที่ขายอยู่ และขนาดขวดก็ใหญ่กว่าขวดพลาสติกด้วย ทำให้ดูพรีเมี่ยมขึ้นไปอีก สมกับที่หาซื้อยากกว่าสีปกติ  จริงๆ ที่หาซื้อไม่ได้นี่เพราะโปรลดราคานะ ตอนราคาปกติ 300 กว่าบาทนี่เหลือเต็มขั้น พอมีโปรปุ๊ปหายไปจากชั้นปั๊ปเลย กล่องนี้ได้มาจากร้าน Watsons เหลือ 2 กล่อง

สีชมพูนี้ตามโฆษณาบอกว่ามีกลิ่นกุหลาบ เลยอยากลองซื้อมาทดสอบกลิ่นว่าเป็นกลิ่นกุหลาบจริงหรือเปล่า ถ้าไม่หอมหรือไม่มีกลิ่นก็ใช้อยู่ดี ขวดเก่าใกล้หมดแล้ว เพราะมันใช้ดีจริง ใช้ใส่ผมตอนผมหมาดๆ พอแห้งแล้วผมนุ่มกับลื่นดีชอบมาก

น้ำมันยังคงไม่มีสีเหมือนรุ่นอื่นๆ แต่มีกลิ่นหอมกุหลาบจริงๆ ในน้ำมัน เป็นกลิ่นแบบน้ำหอมกุหลาบ หอมดี กลิ่นไม่แรงเท่าไหร่ ใส่ตอนผมหมาดๆ แล้วกลิ่นไม่ค่อยติดผมตอนผมแห้งแล้ว ลองใส่ตอนผมแห้งคราวนี้กลิ่นอยู่ทนนานกว่า ส่วนอย่างอื่นยังคงดีเหมือนเดิม เพียงแต่สีนี้ผมดูเงามากกว่าหน่อย ลูบผมแล้วสัมผัสได้ถึงน้ำมันอยู่เหมือนกัน ผมดูไม่ฟูมาก แต่ไม่ได้ลื่นมือเวลาเอามือสางผมเหมือนขวดเดิม ทำให้ผมดูเหนียวๆ สางผมแล้วติดมือพันกันไม่ลื่นมือเหมือนเก่า สรุปแล้วจากที่ได้ลองใช้เองสีนี้สีชมพูพิเศษที่กลิ่นกุหลาบหอม แต่ไม่ได้ทำให้ผมลื่นสุดๆ เหมือนสีเดิม *สีเดิมใช้ฝาสีทองครับ

**เพิ่มเติมเห็นว่ามีแบบขวดแก้วสีขาวมาวางขายแล้วในโลตัส ไม่รู้กลิ่นอะไรเหมือนกัน

Blog: วันที่ 28 มีนาคม 2560 แลกรับกล่องดิจิตอลทีวี [DIGITAL TV Set Top Box : DVB-T2]

กล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี Digital TV Set Top Box – ยี่ห้อ SONORE รุ่น DTV1

วันนี้จะมาเล่าถึงเรื่องของโครงการ “แลกรับกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในรระบบดิจิตอล” ของ กสทช. ครั้งนี้คิดว่าน่าจะเป็นรอบที่ 2 มั้ง รอบแรกจะส่งใบแจ้งสิทธิ์ให้ตามทะเบียนบ้าน หรือบ้านที่มีเจ้าบ้านอะไรนี่แหละ แล้วทางบล็อกยังไม่ได้รรับใบแจ้งสิทธิ์รอบนั้น จนมารอบใหม่นี้ได้มีใบแจ้งสิทธิ์มา โดยรอบการรับแลกกล่องนี้สามารถแลกรับได้ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม – 2 กันยายน 2560 นี้ โดยสามารถไปแลกได้ตามจุดรับแลก ร้านค้าที่ร่วมโครงการ หรือจะลงทะเบียนขอรับได้ที่ ที่ทำการไปรษณีย์ และเซเว่นอีเลฟเว่น ได้อีกด้วย

ซึ่งทางบล็อกเลือกที่จะไปลงทะเบียนขอรับกล่องที่ไปรษณีย์เพราะไม่รู้ว่ามีจุดรับแลกหรือร้านค้าไหนที่ร่วมบ้างไม่อยากเสียเวลาตระเวณหา ขั้นตอนก็ไม่ยาก อย่างแรกไปติดต่อที่ไปรษณีย์แจ้งว่าจะขอลงทะเบียนรับแลกกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี พร้อมกับยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่เลย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการลงทะเบียนให้เราใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 5 นาที ก็เสร็จ

หลังจากลงทะเบียนขอรับไปก็รอกล่องรับสัญญาณส่งมาที่บ้านใช้เวลาประมาณอาทิตย์นึงได้ กล่องที่ได้มาจะไม่สามารถเลือกยี่ห้อได้แล้วแต่ว่าเค้าจะส่งมาให้เลย ที่ได้มานี้เป็นกล่องยี่ห้อ SONORE ไม่เคยได้ยินยี่ห้อนี้เลย เท่าที่นึกเหมือนเคยผ่านตาว่าเป็นยี่ห้อเครื่องเสียง หรือทีวีละมั้ง แต่ก็ไม่เป็นไรยี่ห้ออะไรก็ได้แค่มีสติกเกอร์รับรองของ กสทช. ก็พอ มั่นใจได้ว่าจะดูดิจิตอลทีวีได้ เล่ามานานแล้วคราวนี้มาดูในกล่องกันบ้างว่าเป็นแบบไหน มีอะไรข้างในบ้าง

ในกล่องจะมี ตัวเครื่อง, รีโมท, สายสัญญาณ 2 แบบ, แบตเตอรี่ขนาด AAA 2ก้อน, ปลั๊กไฟ, คู่มือ และใบรับประกัน ตัวเครื่องเป็นพลาสติกสีดำผิวด้านดูมีคุณภาพดีเลยหละ ตัวเครื่องมีรูระบายอากาศรอบตัวเครื่องยกเว้นด้านบน ท่าจะระบายอากาศได้ดี

หลังจากได้ต่อเข้ากับทีวีและใช้กับเสาอากาศแบบหนวดกุ้ง ภายในบ้าน ลองใช้งานค้นหาช่องก็มีน่าจะครบทุกช่อง ใช้งานได้ดีเลยละ แต่จะมีข้อสังเกต นิดน่อยด้านล่าง

  • ถ้าเราใช้สาย HDMI ต่อ และใช้เสาอากาศภายในบ้าน จะทำให้กล่องรับสัญญาณได้อ่อน-ไม่มีสัญญาณบ่อย ภาพกระตุกบ่อย เหมือนจะไม่เกี่ยวกันแต่ก็เรื่องจริง เพราะลองเปลี่ยนเป็นสาย AV ธรรมดาแล้วภาพใหลลื่นดี สัญญาณแสดงเกือบเต็ม 100% ตลอด
  • เวลาเปลี่ยนช่องรายการแล้วภาพจะค้างหยุดไปนานหน่อย อันนี้เทียบกับกล่อง SAMART Pro ที่ใช้อยู่

นอกนั้นก็ยังไม่เจออะไรผิดปกติ เอาไว้ใช้ไปสักพักถ้ามีอะไรจะมาเพิ่มต่อด้านล่างนี้

แกะกล่อง ขนมทำเอง โรสเซล่า ทำช็อกโกแลตเห็ด ชุด DIY My Garden

โรสเซล่า DIY My Garden ราคา 20 บาท

ชุดนี้จะมาทำเห็ดช็อกโกแลตหลากสี จริงๆ ก็แค่ 3 สีนะ ในกล่องจะมีแม่พิมพ์ทำหัวเห็ด มี 7 แบบ ขนมปังแท่งเล็กสำหรับทำต้นเห็ด ช็อกโกแลต 4 หลอด

ชุดนี้สำคัญตรงที่ช็อกโกแลตควรจะแช่น้ำอุ่นให้เนื้อเหลวลงก่อนไม่งั้นจะบีบลงแม่พิมพ์แล้วจะยากหน่อยไม่เป็นรูปร่าง เวลาเคาะแม่พิมพ์ช็อกโกแลตจะไม่เรียบเสมอกัน นอกนั้นก็ทำตามวิธีทำด้านหลังกล่องได้เลย ไม่ยาก แถมได้ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจ เหมือนในรูปเลย ชุดนี้ไม่ต้องมีฝีมือก็สามารถทำออกมาให้เป็นเห็ดสวยๆ ได้ง่ายๆ

แกะกล่อง ขนมทำเอง โรสเซล่า ทำคัพเค้ก ชุด DIY My Cupcake

โรสเซล่า ทำคัพเค้ก ชุด DIY My Cupcake ราคา 20 บาท

ขนม DIY ชุดนี้เป็นชุดทำคัพเค้กด้วยตัวเอง ในกล่องจะมีเวเฟอร์ถ้วยคัพเค้ก ซีเรียลรูปดาว ช็อกโกแลต 3 รส เยลลี่เชอร์รี่ เม็ดป๊อปสำหรับโรยหน้ามาให้พร้อม มีวิธีทำด้านหลังกล่อง

พอได้ลองทำดูแล้วก็ไม่ยุ่งยากเท่าไร ทำได้ง่ายๆ อาจจะวุ่นวายตอนบีบช็อกโกแลตแต่ทำเสร็จแล้วก็สนุกดี ขนมชุดนี้อร่อยด้วยนะช็อกโกแลตไม่หวานมากเหมือนชุดก่อน สำหรับชุดนี้ถ้าเราทำได้เด็กก็ทำได้แน่นอน

แกะกล่อง ตลับลูกอม Miniaturely Tablet Sailor Moon 5

Miniaturely Tablet Sailor Moon 5

ตลับลูกอมชุดนี้มาแบบกล่องยาว เพราะเปลี่ยนรูปแบบของตลับเป็นพวกคฑา-ปากกา แทน 1 กล่องจะมี 6 กล่อง มีแบบละ 2 กล่อง ตอนที่เห็นเปิดจองครั้งแรกก็ไม่อยากจะจองหรอกเพราะส่วนตัวคิดว่ามันไม่สวยเลย พวกคฑาอะไรเนี่ยเห็นทำออกมาขายหลายรูปแบบมากทั้งอันเล็ก อันใหญ่ อันเท่าของจริง อันเล็กมากๆ ก็มี คือเห็นจนเบื่อแล้ว พอมาเป็นตลับลูกอมก็คิดอยู่ว่าจะเอาลูกอมใส่ตรงไหน และมันก็ไม่สวยไงรูปร่างหัวโตๆ ด้ามป้อมๆ เหมือนของเล่น มันไม่ใช่ตลับที่เหมือนจริงแต่ขนาดเล็กเหมือนกับ 4 ชุดแรก แต่ก็นะ สั่งจองไปขำๆ อยากจะดูของจริงว่าเป็นไง

แบบที่ 1

แบบที่ 2

แบบที่ 3

แล้วที่ส่งสัยว่าจะเอาลูกอมใส่ลงไปตรงไหน คำตอบก็อยู่ด้านหลัง หมุนด้ามแล้วจะเจอช่องเล็กๆ ด้านหลัง ลูกลมจะลงไปอยู่ในด้ามเรียงกันเป็นชั้นๆ ปัญหาคือเอาลูกอมใส่ยากเพราะช่องมันขนาดพอดีกับลูกอมที่แถมมา จะเอาลูกอมอื่นๆ ใส่คงจะไม่ได้ถ้าขนาดใหญ่ไปหน่อยเดียว

สรุปภาพรวมแล้วตลับลูกอมชุดนี้ยังคงมีรายละเอียดของตัวตลับที่ดีเหมือนกับชุดที่ผ่านมา แต่ไม่ถูกใจเรื่องรูปร่างอัตราส่วนของมันสักเท่าไร แต่สำหรับคนที่ชอบและเก็บชุด Miniaturely Tablet มาตั้งแต่แรกก็คงจะต้องซื้อเก็บให้ครบชุดแน่นอน

แกะกล่อง RODE VideoMicro ไมโครโฟนขนาดเล็ก คุณภาพดี ราคาประหยัด

RODE VideoMicro ราคา 2,390 บาท, RODE SC6 ราคา 600 บาท, RODE SC7 ราคา 490 บาท

เลือกมานานแล้วสำหรับไมค์ที่จะซื้อมาใช้กับงานวีดีโอในบล็อก เลือกยี่ห้อนี้เพราะรู้จักแค่ยี่ห้อนี้ยี่ห้อเดียว 555 ไม่มีความรู้มากนักแต่ก็เลือกเยอะเพราะยี่ห้อนี้ทำไมโครโฟนออกมาหลายรุ่น ราคาใกล้เคียงกันด้วย ดูรีวิวจากหลายๆ ที่แล้วก็ตัดสินใจเลือกรุ่น VideoMicro นี่หละราคาถูก และคุณภาพเสียงดีใกล้กับตัวอื่นๆ (เป็นความชอบส่วนตัวนะ) แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อยืดยาวมาหลายเดือน จนตอนนี้กำลังมีงานที่จะต้องใช้การอัดเสียง เลยมีโอกาสที่จะซื้อมาใช้สักที

ภายในกล่องจะประกอบด้วย

  • ตัวไมค์ 1 ตัว
  • ขาเมาท์จับไมค์ [Rycote Lyre suspension mount] 1 อัน
  • วินชิลด์ ไอ้ตัวปุกปุยครอบไมค์เอาไว้กันลม [Furry Windshield] 1 อัน
  • สายเชื่อมต่อไมค์กับอุปกรณ์ 1 เส้น

ตัวไมค์มีขนาดเล็ก วัสดุดูดีมีคุณภาพไม่ก๊อกแก๊กมีน้ำหนักพอสมควรเหมือนจะเป็นโลหะเพราะสัมผัสเย็น ขาเมาท์จับไมค์เป็นพลาสติกรวมไปถึงตัวฐานที่ใช้ติดกับกล้องด้วย สายเชื่อมต่อเส้นหนาดูแข็งแรงทนทาน

หน้าตาหลังจากประกอบร่างแล้วก็ยังดูขนาดเล็กไม่ใหญ่เกินไป ใส่วินชิลด์แล้วใหญ่ขึ้นนึดหน่อยไม่เป็ญหา

งานแรกที่เอามาใช้เป็นงานอัดเสียงประกอบวีดีโอ โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องอัดเสียง เลยจัดอุปกรณ์เสริมมาเพิ่ม 2 ตัว สายต่อไมค์เข้ากับช่องต่อในมือถือ SC7 และอีกอันซื้อมาแบบงงๆ ตัวเชื่อมต่อ SC6 เอาไว้ต่อไมค์เข้ากับช่องต่อในมือถือได้ 2 ตัว พร้อมกับช่องเสียบหูฟังสำหรับฟังเสียงโดยไม่ต้องเสียบ ต้องถอดสายไมค์บ่อยๆ ได้ลองใช้งานดูแล้วรับเสียงได้ดีเลย เสียงออกมาชัดมีเสียงรบกวนน้อย พูดเหมือนเคยใช้ไมค์รุ่นอื่นมาก่อนอย่างงั้นแหละ ส่วนตัวยังไม่เคยใช้อุปกรณ์พวกนี้มาก่อนเลยค่อนข้างพอใจกับเสียงอัดที่ได้มาจากไมค์อันนี้มาก

แกะกล่อง Samsung Galaxy Tab A [2016] 10.1″ with S Pen

Samsung Galaxy Tab A [2016] 10.1″ with S Pen  + Book Cover  ราคา 12,900 บาท [Samsung Shop by Jay Mart]

สเป็คคร่าวๆ

  • หน้าจอ ความละเอียด 1920 x 1200 [10.1″] TFT LCD
  • ซีพียู 1.6 GHz Octa Core Processor
  • แรม 3GB
  • กล้อง 8.0 MP AF + 2.0 MP
  • แบตเตอรี่ 7,300 mAh
  • ปากกา S Pen

Samsung Galaxy Tab A [6] ตัวนี้คิดอยู่นานมากกว่าจะซื้อมา เพราะมี Note5 ใช้อยู่แล้ว สป็คของ Note5 ก็ดีกว่าด้วย แต่ด้วยความไม่สะดวกของหน้าจอ Note5 ที่มันเล็ก และความละเอียดสูง เวลาใช้งานวาดรูปมันจะต้อคอยขยายหน้าจอขึ้นมาบ่อยๆ วาดเส้นก็วาดได้นิดเดียวก็สุดหน้าจอแล้วไม่ค่อยสะดวก เลยอยากหาอะไรที่หน้าจอใหญ่ๆ มาใช้วาดรูปแทน มองไปมองมาก็มีแค่ตัวนี้จอขนาด 10.1 นิ้ว กำลังดี รุ่นใหม่ด้วย ไปลองเล่นที่ร้านแล้วค่อนข้างถูกใจ เลยจัดมาลองใช้งานดูสักพัก ถ้าไม่โอเคค่อยขายทิ้งก็แล้วกัน

Samsung Galaxy Tab A [6] ได้มาจากร้าน Samsung Shop by Jay Mart ที่เดอะมอลล์ ในราคา 12,900 บาท แถมเคสแบบ Book Cover สีขาว สีเดียวกับตัวเครื่อง ซึ่งถามพนักงานแล้วว่ามีแค่สีขาวสีเดียว ไม่ค่อยชอบสีขาวเท่าไหร่เพราะเปื้อนง่าย แต่ก็ไม่มีสีอื่นให้เลือก

วันที่เขียนแกะกล่องนี้ก็ใช้งานตัว Tab A [6] มาได้ 2 อาทิตย์พอดี ถือว่าใช้งานตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้ดีเลยทีเดียว ดังนั้นเลือกใช้ Tab A [6] ต่อ และก็ปล่อย Note5 ออกไปเรียบร้อย หลายคนอาจจะสงสัยว่าปล่อย Note5 ไปทำไมเสป็คดีกว่าเห็นๆ ก็อยากบอกว่ามันเป็นความชอบและความต้องการส่วนตัวครับ เหตุผลก็ตามด้านบนเลย และส่วนตัวก็ยังใช้ S7 Edge อยู่ เลยไม่ได้คิดว่าจะเสียอะไรที่ดีไปสักเท่าไรครับ

เล่าเรื่องส่วนตัวมาสักพักแล้วก็จะมาแกะกล่องดูด้านในกล่องกันว่ามีอะไรบ้าง บทความนี้จะไม่มีการรีวิวระบบการทำงาน เมนูต่างๆ ของเครื่องนะครับ มีแค่แกะกล่องเฉยๆ คิดว่าคงหาอ่านจากที่อื่นกันได้มากมาย

ตัวเครื่องทั้งหมดทำมาจากพลาสติกแบบด้าน สีขาวมุก การประกอบเครื่องแน่นหนาไม่มีเสียงกรอบแกรม กระจกหน้าจอเป็นแบบเรียบไม่มีตัดขอบติดฟิล์มใสธรรมดาได้ไม่มีขอบลอย (ผมติดฟิล์ม Focus แบบใสธรรมดา สั่งจาก Lazada 240 บาท) จอภาพสวย มีความละเอียดดี ไม่เนียนเท่า Note5 เพราะด้วยความละเอียดหน้าจอและขนาดของหน้าจอ สีจอสวยแต่ติดไปทางอมฟ้า ไม่เป็นปัญหาดีกว่าจอมเหลือง มุมมองกว้างพอสมควรเอียงจอดูได้สบาย เสียงลำโพงไม่ดังมากเวลาใช้งานนอกสถานที่ แต่ใช้งานในห้องได้เสียงดังปกติดี ปากกา S Pen แท่งหนามีลอนบนแท่ง จับถนัดมือดีกว่าปากกาของ Note5 หัวปากกาสัมผัสแรงกดได้ใกล้เคียงกับปากกาของ Note5 ของ Note5 เขียนลายเส้นได้ลื่นเนียนกว่านิดหน่อย เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ใช้งานเพราะผมไม่สามารถสัมผัสแรงกดได้ตามระดับของปากกา ปากกาใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ตัวเครื่องไม่มีไฟแสดงสถานะ LED ไม่มี NFC ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า

ตัวเคส Book Cover ที่แถมมา มีราคากว่า 1,600 กว่าบาทนั้นเรียกว่าคุ้มเลยเพราะให้ซื้อเองคงไม่ซื้อ ไปซื้อของไม่มียี่ห้อใช้แทนเพราะราคาถูกกว่ามาก แต่ตอนนี้แถมมาพร้อมกับเครื่องเลย ตัวเคสสีขาว ด้านนอกสัมผัสลื่น แต่หนืดจับนัดมือ ด้านในเคสเป็นพื้นผิวนุ่มๆ ดูกระชับดี เคสเป็นเคสแม่เหล็ก สามารถพับเคสเป็นแท่นวางเครื่องได้ ปรับความเอียงได้ 2 ระดับ ใส่กับเครื่องแล้วดูดีมีสกุลมาก ทำให้รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่ได้มามากเลย

แกะกล่อง ขนมช็อกโก-บี้ แคนดี้ ชุดบ้านเฮลโล คิตตี้ [Choco-bie Hello Kitty House]

ช็อกโก-บี้ แคนดี้ ชุดบ้านเฮลโล คิตตี้ [Choco-bie Hello Kitty House]

เห็นขนมชุดนี้แล้วนึกถึงขนมห่อที่แถมบ้านกระดาษที่เคยซื้อตอนเป็นเด็ก ชื่อขนมอะไรนะ… “จาจา” อะไรนี่แหละที่มีบ้านกระดาษหลายแบบเยอะมากฮิตมากช่วงนั้น แล้วมันก็หายไป เห็นขนมกล่องนี้แล้วดูภายนอก คิดว่าคงจะเป็นแค่บ้านกระดาษสี่ด้านธรรมดาประกอบกันเฉยๆ แต่ไหนๆ ก็นึกย้อนอดีตไปแล้วก็หยิบเอามาแกะกล่องดูข้างในแล้วกัน

อย่างที่คิดเอาไว้บ้านกระดาษภายในกล่องเป็นแค่บ้าน 4 ด้านประกอบกันเท่านั้น มีปล่องควัน กับรั้วหน้าบ้านเพิ่มนิดหน่อยพอดูมีมิติ มีสติ๊กเกอร์ Hello Kitty สำหรับแต่งตัว กับขนมอีก 1 ห่อ อดคิดไม่ได้ว่าทำไมถึงดูน้อยคิดขนาดนี้ ขนมแถมมาแค่นี้

ประกอบออกมาแล้วก็ดูสวยดี สีสันสดใส ต่อค่อนข้างยากเพราะกระดาษแข็งที่เจาะรูปเอาไว้ไม่ทะลุ กระดาษเลยแตกประกอบยากไปหน่อย แต่ก็สำเร็จไปได้ด้วยดี ถึงจะเป็นบ้านกระดาษรูป Hello Kitty ก็จริง แต่เป็นคิดตี้มีลิขสิทธิ์นะ ไม่ใช่คิตตี้ปลอม ติอย่างเดียวขนมที่แถมมาไม่เหมาะกับคิดตี้ลิขสิทธิ์เลย ขนมช็อกโกแลตแบบเม็ดที่หวานแปลกๆ ไม่อร่อย

ลองชิม เลย์ กลิ่นโคเรียนบาร์บีคิว [Lays Korean Barbecue]

เลย์ กลิ่นโคเรียนบาร์บีคิว [Lays Korean Barbecue] น้ำหนัก 38 กรัม ราคา 15 บาท

รสนี้เป็นมันฝรั่งแบบแผ่นเรียบ มีกลิ่นหอมเหมือนเนื้อหมักซอสแม็กกี้ รสชาติออกไปทางเค็ม และมีรสอะไรสักอย่างที่อยู่กับรสเค็มด้วย บอกไม่ถูกเหมือนกัน… หรือว่าจะเป็นรสเนื้อหมักซอสบาร์บีคิวมั้ง  รสมันคล้ายๆ กับเลย์บาร์บีคิวห่อสีส้มแต่มันไม่มีรสเผ็ดมันมีแค่รสเค็ม  อร่อยรึเปล่าก็ไม่เท่าไหร่นะก็เหมือนรสอื่นๆ ไม่แตกต่าง

แกะกล่อง ไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ [Harry Potter: Professor Dumbledore – Elder Wand]

บล็อกเป็นแฟนแฮรี่พอตเตอร์อยู่แล้ว ก็คิดว่าอยากจะได้ไม้กายสิทธิ์ของแท้ที่มีลิขสิทธิ์มาสะสมสักอัน ดูคอลเล็คชั่นในเว็บ The Noble Collection มันก็แพง จะไปซื้อที่ Universal Studios ก็ไม่มีโอกาศได้ไป เลยได้แค่คิดเฉยๆ คอยตามดูในเว็บ “ขายดี” ว่าจะมีใครโพสขายบ้างไหม ก็มีโพสอยู่นะแต่ราคาที่โพสนี่แพงกว่าสั่งซื้อจาก Noble Collection อีกเลยแค่ดูผ่าน จนอยู่ดีๆ ก็ไปเจอโพสขายไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์อันนี้เข้าราคาไม่แพงเหมือนโพสอื่นๆ ที่เห็นประกาศขายอยู่ด้วย เลยติดต่อไปขอดูภาพเพิ่มเติมดูแล้วเชื่อถือได้จึงตกลงซื้อมานี่ละ วันนี้เลยเอามาแกะกล่องให้ดูกัน

ไม้กายสิทธิ์อันนี้มาจาก The Wizardiing World of Harry Potter Universal Studios Japan เป็นไม้กายสิทธิ์ของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ เป็นหนึ่งในเครื่องรางยมทูตที่อยู่กับดัมเบิลดอร์นั่นเอง ดูจากที่ได้รับมามีถุงกระดาษของร้าน Ollivanders มาด้วย เป็นถุงกระดาษที่หน้าตาแปลกดีเป็นถุงยาวๆ ขนาดใส่กล่องไม้กายสิทธิ์ได้สัก 2-3 อัน กล่องของไม้กายสิทธิ์นั้นเป็นกระดาษแข็งด้านในเป็นพลาสติกขึ้นรูปตามไม้กายสิทธิ์สำหรับวางเคลือบกำมะหยี่ให้พอดูสวยงาม มีป้ายภาษาญี่ปุ่นสอดอยู่บนไม้อ่านไม่ออก น่าจะเป็นคำเตือนอันตรายเกี่ยวกับพวกของเล่นทั่วๆ ไปมั้ง

มาถึงตัวไม้กายสิทธิ์เอง หยิบขึ้นมาครั้งแรกรู้สึกถึงน้ำหนักที่หนักอยู่นะ ไม่ใช่ไม้กลวงเบาๆ เหมือนของเด็กเล่น ถือแล้วได้อารมณ์ใช้ได้เลย ตัวไม้มีลวดลายสัมผัสแบบไม้เอลเดอร์ในภาพยนตร์ พร้อมกับลงสีที่เหมือนจริงมาก มีแสงเงา มีความมันเงา ความด้านของสี ดูเหมือนผ่านการใช้งานมาจริงๆ เลย ผิวของไม้จะลื่นๆ สัมผัสดี ตัวไม้ยาวมากคงเป็นขนาดจริงขนาดประมาณ 1 ไม้บรรทัดเลยทีเดียว

มาสรุปส่งท้ายว่า ไม่เสียดายเงิน และคิดไม่ผิดที่จัดการซื้อมาแบบงง เพราะตัวไม้สวยคุณภาพดีและเป็นของแท้ Universal Studio จากญี่ปุ่นด้วย รู้สึกเหมือนภารกิจการสะสมได้สำเร็จไปอย่างนึงแล้วละ

แกะกล่อง UAG Phone Case for Samsung Galaxy S7 Edge

UAG Phone Case for Samsung Galaxy S7 Edge ราคา 34.95$ ใช้ Code ลด 6.99$ เหลือ 27.96$ จ่ายด้วย PayPal เป็นเงิน 1,044.10 บาท

เคสโทรศัพท์ที่ชึ้นชือเรื่องการออกแบบที่ดูสมบุกสมบันและดูดี พร้อมกับการปกป้องโทรศัพท์ที่ดีเยี่ยม ในที่สุดก็มีโอกาสได้เอามันมาลองใช้กับ S7Edge เสียทีหลังจากเคยสั่งมารอใช้กับ Note7 เมื่อครั้งก่อน แต่ก็อดใช้ไปเหลือแต่ตัวเคสเอาไว้ดูต่างหน้า

เคส UAG อันนี้สั่งตอนมีลดราคาช่วงสิ้นปีที่แล้วแต่ติดช่วงวันหยุดปีใหม่เลยทำให้ได้ของล่าช้ากว่าปกติไปหน่อย ครั้งที่แล้วสั่งรอประมาณ 1 อาทิตย์ก็ได้แล้ว คราวนี้รอนานประมาณ 2 อาทิตย์เลยทีเดียว ยังไงก็มาดูหน้าตาเคส กับเครื่อง S7 Edge ตอนใส่เคสกัน

ความคาดหวังกับเคสอันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องการจับถือเครื่องโทรศัพท์ที่ถนัดมือขึ้น พร้อมกับให้ความรู้สึกว่าเคสามารถปกป้องโทรศัพท์ของเราได้ และดูสวยงาม เพราะปกติเป็นคนที่ไม่ใส่เคสให้โทรศัพท์มือถือมาก่อนจะกี่เครื่องที่ใช้มาก็ไม่เคยใส่เคส แต่เครื่องนี้อยากได้เคสที่หยิบจับถนัดมือ และปลอดภัยเวลาไปทำงานนอกสถานที่ จะได้ไม่ต้องห่วงเครื่องมากเวลาใช้งาน จากแกะกล่องครั้งก่อนกับเคส Nillkin Synthetic Fiber ที่ได้ซื้อมาลองใส่แล้วผิดหวังไปนั้น จะมาดูว่าอันนี้จะใช้งานได้ดีอย่างที่คิดไว้หรือเปล่า

ตัวเคสเป็นพลาสติกใส ไม่นิ่มออกจะแข็งแต่บิดโค้งได้ ขอบเคสเป็นพลาสติกสีดำแข็งแต่ยืดหยุ่นคล้ายผสมยาง มีการตัดช่องสำหรับปุ่มเปิดเปิด ปุ่มปรับเสียงไว้ ดูโดยรวมแล้ววัสดุดูแข็งแรงดี จุดเด่นของตัวเคสจะเป็นลวดลายด้านหลัง พร้อมโลโก้ UAG ของเคสที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งสำหรับคนที่ชอบแนวลุยๆ แล้วดูยังไงก็ดูสวย น่าใช้ดี ซึ่งเมื่อเอามาใส่กับโทรศัพท์แล้วก็สวยจริงๆ นะ ใส่กับ S7 Edge แล้วเป็นแบบไหนดูรูปด้านล่าง หลังจากนี้ขอใช้งานดูก่อนสักพักแล้วจะมาสรุปข้อที่ชอบ แลไม่ชอบ อัพเดทให้ด้านล่างครับ

Fantastic Beasts And Where To Find Them: Magical Movie Handbook – Book Preview

Fantastic Beasts And Where To Find Them: Magical Movie Handbook 

  • Author: Michael Kogge
  • Publisher: Scholastic Inc.
  • Publication: 18/11/2016
  • Page Count: 96 Pages
  • Dimensions: 5.9 x 8.8 x 0.2 inches
  • Language: English
  • ISBN: 9781338116830
  • Price: $7.99 / 223 บาท (Kinokuniya)

เล่มนี้เป็นหนังสือที่ความหมายเหมือนกับชื่อเล่มเลย “Magical Movie Handbook” เพราะภายในเล่มจะมีเนื้อหาของตัวละคร สถานที่ต่างๆ ภายในภาพยนต์ แบบข้อมูลเบื้องต้นโดยสังเขป ข้อมูลจะแบ่งเป็นหัวข้อๆ เช่น ข้อมูลพื้นเพของตัวละคร เหตุการณ์สำคัญที่ตัวละครเคยผ่านมา การร่ายมนต์ของตัวละคร อุปกรณ์ของตัวละครนั้นๆ ซึ่งก็เป็นข้อมูลปูพื้นฐานให้คนที่กำลังจะไปดูตัวภาพยนตร์ในโรงภาพพยนตร์ประมาณนั้น แต่ข้อมูลก็มีรายละเอียดมากพอที่จะทำให้คนที่ไม่รู้จักตัวละครเข้าใจตัวละครมากขึ้นทั้งก่อน และหลังไปดูภาพยนตร์มาแล้ว

ดังที่ได้เล่ามาด้านบน ภายในหนังสือเล่มนี้จะไม่มีเบื้องหลัง หรือบทสัมภาษณ์นักแสดงเลย เหมือนจะเป็นหนังสือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับตัวละครเท่านั้น

ตัวหนังสือเป็นหนังสือเล่มเล็ก กระดาษบาง พิมพ์สีทั้งเล่มก็จริง แต่ภาพพิมพ์ไม่ค่อยเนียนสวย ออกจะหยาบด้วยซ้ำ แต่ก็สมกับราคาที่ไม่แพงมาก

เคสมือถือ Nillkin Synthetic Fiber for Samsung Galaxy S7 Edge

เคสมือถือ Nillkin Synthetic Fiber for Samsung Galaxy S7 Edge ราคา 390 บาท (ลดราคา)

เป็นเคสกึ่งแข็ง-นิ่ม ตัวเคสบาง น้ำหนักเบา กรอบเป็นพลาสติกสีดำด้าน พื้นผิวนุ่มๆ ลื่นๆ เหมือนเคลือบยางแต่ก็ไม่ใช่ สัมผัสแล้วรู้สึกดี จะลอกเหมือนพวกพลาสติกเคลือบยางนุ่มรึเปล่ายังไม่รู้ ต้องลองใช้งานไปสักพักก่อน ลายเคฟล่าด้านหลังเป็นพื้นผิวสัมผัสตามลาย สีด้านไม่มันเงา และให้สัมผัสนุ่มเหมือนกัน ใส่กับโทรศัพท์ได้ง่ายเพราะมันลื่น และความลื่นของตัวเคสก็ทำให้เวลาจับใช้เครื่องก็ลื่นขึ้นตามไปด้วย เหมือนจะทำให้โทรศัพท์หลุดมือง่ายกว่าตอนไม่ใส่เคสอีก

ข้อสังเกต – ขอบเคสไม่ได้คลุมมาถึงด้านหน้าจอ เกาะแค่ส่วนบนกับล่างของเครื่องเท่านั้น อาศัยเพียงความฟิตพอดีของเคสกับตัวเครื่องเกาะเอาไว้ ดูแล้วไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่ถ้าตกลงพื้น แล้วยิ่งตัวเคสออกจะลื่นมือไปหน่อยคงต้องระวังการถือเครื่องมากขึ้น แต่เคสออกแบบมาสวยใส่แล้วเนียนไปกับเครื่อง เพราะเคสบางเลยดูเหมือนไม่ได้ใส่ แถมมีลายเคฟล่าด้านหลังดูดีทำให้เครื่องดูแปลกใหม่ไม่เหมือนเดิมข้อดีข้อนี้ก็คิดว่าแทนกันได้นะ

มาอัพเดทหลังจากใช้งานมา 3 วัน

ข้อที่ถูกใจ

  • เคสบาง ใส่แล้วดูเนียนไปกับเครื่อง ทำให้เครื่องดูสวยแปลกตา
  • ลายเคฟล่าสวยดี

ข้อที่ไม่ถูกใจ

  • ตัวเคสลื่นมาก เพราะเป็นเคสแบบด้าน ด้านหลังลายเคฟล่าเหมือนจะทำให้ผิวสัมผัสมันลืนเนียน เลยทำให้จับไม่ถนัด รวมไปถึงขอบเคสด้านข้างที่เป็นสีแบบด้านและสัมผัสนุ่มลื่นนี่ทำเอาเกือบหลุดมือไปหลายรอบแล้ว
  • ขอบเคสด้านข้างคลุมมาไม่ถึงขอบบนสุดของเครื่อง ทำให้เวลาหยิบเครื่องขึ้นมาใช้งานหยิยไม่สะดวก เพราะเป็นช่วงขอบของเคส จับใช้ยากกว่าเครื่องตอนไม่ใส่เคสอีก
  • ด้านหลังเคสไม่ได้โค้งไปตามขอบหลังของเครื่องโทรศัพท์ แต่เป็นแบบเรียบไปกับพื้นเวลาถือจะรู้สึกถึงขอบเคสแข็งๆ อยู่ในมือไม่โอเคเท่าไหร่

ตามข้อที่ไม่ถูกใจก็ได้ถอดเคสเก็บเรียบร้อย จากที่จะหาเคสมาช่วยให้ใช้งานได้ถนัดมือกลับทำให้ต้องระวังในการใช้งานมากขึ้น กลัวว่าจะลื่นหลุดมือตลอดมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

Blog – กาชาปอง เกล็ดหิมะ NATURE TECHNI COLOUR MONO 雪の結晶 チャームストラップ

ครั้งนี้จะมาเล่าถึงกาชาปองแบบนึง ที่ตามหา และรอคอยมานานแสนนาน ย้อนไปประมาณ 2 – 3 ปีที่แล้ว มีกาชาปองจากค่าย NATURE TECHNI COLOUR ทำกาชาปองรูปร่างของ “เกล็ดหิมะ” [Snowflakes] ที่มีรูปร่างเหมือนจริงมาให้สะสมกัน ได้เห็นกาชาปองแบบนี้จากเว็บบล็อกของคนญี่ปุ่น เราก็ทำการค้นหาจนรู้ว่าเป็นกาชาปองของค่ายไหน

ด้วยการที่เราอยู่เมืองไทยมันไม่มีกาชาปองพวกนี้เข้ามาให้หมุน ส่วนมากที่เข้ามาในไทยก็จะเป็นพวกการ์ตูนดังๆ เป็นส่วนใหญ่ เราก็คอยเข้าไปดูในกลุ่มขายกาชาปองในเฟสบุ๊คตลอด แต่ก็ไม่มีใครที่จะหมุนมาขายเลย จนไปเจออยู่ 1 ชิ้น ที่ขายกองรวม กับกาชาปองอื่นๆ เลยเป็นชิ้นแรกที่ได้มา ถึงจะเก่าไปหน่อยแต่ก็ยังสวยอยู่ หลังจากนั้นก็ไม่พบเจอใครเอามาขายอีกเลย

ต่อมาประมาณปลายปีที่แล้ว ปี 58 ทางค่ายก็ทำกาชาปองเกล็ดหิมะออกมาอีก คราวนี้เป็นแบบเรืองแสง แถมมีตั้ง 16 แบบ ไปได้มา 4 แบบ ก็ไม่ครบอยู่ดี

จนเมื่อกลางปีที่ผ่านมานี้ ได้สอบถามแม่ค้าที่รับหากาชาปองจากญี่ปุ่นและได้รู้ว่าจะมีการนำกลับมาผลิตให้หมุนอีกครั้งตอนปลายปี 59 นี้ ก็เฝ้ารอต่อมาจนปลายปี บังเอิญเปิดเจอโพสนึงในกลุ่มซื้อขายกาชาปอง มีรูปตู้กาชาปองเกล็ดหิมะแบบนี้อยู่มุมๆ ภาพ ไม่รอช้าเลื่อนอ่านข้อความในโพส “แม่ค้ารับหมุนกาชาปองจากญี่ปุ่นคะ” จัดการ Inbox ไปถามทันที ให้แม่ค้าหมุนให้ 8 ลูก กะว่าโชคดีได้แบบไม่ซ้ำกัน แต่ก็ไม่มีโชคเท่าไร ซ้ำไป 2 แบบ ไม่เป็นไรยังไงก็ได้สิ่งที่ต้องการหาแล้ว

ผ่านมา 2 – 3 วัน ไปเจอโพสของแม่ค้าอีกคน คนนี้ไปเที่ยวไต้หวัน รับหมุนกาชาปองเหมือนกัน เห็นรูปตู้กาชาปองเกล็ดหิมะนี้อยู่ 2 แบบเลย คิดสักพักว่าจะฝากหมุนอีกดีไหม แต่อยากได้ครบชุด เลย Inbox ไปถามแม่ค้าว่าที่นั่นมีขายแบบยกชุดบ้างไหม แม่ค้ารับปากว่าจะไปถามที่ร้านดูให้

เงียบไปวันนึง แม่ค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่มีขายเป็นชุด เลยคุยกันไปเรื่อยๆ ว่าแม่ค้าจะไปอีกเมืองนึงเดี๋ยวจะดูให้ว่าที่เมืองนั้นมีขายบ้างหรือเปล่า ผ่านไปสักพักแม่ค้าก็ตอบกลับมาว่ามีขายยกชุดนะ แต่มีแค่แบบใส แบบเดียว เราก็ตกลงทันทีเอา 1 ชุด สบายใจได้แล้วว่าจะได้ครบชุดสักที

แป๊บนึงแม่ค้าก็ส่งรูปนี้มาให้ … เอ่อ เปิดตู้แกะมาให้เดี๋ยวนั้นกันเลยทีเดียว ร้านค้านี้ทุ่มเทมาก ไม่คิดว่าจะซื้อยกชุดแบบนี้ก็ได้ด้วย แต่ก็คงเพราะว่าเป็นนักท่องเที่ยวด้วยหละ ร้านค้าเลยเปิดตู้เลือกแบบให้ครบชุดแบบนี้ ถ้าเป็นคนแถวนั้นคงต้องหมุนจนหมดตัวกันไปข้างนึง

และในที่สุดก็ได้ครบทั้ง 8 แบบแล้ว (และซ้ำอีกเยอะเลย) เป็นรุ่นแบบใส ตัวเกล็ดหิมะเหลือบสีรุ้งสวยมาก คุ้มค่าที่ฝากหาซื้อจริงๆ แบบเรืองแสงไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะมันไม่สวยเท่าไรสีขุ่นๆ เหมือนของปลอมเกินไป แบบใสนี่แหละสวยเหมือนจริงดี ไหนๆ ก็ได้มาครบทุกแบบแล้ว เลยเอามาเล่า และเอามาให้ดูกันในบล็อกนี้สักหน่อยเผื่อใครตามหาอยู่จะได้รีบไปหมุนกัน

ลองชิม อีซี่โก ทงคตสึราเมน เฉพาะที่ 7Eleven [EZYGO Tonkotsu Ramen]

อีซี่โก ทงคตสึราเมน [EZYGO Tonkotsu Ramen] น้ำหนัก 330 กรัม ราคา 59 บาท

แค่เห็นแช่อยู่ในตู้ที่เซเว่นแล้วก็แปลกใจว่าบะหมี่ที่อยู่ในห่อนั้นจะเป็นยังไงนะ ห่อใหญ่มาก ดูรูปแล้วน่ากินจริง แกะห่อออกมาก็ถึงบางอ้อ มาเป็นถ้วยเลย บะหมี่และน้ำซุปแช่แข็งพร้อมจัดแต่งโรยหน้าด้วยเห็ดหูหนู ผัดกาดขาว และเนื้อหมูอย่างดี ไม่รอช้าจับเข้าไมเครเวฟรอ 7 นาที ก็พร้อมทาน

น้ำซุปหอมมาก ซุปข้น รสหวานกลมกล่อม รสเข้มข้นถึงซุปกระดูกหมูจริง เนื้อหมูมี 2 ชิ้นบางๆ น้อยไปน่อย ผักเครื่องเคียงมีผักกาด กับเห็ดหูหนูหั่นเป็นเส้นกรอบอร่อยไม่นิ่มและ เส้นบะหมี่นุ่มมาก กินกับผักและน้ำซุปอร่อยได้อารมณ์กินบะหมี่ในร้านเลยจริงๆ เนื้อหมูไม่เปื่อยเท่าไหร่ยังมีอะไรให้เคี้ยวได้อยู่ ราคา 59 บาท แต่ได้รสชาติที่เหมือนไปกินที่ร้านนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ

Blog – ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge

ต่อจากบล็อกที่ผ่านมาไปตามหาฟิล์มกันรอยหน้าจอ Samsung Galaxy S7 Edge อยากจะเล่าว่าได้แกะฟิล์มออกหลังจากติดไม่กี่อาทิตย์เพราะหลายเหตุผล

  • อย่างแรก ฟิล์มที่ได้ติดมามันไม่ได้ตัดช่องเว้นตรงบริเวณกล้องหน้า เวลาถ่ายรูปผ่านกล้องหน้าออกมานั้นภาพมันมัวและซีดเสียคุณภาพกล้องไปหมดเลย
  • อย่างที่สอง ตัวฟิล์มมันทำให้ความคมชัดของจอลดลง และทำให้ภาพบนจอแสดงผลเป็นจุดสีๆ โดยเฉพาะเมื่อมองภาพสีขาวจะเห็นได้ชัด (ตัวที่ติดเป็นฟิล์มแบบ TPU ที่นิ่มๆ) เวลาปรับสีรูปภาพ ดูภาพ หรือวีดีโอบนมือถือ มันขัดตา น่าหงุดหงิดมาก

จากปัญหาที่เกิดโดยเฉพาะข้อที่สอง ก็แกะฟิล์มออกและใช้เครื่องแบบไม่ติดฟิล์มมาได้สักพักแล้ว จอก็ยังไม่มีรอยนะ และในที่สุดจนเจอสิ่งที่ตามหามานาน ฟิล์มกันรอยที่ชัดใส และที่สำคัญติดเองได้ง่าย ก็ฟิล์มของ Spigen นี่ไง ใช่แล้วยี่ห้อที่ขายเคสมือถือเยอะๆ นี่แหละ

ฟิล์มกันรอย Spigen Curved Crystal HD for Galaxy S7 Edge – 1 กล่อง ฟิล์ม 2 ใบ ราคา 690 บาท

ฟิล์มกันรอย Spigen รุ่น Curved Crystal HD ชื่อก็บอกแล้วว่าชัดใสแน่นอน ก็เพราะฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มพลาสติกเนื้อแข็ง เหมือนฟิล์มที่ติดมือถือจอแบบปกติทั่วไปหน่ะ เพียงแต่ของรุ่นนี้จะทำการขึ้นรูปขอบโค้งให้เข้ากับความโค้งของหน้าจอ S7 Edge เลย ทำให้ลดปัญหาฟิล์มเด้งออกจากจอหลังจากติดได้

และที่มันเป็นฟิล์มแบบพลาสติกแข็ง จึงทำให้มันติดเองได้ง่ายอย่างแน่นอน ไม่เหมือนฟิล์มพวกพลาสติกนิ่ม TPU ที่ต้องใช้ประสบการ์และฝีมือเท่านั้นถึงจะติดออกมาได้สวยใส ที่สำคัญตรงจุด และตำแหน่งต่างๆ บนหน้าจอ ฟิล์มของ Spigen นี้กะระยะได้ง่าย เพราะฟิล์มคงรูปตลอด แถมเอาเทปกาวดึงฝุ่นออกจากฟิล์มได้ได้วย ถ้าทำแบบนี้กับฟิล์ม TPU นะ มีหวังฟิล์มยืดย้วยแน่ ติดเองเสร็จภายในไม่กี่นาที

เรื่องใส่เคสแล้วดันฟิล์มหรือไม่นั้น ก็คิดว่าคงไม่ดัน เพราะตัวฟิล์มติดอยู่ในบริเวณพื้นที่ของหน้าจอเท่านั้น ตัวฟิล์มนั้นเว้นส่วนด้านบน ด้านล่าง และมุม 4 มุม เอาไว้

จึงอยากแนะนำคนทีใช้ Samsung Galaxy S7 Edge อยู่ และไม่ได้ติดฟิล์ม หรือติดฟิล์มแล้วไม่ถูกใจ  ให้ลองฟิล์มของ Spigen ดู น่าจะถูกใจไม่มากก็น้อย แถมกล่องนึงได้ฟิล์ม 2 ใบเลย

 

Blog + แกะกล่อง Fuchico On The Cup

ฟูจิโกะ เท่าที่รู้จักนิดหน่อยก็เป็นตุ๊กตาผู้หญิงตัวเล็กๆ ในชุดพนักงานออฟฟิตสีฟ้า ที่เกาะอยู่บนปากแก้วน้ำในท่าทางต่างๆ และเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นมาก ในไทยก็นิยมสะสมด้วยเช่นกัน แรกๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะก็แค่ตุ๊กตาในไข่กาชาปองเท่านั้นเอง แต่ผ่านมาได้เห็น ฟูจิโกะ ทำออกมาในหลากหลายรูปแบบ มีรูปแบบตามเทศกาลต่างๆ ก็เริ่มที่จะอยากได้บางตัวที่ชอบบ้างแล้ว จนได้มา 2 – 3 ตัวที่ชอบๆ

ที่ได้มาจะเป็น ฟูจิโกะ ในชุด ฤดูร้อน (Summer) ของปีที่แล้ว เป็นฟูจิโกะถือแตงโมกับหมูยากันยุง และ ฟูจิโกะ กับดอกไม้ไฟ อีกตัวเป็นชุดพิเศษ ฟูจิโกะ กับ ครีม พอได้มาแล้ว ก็รู้ว่าทำไมผู้คนถึงชอบตุ๊กตาผู้หญิงตัวเล็กๆ นี้นัก เพราะมันน่ารักไงละ แต่ถ้าจะสะสมมากกว่านี้ก็ต้องเตรียมพร้อมเรื่องเงินด้วยนะ เพราะแต่ละตัวก็แพงอยู่เหมือนกันราคาที่ขายก็ประมาณ 150 – 200 บาทต่อ 1 ตัว ยิ่งเป็นตัวพิเศษ หรือตัวลับ นี่ละก็ราคาก็แพงไปอีก ตั้งแต่ตัวละ 300 – 700 บาทก็มี สำหรับตัวเองแล้วคงไม่เก็บทั้งหมด เก็บเพียงเฉพาะตัวที่ชอบก็พอ

ตัวต่อมาไม่คิดว่าจะได้ซื้อมา แต่ก็ได้มาแล้วเป็นของมือสอง แบบใหม่แกะกล่องหาซื้อไม่ได้ เป็นฟูจิโกะตัวใหญ่บนบะหมี่ถ้วย ดูๆ ไปก็ตลกดี แบบตัวใหญ่นี้ออกมาหลายแบบหลายสี แบบที่ได้มาเป็นฟูจิโกะอุ้มตะเกียบ แบบที่ฟูจิโกะนั่งเฉยๆ ก็มีนะเผื่ออยากจะหามาเก็บเอาไว้